วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘อุ๋ย’ อยู่เบื้องหลัง เด้งปลัดอารีพงศ์

‘อุ๋ย’ อยู่เบื้องหลัง เด้งปลัดอารีพงศ์

  • Share:

ไม่งั้นยกทีมศก.ออก สปช.ดันทำประชามติ ปฏิรูป2ปีจัดเลือกตั้ง

ครม.เด้ง “อารีพงศ์” พ้นปลัดฯพลังงาน ไปนั่งเก้าอี้เลขา ก.พ.ร.ที่เดิม “ประยุทธ์” แจงไม่ใช่เพราะมีความผิด ทิ้งทุ่นจะมีทยอย ปรับตามมาอีก เผย “หม่อมอุ๋ย” เดินเกมกดดัน เจ้าตัวเบนเป้าหันไปลงชิงผู้ว่าการแบงก์ชาติ ก.แรงงานก็ร้อนระอุ “บิ๊กเต่า” ยังให้โอกาส “นคร” นั่งปลัดฯแรงงาน ขู่ถ้าคิดกบฏไม่เอาไว้แน่ ไขลานต้องปรับตัวทำงานเชิงรุก แถมเหน็บทำงานไม่ได้อย่างที่รับปาก วงในแฉเบื้องลึกฉุนปลัดฯไม่เห็นหัว สปช.เดินเกมดันประชามติปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ลาก “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯไปอีก 2 ปี “คำนูณ” หวั่นกระทบโรดแม็ป คสช. “ปนัดดา” ยาหอมยังต้องคงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านไว้ “บิ๊กตู่” ลั่นไม่กดดันตามโรดแม็ป เตือนชนกันเมื่อไรจะสั่งปิดถนน เมิน “แม้ว” ไปทอล์กโชว์แดนกิมจิ “บิ๊กป้อม” ขออย่าพูดกระทบไทย

หลังมีกระแสข่าวว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 พ.ค. จะมีการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง หลังรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประเมินผลการทำงานว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายได้

ครม.โยก “อารีพงศ์” นั่งเลขา ก.พ.ร.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอรับโอนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นเลขาธิการ ก.พ.ร. อนุมัติแต่งตั้งนายสุเทพ วัชรปิยานันทน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายวันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายศักดา พันธ์กล้า รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายมาณพ ชิวธนาสุนทร รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขยับ ก.เกษตรฯ-ไอซีที-ศึกษาฯด้วย

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ที่ปรึกษาประจำสำนัก-เลขาธิการ ครม. เป็นรองเลขาธิการ ครม. นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร เป็นรองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายสุชาลี สุมามาลย์ รอง ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน นพ.สรนิต ศิลธรรม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

“อารีพงศ์” เบนเป้าลงชิงผู้ว่า ธปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน มีการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน โดยนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม กล่าวกับคณะผู้บริหารด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ผมคงไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะได้ไปอยู่ในตำแหน่งใด ที่นี้มีเจ้าของ มีเจ้าที่ ผมในฐานะเป็นข้าราชการคนหนึ่ง ทำหน้าที่ได้แค่นี้” อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่านายอารีพงศ์ อาจไปสมัครเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ ด้วยคุณสมบัติใกล้ชิดฝ่ายการเมืองและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆมาหลายตำแหน่ง โดยที่ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ขอให้ปลดนายอารีพงศ์ หากไม่ปลดจะยกทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจออกทั้งหมด สำหรับบุคคลที่มีชื่อจะมาเป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ได้แก่ นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กับนายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ขณะที่นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ที่เป็นตัวเก็งอีกคนเหลืออายุราชการถึงเดือน ก.ย.นี้เท่านั้น

“บิ๊กเต่า” ยังให้โอกาสปลัดฯแรงงาน

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ว่า ยังไม่นำรายชื่อนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงานเข้าที่ประชุม ครม. ตามที่เป็นข่าวว่าจะมีการโยกย้าย ยังทำงานตามปกติ ที่ผ่านมาตนกับข้าราชการระดับสูงทำงานร่วมกันได้ดีทุกคน แต่อยากให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพราะเน้นแต่เชิงรับทำให้งานล่าช้าไม่ทันใจ วันนี้เรื่องย้ายปลัดฯยังไม่อยู่ในหัว แต่ต่อจากนี้ไปไม่แน่ ถ้าปลัดคิดกบฏกับรัฐมนตรีก็ต้องย้าย เพราะทำงานด้วยกันไม่ได้ เรื่องที่ตนพูดในที่ประชุมตำหนิการทำงานล่าช้า อาจทำให้มองว่าจะมีการโยกย้ายนายนคร แต่เรื่องนั้นไม่ได้มีผลกับการตัดสินใจ ถ้าอยากย้ายก็จะย้าย วันนี้ยังทำงานร่วมกันเพราะยังมองไม่เห็นคนอื่น ถ้าจำเป็นต้องย้ายแล้วหาคนแทนไม่ได้จริงๆ ก็อาจดึงคนนอกเข้ามาได้ แต่ยืนยันไม่ใช่ทหาร

