วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดาราเด็กคนดัง เมื่อครั้งอดีต

ดาราเด็กคนดัง เมื่อครั้งอดีต

  • Share:

ฮาลีย์ โจเอล ออสเมนต์

วันเสาร์หน้าก็จะเป็น “วันเด็ก” วันสำคัญอีกวันหนึ่งของเราแล้วนะครับ ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน สัปดาห์นี้ก็คงต้องหยิบยกเอาเรื่องราวของเด็กๆมาเล่าสู่กันฟังไม่ให้ตกกระแส และที่สำคัญ ในเรื่องของสุขภาพนั้นก็มีเทคนิคที่ทำให้ “ดูดี” และ “ดูเด็ก” ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ที่จะขอนำมาเล่าให้ท่านที่รักฟังกัน ณ ตอนนี้ด้วย

นั่นคือ “ต้องไม่ลืมความเป็นเด็ก” ครับ

คณะเด็กชายประสานเสียงแห่งเวียนนา


บุคคลที่ยังมีความเป็นเด็กอยู่ในหัวใจจะประสบความสำเร็จทั้งในเรื่อง “งาน” และ “ความสุข” ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นได้ ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์สุนทรภู่, วอลท์ ดิสนีย์, เซอร์แอนดรูว์ ลอยด์ เวเบอร์, แซงเต็กซูเปรี, ยอร์จ ลูคาส, ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน, พี่น้องกริมม์ และอีกหลายต่อหลายท่านที่เชื่อว่าเป็นขวัญใจของคุณผู้อ่าน

ความลับแห่งความสำเร็จของท่านเหล่านี้คือ “ความเป็นเด็ก” นั่นเอง

หัวใจของผู้ที่ยังไม่ลืมความเป็นเด็กจะมีความสดชื่นอยู่เสมอ สมองที่ร่าเริงนั้นก็จะผลิตผลงานอันน่าชื่นใจในระดับที่เผื่อแผ่ความสุขได้ไกลให้กับเพื่อนร่วมโลกท่านอื่นได้ด้วย ช่วยให้ทุกคนได้ซึมซับกับความรักที่แผ่ออกมาจากหัวใจทำให้ลืมความทุกข์ความเครียดที่อยู่ตรงหน้าไปได้

จะสังเกตได้ว่าในคณะตลกหลวงสมัยก่อนมักมี “คนแคระ” ที่ดูเหมือนเด็กเล็กๆมาให้ความสดชื่นร่วมอยู่ หรือในคณะมหรสพหลวงในยุโรปสมัยก่อนจะต้องมีเด็กคอยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวง อาจเพื่อขับกล่อมหรือแสดงภาพแห่งความบริสุทธิ์สดใสให้ชื่นชม

ในหมู่ผู้ที่ให้ความสุขคืนความเยาว์วัยให้หัวใจของเรานั้นนักแสดงเด็กจึงเป็นบุคคล สำคัญกลุ่มหนึ่งที่จะไม่พูดถึงเสียไม่ได้ เพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างดอกไม้ในหัวใจเรา โดยหลายท่านแค่เพียงนึกถึงก็ชื่นใจแล้ว

มาดู เหล่าดารานักแสดงตัวน้อยที่ได้สร้างความสุขในหัวใจผู้ใหญ่มาแล้วทั่วทุกมุมโลกครับ

โมสาร์ท ในวัยเยาว์


โมสาร์ท เป็นหนูน้อยอัจฉริยะ (Child prodigy) ที่ชนะหัวใจพระราชินีที่ทรงอิทธิพลยิ่งในยุโรปและเจ้าฟ้าหญิงพระองค์น้อย เมื่อหนูน้อยโวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ทได้รับเชิญไปปฏิบัติบรรเลงดนตรีในพระราชวังเชินบรุนน์อันงดงามกลางกรุงเวียนนา ขณะนั้นโมสาร์ทมีชื่อเสียงจากการเริ่มแต่งเพลงได้ตั้งแต่ 5 ขวบ (จน 8 ขวบ แต่งซิมโฟนีได้บทหนึ่ง) ด้วยความฉลาดของบิดาและความสามารถที่โดดเด่นทำให้โมสาร์ทน้อยก้าวเท้าเข้าสู่ราชสำนักหรูแห่งต่างๆ ในยุโรปได้อย่างสง่างาม เข้าไปถวายการรับใช้พระราชาคณะผู้ทรงอิทธิพลในซาลส์บวร์กด้วยอายุเพียง 17 ปี แล้วผละจากราชสำนักนั้นเข้าสู่วังเชินบรุนน์ในเมืองหลวงแห่งพระจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ด้วยวัยที่ยังเยาว์แล้ว จากนั้นได้เป็นคีตกวีหลวงประจำองค์จักรพรรดิผู้รักเสียงดนตรี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาตกเป็นเหยื่อความอิจฉาของคีตกวีอาวุโสหลายคน แต่คนที่มีใจเป็นธรรมที่เป็นดั่งเพื่อนรักของเขาก็มีอย่าง “โยเซฟ ไฮเดิน” ผู้เป็นคีตกรชื่อดัง ซึ่งบท เพลงของโมสาร์ทก็ยังขับกล่อมโลกมาจนทุกวันนี้ สมกับเป็นอัจฉริยะดรุณผู้เป็นอมตะแห่งโลกดนตรี

