วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แจ้งข้อหา 'แหวน' ร่วมทีมบึม 'ทหาร' คุมส่งตร. (ชมคลิป)

แจ้งข้อหา 'แหวน' ร่วมทีมบึม 'ทหาร' คุมส่งตร. (ชมคลิป)

  • Share:

แฉจัดหามือระเบิดชุดแรก ไม่สำเร็จ-เปลี่ยนคนลงมือ ‘มหาหิน’ คุก 5 ด.ละเมิดศาล

โผล่แล้วนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา พยาบาลอาสาสมัคร พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม ถูกทหารคุมตัวส่ง ให้คณะพนักงานสอบสวนที่ บช.น. พร้อมพวกอีก 2 หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องขบวนการปาบึมศาลอาญา เจ้าตัวยังกล้าชู 3 นิ้วแสดงเชิงสัญลักษณ์ให้นักข่าวถ่ายภาพ ตร.เผย “แหวน” เป็นผู้แนะนำมือบึมครั้งแรก 5 จุด แต่ก่อเหตุไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนชุดลงมือมาก่อเหตุที่ศาลอาญา ด้านทหารรับแล้วมีการคุมตัวจริงแต่อยู่ในกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกัน ศาลสั่งขัง 2 มือบึม คนละ 5 เดือน ในข้อหาละเมิดอำนาจศาล

กรณีคนร้ายปาระเบิดอาร์จีดี 5 ที่บริเวณลานจอดรถศาลอาญา เมื่อดึกของคืนวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังทหารสามารถควบคุมตัวนายมหาหิน ขุนทอง และนายยุทธนา เย็นภิญโญ ได้ทันทีหลังก่อเหตุ เบื้องต้นพบมีผู้ร่วมขบวนการ 14 ราย สามารถติดตามจับกุมแล้ว 12 ราย อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 2 ราย โดยทหารทยอยส่งตัวผู้ต้องหาให้ตำรวจคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพแล้วบางส่วนและกำลังขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) โพสต์บนเฟซบุ๊ก ระบุว่านางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา พยาบาลอาสาสมัคร พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม ถูกนายทหารในเครื่องแบบ 2 ราย ควบคุมตัวหายไป ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา จากที่บ้านพักใน ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ โดยไม่ทราบสาเหตุการถูกควบคุมตัวและทางทหารได้ปฏิเสธไม่ทราบกรณีการควบคุมตัวดังกล่าว

“แหวน” โผล่โชว์สามนิ้วที่ บช.น.

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 มี.ค. ทหาร พัน.ร.มทบ.11 นำตัวผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาลอาญารัชดาที่ควบคุมตัวไว้ตามกฎอัยการศึก ส่งมาให้คณะพนักงานสอบสวน เป็นชุดที่ 3 รวม 3 ราย ประกอบด้วย นางวาสนา บุษดี อายุ 46 ปี ผู้รับโอนเงิน นายนเรศ อินทรโสภา อายุ 32 ปี เจ้าของสถานที่การประชุม และนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา อายุ 36 ปี พยาบาลอาสาสมัคร พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพ วัดปทุมวนาราม โดยมี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 พร้อมคณะพนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำและแจ้งข้อหาดำเนินคดี โดยระหว่างที่ตำรวจควบคุมนางณัฎฐธิดา หรือแหวน ไปสอบปากคำเจ้าตัวได้ชู 3 นิ้ว โชว์ในลักษณะแสดงสัญลักษณ์ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพด้วย

แยกสอบ—เชิญแพทย์มาตรวจร่างกาย

ภายหลังคณะพนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย แยกสอบปากคำ พร้อมทั้งให้ทางแพทย์ จาก รพ.ตร.มาตรวจร่างกายผู้ต้องหาเพื่อยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้ายผู้ต้องหา ทั้งหมดยืนยันว่าจะไม่ขอแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมขอให้ทนายความร่วมฟังการสอบสวน

