ข่าว
100 year

หวดขรก.หลังยาว บิ๊กตู่สั่ง รมต.เชือด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 พ.ค. 2558 06:25 น.
SHARE

ขู่งดบำเหน็จ-ชงตัดร่างรธน.197มาตรา

“เสธ.อู้” สัญญาพร้อม ปรับ-แก้ร่าง รธน.ให้เหมาะสม-เป็นที่ยอมรับ ทุกคำขอแปรญัตติสำคัญหมด 2 กมธ.แฮปปี้ใจตรงกับ ครม.หลายประเด็น เปิดตัวเลขชัดๆชงตัด 197 มาตรา เหลือไว้ 118 มาตราจากทั้งหมด 315 มาตรา สนช.ยังเถียงกันไม่จบอีก 26 ประเด็น “มาร์ค” ฉะ “บวรศักดิ์” เขียนให้อำนาจ กก.ปรองดองฯอภัยโทษคนแค่หยิบมือ ทำไปทำไม “ปึ้ง” ปิ๊งให้ประหารคนฉีก รธน. “เต้น” ข้องใจเล็กน้อย “บิ๊กตู่” ไม่แตะที่มานายกฯ-ส.ส.-ส.ว. หวั่นรัฐประหารไม่มีวันตาย นายกฯแจกไม้เรียว ครม.ไล่หวด ขรก.เกียร์ว่าง คาดโทษใครหลังยาวโดนเด้ง

หลังจากที่องค์กรต่างๆได้ส่งคำเสนอแนะและคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อกรรมาธิการยกร่างฯ โดย ครม. กรรมาธิการปฏิรูปการเมือง กรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายฯ สปช.เสนอให้ปรับแก้กว่า 100 ประเด็น ล่าสุดกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ประชุมนัดแรกเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะต่างๆแล้ว

36 อรหันต์ถกแก้ไขร่าง รธน.นัดแรก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยื่นเข้ามา โดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯกล่าวว่า ได้รับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญครบจากทุกฝ่ายแล้ว แบ่งเป็น สปช. 8 คำขอ และ ครม. 1 คำขอ ส่วนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ยื่นเข้ามา ทั้งนี้ในช่วงระหว่างวันที่ 22 มิ.ย.-3 ก.ค. กมธ.ยกร่างฯ จะไปประชุมนอกสถานที่ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว กมธ.ยกร่างฯ จะใช้เวลาพิจารณาอย่างจริงจังและเข้มข้น ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญ

จัดกรุ๊ป–คิวผู้แปรญัตติมาชี้แจง

จากนั้นเวลา 13.00 น. พล.อ.เลิศรัตน์แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ยกร่างฯว่า ที่ประชุมได้กำหนดกรอบเวลาให้ผู้เสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ยกร่างฯ ระหว่างวันที่ 2-6 มิ.ย. โดยกำหนดให้ผู้ชี้แจงแต่ละคำขอเข้าชี้แจงไม่เกินกลุ่มละ 5 คน 3 ชั่วโมง ดังนี้ วันที่ 2 มิ.ย. กลุ่มที่ 1 นายพลเดช ปิ่นประทีป กลุ่มที่ 2 นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ วันที่ 3 มิ.ย. กลุ่มที่ 3 นายมนูญ ศิริวรรณ กลุ่มที่ 4 นายสมชัย ฤชุพันธุ์ วันที่ 4 มิ.ย. กลุ่มที่ 5 นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ กลุ่มที่ 6 นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ วันที่ 5 มิ.ย. กลุ่มที่ 7 นายประสาร มฤคพิทักษ์ กลุ่มที่ 8 นายพงศ์โพยม วาศภูติ และวันที่ 6 มิ.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ ป.ป.ช. กกต. ต้องการเสนอความเห็น กมธ.ยกร่างฯ ก็พร้อมรับฟัง โดยมอบหมายให้อนุ กมธ.ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนั้นไปรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาประกอบการพิจารณา

ยันคำขอแปรสำคัญหมด–พร้อมปรับ

เมื่อถามว่า คำขอแก้ไขของ ครม.ที่มีกว่า 100 ประเด็นจะมีน้ำหนักมากกว่าของ สปช.หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ให้ความสำคัญกับทุกคำขอที่เสนอเข้ามา ทั้งนี้ การพิจารณาก็ขึ้นอยู่กับเหตุและผลในการขอแก้ไข เราพร้อมจะที่ปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ จุดประสงค์ของการยกร่างฯ ครั้งนี้ ต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ขณะนี้ก็ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การทำประชามติ ดังนั้นการพิจารณาคำขอแก้ไขที่แต่ละฝ่ายเสนอมา กมธ.ยกร่างฯ จะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งดูความสอดคล้องและเหตุผลที่กำหนดไว้ในร่างฯแรก ตราบใดที่ยังไม่มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญก็ยังสามารถแก้ไขได้ แต่การแก้ไขขึ้นอยู่กับวิสัย เหตุและผลของคำขอแก้

“กลุ่มประสาร” ดันแก้ 33 มาตรา

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะผู้ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะ สปช.ผู้ร่วมลงชื่อ ร่วมกันแถลงข่าวถึงประเด็นคำขอแปรญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายประสารกล่าวว่า ตนและคณะลงชื่อเข้าร่วมแปรญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 33 มาตรา มีประเด็นสำคัญ เช่น การควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เป็นอิสระจากกันเพราะทั้ง 2 องค์กรมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน ส่วนการดำรงตำแหน่งของคณะผู้บริหารท้องถิ่นองค์กรปกครองท้องถิ่น เสนอให้ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระ หรือ 8 ปี หากไม่กำหนดวาระจะทำให้เกิดเครือญาติตระกูลผูกขาด

วาระ ป.ป.ช. 6 ปี–ป.ป.ท.ต้องอิสระ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิก สปช.กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริตเสนอให้มีศาลคดีทุจริตเป็นศาลชำนาญการพิเศษพิจารณาคดีทุจริต ส่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ควรมีความเป็นอิสระ จากเดิมที่สังกัดกระทรวงยุติธรรม เพราะอาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรพิจารณาคดีนักการเมืองและข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ต่ำกว่าระดับ 10 ให้ ป.ป.ท.ดูแล ส่วนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ควรให้ลดวาระเหลือ 6 ปี ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้รวดเร็ว อัยการห้ามเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ การแจ้งบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรแจ้งการเสียภาษีย้อนหลัง 5 ปี และเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ และควรมีกองทุนสนับสนุนการต่อสู้ปัญหาการทุจริต

สพม.ไม่เอาสภาขับเคลื่อน–กก.ปฏิรูปฯ

นายสมาน ภูแสง รองประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) สถาบันพระปกเกล้า และคณะ เข้ายื่นหนังสือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปและการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ต่อ น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยมีข้อเสนอเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเห็นของประชาชน คือ ที่มานายกฯ ส.ส.และ ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งตรงทั้งหมด นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ เมื่อครบวาระแล้ว จะไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีกไม่ว่ากรณีใดๆ เสนอให้ตัดบทบัญญัติว่าด้วยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศแห่งชาติ เพราะเห็นว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ และขอให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

2 กมธ.แฮปปี้ใจตรงกับ ครม.

นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. ร่วมกันยื่นคำขอแปรญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยหั่นเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเหลือ 100 กว่ามาตรา ว่า ในส่วนของ กมธ.ปฏิรูปการเมืองขอแก้ไขประเด็นหลักๆเพียง 5-6 ประเด็น แต่ กมธ.ปฏิรูปการเมือง มีเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอในการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีอยู่แค่ 13 เสียง จึงต้องใช้เสียงสนับสนุนจาก กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน มาร่วมด้วย ซึ่ง กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ ดังนั้นเมื่อทั้ง 2 คณะ กมธ.ต้องร่วมกันยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ญัตติที่ออกจึงกลายเป็นการแก้ไขเกือบทั้งฉบับ อย่างไรก็ตาม กมธ.ทั้ง 2 ชุดพอใจที่ข้อเสนอแก้ไขประเด็นหลักๆ เช่น อำนาจ ส.ว. ระบบโอเพ่นลิสต์ และมาตรา 181-182 ตรงกับความเห็นของ ครม. และฝ่ายต่างๆ ทำให้มั่นใจว่าข้อเสนอหลักๆประเด็นเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

