Thairath Logo
กีฬา

กร้าว-มาตราเดียวมีปัญหา จะไม่ให้ รธน.ผ่าน

Share :

สปช.เตือนสติ กมธ.ให้ลดทิฐิ ผบ.ทบ.ปรามอย่าเพิ่งติ รธน. กำนัน-ผญบ.ฮือคัดค้าน ม.285

สปช.ฉุน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแบะท่าไม่ทบทวนเนื้อหา รธน.ใหม่ เตรียมผนึกกำลังคว่ำร่าง โวมี สปช.เป็นแนวร่วมเพียบ ขู่มีปัญหามาตราเดียวก็ไม่โหวตให้ผ่าน ห่วงปมโอเพ่นลิสต์-ส.ว.สรรหาฉุดประเทศวุ่นวายรอบใหม่ เตือน กมธ.ยกร่างฯ เลิกดื้อ-ลดทิฐิ ผบ.ทบ.เบรกนักการเมืองขอจัดประชุมพรรค หวั่นจุดชนวนความเห็นต่าง ปรามให้หยุดจ้อวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ “นิพิฏฐ์” ขย่มไม่เลิก อัดกติกาใหม่สร้างวาทกรรมซ้ำซาก จ่อพิมพ์เอกสารชำแหละจุดอ่อน รธน.แจกประชาชน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฮึ่ม! จัดม็อบ 2 แสน ต้านมาตรา 285 ขวางตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นพิเศษยึดงานท้องถิ่น ลือสะพัด!ชง ครม.เด้งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ปลัดแรงงานเข้ากรุ เซ่นไม่สนองตอบนโยบายเจ้ากระทรวง “หม่อมอุ๋ย” ปัดย้ายซี 11 ด้านเศรษฐกิจยกแผง

หลังจากที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แสดงท่าทีไม่ทบทวนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งเรื่องการเลือกตั้งระบบโอเพ่นลิสต์ ที่มา ส.ว.แบบสรรหา เนื่องจากเห็นว่ามีความเหมาะสมดีแล้ว ทำให้ สปช.บางส่วน ตลอดจนนักการเมือง ออกมาท้วงติงให้ กมธ.ยกร่างฯ ทบทวนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้รอบคอบ ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ออกโรงปรามนักการเมืองให้หยุดวิจารณ์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ

เบรกนักการเมืองประชุมพรรค

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ว่า ต้องหารือกันอีกในช่วงเวลาอันใกล้นี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ จากทุกฝ่าย ขณะนี้ก็ให้รับข้อมูลความคิดเห็นในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยรวบรวมส่งให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งจะมีการประชุมร่วม ครม.กับ คสช.ในวันที่ 19 พ.ค. หลังจากหารือแล้ว จะทราบว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ควรแก้หรือไม่ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทำงานอีกเล็กน้อย จะกระจ่างชัดว่า คสช. มีความเห็นอย่างไร ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนที่พรรคการเมืองจะขอประชุมพรรคการเมืองนั้น การประชุมพรรคการเมืองอาจพูดไปคนละทาง คงไม่เรียบร้อย อาจนำไปสู่ความคิดเห็นที่แตกต่าง นายกฯ มีนโยบายให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ดำเนินการพูดคุยเพื่อความปรองดอง ที่ผ่านมาได้เชิญพรรคการเมือง นักวิชาการ นักศึกษา นักกฎหมายมาคุยกับ ศปป. จากนั้นจึงนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนในภาพรวม ถ้าทำอย่างนี้มันอยู่ในกรอบ ทำได้

ปรามเลิกจ้อขวางแก้ รธน.

“การเปิดเวทีทางโน้นทีทางนี้ที มันไม่พร้อมเพรียงกัน ขาดการทำความเข้าใจและขาดการดูแล อาจเกิดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นได้ ขณะนี้เราเดินมาได้ด้วยดี จึงต้องขอร้องจริงๆ ว่า อะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ กลุ่มต่างๆ ที่เห็นต่างต้องพยายามร่วมมือ อดทนเพื่อให้การปรับแก้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความราบรื่น ใครมีความเห็นอย่างไรก็บอกมา ส่งความคิดเห็นได้หลายช่องทาง อย่าไปออกตามเวทีที่จัดขึ้นเองไม่ได้ เพราะจะมีปัญหา ขอร้องว่าตอนนี้ไม่สมควรเคลื่อนไหวอะไร จุดหมายของ คสช.ตามที่นายกฯ พูดไว้จะดำเนินการตามกรอบที่พูดไว้ จะช้าจะเร็วอย่างไรก็เป็นไปตามความจำเป็น ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือก็จะเดินไปได้เร็ว” พล.อ.อุดมเดชกล่าว

สปช.ขู่ผนึกกำลังคว่ำ รธน.

นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรวบรวมและรับฟังความเห็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันเรื่องรูปแบบที่มา ส.ส.และ ส.ว. ในร่างรัฐธรรมนูญมีความเหมาะสมแล้ว จะไม่แก้ไขตามที่มีการท้วงติงจาก กมธ.ปฏิรูปการเมืองว่า ขอดูก่อนว่า กมธ.ยกร่างฯ จะแก้ไขหรือไม่ แต่ประเด็นหลักๆ ที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองท้วงติงไปทั้งที่มานายกรัฐมนตรี การเลือกตั้ง ส.ส.แบบโอเพ่นลิสต์ ที่มา ส.ว.จากการสรรหา ถ้าไม่แก้ไขก็น่าหนักใจแทนอนาคตบ้านเมือง ปัญหาจะไม่จบ จะเข้าสู่วงจรเดิม ภายหลังการเลือกตั้งจะมีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก จนเกิดความวุ่นวายตามมา สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการทำรัฐประหารอีก ถ้าไม่มีการแก้ไขเลยตามที่เสนอไป ตนและคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองและคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมก็ไม่โหวตให้อยู่แล้ว รวมทั้งคนอื่นๆ ที่จะไม่โหวตให้ก็มีอยู่เยอะ เพราะไม่อยากเห็นประเทศวุ่นวายอีก

เบรก กมธ.ยกร่างฯ เลิกดื้อ–ลดทิฐิ

นายดิเรกกล่าวว่า รูปแบบการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ ที่ กมธ.ยกร่างฯ ระบุข้อดีว่า เป็นการจัดคนลงบัญชีรายชื่อตามความสามารถ ไม่จัดตามความสนิทและการเป็นนายทุนพรรคนั้น อยากถามว่า หากรัฐบาลไม่เข้มแข็ง เป็นรัฐบาลผสมที่มีแต่การต่อรองแย่งผลประโยชน์ จะไปป้องกันการทุจริตและแก้ปัญหาซื้อสิทธิขายเสียงได้อย่างไร การแก้ปัญหาโดยการทำให้รัฐบาลไม่เข้มแข็งจึงผิดหลักการ หรือรูปแบบการสรรหา ส.ว.ก็ทะเลาะกันมาตลอดตั้งแต่เริ่มใช้รัฐธรรมนูญปี 50 วุ่นวายไม่มีจบ ทั้งที่รูปแบบการเลือกตั้ง ส.ว.ปี 40 ไม่เคยเกิดปัญหาใดๆ ถ้า กมธ.ยกร่างฯจะให้มีแต่ ส.ว.สรรหา อย่างเดียวก็ได้ แต่ต้องไม่ให้มีอำนาจถอดถอน อะไรที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการทะเลาะกันไม่ควรมี

“เท่าที่ฟังกระแสขณะนี้ เห็นว่า กมธ.ยกร่างฯ ยังดื้อ ขอให้เลิกดื้อ ลดทิฐิ ประคองไปด้วยกันให้สังคมยอมรับ ทำให้ประเทศเดินได้ ขอให้คิดให้ดี อย่าเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก ถ้ารับฟังแล้ว ยังไม่แก้ไข ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร” นายดิเรก กล่าว

