วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ดาว์พงษ์' นำร่องเลิกเรียนบ่ายสอง 3,500 ร.ร. เริ่มเทอม 2 พ.ย.นี้

'ดาว์พงษ์' นำร่องเลิกเรียนบ่ายสอง 3,500 ร.ร. เริ่มเทอม 2 พ.ย.นี้

  • Share:

“ดาว์พงษ์” แจงนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มความรู้ เหลือ 840 ชั่วโมงต่อปี ตอบโจทย์ ”บิ๊กตู่” ให้เด็กเรียนมีความสุข นำร่องเลิกเรียนบ่ายสอง ร.ร.ประถม 3,500 โรง เริ่มเทอม 2 เปิดเทอมพ.ย.นี้...

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงนโยบายการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ว่า ขณะนี้มีความเข้าใจผิดเรื่องนโยบายว่าการลดเวลาเรียนโดยเข้าใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น. แต่ไม่มีการขยายความ โดยการปรับลดเวลาเรียนให้น้อยลง เพื่อให้เด็กไม่เครียดจนเกินไป ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ศึกษาดูแล้วว่ามีความเป็นไปได้ สามารถลดการเรียนวิชาหลักลงได้ จากเดิมเด็กต้องเรียน 1,200 ชั่วโมงต่อปี เหลือ 840 ชั่วโมงต่อปี โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งเด็กเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา และเห็นว่าน่าจะสามารถเลิกเรียนได้ในเวลา 14.00 น.

ทั้งนี้ เป้าหมายจะเริ่มนำร่องเลิกเรียนเวลา 14.00 น. จำนวน 3,500 โรงเรียน หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสพฐ.ทั้งหมดประมาณ 39,000 โรงเรียน ในภาคเรียนที่ 2/2558 คือเดือน พ.ย. จากนั้นจะประเมินผล ดูว่ามีผลตอบรับในด้านบวกหรือลบ เพื่อปรับปรุงและขยายผลต่อไป

“กระทรวงได้พิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าให้เลิกเรียนบ่าย 2 โมง โดยผู้ปกครองบางกลุ่มไม่พร้อมรับเด็กกลับบ้าน เพราะติดภาระหน้าที่การงาน กลัวลูกจะได้รับอันตราย และสบายใจที่จะให้ลูกอยู่ในโรงเรียนมากกว่า เรื่องนี้นักเรียนจะกลับบ้านก็ได้ แต่ส่วนที่ไม่พร้อมรับเด็กกลับบ้าน โรงเรียนจะมีกิจกรรมที่มีความสุขให้เด็กในช่วงบ่าย แนวทางนี้จะตอบคำถามของนายกรัฐมนตรี ที่ให้จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีความสุข ผู้ปกครองมีความสุข และครูมีความสุข หากเด็กได้เลิกเรียนบ่าย 2 โมง ไปทำกิจกรรม เล่นกีฬา ดนตรี ครูพาไปทำกิจกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ได้”

พร้อมย้ำว่า กิจกรรมนั้นต้องไม่ใช่การเพิ่มการบ้านให้เด็ก ซึ่งขณะนี้สพฐ. อยู่ระหว่างจัดทำกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อให้โรงเรียนนำไปประยุกต์ใช้ โดยจะต้องเป็นกิจกรรมที่ไม่ทำให้เด็กเครียด แม้กระทั่งจะให้เด็กนั่งทำการบ้านในเวลาสองชั่วโมงก่อนกลับบ้านก็สามารถทำได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้