นำภาพเสื้อแดงสอบหาจุดเชื่อมโยง

ขณะสอบปากคำ พล.ต.ท.ศรีวราห์นำรูปภาพกลุ่มบุคคลที่มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย อดีตรองเลขา-ธิการนายกรัฐมนตรี และบรรดาแกนนำเสื้อแดงที่ถ่ายรูปร่วมกับนายมนูญ ชัยชนะ หรืออเนก ซานฟราน ให้นางณัฎฐธิดาดูเพื่อสอบถามว่าบุคคลในภาพเกี่ยวข้องกับนายมนูญด้วยหรือไม่

แจ้งข้อหาหนักกับ “แหวน” และพวก

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากับนายณเรศฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีเครื่องกระสุนปืนและยุทธภัณฑ์ทางทหารที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตให้ได้ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร น.ส.วาสนาถูกแจ้งข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันจ้างวานใช้ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีเครื่องกระสุนปืนและยุทธภัณฑ์ทางทหารที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตให้ได้ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนนางณัฎฐธิดาถูกแจ้งข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันใช้จ้างวานให้บุคคลอื่นกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า โดยนางณัฎฐธิดาให้การภาคเสธ ยอมรับว่ามีการโอนเงินจริง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีปาระเบิด

เผยเตรียมการครั้งแรกไม่สำเร็จ

หลังการสอบสวนนานประมาณ 5 ชั่วโมง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 ร่วมแถลงข่าวการสอบสวน โดย พล.ต.ต.ชยพลเผยว่า กรณีดังกล่าวคนร้ายมีขั้นตอนการดำเนินการ 2 ครั้ง ครั้งแรกมีการจ้างวานเมื่อเดือน ก.พ.58 กลุ่มบุคคลที่จ้างวานเป็นชุดเดียวกันคือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน กลุ่มองค์กรภาคีเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยประสานกับนางสุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ มีการโอนเงินให้นายวสุ เอี่ยมละออ 50,000 บาท ก่อนโอนต่อให้นางวาสนา บุษดี 47,000 บาท มีนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา ที่รู้จักกัน สามารถหาบุคคลที่ลงมือลอบวางระเบิดคือนายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ ซึ่งนายสุรพลให้การว่า สามารถที่จะทำการวางระเบิด ได้ 5 จุด ได้แก่ กรมทหารราบที่ 11 สวนลุมพินี ทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีจตุจักร บริเวณศาลอาญาและลานจอดรถโรงแรมสยามเคมปินสกี้ โดยได้ค่าจ้างจุดละ 10,000 บาท มีการจ่ายเงินล่วงหน้า 15,000 บาท โดยมีจุดโอนเงินที่ห้างดัง พื้นที่ สน.โชคชัย ภายหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สามารถลงมือกระทำความผิดจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่ถือเป็นความผิดสำเร็จในฐานผู้ใช้จ้างวานและการก่อการร้าย

ครั้งสองเปลี่ยนชุด—บึ้มศาลสำเร็จ

พล.ต.ต.ชยพลกล่าวต่ออีกว่า ครั้งที่สองมีการดำเนินการเช่นเดียวกัน ผู้ใช้จ้างวานเป็นกลุ่มบุคคลชุดแรก แต่มีการเปลี่ยนตัวผู้กระทำความผิดใหม่ เนื่องจากนายสุรพลไม่สามารถก่อเหตุได้ทั้งหมดประสานไปทางนายวีระศักดิ์ โตวังจร หรือ ใหญ่ พัทยา จัดหาลูกระเบิดขว้างและปืน นำไปให้นายมหาหิน ขุนทอง และนายยุทธนา เย็นภิญโญ ลงมือกระทำความผิดได้ 1 จุด ที่ศาลอาญา เมื่อคืนวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา

ตร.ยันมี “แหวน” เกี่ยวข้องในขบวนการ

“ทั้งนี้ จะเห็นว่าทั้ง 2 ครั้ง กลุ่มผู้ใช้จ้างวานซึ่งเป็นนายทุนที่อยู่ต่างประเทศดำเนินการและทำเป็นขบวนการ รวมทั้งจะมีการระเบิดทั่วประเทศ 100 จุด ทางทหารและตำรวจดำเนินการสืบสวนจับกุม ดังกล่าว โดยนางณัฎฐธิดา หรือแหวน อยู่ในเรื่องของการโอนเงินเข้าไปรวมทั้งแนะนำนายสุรพลให้รู้จักกับคนในกลุ่ม ซึ่งทั้งหมดรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก” พล.ต.ต.ชยพลกล่าว

