วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วรรณษา ทองวิเศษ ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกรักที่เป็นออทิสติก

วรรณษา ทองวิเศษ ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกรักที่เป็นออทิสติก

  • Share:

"บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" พูดคุยกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ษา วรรณษา กับการดูแลลูกชาย น้องเซย์เดย์ วัย 9 ปี แม้จะเป็นเด็กพิเศษออทิสติกแต่เรียนเก่งและเป็นเด็กดีมีวินัย รวมทั้งถามถึงความรักกับจ๊อบ ไตรรงค์ แฟนหนุ่มอายุน้อยกว่า 8 ปีด้วย

ต้องยกให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เก่งและแกร่งอีกคนของวงการบันเทิงสำหรับนักแสดงสาว ษา วรรณษา ทองวิเศษ ที่ต้องรับหน้าที่คุณแม่ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน น้องเซย์เดย์ ด.ช.ชวาลภพ วงษ์ทอง ซึ่งเป็นเด็กพิเศษออทิสติก แม้จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในบ้านสูง ต้องทำงานหนักเพราะเป็นผู้นำดูแลครอบครัว แต่คุณแม่คนนี้ก็มีความสุขที่ได้ดูแลลูกรักคนนี้ที่ทั้งเรียนเก่งและเด็กดีมีระเบียบวินัยมาก วันนี้ “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” เลยเปิดพื้นที่ให้คุณแม่คนเก่งได้พูดคุยเปิดใจถึงชีวิตของเธอแบบเต็มๆ พร้อมทั้งถามถึงความรักในปัจจุบันกับแฟนหนุ่ม จ๊อบ ไตรรงค์ ที่อายุน้อยกว่าถึง 8 ปีว่าเป็นอย่างไรบ้างอีกด้วย

คุณแม่คนเก่ง ษา วรรณษา

ถามถึงผลงานตอนนี้?
ก็ถ่ายละคร 4 เรื่อง รับเชิญบ้าง เต็มเรื่องบ้าง ปีนี้น่าจะมีทั้งหมด 10 เรื่อง (หัวเราะ) ไปทุกช่องเลยค่ะ พีพีทีวี, ช่อง 8, ช่อง One, ช่อง 3, ช่อง 7 5 ช่องภายในปีเดียว (ยิ้ม) ถามว่าแบ่งคิวยังไงก็ต่อกันพอดี บางเรื่องก็มาเล่นตอนท้ายๆ เลยไม่ได้มีปัญหากับคิว แต่อย่างเรื่องนี้ (เจ้าสาวเฉพาะกิจ) ก็ประมาณครึ่งเรื่อง ก็สลับคิวกันได้ ก็เมคมันนี่ค่อนข้างเยอะ (อยู่วงการมานาน งานยังแน่นเหมือนเดิม?) คือจริงๆ แล้วอยู่ที่ผู้ใหญ่สนับสนุนและให้โอกาสด้วยแหละ อีกอย่างคือได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในเรื่องที่เราเลี้ยงลูกคนเดียวด้วยค่ะ ทุกคนจะรู้ว่าลูกเราเป็นเด็กพิเศษ เขาก็อยากจะสนับสนุนเพื่อให้เราพัฒนาลูกด้วยค่ะ