แฉตัดนายกฯคนนอกนาทีสุดท้าย

นายดิเรกกล่าวว่า ส่วนประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.เพียงอย่างเดียว ไม่เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกในช่วงวิกฤตินั้น ตามกรอบเดิม กมธ.ทั้ง 2 คณะ เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกได้ในช่วงวิกฤติ โดยให้ปลัดกระทรวง ทำหน้าที่เป็นนายกฯคนนอกได้ แต่ในช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ค. กมธ.ทั้ง 2 คณะได้นำเรื่องนายกฯคนนอกมาทบทวนกันอีกครั้ง และได้ตัดประเด็นนายกฯคนนอกทิ้ง เนื่องจากเกรงว่า นายกฯคนนอกอาจเป็นช่องทางให้เกิดวิกฤติได้ โดย กมธ.ห่วงว่าจะมีคนทำให้เกิดวิกฤติขึ้น เพื่อเปิดทางให้มีนายกฯคนนอก จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม ตัดประเด็นนายกฯคนนอกทิ้งไปทั้งหมด ปิดช่องการทำให้เกิดวิกฤติ

หั่นเหี้ยนเหลือก้นถุง 118 มาตรา

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กับ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ได้พิจารณาร่วมกันตัดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทิ้งไปเกือบ 200 มาตรา เหลือทั้งหมด 118 มาตรา เนื่องจากเห็นว่า มีเนื้อหาซับซ้อน เข้าใจยาก และมุ่งสร้างความขัดแย้งมากกว่า มาตราที่ตัดทิ้งมีทั้งถูกตัดทิ้งไปเลย และนำไปใส่ในกฎหมายลูก โดยกรณีนายกฯคนนอกนั้น กมธ.ทั้ง 2 ชุดเห็นตรงกันว่า หลักการไม่เป็นที่ยอมรับ จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เขียนไปก็ถูกครหาเปล่าๆ จึงควรทำตามหลักประชาธิปไตยคือ ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้าเกิดวิกฤติขึ้นมาจริงๆก็ต้องแก้ไขไปตามกระบวนการและกลไกที่มีอยู่ ต้องไปแก้ที่ตัววิกฤติที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มาฉีกรัฐธรรมนูญ

สนช.ยังเถียงกันไม่จบ 26 ประเด็น

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช.กล่าว ถึงการส่งข้อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ สนช.ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นของ กมธ.พิจารณาศึกษาข้อเสนอแนะ และรวบรวมความคิดเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช.ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ซึ่งยังมีประเด็นหลักที่ยังไม่ได้ข้อยุติ 23 ประเด็น และประเด็นอื่นๆอีก 3 ประเด็น กมธ.รับฟังความคิดเห็นฯจะหารือกับสมาชิก สนช. ให้ได้ข้อสรุป ก่อนเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯ ในวันที่ 28 พ.ค.

4 องค์กรสื่อจี้ทบทวน ม.49 (4)

ที่รัฐสภา 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นำโดย นายภัทระ คำพิทักษ์ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยื่นข้อเสนอแนะ ร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านนายจุมพล รอดคำดี ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นมาตรา 49 วรรคสี่ ที่ให้มีกฎหมายว่าด้วยองค์การวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเสนอให้ตัดคำว่า การคุ้มครองสวัสดิการของบุคคล เป็นสวัสดิภาพของบุคคล พร้อมเสนอให้เพิ่มถ้อยคำ ความรับผิดชอบแห่งวิชาชีพในการปกป้องเสรีภาพและความเป็นอิสระของสื่อมวลชน เพื่อให้ข้อความมีความกระชับและมีความหมายครอบคลุมเจตนารมณ์ของการยกร่างฯ โดยไม่เปิดโอกาสให้มีการตีความหมายในขั้นตอนการออกกฎหมาย

