วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คดีพลิก "บิสซิเนส แอร์" ได้บินต่อ

คดีพลิก "บิสซิเนส แอร์" ได้บินต่อ

  • Share:

บพ.จ่อเข้มมาตรฐานหลังศาลคุ้มครองชั่วคราว

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสายการบิน บิสซิเนส แอร์ ให้ทำการบินต่อได้ จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินข้อพิพาทกับวิทยุการบิน หรือจนกว่าใบอนุญาตจะหมดอายุในอีก 2 ปี ด้านสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวเตือนเอเย่นต์ทัวร์ตัดสินใจให้ดีก่อนกลับไปร่วมธุรกิจ แนะจ้างทนายจัดทำสัญญาให้ดี และต้องคืนเงินที่ค้างอยู่ 100 ล้านบาทก่อน ด้าน บพ. ชี้ บิสซิเนส แอร์ แม้ศาลคุ้มครองก็ใช่ว่าจะบินได้ ต้องผ่านตรวจสอบเครื่อง ตามมาตรฐานความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางบริษัท บิสซิเนส แอร์ เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินบิสซิเนส แอร์ ได้แจ้งว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้สายการบินบิสซิเนส แอร์ สามารถทำการบินได้ต่อจนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล กรณีที่สายการบินได้ฟ้องร้องต่อศาล

เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับอัตราค่าบริการและยอดมูลหนี้ที่สายการบินติดค้างค่าบริการจราจรทางอากาศกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จำนวน 17,366,188 บาท หรือจนกว่าใบอนุญาตการบินจะหมดอายุ ซึ่งขณะนี้เหลืออายุใบอนุญาตอีก 2 ปี

ทั้งนี้ จากการออกคำสั่งคุ้มครองดังกล่าวทำให้สายการบินบิสซิเนส แอร์ สามารถทำการบินได้ต่อ โดยขณะนี้บริษัทมีความพร้อมในการทำการบิน
ในทุกด้าน ทั้งตัวเครื่องบิน ลูกเรือ และเจ้าหน้าที่ให้บริการภาคพื้นดิน จึงได้ติดต่อไปยังบริษัทนำเที่ยวหลักๆ ว่ามีความพร้อมที่จะนำกรุ๊ปทัวร์ออกบินร่วมกับสายการบินบิสซิเนส แอร์ เร็วที่สุดเมื่อใด เพราะทางบริษัทนำเที่ยวได้มีการยกเลิกลูกค้าไปบางส่วนแล้ว

ส่วนเงินที่ทางบริษัทนำเที่ยวได้จ่ายเพื่อขนย้ายลูกทัวร์ที่ติดค้างที่ประเทศเกาหลีใต้สัปดาห์ก่อนกลับมาประเทศไทยร่วม 800 คนนั้น ทางสายการบินบิสซิเนส แอร์ ยินดีรับผิดชอบทั้งหมด โดยได้วางแผน การคืนเงินทั้งการคืนเป็นเงินสดและให้บริษัทนำเที่ยวนำกรุ๊ปทัวร์มาใช้บริการสายการบินต่อ จากนั้นจะทยอยหักเงินที่บริษัทนำเที่ยวได้มัดจำไว้ไปเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอความเห็นใจจากบริษัทนำเที่ยวว่าไม่ได้เป็นความตั้งใจหรือต้องการให้เกิดขึ้นเลย

ด้านนายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า ขณะที่สมาคมให้ทางบริษัทนำเที่ยวที่เป็นสมาชิกขอดูคำสั่งศาลปกครองอย่างเป็นทางการก่อน เพราะตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานก็ยังไม่ควรตัดสินใจอะไร และสิ่งสำคัญจะต้องได้คุยกับกรมการบินพลเรือนเพื่อให้ทราบแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนด้วย จากนั้นขั้นตอนต่อไป สมาคมในฐานะเป็นผู้สนับสนุนและช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยวที่เป็นสมาชิกก็ต้องถามไปยังบริษัทนำเที่ยวว่าต้องการให้ช่วยเหลือในระดับไหน แต่การจะทำธุรกิจร่วมกับสายการบินบิสซิเนส แอร์ต่อไปนั้น เห็นว่าจะต้องมาคุยกันเรื่องเงินค่าชดเชยความเสียหายที่บริษัทนำเที่ยวจ่ายไปให้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกว่า 100 ล้านบาทก่อน