เหน็บทำงานไม่ได้อย่างที่รับปาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นนายนครนำพวงมาลัยไหว้ศาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ อาจเพราะเสียขวัญ พล.อ.สุรศักดิ์หัวเราะก่อนถามกลับว่า จริงหรือ ปลัดฯตกใจขนาดนั้นเชียว เดี๋ยวคงต้องเรียกมาปลอบขวัญ จริงๆท่านเป็นคนน่ารัก แต่ความคิดอาจไม่เหมือนคนอื่น ปลัดฯคนนี้ตนตั้งมากับมือ อยากถามว่ายังจำได้หรือไม่ว่าก่อนที่ตนจะตั้งเคยรับปากไว้ว่าจะเร่งแก้ปัญหา 2 เรื่อง คือ ค่าหัวคิวแรงงานต่างด้าว และปฏิรูปประกันสังคม แต่ผ่านมาหลายเดือนงานยังไปไม่ถึงไหน อยากให้ท่านไปประเมินตัวเอง ว่าทำงานมีประสิทธิภาพหรือไม่

เผยเบื้องลึกฉุนปลัดฯไม่เห็นหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าขณะมีการประชุม ครม. นายนครได้นำพวงมาลัยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน โดยมีนายธีรพล ขุนเมือง รองอธิบดีกรมการจัดหางาน และนายสิงหเดช ชูอำนาจ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน คอยยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ขณะที่บรรยากาศในกระทรวง ข้าราชการต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข่าวการโยกย้ายนายนคร เนื่องจากระยะหลัง พล.อ.สุรศักดิ์ไม่พอใจการทำงานของนายนครหลายเรื่อง โดยเฉพาะล่าสุดที่ทีมงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มาขอข้อมูลผลงานกระทรวงแรงงาน แต่นายนครไม่ยอมรายงาน พล.อ.สุรศักดิ์ จนมารู้ทีหลังจึงตำหนิด้วยความไม่พอใจ เพราะมองว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตา ขณะที่ช่วงเช้านายนครได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงานที่ผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการจำนวน 2 ตำแหน่ง คือ นายสุทธิ สุโกศล แรงงานจังหวัดขอนแก่น และนางเพชรรัตน์ สินอวย ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นไปตามกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ ทำให้ พล.อ.สุรศักดิ์มองว่ามีการล็อกสเปกกัน

นายกฯแจงเด้งไม่ใช่เพราะความผิด

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า การโยกย้ายนายอารีพงศ์เป็นการโยกย้ายปกติ ไม่ได้โยกย้ายเพราะมีความผิด ส่วนการโยกย้ายในตำแหน่งอื่นๆจะมีทยอยมาอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนได้สังเกตเห็นรอยแผลที่บริเวณขมับด้านซ้าย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า ไปทำเลเซอร์มา เป็นกระ มีคนแนะนำว่าควรไปเอาออกก็เลยตามใจ ถือเป็นเรื่องธรรมดาทุกคนต้องไปทำเมื่ออายุถึงวัย ถ้าปล่อย กระไว้วันข้างหน้าจะโตขึ้น เลยไปเลเซอร์ออกเสียก่อน ไม่ได้หวังว่าจะหล่ออะไร เพราะความหล่อก็อยู่เท่าเดิม

ดันประชามติปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา และนายศิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกันแถลงขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 308 โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า เป็นการขอเพิ่มถ้อยคำว่าหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติภายใน 90 วันเพื่อให้พลเมืองทั้งประเทศเป็นผู้พิจารณาเห็นควรให้มีการปฏิรูปประเทศ และบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ก่อนที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง หากเสียงข้างมากให้ความเห็นชอบ เมื่อครบกำหนด 2 ปีนับจากวันออกเสียงประชามติจึงจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป แต่ในกรณีถ้าไม่เห็นชอบให้จัดการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

ปัดไม่เกี่ยวต่ออายุให้ สปช.-สนช.