“มาร์ค” ย้ำต้องโละ ม.181-182

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เสนอความเห็นไปแล้วในฐานะส่วนตัว เพราะไม่สามารถจัดประชุมพรรคได้ มีข้อสังเกตกรณีการเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระอื่นๆ รวมถึงเสนอให้ตัดมาตรา 181-182 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารในการท้าอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญ รวมถึงอำนาจอภัยโทษของคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ จึงเกรงว่าจะเป็นหลักคิดที่เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาในอดีต และอาจจะซ้ำเติมปัญหาหลังการเลือกตั้งที่อยากให้มีการแก้ไข

ฉะ “บวรศักดิ์” อภัยโทษคนหยิบมือ

“อยากย้อนถามกลับไปยังประธาน กมธ.ยกร่างฯเหมือนกันว่าท่านเขียนให้กี่คน เพราะท่านชอบพูดว่า ไม่ได้เขียนให้นักการเมือง เขียนให้ประชาชน ขอถามว่า แล้วที่เขียนเรื่องอภัยโทษนั้นเขียนรัฐธรรมนูญให้คนกี่คน และคนเหล่านี้คือ คนที่สร้างปัญหาหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป ทำไมท่านพูดว่าที่ผมท้วงเพื่อ 1,000 คน แต่ผมท้วงเพื่อ 63 ล้านคน ตามที่ท่านจะไปอภัยโทษให้คนเพียงไม่กี่คน นี่คือสาระที่พวกเราท้วง ไม่ได้เป็นประโยชน์ของ 1,000 คนที่ท่านพูดเลย ฉะนั้นตอบสาระมาดีกว่าว่าสิ่งที่ผมทักท้วง มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปเขียนแบบนั้น ที่เอื้อประโยชน์ให้คนน้อยกว่า 1,000 คนด้วยซ้ำ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“ปึ้ง” ปิ๊งโทษประหารคนฉีก รธน.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.ยกร่างฯรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ เพื่อนำไปปรับร่าง รธน.ใหม่ว่า รัฐธรรมนูญที่ดีควรเปิดให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ถ้าใครฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งก็ต้องมีโทษขั้นสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ส่วนกรณีที่ ครม.เสนอแนะ กมธ.ยกร่างฯให้แก้ร่างรัฐธรรมนูญให้กระชับ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง องค์กรต่างๆที่เกิดขึ้นใหม่ควรไปกำหนดไว้ในกฎหมายลูก เมื่อปรับแก้ร่างได้ดีและผ่านการทำประชามติแบบตรงไปตรงมา บรรดา สปช.อย่างน้อยก็ได้รับการตอบรับจากสังคมไทย หวังว่า สปช.คงไม่ทำให้เสียของ อย่าทำให้เป็นตราบาปติดตัวพวกท่านไปจนวันตาย

“เต้น” ข้องใจ “บิ๊กตู่” ไม่แตะที่มานายกฯ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวถึงกรณี ครม.เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า แม้รัฐบาลอธิบายโดยเทคนิคทางการเมืองว่า ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทำในนาม ครม.ไม่ใช่ คสช. แต่เมื่อลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ถือว่าเป็นคนคนเดียวกัน เรื่องเดียวกัน ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดแต่ละประเด็น แต่มีข้อสังเกตบางประการ อาทิ จงใจไม่พูดถึงที่มาของนายกฯ เท่ากับชูธงให้เห็นว่า คสช.เอาแน่เรื่องนายกฯคนนอกใช่หรือไม่ เรื่องที่มา ส.ส. และ ส.ว.ก็ยังอ้อมแอ้ม แสดงว่ารับได้หรืออย่างไร แต่มีสัญญาณเชิงบวกที่เสนอให้แก้ไของค์กรเกิดใหม่ทั้งหลาย ยังต้องรอความชัดเจนว่าสาระที่เสนอให้แก้นั้นจะเป็นเเบบไหน