งั้นถามถึงลูกเราเป็นยังไงบ้าง?
โอเคค่ะ ลูกโอเคมาก ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนโรงเรียนจาก ป.3 ไป ป.4 หลายคนก็ถามว่าทำไมเปลี่ยนโรงเรียน เพราะคนเราคิดไม่เหมือนกัน เขาคิดว่าเด็กพิเศษต้องเรียนโรงเรียนเดียว จะไปโรงเรียนอื่นต้องปรับตัวเยอะ ทำให้อาจมีปัญหาในการเข้ากลุ่ม แต่เราเลี้ยงลูกมา เรารู้ว่าศักยภาพลูกเราได้รึเปล่า คือที่เปลี่ยนเพื่อให้มันเหมาะกับเขา เหตุผลที่เปลี่ยนคือตลกมาก คือลูกเราค่อนข้างเป็นเด็กเรียน ขยันทำการบ้าน ค่อนข้างมีสมาธิดีตอนที่เขาทานยาไปแล้ว คะแนนก็ดีจนดีเวอร์ ได้เกรดเฉลี่ย 3.93 คือดีเกินไปจนเราตกใจว่าเก่งจริงรึเปล่า เกรดที่ได้มาของจริงไหม คือเราไม่ได้ไม่มั่นใจโรงเรียนนะ แต่ถ้าเป็นเด็กพิเศษ เวลาสอบจะมีการมานั่งคุมเดี่ยวๆ ไหม เด็กพิเศษเขาอาจจะไม่เข้าใจในบางอย่าง ครูอาจจะแนะแนวทางแล้วทำให้เขาตอบได้รึเปล่า อันนั้นคือส่วนตัวที่ษาคิด ษาก็เลยเปลี่ยนดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนเก่าไม่ดี แต่ลูกเราเรียนดีเกินก็เลยเปลี่ยน ซึ่งพอเปลี่ยนโรงเรียนเขาก็ต้องสอบเข้า เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครไปอะไรกับเขาน่ะ แล้วโรงเรียนนี้เราศึกษามาแล้วว่าโอเค ตอนนี้ก็สอบได้แล้วและย้ายเข้าไปแล้วค่ะ ครูที่โรงเรียนใหม่ก็กระซิบว่าคะแนนเขาเป็นที่ 1 ใน ป.4 ที่สอบเข้ามานะ เราก็เลยเชื่อมั่นว่าศักยภาพลูกเราสู้ได้ค่ะ

ลูกชายสุดรัก น้องเซย์เดย์

ภูมิใจไหมที่ลูกเราเก่งแบบนี้?
จริงๆ เราไม่ได้ตั้งความหวังว่าเขาจะไปถึงจุดนี้ เพราะเราคิดว่าถ้าเราตั้งความหวังไปเยอะแล้วเขาไม่ได้ คนที่ผิดหวังคือเราน่ะ เสร็จแล้วเราก็ไปกดดันเด็ก เราก็เลยปล่อยสบายดีกว่า แล้วจะบอกแม่ตลอดว่าพอเขาอายุเท่านี้ให้ทำแบบนี้ ตอนช่วงอายุ 9-12 ษาปล่อยยาวค่ะ แต่ษาก็จะไปแน่นอีกทีตอน ป.6 ที่จะต้องสอบจริงๆ แล้ว ษาก็วางไว้ว่าจะให้ลูกลองสอบเข้าโรงเรียนสาธิตกับโรงเรียนปกติดูว่าจะโอเคไหม ถ้าเกิดฟลุกได้เรียนโรงเรียนสาธิต มันก็ได้เรื่องของเกรด การเรียนมาตรฐานมันจะดีขึ้น

มีวิธีเลี้ยงลูกยังไง เพราะน้องก็เป็นเด็กพิเศษ น่าจะเลี้ยงยากกว่าปกติ?
จริงๆ ต้องยกความดีให้คุณแม่นะเพราะแม่ษาอยู่กับหลานตลอด ษาเองต้องออกมาทำงาน แต่สิ่งที่ษาบอกแม่ตั้งแต่แรก คุยกันจนร้องไห้ ต้องจูนกันหนัก คือผู้ใหญ่ต้องจูนกันเองไม่ใช่จูนกับเด็ก พอผู้ใหญ่จูนกันได้มันก็เหมือนการ์ตูนปาร์แมน พอเธอไม่อยู่ ฉันก็กดปุ่มเป็นหุ่นยนต์ก๊อบปี้ขึ้นมา เราก็ต้องสอนให้เหมือนกันค่ะ อันไหนที่ไม่ใช่ก็เรียกคุยกันสองคน จะไม่ไปบลัฟกันต่อหน้าหลาน เพราะไม่งั้นเขาจะงงว่าอันไหนถูกหรือผิด (ยากไหมกับการเลี้ยงลูกคนเดียว?) สมัยนี้การเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ยากหรอกค่ะ แต่ว่าอยู่ที่อารมณ์ บางทีความอดทนของเรา เราทำงานข้างนอกมาเราเจออะไรเยอะ พอเข้าบ้านบางทีลูกไม่ได้อยู่ในอาการที่มีสมาธิมากนัก ก็ต้องพูดกันหลายเที่ยว เราก็มีอารมณ์เกิดขึ้นมาเหมือนกัน แต่ว่าพอมันขึ้นแล้วก็ต้องรีบลง ไม่เอาอารมณ์ไปลงกับลูก คือษาจะบอกทุกคนไม่ได้ว่าเฮ้ย...คุณต้องอดทนดิ มันไม่ได้น่ะ เรายังเป็นมนุษย์อยู่ แต่พยายามไม่เอาตรงนี้ไปลงกับลูกเรา รีบหาอะไรทำเพื่อให้อารมณ์เย็นลง จริงๆ วงการนี้สอนให้ษาขึ้นสุดและลงมาสุดแล้ว เพราะสิ่งที่เราต้องทำคือเวลาท่องบทมีทั้งพีคสุดคือร้องไห้ พออีกฉากนึงคือหัวเราะ มันเหมือนคนบ้า (หัวเราะ) ฉะนั้นเวลาที่เรามีลูกแบบนี้ มันเหมือนกับการทำงานของเราอยู่แล้ว ฉะนั้นเราก็คิดซะว่าเราอยู่ในฉาก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วไม่ต้องจำ

