วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อียูรับจดสินค้าจีไอ กาแฟดอยตุง-ดอยช้าง มีผล 3 ส.ค.

พาณิชย์ เผย อียูรับขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอกาแฟดอยตุง-ดอยช้างแล้ว หลังยื่นจดมาตั้งแต่ปี 53 มั่นใจเพิ่มยอดขายได้อียูได้อีกมาก เหตุผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าจีไอ ที่มีลักษณะเฉพาะประจำถิ่น มากขึ้น...

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 58 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้างของไทยเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในอียูแล้ว เมื่อวันที่ 14 ก.ค.58 โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 20 วัน หรือตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นจดทะเบียนในอียูตั้งแต่เดือน พ.ค.53 ทำให้กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้าง เป็นสินค้าจีไอลำดับที่ 2 และ 3 ของไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอในอียู หลังจากอียูรับขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นสินค้าแรก เมื่อเดือน มี.ค.56

”การได้ขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอในอียู จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทั้ง 2 ชนิด และจะช่วยทำให้มียอดขายในอียูเพิ่มขึ้นด้วย เพราะปัจจุบัน ผู้บริโภคในอียูให้ความสำคัญกับสินค้าจีไอมากขึ้น เพราะเป็นสินค้า ที่มีลักษณะเฉพาะประจำท้องถิ่น แตกต่างจากสินค้าเดียวกันที่ผลิตได้ในพื้นที่อื่น”

ทั้งนี้ ในปี 57 ไทยส่งออกกาแฟไปตลาดโลกในปริมาณ 700 ตัน มูลค่า 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเป็นการส่งออกไปอียู 0.374 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 10% ของการส่งออกกาแฟโดยรวมของไทย โดยกาแฟดอยช้างส่งออกปีละประมาณ 400 ตัน ไป แคนาดา อังกฤษ อิตาลี มาเลเซีย เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย และกาแฟดอยตุงส่งออกไปญี่ปุ่น

สำหรับกาแฟดอยตุงปลูกในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง บนเทือกเขานางนอน จังหวัดเชียงราย ระดับความสูง 800-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงมีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม มีเอกลักษณ์ ส่วนกาแฟดอยช้างเป็นกาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์หลัก คาทูรา คาติมอร์ และคาทุย ที่ปลูกบนหุบเขาดอยช้าง ในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่ระดับความสูง 1,000-1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประกอบกับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถัน และกรรมวิธีผลิตที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้กาแฟดอยช้างมีกลิ่นหอมหวานคล้ายน้ำผึ้ง และมีรสชาติกลมกล่อม ชุ่มคอ