มีปัญหามาตราเดียวก็ไม่ให้ผ่าน

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช.กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ต้องทำใจให้นิ่ง อย่ามั่นใจนักว่าดีที่สุด อย่ายืนยันว่าจะไม่แก้ไข รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ประเทศไทยยังไม่เคยมี แก้ไขกันมาทุกสมัย ขอให้รอดูข้อแก้ไขของ สปช.และองค์กรอื่นๆ ที่เสนอความเห็นมาก่อน อาจมีเหตุผลที่ดีกว่าข้อเสนอของ กมธ.ยกร่างฯ อย่ายึดมั่นถือมั่นมากเกินไป ทั้งนี้ในช่วง 15 วัน ก่อนที่ สปช.จะโหวตลงมติในวันที่ 6 ส.ค.ว่าจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น สปช.ส่วนใหญ่อยากขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะมีการอภิปรายรอบสองดีกว่าให้ สปช.ลงมติโดยไม่เข้าใจเหตุผลของ กมธ.ยกร่างฯ อาจมีสิทธิที่รัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำได้ คนที่จะโหวตให้รัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านคือ สปช.ไม่ใช่ ครม.หรือ คสช.จึงต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ กมธ.ยกร่างฯ อย่าไปดื้อดึงแข็งขืน ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ห่วงว่า การโหวตร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.จะเป็นเวทีปาหี่นั้น สปช.เป็นผู้ใหญ่ จะทำตัวให้เป็นตัวตลกทางการเมืองไม่ได้ จะผ่านหรือไม่อยู่ที่เหตุผล แค่มาตราเดียวถ้ามีปัญหาเชื่อว่า สปช.จะไม่ให้ผ่าน จะไม่ยอมให้มาเป็นหุ่นเชิดให้ใครง่ายๆ แน่

เชื่อ กมธ.ยอมถอยแก้อุตลุด

นายวันชัย กล่าวว่า เท่าที่คุยกัน สปช.ส่วนใหญ่ เชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯ จะยอมถอย ปรับแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกวิจารณ์หลายประเด็นแน่นอน อาทิ 1.สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ให้ สนช.กับสปช.ดำรงตำแหน่ง 2.คณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่ให้เสนอเรื่องอภัยโทษได้ จะต้องเขียนให้ชัดเจนกว่านี้ หรือตัดทิ้ง 3.มาตรา 181-182 ต้องแก้แน่ เพราะจะทำให้รัฐบาลใช้โอกาสปิดปากฝ่ายค้าน ทำระบบตรวจสอบล้มเหลว 4.องค์กรใหม่ที่เกิดขึ้น 11 องค์กร ต้องลดจำนวนลง ให้เหลือเฉพาะองค์กรที่มีอำนาจถ่วงดุลอย่างแท้จริง ส่วนข้อเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วทำประชามติทีหลังนั้น ควรทำประชามติก่อนใช้รัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มาจากผลไม้พิษ หรือเผด็จการตามที่ถูกกล่าวหา ถ้าใช้ไปแล้วมาทำประชามติยิ่งสับสนไร้เหตุผล

“บวรศักดิ์” โยนหินถามทางตั้งอนุ กมธ.

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สปช. กล่าวว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ในกลุ่ม สปช.เพื่อสอบถามความเห็นกรณีนายนิรันดร์ พันทรกิจ สปช.ส่งจดหมายเปิดผนึกท้วงติงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณายกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 12 คณะ และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ต้องตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 15 คณะ ว่าไม่เหมาะสมและขอให้ทบทวนนั้น สมาชิก สปช.เห็นด้วยกับนายนิรันดร์หรือไม่ โดยให้ สปช.ร่วมลงชื่อ ขณะนี้มี สปช.ลงชื่อสนับสนุนนายนิรันดร์แล้วทั้งสิ้น 76 คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าจะนำความเห็นของสปช.ไปทบทวนหรือยกเลิกอนุกรรมาธิการทั้งสองชุดหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่า หากสมาชิก สปช. ลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน น่าจะยุติดำเนินการของคณะอนุกรรมาธิการ

รอความเห็นทุกฝ่ายก่อนหั่นเนื้อหา

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีการพิจารณาตัดเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญไปใส่ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อมิให้รัฐธรรมนูญมีเนื้อหายาวเกินไปว่า เป็นแค่แนวคิดที่เห็นพ้องกัน แต่ยังระบุไม่ได้ว่า จะตัดเรื่องใดไปใส่ในกฎหมายลูกบ้าง ต้องรอผลสรุปรายงานของ กมธ.ปฏิรูปคณะต่างๆที่จะส่งเรื่องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นต่างๆมาก่อน รวมถึงฟังความเห็นของพรรคการเมือง ที่จะให้เร่งส่งมาให้ภายในวันที่ 20 พ.ค. และความเห็นของ ครม.และ คสช.ที่จะส่งมาในวันที่ 25 พ.ค. จากนั้น กมธ.ยกร่างฯ จะนำข้อเสนอแนะต่างๆ หารือในที่ประชุม กมธ. ยกร่างฯ เพื่อประมวลสรุปผลอีกครั้ง กมธ.ยกร่างฯ ใจดีอยู่แล้ว ขออะไรมา เราก็ให้ ขอให้มีผลสรุปออกมาก่อน

สนช.วางคิวยำใหญ่ร่าง รธน.