สองแม่ลูก

หลายคนมองว่าเราเป็นผู้หญิงเก่ง เลี้ยงลูกคนเดียว แถมเป็นเด็กพิเศษ?
ไม่หรอกค่ะ มีคนเก่งกว่าษาอีกเยอะที่เขาเลี้ยงลูกแบบนี้ บางคนมีฝาแฝดเป็นทั้งคู่ก็มี บางคนลูกอายุ 12 แล้วยังไม่พูดก็มี แต่เราไม่ได้มองกว้างๆ แค่นั้นเอง คือตัวษาเป็นดารา มีลูกเป็นเด็กพิเศษ ษาก็เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการดีขึ้น ลูกเรียนเก่ง ทุกคนก็โฟกัสว่าษาเป็นผู้หญิงแกร่ง แต่ถ้าเรามองรอบข้างเราน่ะยังมีเก่งกว่าษาอีกเยอะ เพราะษายังมีงานทำที่ได้เงิน 6 หลัก แต่ของคนอื่นเขาได้เป็นเดือน ยิ่งต่างจังหวัดเขาได้วันละ 300 บาท มันไม่โอเคนะถ้าเขามีลูกเป็นเด็กพิเศษ ไหนจะต้องอดทนเลี้ยงลูก เดินทางมาหาหมอไม่ได้ ต้องเลี้ยงเอง พอเรามองตรงนั้นเราก็รู้สึกว่าเราสบายกว่าเขาเยอะ เราแค่พาลูกไปหาหมอให้ตรงเวลา เมคมันนี่เพื่อรองรับอนาคตของลูก เผื่อลูกสอบได้โรงเรียนสาธิตต้องใช้เงินเท่าไหร่

เคยมีปัญหาหนักๆ บ้างไหม?
ถ้าตั้งแต่ทำงานเลี้ยงลูกมา ปัญหาเรื่องเงินคือหลักๆ เลยเพราะอาชีพดาราไม่ใช่อาชีพมั่นคง ถ้ามีละครมีงานอีเวนต์หรือเกมโชว์ถึงมีเงิน แต่ช่วงเวลานึงถ้าเราไม่มีก็จะมีปัญหา ษาก็หาอาชีพข้างนอกทำ อย่างเราชำนาญในเรื่องครีม เครื่องสำอาง เราก็ไปช่วยพี่ๆ อีกที ดูว่าเครื่องสำอางตัวไหนน่าสนใจก็นำมาขาย เป็นตัวแทนจำหน่ายก็ได้เปอร์เซ็นต์ เพราะเศรษฐกิจเดี๋ยวนี้มันไม่น่าลงทุน แต่ก็ลงทุนไปแล้วกับธุรกิจร้านชาบูอินดี้ (หัวเราะ) หุ้นกับพี่อู๊ด เป็นต่อ เปิดที่ จ.เพชรบูรณ์ เพราะพี่อู๊ดอยู่ที่นู่น ซึ่งสาขาที่ษาจะเปิดเป็นสาขาที่ 97 แล้วเขาปิดรับแฟรนไชส์ไม่ให้มีแฟรนไชส์อีกแล้วในปีนี้ ก็โชคดีที่เงินมาพอดีเลยลงเลยค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ในการก่อสร้าง คิดว่าน่าจะเปิดเดือน ก.ค. ค่ะ ก็มีทั้งร้านกาแฟและร้านชาบูด้วยค่ะ

