ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถ้าไม่อยากโดนระเบิด ก็อย่าจุดชนวน!

    Dr. POP19 ส.ค. 2558 11:20 น.
    SHARE

    ทุกครั้งที่สิ้นเสียงระเบิดความเสียหายจะตามมา

    สิบเจ็ดสิงหาคมห้าแปด เกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ มีผู้เสียชีวิตยี่สิบคน

    สิบแปดสิงหาคมห้าแปด เปลวเพลิงยังไม่ทันมอดดับ ก็เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งที่ท่าเรือสาทร โชคดีที่ไม่มีชีวิตใดได้รับความเสียหาย ต่างชาติคงเห็นว่าการวางระเบิดในไทยเป็นเรื่องทั่วไปเหมือนการพบเห็นแมลงสาบในห้องครัวไปแล้ว ทุกฝ่ายกำลังเร่งตามหาตัวคนร้าย เราต่างทำได้แค่คาดเดาเบาะแสต่างๆ โดยไม่รู้เรื่องจริงอะไร

    แต่ที่เรารู้แน่นอนคือ เบื้องหลังเหตุการณ์ความไม่สงบทุกครั้งมาจาก “อารมณ์ของคน”

    น่าแปลกที่อารมณ์เกิดขึ้นเพราะคน แต่คนกลับควบคุมมันไม่ค่อยได้ และอารมณ์ “โกรธ” ก็เป็นหนึ่งในอารมณ์ฮิตที่คนมักพกติดตัวไปเสมอ ทุกครั้งที่ความโกรธครอบงำจิตใจ มันมักจะพาเพื่อนที่ชื่อ “รังเกียจ” “เคียดแค้น” และ “พยาบาท” มาร่วมทีมหายนะด้วย และเมื่อมันประชุมทีมกันเสร็จ “การทำร้าย” จึงตามมา

    หนังสือเรื่อง “อยู่แต่ในกล่องคุณจะไปเห็นอะไร” ของ Arbinger Institute ได้ให้หลักฐานที่น่าสนใจว่า “เรามักอ้างความชอบธรรมประหลาดๆ 4 ข้อ ให้ตัวเองสวมบทเพชฌฆาตเสมอ”

    1. อ้างว่าฉันมีสิทธิทำร้ายคน เนื่องจากฉันด้อยกว่าเขา
    2. อ้างว่าฉันมีสิทธิทำร้ายคน เนื่องจากฉันสูงส่งกว่าเขา
    3. อ้างว่าฉันมีสิทธิทำร้ายคน เนื่องจากฉันเพียบพร้อมกว่าเขา
    4. อ้างว่าฉันมีสิทธิทำร้ายคน เนื่องจากฉันเป็นผู้เคราะห์ร้าย

    การรู้สึกด้อยกว่า นำไปสู่ความอิจฉาริษยา ช่วงชิง, การรู้สึกกว่าตัวเองเทพมาก ทำให้คุณคิดว่าฉันมีพลังล้นเหลือจนจู่โจมทุกคน และการบอกตัวเองแสนเพอร์เฟกต์ นำไปสู่การรักษาหน้า ไม่กล้ายอมใคร และที่คิดว่า อ้าว เขาเลวใส่ฉันก่อน ฉันก็ต้องเลวกลับ ก็นำมาสู่การแก้แค้น เราอยู่ในวงจรอุบาทว์นี้ทุกคน และมันไปสู่การทำร้ายห้ำหั่นที่ไม่จบสิ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีมูลเหตุมาจากสังคมแต่อย่างใด

    ชีวิตคนจะดีจะชั่ว มันขึ้นอยู่กับความคิดตัวเอง เพราะเรานั่นแหละที่อ่อนแอ ควบคุมตัวเองไม่ได้จนหลงทาง

    เราคิดว่าการทำร้ายคนอื่นทำให้เราดูเจ๋ง แต่เปล่า การทำร้ายใครก็ตาม คือ “การลดคุณค่าตัวเองอย่างน่าเกลียด”
    เมื่อคุณหมดค่า แล้วใครมันจะอยากรัก อยากอยู่ใกล้คุณ?

    ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยอ้างสิทธิต่างๆ ทำร้ายคนอื่นสารพัดวิธี จนมาวันนี้ เมื่ออ่านหนังสือเยอะขึ้น ตระหนักรู้เห็นมากขึ้น ผมพบว่าผมดับไฟโทสะได้ง่ายเหมือนเป่าเทียน

    เคล็ดลับก็คือ จับความคิดให้ได้ในทันทีที่มันเกิดขึ้น

    โกรธปั๊บ ยอมรับเลยว่า “กูโกรธ” และสวมบทผู้ชมดูซิว่า ถ้าเราเห็นคนอื่นทำสิ่งทุเรศๆ แบบที่เราคิดจะรู้สึกยังไง? ถ้ายอมรับว่าความคิดเรางี่เง่า ไร้สาระ เลวทราม ก็อย่าทำ ทุกคนมีสิทธิทำร้ายเรา ปล่อยเขา ปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาของเรา การตอบโต้ด้วยการให้อภัย และก้าวต่อไปด้วยใจที่เบิกบานคือการแก้แค้นที่วิจิตรที่สุดแล้ว

    จงจำไว้เสมอว่า เราไม่ได้ขาดความอบอุ่น ขนาดต้องใช้ความโกรธเรียกร้องความสนใจ

    เราไม่ได้ขาดแคลนอะไร จนถึงขนาดต้องบันดาลโทสะให้คนเขาสมเพช เห็นอกเห็นใจ

    เราคู่ควรกับชีวิตที่ดีที่สุดในทุกขณะจิต เราฮอตมากเพราะมีเรื่องดีๆ ต้องทำ ทั้งเรียนให้ดี ทำงานให้ดี ดูแลคนรักให้ดี เพื่อชีวิตดีๆ แบบที่เราถูกสร้างมา เมื่อเราไม่โกรธไม่เกลียด เราจะกลายเป็นสนามแม่เหล็กแห่งความสุขที่แผ่ไปยังคนรอบข้าง ครอบครัวเรา โรงเรียนของเรา ที่ทำงานของเรา สังคมของเรา และกลายเป็นโรคระบาดแห่งความสุข ที่แพร่ไปทั่วประเทศของเราหรือโลกของเรา

    ก่อนจะดับเสียงระเบิดจากภายนอก จงดับเสียงระเบิดในหัวใจ

    ถ้าไม่อยากโดนระเบิด ก็อย่าจุดชนวน


    Dr.Pop Facebook : www.facebook.com/drpopworld
    Dr.Pop Twitter : @drpoppop
    Dr.Pop IG : @drpoppop
    Dr.Pop Line : @drpoppop

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คนดังนั่งเขียนDR.POPสวัสดีแคมปัสระเบิดราชประสงค์ระเบิดแยกราชประสงค์อารมณ์ของคนความชอบธรรมการแก้แค้นความโกรธบันดาลโทสะการควบคุมอารมณ์สิทธิ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 11:26 น.