วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘อาโป’ น้อมรับคนติเล่น 'สุดแค้นแสนรัก' แย่! เคลียร์ชัดข่าวลือเกย์!

‘อาโป’ น้อมรับคนติเล่น 'สุดแค้นแสนรัก' แย่! เคลียร์ชัดข่าวลือเกย์!

  • Share:

"บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ชวนนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ อาโป ณัฐวิญญ์ หรือ "ธนา" จาก "สุดแค้นแสนรัก" ทางช่อง 3 เปิดใจหลังถูกวิจารณ์การแสดงอย่างหนักในโลกโซเชียล พร้อมทั้งอัพเดตผลงานล่าสุด "ชาติพยัคฆ์" รวมถึงกระแสเม้าท์เป็นเพศที่ 3

เป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ถูกจับตามองคนหนึ่งสำหรับ อาโป ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ที่หลายคนรู้จักกันดีในบทของ “ธนา” จากละครฮิต “สุดแค้นแสนรัก” ทางช่อง 3 ที่กำลังเดินเรื่องอย่างเข้มข้น ซึ่งเจ้าตัวกำลังเจอกระแสวิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลฯ เกี่ยวกับการแสดงละครเรื่องแรก เพราะเล่นไม่ถึงบทและถูกนักแสดงคนอื่นกลบโชว์ฝีมือกลบรัศมี แถมยังเม้าท์ไปว่าเจ้าตัวดูมีเสน่ห์ในภาพนิ่ง แต่เล่นละครแล้วกลับไม่มีเสน่ห์เท่าไหร่ อีกทั้งยังมีหลายคนสงสัยว่าเจ้าตัวเป็นเพศที่ 3 รึเปล่า “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” เลยให้อาโปออกโรงเคลียร์ทุกประเด็นเม้าท์ พร้อมทั้งอัพเดตผลงานละครเรื่องต่อไป “ชาติพยัคฆ์” ที่กำลังถ่ายทำอยู่ในเวลานี้ด้วย

อาโป ณัฐวิญญ์


Q : ฟีดแบ็กละคร "สุดแค้นแสนรัก" เป็นยังไงบ้าง?

A : โดยส่วนตัวผมไม่ได้เจอกับตัว แต่ว่าก็มีคนบอกมาบ้างว่าโอเคนะเพราะเป็นผลงานชิ้นแรก ซึ่งเราก็ภูมิใจที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสเรา เห็นความตั้งใจของเราครับ ส่วนทางโซเชียลก็มีคนติดตามมากขึ้น มีคนชื่นชมผลงานเรา ซึ่งเราก็ดีใจ อย่างไอจีที่มีคนตามน้อย พอละครออนแอร์คนก็เริ่มรู้จักเรามากขึ้น แล้วก็เรียกเราว่า "ธนา" คือจำชื่อผมไม่ได้แล้ว (ยิ้ม) แต่ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เพราะด้วยตัวบท เราจะไปแย่งคนรักจาก "ยงยุทธ" มา ก็เลยมีทั้งคนรักและเกลียด เหมือนว่าไปแย่งเขามาทำไม เขารักกันก็ดีอยู่แล้ว คือเขาก็อินกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่แล้ว พอมารุ่นลูกเขาก็อินมากเหมือนกัน

Q : ก่อนจะเล่นละครเรื่องแรก เราเตรียมตัวมานานแค่ไหน?
A : แน่นอนว่าละครทุกเรื่องก็มีเวิร์กช็อป แต่เรื่องผมเนี่ยพอได้เวิร์กช็อปไปแล้วก็มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นจากตอนแรกที่ไม่รู้จักกันเลย ก็เหมือนละลายพฤติกรรมไปเยอะและสนิทกันมากขึ้นครับ

Q : ด้วยความที่เรายังใหม่สำหรับการแสดง คนก็วิจารณ์การแสดงเราค่อนข้างเยอะเหมือนกัน?
A : ก็ได้ยินมาครับ แต่อันนี้เป็นเหมือนแรงผลักดันเราให้เราพัฒนางานของเราให้ดีมากขึ้นไปอีก เพราะถ้าเราไม่รู้อะไรเลย มันก็ทำให้เราไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปในจุดไหนครับ

ขอบคุณทุกคำติชม จะเป็นแรงผลักดันให้ผมพัฒนางานต่อไปนะครับ


Q : หลายคนมองว่าในภาพนิ่งเราดูมีเสน่ห์ แต่พอเล่นละครหรือเห็นภาพเคลื่อนไหวแล้วไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่?