“การจะทำธุรกิจกันต่อไปผมว่าบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ 4 รายที่เป็นโฮลเซลต้องจับมือกันจ้างทนายความเพื่อมาร่างข้อสัญญาและวางเงื่อนไขในการคืนเงินที่ค้างอยู่ รวมทั้งรูปแบบการหักเงินค่ามัดจำตั๋วเครื่องบินที่บริษัทนำเที่ยวได้จ่ายล่วงหน้าแล้วอีก 200 ล้านบาท”

นอกจากนี้ ขอเตือนบริษัทนำเที่ยวด้วยว่า ในการจะทำธุรกิจกับสายการบินบิสซิเนส แอร์ต่อจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเครื่องที่เหลืออยู่เพียง 1 ลำ เมื่อบินไปแล้วจะไม่มีปัญหา บินไปแล้วไม่ได้กลับอีก คือ อย่าโง่ซ้ำสอง เพราะเกิดบินไปแล้วมีกรณีเครื่องเสีย ก็ไม่มีเครื่องบินลำใหม่มาเปลี่ยน นอกจากนั้นไม่รู้ว่าจะถูกอายัดเครื่องบินหรือไม่ เพราะยังมีเจ้าหนี้รายอื่นๆอยู่ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องรอบคอบด้วย

นายกฤชณัฐ มีสำราญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันสไมล์ฮอลิเดย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ก็คงต้องสนับสนุนบิสซิเนส แอร์ต่อไป เพื่อให้สายการบินได้ทำการบินและมีรายได้นำมาชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เสียไปก่อนหน้านี้ เพราะมีแพ็กเกจจำนวนมากที่ใช้สายการบินบิสซิเนส แอร์และจำหน่ายให้ลูกค้าไปแล้ว ก็คงต้องเดินทางต่อไป

ด้านนายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน หรือ บพ. กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้สายการบินบิสซิเนส แอร์ ทำการบินได้จนกว่าจะมีคำตัดสิน หรือสิ้นสุดใบอนุญาตภายใน 2 ปีว่า เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว กรมการบินพลเรือนในฐานะผู้กำกับนโยบายก็ต้องปฏิบัติตาม แต่การอนุญาตให้สายการบินเปิดให้บริการบินขึ้นลงได้หรือไม่นั้น ก็ต้องมีกฎเกณฑ์ มาตรฐานทาง

การบินควบคุมอยู่ด้วย เช่น การตรวจสภาพเครื่องบินให้พร้อม ตามหลักมาตรฐานด้านความปลอดภัย หากมีการตรวจแล้วพบว่าได้มาตรฐานที่กำหนด ทางกรมการบินพลเรือนถึงจะอนุญาตให้บินได้

ดังนั้นแม้บิสซิเนส แอร์จะได้รับคำสั่งศาลคุ้มครองก็ใช่ว่าจะเปิดทำการบินได้เลย เนื่องจากปัจจุบัน สายการบินบิสซิเนส แอร์มีเครื่องบินให้บริการเพียง 1 ลำเท่านั้น จากก่อนหน้านี้มีเครื่องบริการ 3 ลำ แต่ถูกพักการบินไป 2 ลำ เพราะเครื่องไม่ได้มาตรฐาน โดยสิทธิทางการบินถือว่าได้สิทธิจริง แต่การจะบินได้ก็ต้องดูเงื่อนไขอื่นประกอบด้วยว่ามีความพร้อมหรือไม่ และมีข้อสังเกตว่าในคำสั่งศาลฯ มีการพูดถึงหนี้ของบิสซิเนส แอร์ เฉพาะในส่วนของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย แค่ 17 ล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริง หนี้สินภาพรวมของทั้งสายการบินมีสูงถึง 1 พันล้านบาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้