วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกี่ยวข้องทุจริต 55 ราย!

เกี่ยวข้องทุจริต 55 ราย!

  • Share:

ซุปเปอร์บอร์ดสั่ง ธพว.ฟ้องร้องผู้ทำผิด

ซุปเปอร์บอร์ด สั่งด่วน ธพว.ลุยไฟ ฟ้องร้องพนักงานและอดีตผู้บริหาร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ ธพว.เสียหายรวม 55 ราย ดึงดีเอสไอ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมพระธรรมนูญทหาร ผู้แทน ธปท.ร่วมตรวจสอบ ล่าสุด ณ สิ้นปี 2557 มีเอ็นพีแอล 3.1 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ากดเอ็นพีแอลปีนี้ลง 10,000 ล้านบาท

นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) เร่งรัดให้ ธพว.ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำให้ ธพว.เสียหาย ทั้งในกรณีการทุจริตเกี่ยวกับการปล่อยกู้ การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ธพว.

แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1. กรณีเกี่ยวกับบุคคลภายนอกและอดีตพนักงาน ผู้บริหาร ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนร่วม ในการทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นแก่ภาครัฐและ ธพว.มีคดีถึงที่สุดแล้วอยู่ระหว่างการบังคับคดีกับผู้กระทำผิด 4 เรื่อง มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 คน ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดี และมีกรณีระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 6 เรื่อง มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 19 ราย โดยจำนวนนี้มีอดีตกรรมการผู้จัดการ ธพว. เกี่ยวข้องด้วย 2 ราย และ ธพว.ได้เชิญที่ปรึกษากฎหมายและทีมงานที่เป็นทนายจากภายนอกเข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะทำให้กระบวนการฟ้องร้อง จะดำเนินการได้รวดเร็วมากขึ้น รวมทั้งมีความรัดกุมไม่เสียเปรียบในรูปคดี

กรณีที่ 2 ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับพนักงานที่อยู่ในข่ายกระทำความผิด เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้น ในแต่ละกรณีก็จะตั้งคณะกรรมการลงโทษวินัย ตามระเบียบของรัฐวิสาหกิจต่อไป ขณะนี้มีเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ รวม 19 กรณี มีพนักงานที่เกี่ยวข้อง 32 ราย แยกเป็นการกระทำผิด ด้านสินเชื่อ 6 เรื่อง ด้านร่วมลงทุน 2 เรื่อง ด้านการดำเนินงานที่ขัดนโยบาย 4 เรื่อง และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการทำผิดระเบียบธนาคารอีก 7 เรื่อง

นายสุพจน์ กล่าวว่า ในกรณีที่ 2 นี้ เพื่อให้การสอบสวนสามารถกระทำได้เร็วขึ้น มีความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ธพว.ได้เชิญหน่วยงานของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยสอบสวน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และยังได้แต่งตั้งคณะทำงานช่วยเร่งรัดและพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนจากกรมพระธรรมนูญทหาร และอดีตผู้ตรวจการธนาคารพาณิชย์ จากธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) คาดว่าในเดือน ก.พ.นี้ จะสามารถสรุปเรื่องทั้งหมดให้แล้วเสร็จได้

“ก่อนหน้านี้ ธพว. มีกรณีการจ่ายหัวคิวให้กับการจัดซื้อจัดจ้างของ ธพว.ถึง 20% รวมถึงมีการจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ ธพว.อนุมัติเงินกู้ เมื่อผมมาอยู่ภาพเหล่านี้ต้องหมดไป และถ้าพนักงานคนใดทำผิด ต้องถูกดำเนินการให้ถึงที่สุด ต่อจากนี้ไปภาพ ธพว.ที่เป็นสีเทาต้องจางลง ผมมีความหวังอยากเห็นความขาวสะอาดเกิดขึ้นใน ธพว.”

นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ ธพว. กล่าวว่า การกระทำของพนักงานบางกลุ่ม ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ ธพว.ต้องแบกรับภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในจำนวนที่สูงมาก โดยล่าสุดสิ้นปี 2557 เอ็นพีแอลอยู่ที่ 31,960 ล้านบาท โครงการที่ทำให้เกิดหนี้เสียมากๆ อาทิ โครงการไทยเข้มแข็ง มีหนี้เสีย 3,000-4,000 ล้านบาท ส่วนโครงการปล่อยกู้ตามนโยบายภาครัฐ (พีเอสเอ) อาทิ โครงการปล่อยกู้ราชประสงค์ โครงการปล่อยกู้ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ ที่มีหนี้เสียรวมกันถึง 2,000 ล้านบาท จากการปล่อยกู้ทั้งหมด 7,000 ล้าน บาท โดย ธพว.อยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในการไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอลในโครงการพีเอสเอ หากปรับโครงสร้างหนี้ไม่สำเร็จก็ต้องขอเบิกชดเชยกับกระทรวงการคลัง คาดว่าจะเริ่มเบิกชดเชย ในโครงการพีเอสเอเป็นครั้งแรกในปี 2559-2560

“ธพว.จะเร่งดำเนินการแก้ไขเอ็นพีแอล ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ ขายทิ้ง และจ้างเอกชนให้มาช่วยติดตามหนี้ คาดว่าการดำเนินการทั้งหมด จะช่วยลดเอ็นพีแอลปีนี้ได้ 10,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดเอ็นพีแอลเหลือประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นไม่เกิน 20% ของสินเชื่อรวม”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้