A : ก็ต้องยอมรับนะ เพราะว่าเป็นละครเรื่องแรกของผม ทุกอย่างมันกดดันไปหมด ด้วยตัวละครและบทบาทที่ผมได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณผู้กำกับที่ช่วยบรีฟ บัดดี้ที่เล่นกับผมก็จะช่วยให้กำลังใจผมว่าไม่ต้องเครียดครับ

Q : บางคนมองว่าเราน่าจะเหมาะกับละครกุ๊กกิ๊กมากกว่า เพราะเรื่องนี้เป็นละครดราม่า ต้องใช้ความสามารถการแสดงเยอะ พอเรามาเล่นเลยโดนนักแสดงคนอื่นกลบสนิท?
A : แต่ละคนก็ใส่กันไม่ยั้งเลยนะครับ (ยิ้ม) แต่นักแสดงรุ่นพี่ๆ ก็ให้คำแนะนำบ้าง ผู้กำกับก็ให้คำแนะนำบ้าง มันเลยหมดปัญหาตรงนั้นไปได้เยอะ จริงๆ มันค่อนข้างเยอะกว่านี้ครับ แต่ว่าโดยรวมแล้วก็ต้องพัฒนาอีกแหละครับ

Q : มีคนเอาเราไปเปรียบเทียบกับเพื่อน (คณิน ชอบประดิถ) ที่รับบทเป็น "ยงยุทธ" ทั้งที่เขาก็ผ่านงานแสดงมามากกว่าเรา?
A : ผมก็ยอมรับว่าเขาเล่นเก่งจริงๆ นะ ผมดูแล้วผมยังอินเลย อย่างฉากมาหาแม่ในนาทีสุดท้ายผมก็อินครับ แต่ก็ยอมรับว่าเขาเหนือกว่าผมครับ ถามว่าเขามีแนะนำผมบ้างไหม เขาก็บอกผมว่าเขาก็ใหม่เหมือนกัน เขาเลยยังไม่ค่อยอยากแนะนำอะไรมาก แต่ตัวผมเองก็วิ่งเข้าหาพี่หนุ่ม ผู้กำกับ แล้วถามว่าอันนี้ต้องทำยังไงครับ

Q : เจอกระแสลบค่อนข้างเยอะทำให้เรานอยด์หรือท้อบ้างรึเปล่า?
A : เรียกว่าเป็นแรงผลักดันดีกว่าครับ คือตัวผมยอมรับนะว่าเป็นแบบที่พูดแหละ เพราะเป็นละครเรื่องแรกด้วย มันก็มีหลายอย่าง คืออาจจะเกร็ง ตีบทไม่แตก แต่มันก็ทำให้พัฒนาตัวเราไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าไม่มีคำติชมก็คงไม่ทำให้เรารู้ว่าจะพัฒนาไปในทางไหนครับ

ฮัลโหล ทักทายแฟนๆ ทุกคนคร้าบพ้ม!!


Q : คิดว่าเรื่องการแสดงตรงไหนที่เราต้องรีบพัฒนาโดยด่วน?