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สอง กล่าวถึงกรณี สนช.เตรียมนัดประชุม สนช.ให้สมาชิก สนช.อภิปรายแสดงความเห็นร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องดังกล่าวเป็นผลสืบจากการหารือกันของสมาชิก สนช.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เห็นว่า ความเห็น สนช.จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการพิจารณาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ อาจจะบรรจุระเบียบวาระเพิ่มเติมในวันที่ 15 พ.ค.เพียงวันเดียว เพื่อให้สมาชิกแสดงความเห็นในที่ประชุมอย่างกว้างขวาง โดยจะแบ่งกลุ่มสรุปประเด็นสำคัญๆ จากเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะแบ่งประเด็นเป็น 10 กลุ่มให้สมาชิกอภิปรายทีละกลุ่มเรียงลำดับความสำคัญ แต่จะมีประเด็นใดบ้าง จะมีการหารือกันอีกครั้งในที่ประชุมวิป สนช.วันที่ 12 พ.ค.

นายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า เบื้องต้นได้กำหนดประเด็นหลักที่จะอภิปรายโดยมีเนื้อหาครอบคลุมรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ภาค ตลอดจนจะหารือว่า ควรทำประชามติด้วยหรือไม่ จะรวบรวมทุกประเด็นก่อนเสนอให้ กมธ.ยกร่างฯ พิจารณาต่อไป

ติงเนื้อหาส่อให้ตีความ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญร่างขึ้น ยังมีปัญหาที่ละเอียดมากเกินไป หากปล่อยไว้และมีผลบังคับใช้จะมีปัญหาการตีความภายหลัง และมีปัญหาอุปสรรคที่ไม่เอื้อต่อการปฏิรูปและวางรากฐานของประเทศ ที่สำคัญต้องวางรากฐานให้ประเทศมีความมั่นคง เพราะขณะนี้ประเทศยังไม่เข้มแข็ง มีความขัดแย้งอยู่ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจและสังคมก็ยังไม่หมดไป ดังนั้น นักการเมืองที่เข้ามาต้องเข้ามาทำหน้าที่ในการปฏิรูป ไม่ใช่มุ่งแต่เฉพาะการเมือง ส่วนเรื่องการทำประชามติ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น ต้องขอรอดูร่างที่สองหลังปรับแก้ก่อน ทั้งนี้ จะส่งข้อเสนอเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไปให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 พ.ค.

เตือนนักการเมืองอย่าห่วงลงสนาม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่ต้องตั้งพรรคการเมืองว่า นปช.ไม่สนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพราะหัวใจของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อำนาจไม่ได้เป็นของประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ร่างรัฐธรรมนูญนี้หากนำไปใช้ไม่รู้ว่าประเทศจะเสียหายมากมายขนาดไหน ส่วนตัวเคยผ่านเหตุการณ์สูญเสียทางการเมืองทั้งปี 35 และ 53 จะยอมให้เกิดความสูญเสียอีกไม่ได้ ขอให้ประชาชนตัดสินด้วยการทำประชามติว่า จะรับหรือไม่รับร่าง หรือจะเลือกรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้ อย่ากลัวว่าจะเสียเวลา เสียเงิน 3 พันล้านบาท เพราะดีกว่าปล่อยให้เกิดความเสียหายในอนาคต ทั้งนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญยังไม่เป็นประชาธิปไตย ก็จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขอเรียกร้องทุกฝ่ายให้มองประโยชน์ประเทศมากกว่าตัวเอง อย่ารีบลงเลือกตั้งโดยไม่สนใจกติกา เพราะเท่ากับรีบไปตาย ที่สำคัญจะพาประชาชนและประเทศไปตายด้วย