แล้วเราจะมีเวลาดูแลร้านเหรอ?
เรามีออนไลน์ค่ะ มีกล้องที่เปิดดูได้ มีการส่งเรื่องค่าใช้จ่ายผ่านทางกลุ่มไลน์อยู่แล้ว แล้วมีการออนไลน์ในเรื่องบัญชี คือในการลงทุนเราก็ต้องมีความไว้ใจกัน คือษาแบ่งหุ้นกับพี่อีกคนนึง เราสนิทใจกันเพราะเราทำงานด้วยกันมาตลอด 4 ปีที่อยู่บริษัทสิงห์ เราเลยมั่นใจว่าพี่คนนี้ยังไงก็ไม่โกงเราแน่ๆ ษาว่าทุกอย่างมันไม่แน่นอน มีอะไรมารองรับดีกว่า ถ้าสมมติมันเป็นในทางลบก็คิดว่าอย่างน้อยได้ทำ ดีกว่าเราอยากจะทำแต่ไม่ได้ทำ ถ้าเราทำแล้วไม่โอเค เราจะได้รู้ว่าเราควรปรับปรุงอะไรบ้าง เผื่อเรามีเงินอีกก้อนนึงแล้วอยากจะลง จะได้รู้ว่าอันนี้เราเคยผิดพลาดมาแล้ว เราก็จะผิดพลาดน้อยลง แล้วถ้าทำไปแล้วเกิดรวยขึ้นมาล่ะก็โอเค สิ่งที่ได้มาก็ต่อชีวิตเราได้อีกเยอะ

แก้วตาดวงใจของษา

มาจนถึงทุกวันนี้ เรามีหลักในการดำเนินชีวิตยังไง?
จริงๆ ษาเป็นคนเครียด เป็นคนคิดมาก เล็กๆ น้อยๆ คิดหมด เพราะเราเป็นคนแคร์คำพูดของทุกคน เราก็จะเก็บมาคิดคนเดียวโดยที่ไม่ได้แสดงให้ทุกคนเห็นว่าฉันเครียด แต่คนอยู่ข้างๆ จะรู้ แต่ในเมื่อถ้าเราคิดตกผลึกแล้วว่าช่างมันเถอะ มันคงเป็นไปไม่ได้มากกว่านี้แล้ว หรือเราทำได้แค่นี้ก็คือแค่นี้ แล้วขอโทษตัวเองซะ เพราะษาคิดว่าการที่เราคิดมากมันทำให้สุขภาพเราแย่ เมื่อก่อนษาคิดจนเป็นไมเกรน ปัจจุบันยังมีแต่น้อยลงเยอะ ถามว่าปล่อยวางมากขึ้นไหมก็ไม่ได้ปล่อยวางนะ แต่ษาคิดว่าเป็นเรื่องช่างมันเถอะ แต่จริงๆ มันไม่ง่ายหรอก (หัวเราะ) มันค่อนข้างเป็นชีวิตที่ตกผลึกเพราะเราผ่านอะไรมาเยอะ พอถึงจุดนี้แล้วควรจะต้องทำยังไง เพราะตอนสาวๆ ษาไม่ได้คิดแบบนี้หรอก ษาคิดแต่ว่าฉันจะทำฉันจะซื้อ จะเอาให้ได้ วีนเหวี่ยง แต่ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเราจะทำยังงั้นไปทำไม