หวั่นรัฐประหารไม่มีวันตาย

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ถามหาหลักประกันหลังการเลือกตั้งถึงการเดินหน้าปฏิรูป ไม่ขัดแย้ง ไม่คอร์รัปชัน ไม่รัฐประหารนั้น ใครก็อยากได้หลักประกันแบบนี้ แต่ถือเป็นเรื่องยาก เพราะจนถึงวันนี้ยังไม่มีหลักประกันว่าเนื้อหารัฐธรรมนูญจะเป็นประชาธิปไตย ถ้ากลุ่มผู้มีอำนาจยังไม่ยอมรับหลักการพื้นฐานว่าคนเท่ากัน ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ ดังนั้น แทนที่จะถามหาหลักประกันจากใคร ผู้มีอำนาจควรถามตัวเองเหมือนกันว่าสร้างหลักประกันอะไรให้ประชาชนหรือยัง ถ้าปล่อยให้แม่น้ำ 5 สายทำ ก็มีแต่หลักประกันเก้าอี้ในสภาปฏิรูปให้พวกเดียวกัน มีหลักประกันว่านายกฯ คนนอกเตรียมตัวได้ มีหลักประกันว่าขัดแย้งกันใหม่ก็รัฐประหารอีกครั้ง น่าห่วงมากว่ารัฐธรรมนูญร่างเสร็จ ประชาชนจะเปลี่ยนเป็นพลเมืองหรือพลทหาร

กกต.ปลื้ม รบ.ตอบโจทย์แก้ร่างแรก

ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “แนวโน้มและทิศทางการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร” ให้กับเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลทั่วโลก โดยได้กล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2559 คือการทำประชามติ การเลือกตั้ง ส.ส. และการเลือกตั้ง ส.ว. ถ้าทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในช่วงเดือน ม.ค. และผ่านความเห็นชอบ สนช.จะออกกฎหมายลูกภายใน 1-2 เดือน จากนั้นจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.เกิดขึ้นภายใน 90 วัน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน ส.ค.และจะมีการเลือกตั้ง ส.ว.ภายใน 150 วัน คือประมาณเดือน ต.ค. ส่วนกรณีที่รัฐบาลได้เสนอให้ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญหลังหน่วยงานและองค์กรต่างๆได้เสนอความเห็นถือว่าตอบโจทย์ในสิ่งที่ กกต.เสนอ เช่น การไม่ให้มีเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ จะลดเวลาการนับคะแนน เป็นการแก้ปัญหาทางเทคนิคพอสมควร เป็นนิมิตหมายที่ดีที่รัฐบาลรับฟังปัญหา

โปรเฟสเซอร์ฝรั่งสอนเขียน รธน.

ที่กระทรวงการต่างประเทศ สถาบันพระปกเกล้าจัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “ถอดบทเรียนการคลี่คลายวิกฤตการณ์ทางการเมืองสู่การปฏิรูปประเทศไทยระบอบประชาธิปไตย ประสบการณ์จากต่างประเทศ” โดยมี ศ.มิเชล โทรเปร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณมหาวิทยาลัยปารีส มาบรรยายพิเศษ โดย ศ.มิเชลกล่าวว่า กรณีของฝรั่งเศสมีหลายข้อที่คล้ายประเทศไทย เช่น มีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ เคยเกิดรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงและรวมกฎเกณฑ์ทุกอย่างไว้ จึงต้องยกร่างให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมากที่สุด แนวคิดนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จ การเขียนรัฐธรรมนูญไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้สูตรตายตัวต้องอาศัยการตีความให้เกิดความเข้าใจ ทั้งนี้ สามารถสรุปได้ 3 ข้อ คือ 1.การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอย่างทันที อาจไม่ได้นำไปสู่เผด็จการ แต่อาจเป็นการปรับปรุงระบอบประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นก็ได้ 2.รัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องบัญญัติรายละเอียดเกินไป เพราะการเขียนสั้นๆ อาจจะเป็นผลดี 3.เรื่องของกลไก รัฐธรรมนูญที่ดีควรออกแบบมาใช้สำหรับทุกคน ทั้งคนดีและคนไม่ดี ทั้งนี้ เพื่อโน้มน้าวให้ทุกคนทำตามแม้จะไม่อยากทำก็ตาม