รู้จักกันหมดมีภาพถ่ายเป็นพยาน

ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวถึงการโยงใยในกลุ่มผู้ก่อเหตุด้วยว่า นางณัฎฐธิดารู้จักกับนางสุภาพร หรือเดียร์ มีการส่งเฟซบุ๊กให้รู้จักกับนายมนูญ หรือเอนก ซานฟราน และมีการถ่ายรูปกับกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นหลักฐานตามภาพถ่าย วินิจฉัยไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นฝ่ายไหน แต่ต้องยืนยันตามภาพและเอกสาร ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสีเสื้อ หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ตอบว่า เอกสารบอกชัดเจน ส่วนตัวการมีมากกว่านี้ อยู่ระหว่างพิจารณาตามหลักฐานว่าจะออกหมายจับใครเพิ่มเติม

ประสาน ตร.สากลล่า “เอนก ซานฟราน”

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวถึงการติดตามจับกุมนายเอนก ซานฟราน ว่า กรณีการขอหมายแดง ทางตำรวจฝ่ายกองการต่างประเทศกำลังประสานตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลช่วยแจ้งที่มาที่ไปของคนร้าย เมื่อมีหมายจับก็จะดำเนินการส่งเป็นหมายจับจะไปยังสำนักงานใหญ่ของอินเตอร์โพลที่ประเทศฝรั่งเศส ส่วนประเทศที่นายเอนกหลบซ่อนอยู่ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ดูจากชื่อก็น่าจะรู้ ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายของอีกประเทศ คงต้องดูเงื่อนไขในการส่งผู้ก่อการร้าย ซึ่งข้อหา
ดังกล่าวเป็นข้อหาร้ายแรงในเรื่องความผิดฐานก่อการร้าย มีความผิดอยู่ในฐานความผิดของอินเตอร์โพลด้วย ส่วนการติดตามตัวนายวีระศักดิ์ โตวังจน หรือใหญ่ พัทยา ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ยังบอกไม่ได้ว่ายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

เตรียมส่ง “เดียร์” ให้ ตร.สอบสวนเป็นชุดที่ 4

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว พนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้คุมนำตัวนางวาสนา บุษดี นายนเรศ อินทรโสภา และนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา ไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตตามคำขอของพนักงานสอบสวน ล่าสุดมีรายงานด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหารจะนำตัวผู้ต้องหาคดีระเบิด ที่ควบคุมไว้ตามกฎอัยการศึก ส่งให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 18 มี.ค. เป็นชุดที่ 4 จำนวนอีก 3 ราย ได้แก่ นางสุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ อายุ 49 ปี ผู้จ้างวานซึ่งเป็นผู้ต้องหาสำคัญ นายวสุ เอี่ยมละออ อายุ 38 ปี ทำหน้าที่โอนเงิน และนายสุรพล เอี่ยม-สุวรรณ อายุ 53 ปี ผู้รับเงินว่าจ้างก่อเหตุวางระเบิดแต่ไม่ได้ลงมือ โดยจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานตำรวจ-แห่งชาติต่อไป

เผยออกหมายจับรวมทั้งหมด 17 ราย

มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.น.ในคดีดังกล่าว ออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งหมด 17 ราย ประกอบด้วย นายมหาหิน ขุนทอง ทำหน้าที่ขับ จยย.ก่อเหตุ นายยุทธนา เย็นภิญโญ นั่งซ้อนท้ายปาระเบิด น.ส.ณัฏฐ์พัชร์ หรือนัท อ่อนมิ่ง น.ส.ธัชพรรรณ หรือไข่มุก ปกครอง นายวีระศักดิ์ โตวังจร หรือใหญ่ พัทยา ผู้จัดหาระเบิด นางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือเดียร์ ผู้จ้างวาน นางวาสนา บุษดี ผู้โอนเงิน นายนเรศ อินทรโสภา เจ้าของสถานที่ประชุมวางแผน นายสรรเสริญ หรือศรีอุ่นเรือน นายชาญวิทย์ จริยนุกูล นายวิชัย หรือตั้ม อยู่สุข นายนรภัทร หรือบาส เหลือผล นายเจษฎาพงษ์ หรือเจษ วัฒนพรชัยสิริ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน นายวสุ เอี่ยมละออ นายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ และนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา

กนส.ยื่นตรวจสอบทหารคุมตัว “แหวน”

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) กล่าวว่า ภายหลังจากที่ไปยื่นหนังสือขอให้ทำการตรวจสอบสืบสวนสอบสวน การคุมตัวนางณัฎฐธิดาต่อ คสช. โดยจะเข้ามาช่วยดูแลด้านคดีความให้กับนางณัฎฐธิดา ว่าการดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ และส่วนตัวเห็นว่าการกระทำของทหารที่คุมตัวนางณัฎฐธิดาอาจละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชน แต่ไม่ได้สนับสนุนการกระทำที่ต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนางณัฎฐธิดามากนัก เพียงได้ทราบว่าถูกปิดตาแล้วนำตัวมาสอบสวนที่ บช.น.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการทางด้านกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

คุก 2 มือบึ้มละเมิดอำนาจศาล

ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล ที่นายประยุทธ ศิริล้น ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เป็นผู้กล่าวหายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาลงโทษนายมหาหิน ขุนทอง อายุ 34 ปี และนายยุทธนา เย็นภิญโญ อายุ 33 ปี สองมือบึมศาลอาญาเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-2 ฐานละเมิดอำนาจศาล นัดนี้ศาลมีคำสั่งให้เบิกตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยนายมหาหินและนายยุทธนาถูกตัดผมจนสั้นเกรียน อยู่ในชุดนักโทษสีน้ำตาลเข้ม สวมกุญแจมือและตีตรวนที่ขา ท่ามกลางการดูแลอย่าง เข้มงวด หลังศาลไต่สวนพยานแล้วเสร็จ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าทั้งสองเป็นผู้ก่อเหตุและถูกจับกุมได้ทันที แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความ แต่ทั้งสองรับสารภาพ ศาลเชื่อว่าทั้งสองเป็นคนร้ายที่ขว้างระเบิดเข้ามาที่บริเวณลานจอดรถของศาลอาญา พยานหลักฐานฝ่ายผู้กล่าวหามีน้ำหนักมั่นคงว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายมหาหินและนายยุทธนาคนละ 5 เดือน

โฆษกฯรับแล้วมีการคุมตัว “แหวน” จริง

อีกด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ชี้แจง กรณีดังกล่าวว่า หลังประสานข้อมูลกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในเบื้องต้นยังไม่พบรายละเอียดมากนัก แต่ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับชุดทีมงานดูแลคดีสำคัญของหน่วยงานอื่นๆ จึงได้รับข้อมูลว่าอาจมีชุดสืบสวนคดีความมั่นคงสำคัญของทหารและตำรวจไปเชิญตัวนางณัฏฐธิดา หรือ แหวน มีวังปลา ไปให้ข้อมูล เนื่องจากพบข้อมูลความเชื่อมโยงสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับคดีความมั่นคงที่กำลังสืบสวนอยู่ในขณะนี้ โดยคาดว่าเจ้าตัวอาจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายคดี จึงจำเป็นต้องขอเชิญไปเพื่อขอให้ข้อมูล ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่วัดปทุมวนาราม เมื่อปี 53 เพราะคดีดังกล่าวจบไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้คงต้องติดตามต่อในรายละเอียดว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีอะไรบ้าง