A : เรื่องการตีบท การเข้าใจในบทบาทที่เราได้มาครับ ถามว่าคิดจะไปเรียนเพิ่มเติมไหมก็แน่นอนครับ ตอนนี้กำลังถ่ายละคร "ชาติพยัคฆ์" อยู่ ก็ได้เรียนเพิ่มเติมจากพี่นก (ฉัตรชัย เปล่าพานิช) เขาก็บอกว่าอะไรที่มันผ่านไปแล้วอย่าไปซีเรียส เรามาสู้กันเถอะอะไรแบบนี้ครับ จะได้ทำความเข้าใจในบทเรื่องชาติพยัคฆ์มากขึ้น ตอนที่เราเห็นผลงานตัวเองเรื่องสุดแค้นแสนรัก เราก็จะเห็นปัญหาเรื่องตัวเองว่าเราขาดอะไรบ้าง เราก็เลยทำเรื่องชาติพยัคฆ์ให้ดีขึ้นครับ

Q : ในละคร "ชาติพยัคฆ์" ที่เรามาเล่นแทนบทของต่อ (ธนภพ ลีรัตนขจร) บางคนก็มีแอนตี้เราเหมือนกัน?
A : อันนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ครับ คือผมเป็นนักแสดง ผมมีหน้าที่ทำการแสดงให้ดีที่สุด เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ เพราะทางผู้ใหญ่ก็มีเหตุผลของเขาที่จะเลือกตัวละครให้เหมาะกับบทบาทที่สุดครับ เราก็เหมือนพนักงานคนนึงที่รับคำสั่งจากผู้ใหญ่อีกทีนึง เราก็ไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินใจขนาดนั้นครับ ซีเรียสไหมไม่ครับ ทางผู้ใหญ่ให้ทำอะไรเราก็ทำให้อย่างเต็มที่ครับ อยากให้รอดูผลงานดีกว่าครับ

Q : เรื่องนี้ (ชาติพยัคฆ์) ถ่ายทำเป็นไงบ้าง?
A : เพิ่งถ่ายไป 2 คิวครับ พอมาถ่ายก็แฮปปี้กว่าเดิมเยอะเลยครับ ถามว่าบทใกล้ตัวกว่าเดิมไหมไม่เลยครับ คือมันได้ผ่านประสบการณ์จากละครสุดแค้นแสนรักมาแล้ว เราเห็นข้อผิดพลาดจากเรื่องนี้มาค่อนข้างเยอะ พอมาเรื่องนี้เราก็ปรับให้มันดีขึ้น และมีพี่นกคอยให้คำแนะนำอยู่ตลอดครับ ก่อนเข้าฉากก็จะเรียกไปติวบทกันทุกครั้ง ทำความเข้าใจก่อนเล่นทุกครั้งเลยครับ น่ารักมาก (พี่นกเป็นคนที่ทำงานเก่งเหมือนกัน เราเกร็งไหม?) วันแรกเกร็งมากเลยนะ แต่พี่นกจะให้เลขาเขาชวนผมทุกครั้ง วันไหนว่างก็ชวนมากอง ซ้อมคิวบู๊ พาไปห้องตัดต่อ มันทำให้ลดความเครียดไปได้เยอะเลยครับ (การที่เราเจอกระแสวิจารณ์เยอะขนาดนี้ทำให้เราต้องรีบพัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นเยอะ?) แน่นอนครับ เพราะเราก็อยากทำผลงานที่ดีออกมา เหมือนเป็นรางวัลขอบคุณให้กับแฟนๆ ครับ

Q : จากละครเรื่องแรกก็มีแฟนๆ เริ่มติดตามผลงานเราเหมือนกัน รู้สึกยังไง?
A : คือผมก็ดีใจนะครับที่มีคนติดตามผลงานของผม เพราะว่าถ้าไม่ติดตามก็ไม่รู้หรอก แต่ว่ายังไงก็จะทำผลงานอื่นๆ ต่อไปให้เต็มที่และดียิ่งขึ้นไปอีกครับ

Q : คนมองว่าผู้ใหญ่ผลักดันเราพอสมควรเหมือนกัน?
A : ผมว่าผู้ใหญ่ก็คงมีเหตุผลของเขามั้งครับ ผมก็มีหน้าที่แสดง ผมก็พยายามทำหน้าที่นักแสดงให้ดีที่สุดครับ ถามว่าผู้ใหญ่มีเรียกเข้าไปคุยถึงเรื่องกระแสเกี่ยวกับการแสดงของเราไหมไม่มีครับ ที่คุยก็จะมีแค่ผู้กำกับ พี่หนุ่ม พี่นก ครับ