ชี้ช่องแก้ รธน.ชั่วคราวทำประชามติ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ถ้าตั้งใจจะทำประชามติแล้วใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้ยากเย็น นักกฎหมายสามารถกำหนดให้ทำประชามติ โดยไม่ให้มีปัญหาทางกฎหมายได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปคิดว่า จะหยิบมาตราใดมาใช้ ช่องทางง่ายและชัดเจนที่สุดคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ทำประชามติ ถ้า คสช. หรือ ครม.ต้องการ เชื่อว่า สนช.สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ภายในเวลาสั้นๆ คงไม่มีศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวทำไม่ได้

แจกคู่มือชำแหละจุดอ่อน รธน.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯภูมิใจว่า รัฐธรรมนูญนี้ยกระดับประชาชนเป็นพลเมือง เพิ่มสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมต่างๆ แต่หากพิจารณาเนื้อหาสาระแล้ว ตรงข้ามกับความจริง จึงเป็นเพียงวาทกรรม มี 2 ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ 1.การตั้งกรรมการคัดกรองผู้สมัคร ส.ว. แต่ละจังหวัดเหลือ 10 คน เป็นการลิดรอนสิทธิประชาชนว่า เลือกได้เฉพาะคนที่คัดมาให้แล้วเท่านั้น ทั้งที่บอกว่ายกระดับประชาชนเป็นพลเมือง 2.การใช้ระบบโอเพ่นลิสต์ นอกจากไม่แก้ปัญหาแล้ว ยังสร้างปัญหาใหม่ในพื้นที่ ขอให้ กมธ.ยกร่างฯทบทวน อย่าสร้างวาทกรรมซ้ำอีก หน้าที่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ หากออกแบบมาแล้วเกิดความเสียหายจะรับผิดชอบแค่ไหน มิเช่นนั้นการให้ฝ่ายการเมืองส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรจะเป็นแค่ปาหี่การเมือง เพราะตั้งธงไว้แล้ว เหมือนเรียกไปสอบ แต่ไม่ทันแจกข้อสอบ ก็บอกว่าสอบตกแล้ว เรื่องนี้จะหารือกับพรรคว่า ควรจะไปสนามสอบนี้หรือไม่ จะไปสอบทำไม เมื่อไม่ให้เกียรติกัน หรือเชิญไปเพื่อสร้างความชอบธรรมในพิธีกรรม ตนกำลังเรียบเรียงข้อสังเกตในร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมาะสม เพื่อสะท้อนว่าจะเกิดปัญหาใดบ้าง จะลงทุนพิมพ์เอกสารแจกในนามส่วนตัวให้ประชาชนทราบว่า เคยเตือนแล้ว หากเกิดปัญหา กมธ.ยกร่างฯจะรับผิดชอบอย่างไร

กกต.จ่อชงแก้ รธน.ส่ง ครม.–คสช.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานจัดทำข้อเสนอประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ภายหลังการประชุมนายภุชงค์เปิดเผยว่า ที่ประชุมจัดเตรียมข้อเสนอเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับ กกต. พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. พรรคการเมือง รวมทั้งการทำประชามติ อาทิ เรื่องอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการให้ใบเหลืองใบแดง การมีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ปัญหาการเลื่อนเลือกตั้ง เลื่อนการนับคะแนน โดยยกเหตุการณ์การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 รวมทั้งระบบการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ หลังจากนี้จะเสนอให้ กกต.พิจารณา ก่อนที่ กกต.จะแถลงถึงจุดยืนในสัปดาห์หน้า และเสนอต่อหัวหน้า คสช.และ ครม.ต่อไป

กำนัน–ผญบ.ขวางยุบท้องถิ่น

ที่รัฐสภา นายเรวัต เครือบุดดีมหาโชค ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย และนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย พร้อมปลัดอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศกว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านนายวีรยุทธ์ เจริญกุล ผอ.สำนักประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 82 (3) มาตรา 284 (5) และมาตรา 285 เนื่องจากทั้ง 3 มาตรา ทำให้ไม่มีข้าราชการส่วนภูมิภาค ข้าราชการฝ่ายปกครอง รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมแทนรัฐบาลกลาง หากดำเนินการปฏิรูปเช่นนี้ ก็ไม่อาจแก้ปัญหาให้ประเทศได้ มีแต่จะก่อความวุ่นวาย ความสงบและเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติจะล่มสลาย จึงขอให้คงไว้ซึ่งส่วนราชการกลาง ราชการส่วนภูมิภาคทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้านเอาไว้อย่างชัดเจน