คณะเด็กชายประ-สานเสียงแห่งเวียนนา คอเพลงประสานเสียงเพราะๆ ย่อมรู้จักดี เรียกชื่อเต็มๆ ตามต้นฉบับว่า “วีเนอร์ แซงเกองาเบน” ที่ไม่ได้แปลว่าไส้กรอกชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่หมายถึงคณะนักร้องประสานเสียงอันทรงเกียรติที่เป็นเด็กชายล้วน (Boy’s choir) ซึ่งถือเป็นคณะศิลปินเก่าแก่สืบต่อกันมาหลายร้อยปีนับแต่ในยุคกลาง เพราะแรกทีเดียวนั้นมาจากคณะเด็กชายนักร้อง ส่วนพระองค์ของจักรพรรดิแห่งมหาอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในยุโรป ซึ่งเป็นประเพณีว่าจักรพรรดิผู้พิทักษ์คริสต์ศาสนานั้นจักต้องมีหน้าที่ในทางศาสนาเป็นต้นว่า ทรงธรรมและเข้าร่วมพิธีสำคัญของโบสถ์ โดยคณะเด็กชายที่ว่าถูกตั้งขึ้นมาให้เป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์ ส่วนพระองค์เริ่มตั้งแต่สมัยจักรพรรดิมักซิมิเลียนที่ 1 แห่งราชวงศ์ฮัปสบวร์ก ซึ่งเด็กๆเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นดั่งคณะเทพยดาน้อยที่ขับขานเพลงเพราะสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในปัจจุบันเด็กน้อยที่ว่าก็ยังทำหน้าที่นี้อยู่โดยมีภารกิจที่เพิ่มขึ้นคือ ได้ขับขานเพลงเพราะให้กับชาวโลกที่ได้ชื่นชมและชื่นใจกันถ้วนหน้า

จูดี้ การ์แลนด์


จูดี้ การ์แลนด์ ภาพยนตร์สีที่เรียกว่า “เทคนิคคัลเลอร์” ในยุคแรกนั้นมีดาราเด็กหน้าจอแก้วผู้เป็นที่รักของคนทั้งโลกอยู่คนหนึ่งคือ “จูดี้ การ์แลนด์” ชื่อจริงของเธอคือเด็กหญิงฟรันเซส เอเตล กัมม์ ซึ่งจูดี้ก้าวเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมค้าเงาของโลกอย่างฮอลลีวูดด้วยวัยเพียง 13 ปี แต่เธอก็ประสบความสำเสร็จจนได้ฉายาจากนักแสดงชั้นครูอย่างคุณปู่เฟร็ด แอสแตร์ ไว้ว่าเป็น “เอ็นเตอร์เทน-เนอร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค” โดยภาพยนตร์ที่เธอแสดงล้วนเป็นที่ติดตาตรึงใจผู้ชม ทั้งดาราเด็กที่คู่เธอก็ดังไม่แพ้กันคือ “มิกกี้ รูนีย์” ซึ่งท่านที่รักอาจลองถามคุณตาคุณยายที่ทันยุคนั้นดูได้ แม้ในปัจจุบันหนังที่เธอแสดงก็ยังดูสนุกมีชีวิตชีวาอยู่เสมออย่าง “พ่อมดแห่งออซ” ที่ทุกคนยุคนั้นต้องรู้จักหนูน้อยโดโรธีและเจ้าหมาน้อยโตโต้เป็นอย่างดี มีรางวัลออสการ์เด็ก (Juvenile Oscar) ที่จัดทำพิเศษขึ้นในปี 1940 เป็นประกัน ทว่าชีวิตเบื้อง หลังของจูดี้ไม่ได้สวยงามนักเพราะเธอต้องทำงานอย่างหนักเกินวัย อดนอนและไม่ได้พักผ่อนตามที่เด็กๆพึงได้รับ จึงทำให้ชีวิตของเธอสุขภาพไม่ดีนัก มีปัญหาเรื่องยานอนหลับจนเป็นเหตุให้เธอเสียชีวิตเพราะยาเกินขนาดด้วยวัยที่ยังสาวสะพรั่ง