Q : มีงานอื่นๆ ที่เราอยากลองทำไหม?
A : ผมรักการแสดงที่สุดแล้วตั้งแต่สัมผัสมานะครับ เพราะว่ามันไม่ใช่ตัวเรา คือมันเป็นความสนุกที่เราได้ทำอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่เคยทำ คือเราก็ทำตามบทบาทที่ได้รับมาครับ ก็จะทำให้ดีที่สุด และไม่ทำให้ผิดหวังครับ ซึ่งนอกจากละคร "ชาติพยัคฆ์" แล้ว ยังมีเล่นรับเชิญในละคร "เลือดมังกร" อยู่ในตอน "หงส์" ครับ และก็เรียนด้วยครับ เพิ่งเข้าปี 1 ที่ มศว ก็ตั้งใจจะให้จบภายใน 4 ปีครับ เพราะมันสำคัญทั้งคู่ครับ จะพยายามจัดการเวลาให้ลงตัวที่สุด แต่ไม่ทิ้งเรื่องเรียนแน่นอนครับ ก็โชคดีที่มีผู้จัดการ ผู้ใหญ่ พ่อแม่ คนรอบตัวคอยดูและประคองเราไปเรื่อยๆ ครับ

Q : การที่เริ่มมีชื่อเสียง ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปเยอะไหม?
A : ก็ไม่ครับ ผมก็เป็นของผมอยู่อย่างนี้ (หัวเราะ) แต่มันเป็นธรรมดาที่มีคนรู้จักเพิ่มขึ้น ไปไหนมาไหนก็ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นเพราะเราเป็นไอดอลของใครหลายคนครับ

Q : หลายคนสงสัยว่าเราเป็นเพศที่ 3 รึเปล่า?
A : (หัวเราะ) ก็เคยได้ยินมาบ้าง ขนาดเพื่อนสนิทผมยังล้อเลย ผมก็บอกเฮ้ย ไม่ได้เป็น (ยิ้ม) ยืนยันว่าชอบผู้หญิงและยังไม่มีแฟนครับ ยังไม่มีใครเอา (ยิ้ม)

Q : เรื่องสาวๆ เราเลือกเยอะไหม?
A : คือเนื่องจากตอนนี้ผมเพิ่งได้รับหน้าที่เยอะมาก กำลังสนุกกับงาน มันเลยไม่ได้สนใจเรื่องอื่น เพราะมีกระแสว่าเรายังทำหน้าที่ได้ไม่ดี เราก็เลยโฟกัสเรื่องงานว่าทำยังไงให้มันดีขึ้น เราเลยไม่ได้โฟกัสเรื่องนั้น ถามว่าผู้ใหญ่ห้ามไหมไม่ได้ห้ามครับ ผมว่าเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับคนสองคนครับ ตอนนี้โสดสนิทครับ

Q : เราปิดตัวเองเรื่องความรักไหม?
A : คือไม่ได้ปิดหรือเปิดครับ แต่ยังโฟกัสเรื่องอื่นมากกว่า อย่างเรื่องงานเราก็อยากทำให้ดีขึ้น แล้วเรื่องเรียนก็เพิ่งเข้ามาเรียนปี 1 ก็พยายามจัดเวลาอยู่ พอมีคนเข้ามาก็ไม่รู้ว่าจะดูแลได้ไหม แล้วเดี๋ยวมีปัญหาอีก ก็เลยอยากทำให้มันสำเร็จไปก่อนทั้งเรื่องเรียนและทำงานครับ

Q : สุดท้ายฝากผลงานตัวเองสักนิด?
A : ตอนนี้มีละครเรื่อง "สุดแค้นแสนรัก" กำลังเข้มข้นเลย และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่ายังมีรุ่นใหญ่ที่สร้างสีสันให้เรื่องนี้อยู่ บทบาทของรุ่นเด็กก็จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนครับ ส่วนเรื่อง "ชาติพยัคฆ์" กำลังตั้งใจถ่ายทำอย่างเต็มที่ จะไม่ให้ผิดหวังแน่นอนครับ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้