ขู่จัดม็อบ 2 แสนขวาง ม.285

จากนั้นนายเรวัต เครือบุดดีมหาโชค ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย และนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย เพื่อขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 82 (3) มาตรา 284 (5) และมาตรา 285 ผ่าน พล.ต.ต.ธารา ปุณศรี เลขานุการ รมว.มหาดไทย เป็นผู้รับเรื่อง โดยนายยงยศ กล่าวว่า ทางเลขานุการ รมว.มหาดไทยรับปากว่า จะไปเสนอรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อผู้มีอำนาจให้พิจารณาแก้ไขต่อไป ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยในมาตรา 285 เพราะเมื่อเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นพิเศษแล้ว จะไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำงานในพื้นที่ จะสร้างผลกระทบและเกิดความขัดแย้งอย่างแน่นอน การยุบองค์กรหนึ่ง เพื่อสร้างอีกองค์กรหนึ่งนั้น คิดว่าดีแล้วหรือ ที่ผ่านมาไม่มีการสอบถามความคิดเห็นของพวกเรา ทางสมาคมฯจะรอในขั้นแปรญัตติว่า จะมีการแก้ไขมาตราดังกล่าวที่เสนอไปหรือไม่ หาก กมธ.ยกร่างฯ หรือ สนช.ไม่ดำเนินการแก้ไข กำนันผู้ใหญ่บ้าน 2 แสนกว่าคน จะเคลื่อนไหวชุมนุม เพื่อเรียกร้องและคัดค้านเรื่องนี้ต่อรัฐบาลอย่างสุดกำลังต่อไป

หวั่นสุ่มเสี่ยงสร้างความแตกแยก

ขณะที่ จ.นครสวรรค์ นายบัญชา พุกนวน นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านกว่า 500 คน เข้าพบนายชยพล ธิติศักดิ์ ผวจ.นครสวรรค์ เพื่อยื่นหนังสือผ่านไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 285 ที่ให้ปฏิรูปการบริหารท้องถิ่น และจัดตั้งคณะกรรมการกระจายอำนาจ ขณะเดียวกันชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.นครศรีธรรมราช และสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.เชียงราย เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 285 เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อความแตกแยกของประชาชนในประเทศ

ลือสะพัด! ชง ครม.เด้งปลัด ทส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มข้าราชการว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 12 พ.ค.นี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรฯ จะเสนอ ครม.ให้ย้ายนางมิ่งขวัญ วิชญารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่สนองนโยบายรัฐมนตรีในหลายเรื่อง ทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 รองอธิบดีกรมต่างๆ การไม่แต่งตั้งกรรมการสอบทางวินัยนายสมัคร ดอนนาปี ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ที่มีปัญหากับ พ.อ.ดาว์พงษ์ การไม่ลงนามอนุมัติโครงการต่างๆ จนสร้างความไม่พอใจให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ดาว์พงษ์เคยนำเรื่องการโยกย้ายนางมิ่งขวัญไปหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรฯ แต่ พล.อ.ประวิตรไม่เห็นด้วย เพราะนางมิ่งขวัญไม่มีประวัติเสียหายเรื่องทุจริต หากต้องการย้ายต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลงนามเอง ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า ผู้ที่เป็นแคนดิเดตปลัดกระทรวงทรัพยากรฯคนใหม่ มี 3 คนคือ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และนายเกษมสันต์ จิณณาวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ (สผ.)

“ดาว์พงษ์” โบ้ยไม่รู้เรื่องข่าวลือ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกระแสข่าวการจะเสนอ ครม.โยกย้ายนางมิ่งขวัญ วิชญารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวง เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในวันที่ 12 พ.ค. ว่าได้ข้อมูลมาจากใคร ก็ให้ไปถามคนนั้นว่าจริงหรือไม่ ให้ไปถามคนที่ปล่อยข่าวเรื่องนี้เอง

นายเกษมสันต์ จิณณาวาโส เลขาธิการ สผ. กล่าวว่า อย่าไปสนใจข่าวลือ เรื่องนี้ลือมาได้สักพักแล้ว อย่าไปพูดเรื่องนี้กันมาก เพราะเดี๋ยวนางมิ่งขวัญ จะนอนไม่หลับ บั่นทอนจิตใจกันเปล่าๆ