สภาฯป่วนแผงเซิร์ฟเวอร์ช็อตเน็ตล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 08.30 น.ได้เกิดไฟฟ้าช็อตที่ห้องสำรองไฟ ระบบเซิร์ฟเวอร์บริเวณหลังใต้ถุนด้านหลังอาคารรัฐสภา 3 ทำให้เกิดประกายไฟ จนเกิดกลุ่มควันและมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง เคราะห์ดีมีเจ้าหน้าที่มาประสบเหตุได้คว้าถังดับเพลิงฉีดดับไฟได้อย่างทันท่วงที ทำให้แผงวงจรระบบเซิร์ฟเวอร์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ระบบอินเตอร์เน็ตล่มทั้งสภา ราว 2 ชั่วโมง

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร กล่าวว่า เกิดไฟฟ้าช็อตที่ห้องสำรองไฟระบบเซิร์ฟเวอร์ เจ้าหน้าที่ได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว สันนิษฐานว่า คงใช้ไฟมาก ความเสียหายไม่มากนัก เพราะสภาฯมีระบบตัดไฟทันที เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตขึ้น

ดาราวิก 3 มอบพระ 3 ปางให้นายกฯ

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะดาราช่อง 3 อาทิ เพ็ชร-ฐกฤต ตวันพงค์ เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ กุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ นักร้องลูกทุ่ง มามอบสัญลักษณ์วันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2558 และพระพุทธรูปจำลอง 3 ปาง ได้แก่ปางประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ให้กับนายกฯ เนื่องในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา และอัฏฐมีบูชา ประจำปี 2558 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ค.-9 มิ.ย.ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงและทั่วประเทศ ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวขอบคุณดาราที่ช่วยรณรงค์เผยแผ่พระพุทธศาสนา ดึงให้เยาวชนเข้ามาร่วมกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น ที่สำคัญทุกคนมีเทวดาประจำตัว คือ ครูบาอาจารย์ พ่อ แม่ ดังนั้นอย่าทำร้ายเทวดาตัวเอง

ชงชื่อใหม่ปลากัด “ทองประกายแสด”

ต่อมา คณะของนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำกลุ่มเกษตรกรและคณะทำงานที่ร่วมจัดงานเทศกาลผักผลไม้คุณภาพ และคณะผู้จัดงานเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับและปลาสวยงาม ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-28 มิ.ย.ที่ข้างทำเนียบฯ เข้าขอบคุณนายกฯ และนายกฯยังได้เยี่ยมชมพืชผักผลไม้ ปลา การจัดสวนขวดประดับ ที่นำมาแสดง ซึ่งระหว่างนั้นแม่ค้าขายทุเรียนพูดกับนายกฯว่า ทุเรียนมาจาก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตอนนี้ประชาชนคิดถึงอยากให้นายกฯไปเยี่ยม และอยากให้เป็นนายกฯไปนานๆ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินชมปลากัดพันธุ์ต่างๆ ด้วยความสนใจ พร้อมบอกว่าตอนเด็กๆ ชอบช้อนปลากัดเป็นประจำ ตามห้วย หนอง คลอง บึง จากนั้นได้หยิบโหลปลากัดสีทอง พันธุ์ Half Moon ขึ้นมา พร้อมกับบอกว่าน่าตั้งชื่อภาษาไทยบ้าง จากนั้นนายกฯได้ตั้งชื่อให้ว่า “พันธุ์ทองประกายแสด”