แล้วความรักเรากับจ๊อบ ไตรรงค์ เป็นไงบ้าง?
ความรักโอเคค่ะ ถามว่ามีทะเลาะกันไหมก็มีทะเลาะ แต่มันเป็นการทะเลาะด้วยเหตุผล ไม่เหมือนช่วงแรกที่เราทะเลาะเพราะอารมณ์หึง คือษาเป็นคนขี้หึง ข่าวที่ผ่านมาอาจจะดูเป็นคนเจ้าชู้ เปลี่ยนแฟนบ่อย แต่ในเรื่องของษา พอษาจบกับคนนี้แล้วถึงจะมีอีกคนต่อ เพราะเราทนความเจ็บปวดนานไม่ได้ นั่นเป็นนิสัยเสียนะ (หัวเราะ) คือเอาอีกคนเข้ามาเพื่อให้หายเจ็บปวด มันก็เลยกลายเป็นอย่างนั้นมาเรื่อยๆ แต่พอเรามีลูก เราก็ต้องการคนที่มั่นคง เราก็พยายามดาวน์อารมณ์ที่มันแย่ๆ ลง อาจจะมีติดบ้างนิดหน่อย แต่มันก็เป็นนิสัยส่วนตัวแก้ไม่ได้ ก็คบกันมานาน 3 ปีแล้วค่ะ

จ๊อบมาช่วยเราดูแลลูกด้วยไหม?
ในความคิดของษานะ ษาเป็นแม่ม่ายลูกติด แต่ษาจะมีแฟนใหม่ก็ไม่ได้เป็นตัวยืนยันไม่ใช่เหรอว่าพอมีแฟนใหม่แล้วแฟนจะต้องมาดูแลลูกเรา คือษาคิดแบบสมัยใหม่นะ ถามว่าเขามาทำความรู้จักกับครอบครัวเราไหมก็เจอกันอยู่แล้ว เวลาเขามาส่งก็เจอกันอยู่แล้ว แต่ถามว่าจะโฟกัสว่าผู้ชายจะต้องรับผิดชอบทุกชีวิตในบ้านรึเปล่าก็ไม่จำเป็น บางทีเราเลี้ยงทุกคนแบบนี้อยู่แล้ว ถ้ามันมีอีกคนมา ษากลับคิดว่าถ้ามันมีอีกคนเข้ามา มันจะเปลี่ยนการใช้ชีวิตของเราทั้งหมดที่เราวางแผนไว้แล้วมันจะเป็นเรื่องเลยแต่ทางนั้นก็ให้เกียรติเรามาก เราก็ดำเนินชีวิตไป แต่ถ้ามีปัญหาก็มาบอก ถ้าช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือ นี่คือแนวคิดของษาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ลูกเสือตัวน้อยของคุณแม่ษา

แล้วจ๊อบดูแลเราในแง่ไหนบ้าง?
ก็เรื่องสุขภาพ การทำงาน มันแฟร์น่ะเนอะเพราะเราไม่ใช่สามีภรรยา เราแค่แชร์ในความรู้สึกบางอย่างที่บางทีเราพูดกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เราก็คุยกับเขา จากที่เขาไม่คิดๆ ตอนนี้เขาก็นั่งคิดไปด้วย (หัวเราะ) เมื่อก่อนเป็นคนไม่คิดไง แต่พอหลังๆ ความผูกพันมันเยอะ แล้วเวลาที่มีอะไรกระเทือนใจเรามากๆ เขาก็จะเริ่มรู้สึกไปด้วย หลังๆ เราก็บอกตัวเองว่าเพลาๆ ลงไหมเพราะทำให้คนอื่นเดือดร้อน (หัวเราะ)