มทภ.1 ยันคุมตัวตามหลักกฎหมาย

ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีนายทหารกรมพระธรรมนูญไปควบคุมตัวนางณัฏฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา พยาบาลอาสา พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพ วัดปทุมวนาราม ว่า ทุกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ได้เน้นย้ำมาตลอดถึงการดำเนินการใดๆ ต้องยึดหลักกฎหมาย ส่วนกรณีนี้เป็นการทำงานของชุดดำเนินคดีปาระเบิดศาลอาญา เมื่อคดีเกี่ยวข้องก็ต้องไปเชิญตัวที่ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ถูกพาดพิงมาพูดคุย ถ้าใครไม่เกี่ยวข้องก็ปล่อยตัวไป ถ้าเกี่ยวข้องมีหลักฐานชัดเจนก็ส่งดำเนินคดีขอศาลออกหมายจับต่อไป ฉะนั้นจะไม่ดำเนินการใดๆที่นอกเหนือกฎหมาย ส่วนกรณีการควบคุมตัวครั้งนี้อาจเป็นการทำลายความเชื่อถือของพยานหรือไม่นั้น พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า ต้องไปถามตำรวจเพราะอยู่ในกระบวนการว่ามีการพาดพิงถึงใครบ้าง ก็เป็นกระบวนการปกติที่ตำรวจสงสัยก็ต้องไปเชิญตัวมาสอบถาม เพราะทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครก็ไปดำเนินการ ไม่ใช่เป็นเรื่องมั่วๆ

“บิ๊กป้อม” เชื่อทำตามกรอบ ก.ม.

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวนางณัฏฐธิดา มีวังปลา ว่ายังไม่ทราบรายละเอียด เชื่อว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการใดๆโดยพลการ อย่างไร ก็ตามก่อนหน้านี้ ได้สั่งการในเรื่องการดูแลความมั่นคงไปแล้ว ขณะนี้การดำเนินการเป็นระบบแล้ว และผู้ที่มีหน้าที่ต้องทำหน้าที่อยู่ในกรอบของกฎหมายเช่นกัน

หวั่นเป็นคดีการเมืองกระทบขอส่งตัว

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุจะติดตามตัวนายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน ผู้ต้องหาคดีปาระเบิดหน้าศาลอาญา โดยใช้สนธิสัญญาขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนว่า พันธกรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะใช้ได้เฉพาะบางเรื่อง หากเป็นคดีก่อการร้ายต้องดูว่าก่อการร้ายประเด็นอะไร ต้องรอผลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นคดีก่อการร้ายหรือไม่ ขอส่งตัวได้หรือไม่ ส่วนกรณีผู้ต้องหาบางคนเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองด้วยนั้น อยากให้แยกระหว่างความผิดตามกฎหมายกับความเชื่อมโยงกลุ่มที่สนับสนุนทางการเมือง เพราะก่อเหตุระเบิดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนสืบแล้วเชื่อมโยงใครเพื่อให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องมากกว่า หากไม่แยกเวลาทำหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะกลายเป็นคดีการเมืองได้ ซึ่งจะมีผลต่อการขอส่งตัว ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน มอบหมาย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับ สตช.ดำเนินการ เพราะอาจทำให้ได้หลักฐานเชื่อมโยง

ศาลค้านหลังเลขาฯ กนส.ยื่นประกัน

ค่ำวันเดียวกัน นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) ได้ยื่นคัดค้านการฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ ผัดแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 มี.ค.58 โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงิน 1 ล้านบาท ขอประกันตัวแบ่งเป็นของนางณัฏฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา จำนวน 6 แสนบาทและ น.ส.วาสนา บุษดี จำนวน 4 แสนบาท เพราะเห็นว่าบุคคลทั้งสองอยู่ห่างไกลจากข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ภายหลังศาลพิจารณาแล้วคัดค้านการประกันตามคำขอของพนักงานสอบสวน ก่อนนายวิญญัติเผยว่า ในส่วนของ น.ส.ณัฏฐธิดานั้นถูกลากไปเกี่ยวโยงกับการโอนเงิน เพราะเจ้าตัวไปยืมเงินกับบุคคลที่กระทำความผิดที่รู้จักกัน สำหรับ น.ส.วาสนานั้นได้ให้บุคคลที่ไม่รู้จักยืมบัญชีธนาคารไปใช้ โดยไม่รู้วัตถุประสงค์แท้จริง ตนมองว่าทั้งหมดถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ในส่วนของนายณเรศ อินทรโสภา ทราบว่าจะมีญาติมายื่นขอประกันในวันที่ 18 มี.ค.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้