คอนเฟิร์มไม่ขัดข้องทำประชามติ

จากนั้นเวลา 13.451 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อเปิดทางให้ทำประชามติว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตน เพราะ ครม.ได้ส่งไปแล้ว ซึ่งหากมีการเสนอให้ทำประชามติรัฐบาลไม่ได้ขัดข้อง ถ้าเห็นชอบร่วมกันต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในเรื่องของรายละเอียดการทำประชามติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเสนอว่าจะทำอย่างไร ในส่วนประเด็นที่ตนห่วงใยพูดไปแล้วว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่เสียเปล่า ที่พูดกันทุกวันว่า เสียของหรือไม่เสียของ คือคนไปตัดสินกันเองมันไม่ใช่ แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เชื่อมั่นศาล แล้วจะไปได้อย่างไรประเทศไทย มันไม่ได้ วันนี้ตนพยายามไม่บิดเบือนอำนาจในทางตุลาการ องค์กรอิสระก็ว่าไป จะผิดจะถูกก็ว่ามา แต่ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใครไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องลงโทษก็เป็นนักโทษไปเท่านั้นเอง

แจงตั้ง “วีรชน” หัวไว–เก่งอังกฤษ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติแต่งตั้ง พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อเข้ามาช่วยงานด้านการต่างประเทศ ซึ่ง พล.ต.วีรชนพูดภาษาอังกฤษได้และแปลคำพูดของตนเองได้ทันที แต่ถ้าเป็นคนอื่นไม่สามารถแปลได้ทัน

ไม่พลิก “เกษมสันต์” ซิวปลัด ทส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งนายอนันต์ ลิลา รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตรวจราชการ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว รองผู้ว่าการทรัพยากรบุคคลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นผู้ว่าการ กฟภ. พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดย พล.ต.วีรชนได้แถลงข่าวผลประชุม ครม.ทันทีหลังได้รับตำแหน่ง

สั่ง ครม.ถือไม้เรียวหวด ขรก.หลังยาว

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าที่ผ่านมาได้สั่งการนโยบายไปเยอะ แต่ผลผลิตออกมายังน้อย นายกฯจึงสั่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ไปตรวจงานในพื้นที่เพื่อขันนอตไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย ถ้าถามแล้วไม่รู้เรื่อง ตอบไม่ได้ อึกอัก ถือว่าไม่มีความรู้ ไม่ได้ทำการบ้าน ไม่ได้ทำงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ อาจจะมีผลต่อการปรับย้าย และมีผลต่อการพิจารณาบำเหน็จ ส่วนในวันที่ 29 พ.ค.นี้ นายกฯจะเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อหารือเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยเฉพาะ เนื่องจากงานนโยบายที่มีความคืบหน้าช้า การประชุมครั้งนี้จะเอาทุกเรื่องและหยิบยกปัญหาต่างๆมาพูดให้เกิดความชัดเจน เพื่อแก้ไขให้เดินหน้า เชื่อว่าหากทุกอย่างชัดเจนจะสามารถกระตุ้นแรงดึงดูดนักลงทุนได้

“บิ๊กป้อม” เด้งรับเกียร์ว่างก็เด้ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุในที่ประชุม ครม.มีความเป็นห่วงถึงการทำงานของข้าราชการระดับล่างว่า นายกฯมอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไปดูว่าข้าราชการระดับล่างทำงานตามที่นายกฯต้องการหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย เพราะเมื่อข้าราชการระดับบนขยับแล้ว แต่ระดับล่างไม่หมุนตาม ทำให้งานช้า เมื่อถามว่า จะถึงขั้นงดบำเหน็จหรือบำนาญหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงยังไม่ถึงขนาดนั้น งดบำเหน็จสามารถทำได้ แต่งดบำนาญคงทำไม่ได้ แต่บำเหน็จถ้าไม่ทำงานก็ต้องงด ต้องดูโดยรัฐมนตรีประจำกระทรวงรับผิดชอบ คนไหนไม่ทำงานก็ต้องย้าย เพื่อปรับเปลี่ยนหน้าที่ให้คนทำงานมาทำแทน ถือเป็นเรื่องธรรมดา