ปลัดแรงงานโดนด้วยไม่เข้าตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีกระแสข่าวการปรับย้ายข้าราชการระดับปลัดกระทรวงในหลายกระทรวงนั้น ในส่วนกระทรวงแรงงาน มีกระแสข่าวจะย้ายนายนคร ศิลปอาชา พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. เนื่องจากทำงานไม่เข้าตา พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน โดยไม่สามารถดำเนินนโยบายหลายเรื่องให้มีความคืบหน้า โดยเฉพาะการก่อสร้างศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย หรือ สมาร์ทจ็อบเซ็นเตอร์ ที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ รวมทั้งมีปัญหางานปฏิรูปประกันสังคม การแต่งตั้งข้าราชการระดับ 9 ล่าช้า ล่าสุดในการประชุมคณะทำงานติดตามผลการดำเนินการตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.สุรศักดิ์ ได้ซักถามผู้บริหารระดับสูงแต่ละกรมถึงความคืบหน้าของงาน และพบว่า งานไม่เข้าเป้า ทำให้มีการตำหนิอย่างอารมณ์เสียอยู่เป็นเวลานาน

ปัดเด้งซี 11 เศรษฐกิจยกแผง

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาโยกย้ายปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่เคยมีความคิดย้ายนายรังสรรค์ เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า จะย้ายนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กลับมาเป็นปลัดกระทรวงการคลังจริงหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า หากมีการเสนอโยกย้าย ถือเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจะพิจารณาและเสนอ ครม.เข้ามาเอง

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอให้มีการโยกย้ายปลัดกระทรวงหลายกระทรวงแบบยกแผงว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ไม่ได้เสนอแนวคิดเช่นนั้น สำหรับกระทรวงเกษตรฯ ก็ยังไม่มีการโยกย้ายใหญ่ในระดับ 11 แต่คงมีการปรับปรุงตำแหน่งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 10 หรืออธิบดีภายในเดือน พ.ค. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ

“ปู” ทำบุญเลี้ยงเด็กชาวเขา

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล อดีต รมว.พาณิชย์ นำอาหารและขนมมาเลี้ยงเด็กชาวเขา จำนวนกว่า 200 คน และบวชพระสงฆ์ 1 รูป โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขณะเดียวกันมีชาวบ้านมาคอยต้อนรับให้กำลังใจและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

สภาฯใหม่สร้าง 2 ปี คืบแค่ 10%

เมื่อเวลา 15.20 น. นายโชติจุฑา อาจสอน ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน CAMA ได้ลงตรวจสอบความคืบหน้างานการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย โดยนายโชติจุฑา กล่าวว่า ผลความคืบหน้างานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างดำเนินการมาแล้วถึงวันที่ 30 เม.ย.58 รวมจำนวน 692 วัน ทำงานได้ 10.47% จากที่ตั้งเป้าไว้ตามแผนที่ได้รับอนุมัติ 72.85% สรุปคือล่าช้าไปถึง 66.38% โดยงานก่อสร้างที่ดำเนินการแล้วเสร็จคือ งานเสาเข็มเจาะ อาคารหลัก งานเสาเข็ม Pile Wall ระบบป้องกันดินพังอาคารหลัก งานระบบป้องกันดินพังอาคารหลัก

แจ้งเหตุฉุกเฉิน 112 ทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณารับทราบรายงานการศึกษาของคณะ กมธ.ปฏิรูประบบสาธารณสุข สปช. เรื่องการปฏิรูประบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว 112 ในโครงการปฏิรูปเร็ว (Quick win) มี น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูประบบสาธารณสุขกล่าวว่า ปัจจุบันการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินของประเทศไทย โดยเฉพาะการแจ้งระหว่างหน่วยงานยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า สปช.จึงเห็นชอบในการปฏิรูประบบ โดยตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติให้ใช้หมายเลขเดียวคือ 112 โดยประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่ายในการแจ้งให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด จ่ายงานได้ภายใน 60 วินาทีนับตั้งแต่รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซึ่งสมาชิก สปช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนอย่างกว้างขวาง และที่ประชุมลงมติเห็นชอบเพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป ด้วยคะแนน 203 ต่อ 1 งดออกเสียง 4 และปิดการประชุมในเวลา 17.40 น.

อ่านเพิ่มเติม...