วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีกขั้นการปฏิวัติวงการแพทย์ไทยด้วย“เทคโนโลยี”

ผสานความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หั่นความล่าช้าปัญหาเรื้อรังของรพ. พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากศูนย์กลาง ด้วยเครือข่ายประสิทธิภาพไอที...

จากประสบการณ์และการคลุกคลีภายในสายอาชีพ นำไปสู่ความหวังที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื้อรังของวงการสาธารณสุขไทย ต่อความล่าช้าในการเข้ารับการรักษาที่ชาวบ้านตาดำๆ ต้องพบเจอ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงจัดงานเสวนาเวชระเบียนออนไลน์ในหัวข้อ “พบหมอไม่ต้องรอนาน ย้ายโรงพยาบาลไม่ปวดหัว” เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความเห็น รวมถึง วิธีการพัฒนาระบบมาตรฐานสารสนเทศทางการแพทย์ พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแล รักษาผู้ป่วย จากประโยชน์ของเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่สามารถบริหาร จัดการข้อมูลต่างๆ ตลอดจนข้อมูลผู้ป่วยและการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว...

นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล ผู้จัดการศูนย์หัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีปัญหาเรื่องการรอพบแพทย์มากเป็นอันดับหนึ่ง จากสถิติของโรงพยาบาลต่างๆ พบว่า ผู้ป่วย 1 รายต้องใช้เวลารอพบแพทย์นานเกิน 2 ชั่วโมง โดยโรงพยาบาลขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาตลอดวัน หากต้องการแก้ปัญหาดังกล่าว ตนมองว่า สามารถดำเนินการได้ 2 วิธี คือ 1.ส่งเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันและลดการเกิดโรค นำไปสู่ปัญหาการรอพบแพทย์ 2.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลืองานเอกสาร อาทิ การทำประวัติ หรือการนัดหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสามารถค้นและเพิ่มเติมข้อมูลได้อีกด้วย

ด้าน ดร.ปานใจ ธารทัศนวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงศึกษาธิการ ให้รายละเอียดว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากใช้เวลานานในการนัดและรอพบแพทย์นั้น เกิดจากระบบข้อมูลไม่เอื้ออำนวย เนื่องจาก หลายโรงพยาบาลยังใช้ระบบส่งต่อข้อมูลแบบเก่าและมีลักษณะเป็นแฟ้มเก็บเอกสาร ทำให้เกิดโอกาสผิดพลาดได้ค่อนข้างมาก จากการวิจัยการใช้โปรแกรม ฮอตโอเอ็กซ์ และ ฮอตเอ็กซ์พี ด้วยมาตรฐาน HL7 เวอร์ชัน 3.0 ที่เป็นมาตรฐานและการยอมรับทั่วโลก ผ่านการจำลองโรงพยาบาล 2 แห่ง และจำลองข้อมูลผู้ป่วย 20 ราย พบว่า สามารถส่งข้อมูลผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลได้ในเวลารวดเร็ว



รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศฯ เล่าต่อว่า นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังสามารถปรับให้เข้ากับระบบประกันสังคม และระบบหลักประกันสุขภาพ ถือเป็นเรื่องที่ต้องมีการพัฒนาและต่อยอดให้เข้ากับระบบในแต่ละโรงพยาบาล โดยขณะนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดีให้ความสนใจและอยู่ระหว่างการศึกษาขั้นตอน  เชื่อว่า ในอนาคตโรงพยาบาลรามาธิบดีจะเป็นโรงพยาบาลต้นแบบนำร่องใช้งานระบบดังกล่าว จากความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านระบบยูนิเน็ต (UniNet) ในการเชื่อมต่อข้อมูลพื้นฐานทุกมหาวิทยาลัย หรือปรับใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนบุคลากรด้านการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ตนสนับสนุนให้นักศึกษาแพทย์มีความรู้ด้านเทคโนโลยีหรือไอที เพื่อพัฒนาระบบต่อไป