นายไพบูลย์กล่าวว่า ที่เสนอให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2 ปี ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม ฝ่ายที่ไม่ชอบก็พอทนได้ ถือว่าไม่นานจนเกินไป ถ้านานกว่านี้ประเทศจะเสียหาย ยืนยันว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการต่ออายุให้ สปช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่อย่างใด แต่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดวันเลือกตั้ง กำหนดทิศทางประเทศ ว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าส่วนใหญ่ให้เลือกตั้งก่อนก็ดำเนินการไปตามโรด–แม็ป อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะ กมธ.ยกร่างฯไม่สามารถร่วมลงชื่อยื่นคำแปรญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว และจะนำไปเสนอใน กมธ.ยกร่างฯต่อไป

สปช.แห่ลงชื่อหนุนคำแปรญัตติ

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กล่าวว่า สิ่งที่พวกตนเสนอไม่ได้เป็นผลที่จะให้ สปช.อยู่ต่อไป แต่เป็นผลที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน พวกตนแค่คิดให้ โดยหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบ สปช.จะไม่ได้อยู่ต่อ เพราะบทบาทการปฏิรูปจะไปอยู่ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ขณะนี้มีสมาชิก สปช.ลงชื่อสนับสนุนคำแปรญัตติดังกล่าวครบแล้ว 26 คน

เชียร์ลากยาวปฏิรูปไม่ต้องถามใคร

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ทำประชามติว่าจะให้มีการปฏิรูป 2 ปีก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ การปฏิรูปสำคัญยังไม่เสร็จก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเลือกตั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ เพราะการปฏิรูปเป็นความ ต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ตอนที่ คสช.ยึดอำนาจมาก็ไม่ได้ถามความคิดเห็นใคร หากปล่อยให้มีการเลือกตั้งโดยที่การปฏิรูปยังไม่สำเร็จ ประชาชนจะวิจารณ์ได้ว่ารัฐประหารมาทำครึ่งๆกลางๆ ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างจะรัฐประหารให้เสียของไปทำไม แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ สปช.อยู่ทำหน้าที่ปฏิรูปต่อไป เพราะสังคมจะมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ โดย คสช. และ ครม.สามารถทำหน้าที่ปฏิรูปด้วยตนเองได้ หรืออาจตั้งหน่วยงานหรือองค์กรใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ท้องถิ่นอีกกลุ่มหนุนชุดยกร่างฯ

ที่รัฐสภา เครือข่ายสมาพันธ์สมาคมข้าราชการและพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย นำโดยนายศักดิพงศ์ ธรรมอาชวกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสนับสนุนแนวทางของ กมธ.ยกร่างฯ โดยต้องการให้คงมาตรา 216 (3) ที่บัญญัติให้มีคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยระบบคุณธรรมในแต่ละจังหวัด และขอให้เพิ่มเติม (4) ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมท้องถิ่น เพื่อคุ้มครองระบบคุณธรรมของข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ องค์กรบริหารท้องถิ่น รวมทั้งออกกฎระเบียบหลักเกณฑ์ด้านจริยธรรมและคุณธรรม และเพิ่มเติม (5) ให้มีกองทุนเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ชุดปฏิรูปท้องถิ่นจ่อตัด ม.284–285

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น กมธ.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น สปช. กล่าวถึงกรณีกลุ่มสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย และสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เสนอให้ตัดมาตรา 82, 284 และ 285 ว่า เข้าใจว่ามาตรา 284 และ 285 ทำให้กลุ่มผู้คัดค้านมีความกังวล เพราะทั้ง 2 มาตรา กำหนดว่าจะต้องมีการตรากฎหมายและสร้างกลไก เพื่อจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดภายใน 1 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ซึ่งทำให้ข้าราชการส่วนภูมิภาคที่รวมไปถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน จะไม่มีอำนาจหรือบทบาทในท้องถิ่นอีกแล้ว ตนในฐานะผู้เสนอคำแปรญัตติจึงเสนอขอแก้ไขให้ตัดมาตรา 284 และ 285 ออก เพราะการกำหนดหลักการในมาตรา 82 ที่กำหนดหลักการกระจายอำนาจและอำนาจหน้าที่ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาจังหวัดให้เป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ไว้ดีแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดรายละเอียดที่เป็นหลักปฏิบัติว่า หากจะเป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นต้องเป็นทั้งจังหวัดและต้องทำภายใน 1 ปี ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 284 และ 285 ควรไปกำหนดไว้ในกฎหมายลูกหรือกฎหมายอื่นแทน

“คำนูณ” หวั่นกระทบโรดแม็ป คสช.