“วรเจตน์” ไปศาลทหารไม่มีป่วน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้าพบอัยการศาลทหารเพื่อสืบพยานโจทก์นัดแรก โดยนายวรเจตน์กล่าวก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า มารับฟังคำวินิจฉัยหลังยื่นคำร้องให้ศาลวินิจฉัยเรื่องการฟ้องคดีของอัยการศาลทหารที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 5/2557 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ศาลชี้ขาดเพราะมีคำสั่งเรียกถึง 2 ครั้ง จึงขอให้ศาลวินิจฉัยว่า คำฟ้องชอบหรือไม่หากศาลพิจารณาว่า ไม่ชอบจะได้เหลือเพียงข้อหาเดียว ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ชี้ประเด็นตีความข้อกฎหมายที่ยื่นคำร้องไป แต่ศาลรวบสำนวนทีเดียวทำให้คดีมี 2 ข้อกล่าวหาคือ โทษจำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาทและนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 21 ก.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานหน้าบริเวณหน้าศาลทหารมีกลุ่มนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นลูกศิษย์ได้เดินทางมาให้กำลังใจนายวรเจตน์ โดยได้ยื่นพวงมาลัยแก่นายวรเจตน์ก่อนเดินทางกลับ

ถอนสิทธิเลือกตั้ง “ลีน่าจัง” 5 ปี

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำสั่งที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนางลีนา จังจรรจา อดีตผู้สมัคร ส.ว. หลังโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มา ส.ว. โดย กกต. ผู้ร้องระบุว่า หลังประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ว. ให้มีการเลือกตั้งวันที่ 30 มี.ค.57 นางลีนาผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.กทม. จัดทำป้ายโฆษณาหาเสียงในพื้นที่ กทม. มีข้อความที่ไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. เมื่อ กกต. ผู้ร้องสืบสวนสอบสวนตามระเบียบแล้ว เชื่อว่าผู้คัดค้านหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้ง กกต.จึงขอให้ศาลวินิจฉัยเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนางลีนาเป็นเวลา 5 ปี ภายหลังศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของนางลีนาฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว มีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางลีนาไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่งศาลแต่อย่างใด

มธ.รับขวัญ 36 นศ.ต้านรัฐประหาร

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ชั้น 4 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ มีการจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญให้ 36 นักศึกษาและอดีตนักศึกษาที่ถูกจับกุมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ กรณีที่นัดหมายจัดกิจกรรมรำลึก 1 ปีรัฐประหาร โดยมีแกนนำนักศึกษาคนสำคัญๆเข้าร่วม อาทิ นายรังสิมันต์ โรม คณะนิติศาสตร์ มธ. พร้อมทั้ง 7 นศ.กลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ถูกจับกุมข้อหาเดียวกัน โดยเปิดโปรเจกเตอร์ฉายวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านระบบสไกป์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ปรากฏตัวมาร่วมพิธีบายศรี ท่ามกลางคณาจารย์จากคณะต่างๆของ มธ.เข้าร่วม อาทิ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ทั้งนี้ กลุ่มคณาจารย์กล่าวรับขวัญและให้กำลังใจนักศึกษา ขณะที่นักศึกษากล่าวตอบว่า พร้อมสานอุดมการณ์ประชาธิปไตยต่อ ปิดท้ายด้วยการผูกข้อมือแก่นักศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่น

นายวรเจตน์กล่าวว่า ขณะนี้ลูกศิษย์ที่ถูกควบคุมตัวหน้าหอศิลป์ กำลังถูกผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเป็นเท็จนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ในลักษณะที่เรียกว่าการล่าแม่มด ส่วนตัวรู้สึกเศร้าใจที่มีคนนำวิธีการสร้างความเกลียดชัง แบบเดียวกับที่เกิดยุค 6 ตุลา 19 มาใช้กับนักศึกษา ใครใช้วิธีการสกปรกแบบนี้ขอให้เลิก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าวการเมืองข่าวประยุทธ์ จันทร์โอชายกร่างรัฐธรรมนูญบวรศักดิ์ อุวรรณโณแก้ไขรัฐธรรมนูญทำประชามติการทำงานข้าราชการข้าราชการระดับล่างงดบำเหน็จงดบำนาญปรับเปลี่ยนหน้าที่ไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้