คุณพ่อของลูก (เป้ สุรัช ทับวัง อดีตนักร้องวงไฮร็อค) มีติดต่อหรือช่วยเหลืออะไรบ้างไหม?
ก็มีนะ ษาก็ยังมีไลน์เขาค่ะ แต่พูดจริงๆ นะ เขามีมาถามในเรื่องของลูก ซึ่งถ้าในเรื่องของลูก ษาพูดแล้วว่าษาคุยด้วยไม่มีปัญหา แต่ว่าช่วงหลังๆ เขาเริ่มพูดถึงลูก เสร็จแล้วก็ถามถึงเราว่าเป็นยังไงบ้าง คิดถึง คือมันไม่ใช่แล้วอะ มันไม่ใช่ในสถานะของเรา จบไปแล้วก็ควรจะจบค่ะ ควรโฟกัสแค่ลูกอย่างเดียว คือความหนักใจของเราทุกวันมันมีอยู่แล้ว เราไม่อยากเพิ่มความหนักใจเข้าไปอีกค่ะพูดตรงๆ (เราพูดตรงๆ กับเขาไหมว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรา?) ก็บอกค่ะ เขาก็ไม่ค่อยถามแล้วค่ะ เราต้องรู้ว่าเรายืนอยู่จุดไหนกันแล้ว ถ้าเกิดมารื้อฟื้น จากแผลที่มันเป็นสะเก็ด มันก็จะกลายเป็นแผลสดเหมือนเดิม เพราะเรารู้กันสองคนว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำให้เราถึงต้องแยกกัน ถ้าเกิดคุณมาปะทุเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาอีก มันไม่ได้จบสวยถูกไหม เพราะฉะนั้นอย่าสะกิด คุยแค่เรื่องลูกดีกว่า ชีวิตคุณคือของคุณ ชีวิตฉันคือของฉัน ถ้าคุณอยากแชร์เรื่องลูกคุณบอก

ทำหน้าที่รับส่งลูกตลอด

เขามีโอกาสได้เจอลูกบ้างไหม?
ก็มีช่วงแรกๆ เพราะจริงๆ แล้วที่ไม่ได้เจอตอนแรกๆ เลยเพราะคำสั่งศาลออกมาว่าเราสองคนจะต้องแชร์กันคนละครึ่ง พอ ณ วันนึงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น มันไม่ได้มีการแชร์ การที่จะได้เจอลูกอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็หายไปด้วยคำสั่งของศาล ช่วงนั้นเซย์เดย์เองก็ไม่พร้อมที่ษาจะปล่อยให้เขาออกไปข้างนอกเพราะเขาต้องกินยา ต้องคุมพฤติกรรมของเขาอยู่ สมมติถ้าออกไปข้างนอกกับพ่อ แล้วถ้าเกิดอยู่ดีๆ ลูกวิ่งพรวดไปไหนเราก็เป็นห่วง เพราะเขาไม่ได้ดูแลลูกทุกวันเหมือนเรา แล้วเซย์เดย์ตอนเล็กๆ เขาอยากจะวิ่งก็วิ่งเลย เราก็กลัว อันนั้นเป็นเหตุผลนึงที่เราบอกว่าลูกยังไม่พร้อม หลายคนก็พูดว่าทำไมษาใจร้ายจัง แต่ลองคิดว่าถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปล่ะ ฉันรู้เพราะเขาเป็นลูกฉัน ษาก็พูดกับแม่ว่าไม่เป็นไร ดีกว่าปล่อยไปแล้วเขาเป็นอะไร เซย์เดย์เคยไปกับพ่อเขา แล้วพ่อเขามาเล่าให้ฟังว่าพอ 2 ทุ่มปุ๊บก็หยิบรองเท้ามาวางหน้าบ้านเพราะจะกลับบ้าน (หัวเราะ) มันเป็นความเคยชินของเด็กไง เพราะเวลาเขาอยู่บ้านจะเป็นระเบียบน่ะ พอถึงเวลาก็เอารองเท้ามาวางก็ขำดีค่ะ

ษาและหวานใจ จ๊อบ ไตรรงค์

แฟนเราว่าอะไรไหมที่เขามาคุยมาถามถึงเราแบบนี้?
ไม่ค่ะ มันคนละอย่างกันค่ะ คือแฟนคนปัจจุบันของษาไม่ได้ซีเรียสอะไรตรงนี้ค่ะ เขารู้กันทั้งวงการเพราะเราไม่ได้ปิด เราเปิดเผยตลอด แต่เวลาเขาไลน์มาเราก็ไม่ควรที่จะไปบอกไง มันเป็นการให้เกียรติค่ะ ถ้าจะให้เขาออกความคิดเห็นก็ตลกไง ก็ไว้ใจกันค่ะ ในเรื่องของคุณก็จัดการที่มาก่อนแล้ว ถ้าเกิดหลังจากนี้มีปัญหามือที่ 3 ค่อยถามว่าเขาเป็นใคร ก็ค่อยว่ากันอีกที