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการขอแปรญัตติแก้ไขประเด็นดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นไปตามโรดแม็ปที่ คสช.วางไว้ หากประเด็นใดที่จะกระทบต่อกรอบการทำงานควรเป็นหน้าที่ของ คสช.ที่จะไปพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว การทำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่มีกระแสข่าวระบุว่า บางประเด็นไม่ได้รับความยินยอมจาก สปช.ทุกคนในกลุ่ม แบ่งเป็นเสียงข้างมากเสียงข้างน้อย แล้วส่งมาให้ กมธ.ยกร่างฯพิจารณาตัดสินใจนั้น อาจมีข้อท้วงติงว่าการเสนอคำแปรญัตตินั้นไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนด และทำให้คำขอทั้งกลุ่มตกไป ตนมองว่าในหลักการต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันและประเด็นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ใช้เสียงข้างมากเสียงข้างน้อย

ยันไม่กระทบกำนัน–ผู้ใหญ่บ้าน

นายคำนูณยังกล่าวถึงกรณีตัวแทนปลัดอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เสนอให้ตัดบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 (3) มาตรา 284 (5) และมาตรา 285 ว่า มาตราดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสถานะกลุ่มคนดังกล่าว สถานะของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังคงเป็นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปกครองท้องที่ แต่ในส่วนมาตรา 284 (5) และมาตรา 285 ซึ่งอยู่ในหมวดการปฏิรูปนั้น ยอมรับว่าจะมีผลกระทบกับกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางการพัฒนา แต่เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และวันที่ 13 พ.ค. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นัดประชุมหารือถึงการดำเนินงานของ กมธ.ยกร่างฯ คาดว่าจะเป็นประเด็นการปรับปฏิทินเวลาทำงาน หลังจากที่ สปช. ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้คาดว่าจะเป็นการหารือและแจ้งถึงสถานการณ์ทั่วไปที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ กมธ.ทราบข้อมูลที่ทันกับสถานการณ์

องค์กรอิสระจับเข่าถกร่าง รธน.

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นัดหารือกับประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ท.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อพูดคุยถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อองค์กร

โดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าเรื่องคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ควรยึดรูปแบบตามรัฐธรรมนูญปี 50 เนื่องจากโครงสร้างตามร่างใหม่มีความซับซ้อนเกินไป หลังจากนี้องค์กรอิสระแต่ละแห่งต้องไปทำข้อเสนอของตน เพื่อเสนอต่อรัฐบาล และนำผลการประชุมดังกล่าวเป็นคำยืนยันขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเสนอต่อรัฐบาลด้วย

โวย “บวรศักดิ์” ชื่อโผล่สมัคร คปก.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา หลังจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) จำนวน 11 คน ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน จะหมดวาระลงในวันที่ 22 พ.ค. 2558 หลังดำรงตำแหน่งมา 4 ปี และหมดเขตรับสมัคร คปก.ชุดใหม่ไปเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ซึ่งมีผู้สมัครที่น่าสนใจ อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ นายธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกฯ นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในมาตรา 282 (3) ให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีอำนาจเสนอให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พิจารณายกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายแล้วแต่กรณี

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า แปลกใจมากที่มีชื่อนายบวรศักดิ์ มาร่วมสมัคร รวมถึงสมาชิก สปช. คนอื่นด้วย เพราะหากนายบวรศักดิ์และ สปช.ได้รับเลือกเป็น คปก. จะถูกมองว่าเขียนรัฐธรรมนูญมาเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง และอาจถูกร้องเรียนกันวุ่นวายแน่นอน

“ปนัดดา” ยาหอมคงกำนัน–ผู้ใหญ่

ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยและสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ถือเป็นเสียงสะท้อนของข้าราชการท้องถิ่น เป็นข้อห่วงใยของทุกฝ่ายว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นความขัดแย้ง สำหรับตนยืนยันข้าราชการส่วนภูมิภาคยังมีความจำเป็น ระบบราชการกำนันผู้ใหญ่ยังมีความสำคัญ ขณะที่ข้อเสนอต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่รัฐมนตรีแต่ละคนต้องส่งให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี วันที่ 14 พ.ค. ยังอยู่ระหว่างการอ่านร่างเนื้อหาที่เกี่ยวกับการบริหารท้องถิ่น ซึ่งต้องพินิจพิเคราะห์ให้รอบคอบตามที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ

ซัดร่างแบบไม่ไว้วางใจประชาชน

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญคือกฎหมายที่ใช้บังคับกับประชาชนกว่า 60 ล้านคน ดังนั้น กมธ.ยกร่างฯควรรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายด้วยเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก สปช.ที่จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ หากไม่รับฟังก็ถือเป็นเรื่องประหลาดเพราะมีประโยชน์ได้เสียร่วมกัน หาก สปช.ไม่เห็นชอบต้องตายตกไปตามกัน สำหรับพรรคเพื่อไทยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นของคนในพรรคที่พอจะติดต่อกันได้ผ่านทางโทรศัพท์และแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อรวบรวมประเด็นส่งให้ กมธ.ยกร่างฯ คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้า ส่วนตัวเสนอความเห็นไปแล้ว โดยเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้โครงสร้างพื้นฐานเสียตั้งแต่ต้น ไม่ไว้วางใจประชาชน อำนาจไม่อยู่ที่ประชาชน แต่กลับไปอยู่ที่คนบางกลุ่ม ขาดการตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่ รัฐบาลผสมอ่อนแอทำงานไม่ได้ ประเทศไม่พัฒนาและจะเกิดปัญหาในอนาคต

ท้า สปช.โหวตคว่ำ รธน.จะได้อยู่ต่อ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เดาใจนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. ไม่ถูกที่เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้อยู่บริหารประเทศต่ออีก 2 ปีว่าหวังผลอะไร ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรู้สึกว่าได้รับความสุขหรือทุกข์จากการเชียร์ครั้งนี้ เพราะยืนยันมาตลอดว่าจะอยู่ตามโรดแม็ป เพื่อเร่งคืนประชาธิปไตยนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด สำหรับนายวันชัยนั้นชัดเจนว่าเคลื่อนไหวตรงกันข้ามกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้านายวันชัยอยากเอาใจทำแต้มเชียร์พล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่บริหารประเทศต่ออีก 2 ปีจริง มีวิธีง่ายนิดเดียว คือ ให้ สปช.โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้อยู่บริหารประเทศต่ออีก 2 ปีตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่ตามสูตรนี้นายวันชัยคงต้องแลกกับการไม่มีตัวเองรวมถึง สปช.ชุดนี้ ไม่แน่ใจว่าถึงวันนั้นนายวันชัยจะออกมาแสดงความผิดหวังอีกหรือไม่

“จุรินทร์” ตอบรับร่วมวงชุด “สมบัติ”

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยินดีและจะร่วมไปแสดงความเห็นตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. ที่มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เป็นประธาน ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ เพราะต้องการให้เพิ่มอำนาจให้ประชาชนจริงตามที่บัญญัติและปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง เพราะพิจารณาแล้วพบว่าหลายมาตราแทนที่จะเพิ่มอำนาจให้ กลับกลายเป็นการจำกัดและมีหลายประเด็นที่เป็นการลดทอนอำนาจของประชาชน ซึ่งตนจะให้ความเห็นและรายละเอียดในวันดังกล่าว การเข้าร่วมเพราะต้องการให้รัฐธรรมนูญดีกว่าเดิมที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้จริงๆ

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่กดดันตามโรดแม็ป

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงแรงกดดันที่มีการนำโรดแม็ปมาเป็นเงื่อนไขขีดเส้นเวลาการทำงานของ คสช.และรัฐบาล ว่า แม่น้ำสี่สาย ต้นแม่น้ำคือ คสช. อยู่ระหว่างการพิจารณารวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมญ โดย คสช.กับ ครม.จะปรึกษาร่วมกันและส่งข้อเสนอแนะไปในนามของครม.ฐานะต้นน้ำ ยืนยันว่าโรดแม็ปไม่ได้กดดันการทำงาน และใครก็กดดันตนไม่ได้ทั้งนั้น การจะอยู่หรือไปไม่ได้อยู่ที่ตน แต่อยู่ที่รัฐธรรมนูญออกไม่ได้ก็ร่างใหม่ ส่วนต้องทำประชามติหรือไม่หากพูดไปจะกลายเป็นว่าอยากอยู่ต่อ 3 เดือน 6 เดือน อยากไล่กันนักหรือถามจัง

