ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สารกันบูดในขนมโมจิ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ส.ค. 2558 05:01 น.
    SHARE

    แต่ก่อน ขนมโมจิ เป็นของหวานที่ใครเดินทางไป จ.นครสวรรค์แล้ว จะนิยมซื้อกลับมาเป็นของฝากให้คนที่บ้าน แต่วันนี้ ขนมโมจิสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านของฝากแทบทุกจังหวัด และร้านสะดวกซื้อ

    ขนมโมจิ มีหลากหลายไส้ให้เลือก เช่น ไส้ถั่ว ไส้ถั่วไข่เค็ม ไส้มะพร้าว ไส้สตรอเบอรี่ ด้วยความที่ขนมโมจิมีส่วนประกอบของแป้ง นมข้นหวาน ถั่วกวน เป็นหลัก จึงเน่าเสียง่าย และไม่สามารถเก็บรักษาไว้ทานได้นานๆ

    ผู้ผลิตบางรายจึงนิยมใส่สารกันบูดเพื่อยืดอายุให้เก็บไว้ขายและทานได้นานขึ้น

    สารกันบูด เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้อาหารเน่าเสีย ชนิดที่นิยมใช้กันมาก คือ พวกกรดอ่อนๆ เช่น กรดซอร์บิก กรดเบนโซอิก กรดโปรปิโอนิก ฯลฯ

    สารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะให้ผลยับยั้งเชื้อราและยีสต์ กฎหมายอนุญาตให้เติม ในอาหารได้เพราะมีความเป็นพิษต่ำ ร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสารอื่นที่ไม่เป็นพิษ และขับออกจากร่างกายได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้เท่านั้น

    เพราะถ้าใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เช่น ส่งผลต่อกระเพาะอาหาร ทำให้น้ำหนักลด ท้องเสีย ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อต่างๆ เลือดออกในร่างกาย มีผลต่อตับและไต

    วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มเก็บตัวอย่างขนมโมจิจำนวน 5 ตัวอย่าง (5 ยี่ห้อ) จากเพชรบุรีและพังงา เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณสารกันบูด 2 ชนิด คือ กรดเบนโซอิก และกรดซอร์บิก

    ผลปรากฏว่า พบกรดเบนโซอิกใน 2 ตัวอย่าง และกรดซอร์บิกใน 1 ตัวอย่าง

    ขอแนะว่าหากไม่ต้องการได้สารกันบูดเป็นของแถม เวลาซื้ออาหารสำเร็จรูปควรเลือกอาหารที่ในฉลากระบุว่า ไม่ใส่สารกันบูด หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ระบุชัดเจนว่าใช้สารกันบูดหรือไม่ และอาหารที่ผนึกขายในถุงพลาสติก หรือกล่องพลาสติกที่ไม่ได้ขายหมดวันต่อวัน เพื่อความปลอดภัย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    มันมากับอาหารสารกันบูดขนมโมจิของหวานกรดซอร์บิกกรดเบนโซอิกกรดโปรปิโอนิกท้องเสียน้ำหนักลดเลือดออกในร่างกาย

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้