เราเริ่มมองถึงการใช้ชีวิตคู่กับจ๊อบไว้บ้างรึยัง?
ก็มองแหละ เพราะทุกวันนี้เวลาไปไหนก็จะเป็นคู่กันอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ได้เข้าบ้านเขา เขาไม่ได้เข้าบ้านเราแค่นั้นเอง แค่เจอกันข้างนอกค่ะ ไปทานข้าวปกติ เวลาคุณแม่เขามาเราก็ไปทานข้าวด้วย ไปเจอคุณแม่เจอพี่น้อง ส่วนเวลาเขามาส่งบ้านก็เจอคุณแม่เราค่ะ ก็คบกันในสายตาผู้ใหญ่ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ คุณแม่เขาก็ตามเฟซบุ๊กกับไอจีเรา คือเราให้เกียรติผู้ใหญ่ เวลามีเรื่องช่วยเหลือของคนในบ้านก็ช่วยเหลือกันก็จบ (เคยคิดไว้ไหมว่าสักกี่ปี?) เคยบอกนักข่าวว่า 5 ปี เขาบอกว่าคนรอไม่ไหว ส่วนคนนี้ (ชี้ที่ตัวเอง) แก่ไปแล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอก เราก็พูดไปอย่างนั้นแหละเพราะทุกคนก็ถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะแต่ง แต่พอถึงระยะเวลาถ้าเราไม่พร้อมล่ะ มันก็ต้องโดนคำถามเดิม กลายเป็นจุดที่ทำให้เราซีเรียสกดดัน เพราะการแต่งงานหนึ่งเราต้องมั่นคง ต้องเข้าใจกันจริงๆ ไม่ใช่แค่มีคนบอกว่าต้องแต่งก็แต่งตามกระแส ซึ่งมันไม่ใช่ค่ะ เราผ่านมาแล้วด้วย เลยรอความพร้อมดีกว่า ความพร้อมของเราคือตอนที่เราสบายใจว่าเงินพอแล้ว งานมีแล้ว ลูกโอเคแล้ว เราสามารถที่จะปล่อยวางทุกอย่าง คือไม่ทำงานเราก็อยู่ได้ เพราะถ้าเราคิดแค่ครึ่งเดียว เกิดเศรษฐกิจเมืองไทยล่มทำไงล่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องแน่นๆ ค่ะ (ถ้าแต่งเราคิดจะมีน้องอีกไหม?) ษาคิดว่าเราเลี้ยงคนนี้ให้เลิศ ษาก็ว่าโอเคแล้วค่ะ ษาก็ไม่ได้ซีเรียสค่ะ ตอนนี้ลูกอายุ 9 ขวบ ถ้าอีก 5 ปีษาแต่ง ตอนนั้นลูกก็อายุ 14 ปีแล้ว แต่จริงๆ ไม่ได้ซีเรียสเรื่องแต่ง คนเรามีความสุขกับชีวิตตรงนี้ก็โอเคค่ะ แต่บางคนพอทำธุรกิจอาจจะต้องมีการจดทะเบียนสมรส ซึ่งก็อาจจะมี มันหลายอย่างค่ะ เพราะอนาคตเราไม่ได้รู้ว่าเราจะมีอะไรยังไงเท่าไหร่

ขอเป็นนายแบบนางแบบบ้างอะไรบ้าง

สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟนๆ ที่ยังติดตามผลงานของเราหน่อย?
ตอนนี้ก็ติดตามผลงานของษาด้วยนะคะ มีเรื่องเจ้าสาวเฉพาะกิจ, ทายาทอสูร, ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด, บัลลังก์เมฆ, เพลิงดาว ก็ลองดูนะคะ แต่บทส่วนมากจะเป็นบทร้ายมากกว่าเพราะทุกคนชอบ เพราะพอเล่นบทดี ทุกคนก็บอกว่าตอนหลังต้องเป็นตัวร้ายแน่เลย แต่บางบทก็ดีจนทุกคนไม่เชื่อ (หัวเราะ) ก็มีหลากหลายสไตล์ให้ชมกัน ไม่หายไปไหนค่ะ และขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันด้วยนะคะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้