เตือนขับชนกันเมื่อไรจะปิดถนน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังทำงานตามโรดแม็ป หากยังไม่ถึงแยกเราต้องระวังตัว ขับไปอย่างระมัดระวัง มันมีหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ทั้งหมดอย่าขับมาชนกันก็แล้วกัน พอชนกันก็ปิดถนน เมื่อถามว่าปิดถนนความหมายคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ปิดถนน หยุด ความหมายคือรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ใครจะมาปฏิวัติให้อีก ไม่มีแล้ว และคิดว่าที่ทำมาไม่เสียของ แต่ถ้าตนไม่อยู่ก็ไม่มั่นใจ เมื่อถามว่าสหพันธ์ปลัดอำเภอฯและสมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 285 พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทราบแล้ว ถามกระทรวงมหาดไทยแล้ว ก็ว่าไป ต้องดูทีละเปลาะ รัฐธรรมนูญยังไม่จบจะไปตีกันทำไม เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยต้องรวบรวมความเห็นอยู่แล้ว ทั้ง อบต. อบจ. และแต่ละกระทรวงจะมีข้อพิจารณาว่าต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง ถ้าจะต้องร่างใหม่ก็ร่างใหม่ กำนันผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องกังวล จะกังวลอะไรกันนักหนายังไม่เกิดอะไรทั้งสิ้น

เมิน “แม้ว” ไปทอล์กโชว์แดนกิมจิ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญจากประเทศเกาหลีใต้ไปปาฐกถาพิเศษ วันที่ 19 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คงมีคนไปฟังเยอะแยะ ทั้งโลกก็จะรู้เองว่าพูดจริงหรือไม่จริง คงไม่มีใครไปหลับหูหลับตาฟังแล้วบอกว่าดี ตนพูดยังไม่มีคนฟังเลยก็มีทั้งดีและไม่ดี เมื่อไปพูดคนก็ต้องมองว่าถูกหรือไม่ถูก วันนี้สังคมมันพูดได้ เมื่อถามว่ามองว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ เพราะตรงกับวันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ทำไมทางโน้นจะบังคับไม่ให้ตนเอาเข้ากระบวนการยุติธรรมหรือ มันไม่เกี่ยวกัน อยากทำก็ทำไป เมื่อถามย้ำว่าจะกลายเป็นนำนานาประเทศมากดดันไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วทำไม พวกคุณจะไปยอมเขาหรือ ไปยอมเขาทำไม คนไทยจะยอมเขาหรือเปล่า คุณจะยอมให้มากำหนดชีวิตและประเทศชาติได้หรือ ทุกประเทศที่เข้ามาก็พูดกับตนดีทุกคน ลงทุนไม่รู้จะเท่าไหร่ มากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทำเสียอีก ชัดเจนกว่าและไว้วางใจมากกว่า

บอกเป็นเรื่องการเมืองมีคนทำให้

เมื่อถามว่าทำไมวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังสามารถเคลื่อนไหวในประเทศต่างๆได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องทางการเมือง อยากให้กลับไปดูว่าการเคลื่อนไหวต่างๆนั้นมีคนทำให้หรือเปล่า คนที่เชิญไปพูดก็คือสมาคมนักข่าวเกาหลีใต้ ก็เป็นสื่อแบบพวกคุณ เมื่อถามว่าไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า กังวลอนาคตว่าประเทศจะอยู่กันยังไง แต่ตนอยู่เพื่อทำให้หายกังวล ถ้าตนไปแล้วมันเรียบร้อยก็ไม่เป็นไร ถ้าเดือดร้อนก็เป็นเรื่องของทุกคนต้องรับกรรมไป ประเทศไทยรับกรรมไป

“บิ๊กป้อม” ขออย่าพูดกระทบไทย

ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดอะไรก็พูดไป แต่อย่าให้กระทบกระเทือนประเทศไทย ท่านคงรู้หน้าที่อยู่ จะพูดในเวทีระดับโลกก็ว่ากันไป แต่อย่ามาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องของส่วนรวมและประเทศจึงไม่ควรพูดถึง ท่านก็ดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลมาแล้ว ควรรู้ว่าจะทำอย่างไร และควรรู้ว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรอยู่ เป็นผู้ใหญ่แล้วจะทำอะไรคงรู้เอง คงไม่ต้องบอก อะไรที่เสียหายต่อประเทศก็ไม่ควรพูด และไม่จำเป็นต้องไปขอร้องอะไร