ส่วน นาวาอากาศเอก(พิเศษ) นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ให้ความเห็นว่า แพทย์สภามีความยินดีในการนำระบบสารสนเทศทางการแพทย์มาใช้ประโยชน์ด้านการนัดหมาย โดยจะมีการสนับสนุนและช่วยแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ง่ายต่อการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมี เนื่องจาก ปัจจุบัน แพทย์ต้องดูแลกลุ่มผู้สูงอายุเป็นพิเศษ การพัฒนาระบบให้มีความรวดเร็วจึงถือเป็นความจำเป็น จากจำนวนผู้สูงอายุกว่า 6 ล้านคน หรือ 10% ของประชากรไทย ที่เข้ารับการรักษามากกว่า 24 ครั้งต่อปี โดยหากจะมีการนำระบบดังกล่าวมาใช้ ก็จำเป็นต้องต้องศึกษา ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจน เพราะข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยไม่สามารถเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ได้

ขณะที่ นายไกลก้อง ไวยากร รองผู้จัดการแผนงานไอซีทีเพื่อสุขภาวะออนไลน์ และการสนับสนุนภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชี้แจงว่า จากการเปิดระบบเอสเอ็มเอสส่งผลตรวจผู้ป่วยและรายงานไปยังสาธารณสุขจังหวัดภายใน จ.มุกดาหาร พบว่า ระบบดังกล่าวช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็วเป็นอย่างมาก เชื่อว่า หากนำมาปรับใช้ทางการแพทย์ อาทิ การนัดพบแพทย์ แจ้งผลตรวจการติดตามเฝ้าระวังโรคเรื้อรัง หรือการให้ความรู้ผ่านเอสเอ็มเอส จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล ขณะเดียวกัน ยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลผู้ป่วย ทั้งยังประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ที่อยู่ห่างไกลโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ สมาคมเวชสารสนเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอรืแห่งชาติ (TMI) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงสาธารณสุข จะร่วมกันจัดประชุมประจำปีระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2552 และจัดต่อเนื่องในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2552 เพื่อประชุมด้านสารสนเทศทางการแพทย์ระดับสากลมาตรฐาน HL7 ในหัวข้อ “HL7 Standard for Health Information System” นอกจากนี้ ในวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2552 ยังจะมีการจัดอบรมมาตรฐาน HL7 เชิงปฏิบัติการนานาชาติในหัวข้อ กลุยทธ์ ก้าวกระโดดสำหรับประเทศไทย ระบบเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการแพทย์ระดับชาติ โดยอ้างอิงข้อมูลมาตรฐาน HL7 เพื่อนำไปพัฒนาและเชื่อมต่อฐานข้อมูลของผู้ป่วยในโรงพยาบาล พร้อมอบรมให้ตัวแทนของโรงพยาบาลที่ร่วมประชุมได้นำกลับไปใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจร่วมประชุมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.02-201-2211 ต่อ 237 หรือ www.hl7thailand.com

เมื่อเทคโนโลยีล้ำสมัยกลายเป็นทางออก เปรียบเสมือนแสงส่องสว่างสำหรับผู้เจ็บป่วยที่เข็ดขยาด กับการรอคิวเมื่อไปพบแพทย์ แม้ในเบื้องต้น จะมีเพียงกลุ่มคนจำนวนไม่มากที่เล็งเห็นและต้องการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม แต่เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่ไกลเกินคว้า หากทุกฝ่ายเล็งเห็นประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากประสิทธิภาพทางเทคโนโลยี สู่ ยุคก้าวกระโดดของวงการสาธารณสุข เพียงเลือกใช้ประโยชน์ด้านดีจากความทันสมัยอย่างเหมาะสม อันจะก่อให้เกิดเรื่องดีแก่สังคม พร้อมขยายผลเป็นวงกว้างสู่สังคมและประเทศต่อไป...

ปิยุบล ตั้งธนธานิช
itdigest@thairath.co.th

ผสานความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หั่นความล่าช้าปัญหาเรื้อรังของรพ. พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากศูนย์กลาง ด้วยเครือข่ายประสิทธิภาพไอที... 20 พ.ย. 2552 13:37 20 พ.ย. 2552 13:48 ไทยรัฐ