มาร์ค เลสเตอร์ ในบทโอลิเวอร์ ทวิสต์


มาร์ค เลสเตอร์ เป็นนักแสดงเด็กที่โลดแล่นอยู่บนจอเงินในยุคซิกส์ตี้ โดยภาพยนตร์ที่น่ารักจับใจคนที่สุดคือ “โอลิเวอร์!” ที่เป็นเรื่องราวของหนูน้อยกำพร้านามโอลิเวอร์ ทวิสต์ อยู่ในโรงเลี้ยงเด็กในสภาพที่มอมแมมถูกใช้แรงงาน ภาพหนึ่งที่ตรึงใจผู้ชมคือ หนูน้อยโอลิเวอร์ที่สวมบทโดยมาร์คนั้นยืนทำตาละห้อย พร้อมเอื้อนเอ่ยปากขอข้าวตุ๋นเละๆอีกชามหนึ่ง ซึ่งมาร์คเลสเตอร์ถือได้ว่าเป็นดาราเด็กชาวอังกฤษที่ตีบทแตกเรียกน้ำตาให้กับผู้ใหญ่ได้ทั่วโลก โดยต่อมามาร์คก็ยังได้แสดงในภาพยนตร์น่ารักวัยใสอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่อง “เมโลดี้” ที่เป็นเรื่องของรักกระจุ๋มกระจิ๋มแบบปั๊ปปี้เลิฟมีซาวแทร็กส์เพราะๆจากวงบีจีส์คลอตาม จากนั้นเมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อยหนุ่มน้อยมาร์คก็แสดงภาพยนตร์ดีอีกหลายเรื่องอย่าง “เจ้าชายและยาจก” ที่เป็นเรื่องของเจ้าชายหนุ่มที่อยากออกไปใช้ชีวิตนอกวังดูบ้าง โดยมาร์คได้สร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาให้กับวงการดาราเด็กของอังกฤษ ที่ต่อมาเมื่อมีดาราเด็กดวงใหม่เกิดขึ้นมาก็พาให้คนนึกถึงหนูน้อยมาร์คในบทโอลิเวอร์ขึ้นมา

เชอรี เทมเปิล


เชอรี เทมเปิล ดาราเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยจนกลายเป็นแบบให้ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงสมัยนั้น เชอรี เทมเปิล ก้าวเข้าสู่วงการแสดงเมื่ออายุได้เพียง 3 ขวบ ต้องเรียกว่าแม่หนูเชอรีมาได้ถูกจังหวะพอดีในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ โดยเฉพาะในอเมริกานั้นบรรดาผู้ใหญ่พากันหัวปักหัวปําหน้าเครียดจากพิษตกสะเก็ดจนหลายคนต้องลาโลกไป เมื่อมีหนูน้อยวัยใสอายุไม่กี่ขวบพอๆกับลูกสาวตัวน้อยวัยประถมของตัวเองมาแสดงความบันเทิงให้ชมก็เป็นดั่งยาวิเศษที่เยียวยาหัวใจให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายได้ เพราะในความสดใสแห่งเด็กมักมากับแสงสว่างแห่งความหวังใหม่ โดยเฉพาะกับแม่หนูเชอรีที่มีเสน่ห์เหลือล้นจนจับใจคนที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดหาทางออก หนูน้อยเชอรีจึงราวกับทูตสวรรค์ที่ถูกส่งมาบอกทางแห่งความสุขและปลอบประโลมใจ เช่นเดียวกับคนไทยเราที่ก็เอ็นดูแม่หนูนี้มากไม่แพ้กัน อย่างเด็กผู้หญิงก็จะต้องมีตุ๊กตาที่ผมหยิกเป็นวงสวยเหมือนเชอรี ด้วยความเป็นดาราที่สุกสกาวตั้งแต่ยังเด็กทำให้มีข่าวลือพิสดารเกี่ยวกับเธอพอสมควร เป็นต้นว่ามีผู้สงสัยว่าเชอรีน่าจะเป็นคนแคระมากกว่าเด็กจริงๆโดยตั้งข้อสังเกตว่าไม่เคยเห็นฟันน้ำนมของเธอหลุดเลย ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย

เด็กๆ จากซาวด์ออฟมิวสิก


คณะเด็กๆจากซาวด์ออฟมิวสิก หนูเล็กเด็กชายหญิงทั้งโขยง เอ๊ย...ทั้งกลุ่ม ที่เป็นลูกๆของกัปตันเกอ็อก ฟอนแทร็ป พ่อม่ายหนุ่มหล่อชาติออสเตรเลียโดยเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อครอบครัวฟอนแทร็ปต้องลี้ภัยโดยพาลูกทั้งคณะ “เดินเท้า” จากบ้านเกิดในซาลส์บวร์กข้ามพรมแดนออสเตรเลียผ่านเทือกเขาแอลป์! ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่ายและเป็นเรื่องราวผจญภัยที่ถูกเล่าไว้ในภาพยนตร์ซาวด์ออฟมิวสิกฉบับฉลองครบ 45 ปี ที่ได้สัมภาษณ์ตัวตนจริงๆของครอบครัวนี้ด้วย แม้ว่าที่จริงแล้วครอบครัวนี้จะเดินทางด้วยรถไฟแต่ก็เป็นการลี้ภัยเพื่อออกนอกประเทศบ้านเกิด โดยในที่สุดคุณพ่อผู้เป็นหัวหน้าก็ได้พาครอบครัวหนีไกลไปจนข้ามทวีปแล้วไปลงหลักปักฐานอยู่ที่เวอร์มอนต์สหรัฐอเมริกาแล้วทำอาชีพ “แสดง The Trapp family singers” ด้วยการร้องเพลงร่วมกับทำธุรกิจรีสอร์ตเป็นการทำมาหากินจนมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น เรียกว่าเป็นคณะนักแสดงเด็ก (และผู้ปกครอง) ผู้สู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จ ส่วนภาพยนตร์นั้นก็ทำให้ฟอนแทร็ปกับมาเรียและเด็กๆเป็นที่รัก ของชาวโลกมาจนถึงทุกวันนี้

ฮาลีย์ โจเอล ออสเมนต์ เด็กน้อยดาราผลผลิตอันน่าภูมิใจจากฮอลลีวูด ด้วยแววตาและลีลาการแสดงที่กินขาดติดตาตรึงใจผู้ชมสุดๆ ผลงานของพ่อหนูฮาลีย์ในสมัยก่อนที่ผมจำได้ และประทับใจคือ “เอ.ไอ.” หรือปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ ที่เรื่องราวเป็นดั่งพิน็อคคิโอฉบับอนาคต กล่าวคือหนูฮาลีย์แสดงเป็น “เด็กยนต์” มีนามว่าเดวิด โดยผู้ประดิษฐ์หนูน้อยขึ้นมาเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ให้เหมือน “เด็กผู้ชายจริงๆ” ทุกกระเบียดได้ (เข้าเค้าพิน็อคฯที่เป็นหุ่นไม้ประดิษฐ์แล้วใช่ไหมครับ) แล้วต่อมาหนูหุ่นนี้ก็ได้มีผู้เป็นเจ้าของที่เป็นดั่งพ่อและแม่ ซึ่งความอัจฉริยะของผู้สร้างอยู่ที่ทำให้เด็กยนต์เดวิดมีจิตใจที่รักพ่อแม่ได้หมดหัวใจ ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เดวิดก็เฝ้าแต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีเทพธิดาสีฟ้าผู้ใจดีมาแตะไม้กายสิทธิ์ให้ตัวเองกลายเป็นเด็กผู้ชายจริงๆได้เหมือนดั่งพิน็อคคิโอ ซึ่งเรื่องนี้มีดีอยู่ที่แอ็กติ้งของหนูน้อยฮาลีย์ที่น่าประทับใจ ซึ่งผลงานต่อๆมาของฮาลีย์ก็ดีเข้าตากรรมการจนได้รางวัลนักแสดงรุ่นเยาว์ดีเด่น (Broadcast Film Critics Association Award for Best Young Performer) อย่างสมภาคภูมิ

ทั้งหมดนี้คือดาราเด็กที่ผมขออนุญาตพามาขึ้นทำเนียบหอเกียรติยศในฐานะที่ได้สร้างความสุขให้เกิดในหัวใจผู้ใหญ่ทั่วโลกแล้ว ซึ่งก็หวังว่าเด็กบางคนบางกลุ่มที่เล่ามาจะได้พาวันวานแห่งความสุขกลับคืนมาให้ท่านที่รักได้ หรือในบางรายที่ท่านยังไม่เคยยลหรือยินผลงานก็อาจลองหาสื่อต่างๆมารับชมและรับฟังผลงานของพ่อหนูแม่หนูเหล่านี้ได้ เพราะหลายผลงานก็เป็นอมตะจนถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

ด้วยว่าสามารถทำให้ผู้ใหญ่มีหัวใจเป็นเด็กได้อีกครั้ง.

โดย :นพ.กฤษดา ศิรามพุช
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้