นายกฯย้ำแบ่งโควตาหวยเป็นธรรม

สำหรับความคืบหน้าที่รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหา สลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคานั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดโควตาสลาก กินแบ่งรัฐบาลใหม่ว่า ให้สมัครขึ้นมาแล้วนำไปคำนวณดูสัดส่วนความน่าจะเป็น แต่อย่าไปกังวลว่ามีความไม่เป็นธรรม สิ่งที่สั่งไปชัดเจนคือตัวตั้งต้นราคาที่ออกจากกองสลากไปยังจังหวัดและพื้นที่ส่วนกลางกับราคา 80 บาทต้องมีตัวเลขที่เหมาะสม แต่ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมว่าใครจะโกงอะไรตรงไหน ไม่สามารถคุมได้ เพราะคนไม่ชอบทำตามกติกา เมื่อถามว่าโควตาสลากของมูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 14.9 ล้านฉบับ จะต้องตัดทิ้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขณะนี้กำลังเกลี่ยอยู่ เช่น ให้คนพิการ แต่ต้องห้ามนำไปขายต่อ ถ้าพบว่าขายต่อจะยึดคืนทั้งหมดเอาโควตามาเก็บไว้ส่วนกลาง ทั้งหมดจะดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

ขู่ฟ่อยกเลิกหากขายเกินราคา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีขายสลากในราคา 80 บาท พูดไปนานแล้วว่า ในวันที่ 16 มิ.ย. ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกขาย ถ้ามีการรั่วไหลต้องสอบสวนลงโทษ เอาโควตาคืนก่อน ไม่อยากทำอะไรรุนแรงเกินไป คนเดือดร้อนมีเยอะคนขายสลากเป็นล้านคน ถ้าเลิกขายคนพวกนี้จะโวยไหม เขาจะกินอะไรกัน อำนาจใช้ได้ แต่จะเกิดผลกระทบกับใคร บ้างเราไม่สามารถทำให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ได้ไปเดินขายกับเขา ต้องดูปลายทางด้วยว่าจะขายในรูปแบบใด สามารถรวมเล่มได้หรือไม่ แต่ยังไม่ขยายรวมถึงการค้าปลีกหรือหวยออนไลน์ ที่เป็นทางเลือกเผื่อไว้ ถ้าหากแก้ไม่ได้ก็จะห้ามการออกเป็นสลากออนไลน์ ทางสลากจะได้ไม่กล้าขึ้นราคา

โยนรัฐบาลเก่างาบ 1.5 หมื่นล้าน

เมื่อถามว่านายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า การจำหน่ายสลากมีการกินหัวคิว 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี มีการตรวจสอบอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ต้องตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบจะเดือดร้อนรัฐบาลที่แล้วทั้งหมด ไปไล่เอา ฝากไปขุดแถวรัฐบาลที่แล้วไม่ใช่รัฐบาลนี้ เมื่อถามว่าการจัดสรรโควตามีบริษัทเอกชน 2 แห่งที่ได้โควตา 1 ล้านฉบับ จะพิจารณาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นคนชี้แจง เมื่อถามย้ำว่ามีผู้ถือหุ้นนามสกุลเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “เหรอ เดี๋ยวให้ไปเปลี่ยนนามสกุล ญาติพี่น้องกันก็มี ไปดูกฎหมายเขาห้ามหรือเปล่า”

ตกโบนัสทหารหลังยึดอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.มี มติอนุมัติหลักการให้เฉพาะข้าราชการทหารสังกัดกระทรวงกลาโหมและทหารกองประจำการที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตที่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.57 ถึงวันที่ 1 เม.ย.58 ได้รับสิทธินับเวลาราชการเป็นทวีคูณ โดยมีสิทธินับเวลาราชการในระหว่างนั้นเป็นทวีคูณตามหลักเกณฑ์ ตามมาตรา 24 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ เพื่อเป็นการบำรุง ขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการสังกัดกระทรวง และทหารประจำการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก และมีความเสี่ยงอันตรายได้รับสิทธินับเวลาราชการเป็นทวีคูณ โดยชอบด้วยกฎหมาย

ทุ่มหมื่นล้านพัฒนาริมเจ้าพระยา

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ. ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบกรอบวงเงินดำเนินการเบื้องต้น 14,006 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากนายกฯสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเป็นไปได้ เพื่อจัดเป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชน พื้นที่โครงการที่อยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ให้กรมที่ดินดูเรื่องรังวัดแนวเขต ให้กรมทางหลวงชนบทดูเรื่องการขอใช้พื้นที่สะพานพระราม 7 สะพานกรุงธน และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ให้ กทม.ดูเขตท่าเรือสาธารณะ ท่าเรือเอกชนในการรื้อถอน สร้างใหม่ และให้กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทานพระบรม ราชานุญาตสำนักพระราชวังในการดำเนินการผ่านวังศุโขทัย วังเทเวศร์ และท่าวาสุกรี

ครม.รับกำลังใจจากพ่อหลวง–แม่หลวง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้ปรารภในที่ประชุม ครม.ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐานไปยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่เรียบร้อย ทั้ง 2 พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดี ถือเป็นที่ปลาบปลื้มใจของบรรดา ครม. นายกฯได้สั่งการให้ทุกคนรับไปเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน และประเทศชาติอย่างเต็มที่

ร้อง คสช.ใช้ ม.44 ยุบแพทยสภา

เมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ นำโดยนางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายฯ นำรายชื่อประชาชนจำนวน 33,000 ชื่อ จากการเปิดแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อหนุนตั้งคณะกรรมการควบคุมราคาโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนและมีหลักฐานว่าโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายา ค่าบริการสูงเกินจริง และยังมีคดีโกงค่ารักษาด้วย มายื่นให้แก่รัฐบาล โดย นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เป็นผู้รับเรื่อง นางปรียนันท์ กล่าวว่า กรณีที่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น กลับพบว่าผู้บริหารโรงพยาบาลดังกล่าวนั่งเป็นกรรมการพิจารณาคดีตัวเอง จึงไม่มีความเป็นธรรม อยากให้นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกคำสั่ง คสช.ล้างบอร์ดแพทยสภา และแต่งตั้งคณะกรรมการกลางที่เป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียมาทำงานแทน และขอให้ดำเนินการภายใน 1 เดือน เกรงว่าหากพ้นรัฐบาลพิเศษไปแล้วจะไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม

สั่ง สธ.ตรวจสอบแพงจริงหรือ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาข้อร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชนเก็บค่ารักษาพยาบาลและค่ายาจากชาวต่างประเทศสูงเกินจริงว่า ให้ฝ่ายกฎหมายและกระทรวงสาธารณสุขไปดูแล้ว ต้องไปดูว่าแพงจริง หรือไม่ เพราะกฎหมายให้ทำได้ แต่จะมีการควบคุมขอความร่วมมือว่าราคานั้นจะเป็นเท่าไหร่ ไม่ใช่มากกว่า 7-8 เท่า มันก็น่าเกลียด เข้าใจยัง ไม่ใช่ลากตนไปตีกับเขาหมดเลย ทั้งนี้ที่น่ากังวลเมื่อต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการรักษาพยาบาล หากค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นมากๆต่างชาติจะไม่มา รายได้ของประเทศจะหดลงไปปีละหลายแสนล้าน

บ่นไม่อยากใช้อำนาจมากกว่านี้แล้ว

เมื่อถามถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานบนถนนสาธารณะ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ไปต้องดูแล อย่าไปโทษใคร ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผื่อแผ่กันและระวังตัวเอง ไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่เมาสุรา ผู้ใช้จักรยานต้องรู้ว่าเส้นทางใดปลอดภัย ไม่ใช่ขี่โดยไม่ดูอะไรเลย ส่วนเส้นทางจักรยานตามนโยบายของรัฐบาล มีอยู่ส่วนที่ไม่ปลอดภัยต้องไปสำรวจต้องยกเลิก ประเทศชาติจะเดินหน้าไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย อยู่ที่คนในการสร้างการรับรู้ อย่าให้ตนใช้อำนาจทุกอย่างเลย วันนี้ถ้าใช้อำนาจมากกว่านี้ประเทศไทยอยู่ไม่ได้แล้ว

“บิ๊กจิ๋ว” เปิดบ้านฉลองวันเกิด 85 ปี

พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ค.นี้ พล.อ.ชวลิต จะเปิดบ้านย่านเมืองทองธานี ซอยปิ่นประภาคม เพื่อให้ข้าราชการ นักธุรกิจ เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 85 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานวันดังกล่าว พล.อ.ชวลิตจะเปิดแถลงข่าวชี้แจงถึงการเดินทางไปพบชาวนาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ประสบปัญหาความยากจน และได้รับผลกระทบจากนโยบายการลดพื้นที่ปลูกพืช เช่น การปลูกยางพารา การปลูกข้าวนาปรัง รวมไปถึงปัญหาความยากจนที่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังจากภาครัฐ และจะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้