ข่าว
100 year

กมธ.ยกร่างฯตีตก เลือกตรงนายกฯ

ทีมข่าวหน้า124 ธ.ค. 2557 07:30 น.
SHARE

ระบบเดิมคุ้นชินกว่า สมชัยท้า2พรรคใหญ่ ยื่นอัยการฟองกกต.

กมธ.ยกร่าง รธน.คว่ำกระดานโมเดลเลือกตั้งตรงนายกฯ-ครม. เสียงส่วนใหญ่เทใจยึดระบบรัฐสภาแบบเดิม นายกฯมาจากการเลือกในสภาฯ “สุจิต” แจงของเก่าคุ้นชิน แก้ปัญหาง่าย สกัดกลุ่มการเมืองครอบงำเบ็ดเสร็จได้ “จุมพล” ออกหน้าลุยเดี่ยว ต้านไม่ไหวยอมยกธง ด้าน “บวรศักดิ์” งดตอบโต้ “สมบัติ” จ่อเขียนบทความสาธยายระบอบซุปเปอร์ประธานาธิบดีผ่านเว็บ กมธ. “วิษณุ” การันตี ผ่านอุปทูตสหรัฐฯ ก.พ.59 ได้กาบัตร ปฏิเสธ คสช.เล็งตั้งคณะ กก.พิทักษ์ รธน. “สมชัย” ท้าลั่นเชิญฟ้อง กกต.ปมเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 โมฆะ อสส.ไม่ตามใจ ป.ป.ช.ยืนกรานต้องสอบเพิ่มพยานคดีจำนำข้าว “ปู” ยันสิ้นปีคดีไม่จบ “บิ๊กป๊อก” ยัน ครม.ยังเข้าขากันดี แต่ต้องเร่งปั่นผลงาน

หลังจากข้อเสนอให้การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ถูกกระแสต่อต้านจากหลายฝ่ายออกมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญลงความเห็นได้ข้อสรุปเห็นควรให้คงใช้รูปแบบการปกครองแบบรัฐสภาเช่นเดิม โดยนายกฯต้องมาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎร

“บวรศักดิ์” แจงซุปเปอร์ ปธน.ลงเว็บ

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. แถลงตอบโต้เรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ยืนยันไม่มีความเสี่ยงเป็นระบบซุปเปอร์ประธานาธิบดีว่า ยังไม่ขอชี้แจงอะไร แต่ภายในสัปดาห์หน้าจะเขียนบทความ เพื่ออธิบายในประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียด ลงในเว็บไซต์ ของ กมธ.ยกร่างฯ

กมธ.ยกร่างฯถกเครียดระบบเลือกตั้ง

ต่อมาเวลา 10.00 น. มีการประชุม กมธ. ยก ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาต่อถึงรูปแบบการเลือกตั้งนายกฯ-คณะรัฐมนตรี (ครม.) และรูปการเมือง ตามข้อเสนอของคณะ กมธ.ปฏิรูปการเมืองและข้อเสนอของนายสุจิต บุญบงการ รองประธาน กมธ.ยกร่างฯในฐานะประธานอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 3 ว่าด้วยภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดี หมวดที่ 1 ระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี

ดับฝันล้มเลือกตรงนายกฯ–ครม.

กระทั่งเวลา 15.30 น. นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า กมธ.ยกร่างฯสรุปรูปแบบการเลือกนายกฯให้คงรูปแบบการปกครองแบบรัฐสภาเช่นเดิม ที่นายกฯต้องมาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎร เหตุผลที่ไม่สามารถรับข้อคิดเห็นของ สปช. และ สนช.ที่เสนอให้เลือกนายกฯโดยตรง เพราะระบบรัฐสภาที่คุ้นชิน และสามารถแก้ปัญหาเป็นเรื่องๆได้ ทั้งยังสามารถป้องกันไม่ให้กลุ่มการเมืองใช้เสียงข้างมากคุมเบ็ดเสร็จในสภาฯได้ และต้องการให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตยจริง ไม่ใช่เครื่องมือของนายทุน รวมถึง ส.ส. ต้องเป็นผู้แทนจากประชาชนไม่ใช่ผู้แทนกลุ่มการเมือง และยอมรับเสียงข้างน้อยด้วย โดยให้ตำแหน่งประธานรัฐสภามาจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ 2 อาจมาจากพรรคที่มีคะแนนรองลงมา เพื่อไม่ให้ผูกขาดจากพรรค การเมืองเพียงพรรคเดียว ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่จะต้องเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้มติพรรค ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรสำคัญๆให้มาจากพรรคฝ่ายค้าน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลกัน

24 ธ.ค. สะเด็ดน้ำเคาะครบวงจร

นายสุจิต กล่าวต่อว่า สำหรับความเห็นต่างๆในคณะ กมธ.ยกร่างฯ ในประเด็นเรื่องการเลือกนายกฯโดยตรง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯได้สอบถามในระหว่างการประชุม หลังจากมีการอภิปรายไปแล้ว ซึ่งมี กมธ.ที่เคยเสนอรูปแบบเลือกตั้งนายกฯและ ครม.โดยตรง ได้ขอถอนความเห็น โดยระบุว่าคงฝ่าเสียง กมธ.ลำบาก แต่ยังขอสงวนความเห็นว่าจะอภิปรายเรื่องนี้ต่อไป ส่วนรูปแบบการเลือก ครม. ที่มาของ ส.ส. ส.ว. และระบบการเลือกตั้งครบวงจร รวมทั้งประเด็นนายกฯจะต้องเป็น ส.ส.หรือไม่นั้น จะได้ข้อสรุปในการประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 24 ธ.ค.

“จุมพล” ลุยเดี่ยวฝ่าแนวต้านไม่ไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานในการประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯ พบว่า กมธ.เสียงส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกับข้อเสนอของนายสุจิต ซึ่งเป็นประธานอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 3 ว่าด้วย ภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดี หมวดที่ 1 ระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี ซึ่งเสนอว่าระบบการเลือกตั้งโดยระบบรัฐสภาแบบเดิมที่ใช้อยู่ ยังสามารถทำงานต่อไปได้ เพียงแต่ต้องเพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุลให้กระชับ และลดการผูกขาดการใช้อำนาจได้โดยคัดค้านข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปการเมืองที่เสนอให้เลือกตั้งนายกฯ-ครม.โดยตรง มีเพียงนายจุมพล สุขมั่น กมธ.ยกร่างจากสายจังหวัดเชียงรายที่แสดงความเห็นสนับสนุนเพียงคนเดียว เมื่ออภิปรายจบ นายจุมพลขอให้บันทึกความเห็นของตนในรายงานการประชุมไว้ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ร้องขอ ไม่ให้เปิดเผยชื่อของผู้สนับสนุนการเลือกตั้งนายกฯและ ครม.โดยตรงออกไปสู่สาธารณะ

สปช.สระบุรีใช้งบส่วนตัวขึ้นป้ายพีอาร์

นายจรูญ จึงยิ่งเรืองรุ่ง สปช.สระบุรี กล่าวถึงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์การขึ้นป้ายคัตเอาต์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนส่งความคิดเห็นมาที่สำนักงาน กกต.จังหวัดเป็นการสร้างความนิยมส่วนตัวว่า การขึ้นโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีได้รับรู้ ข้อมูล ข่าวสารในการส่งข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นต่างๆที่เกี่ยวกับการปฏิรูปเพื่อส่งมอบให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของตน เป็นการใช้งบประมาณส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงบของส่วนราชการเพื่อต้องการให้ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการร่วมปฏิรูปประเทศ โดยให้ส่งข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือความเห็นไปที่สำนักงาน กกต.จังหวัด ซึ่งไม่มีเจตนาใดๆนอกจากการช่วยประชาสัมพันธ์งานของ สปช.

“วิษณุ” แจงมะกัน ก.พ.59 เลือกตั้ง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะว่า ได้ชี้แจงความคืบหน้าโรดแม็ปที่อยู่ในระยะที่ 2 ของการร่างรัฐธรรมนูญที่จะแล้วเสร็จเดือน ก.ย.58 บวกอีก 2-3 เดือนทำกฎหมายลูก และบวกอีก 2 เดือนจัดการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นเดือน ก.พ. 59 ส่วนเรื่องการทำประชามติ คสช.เป็นคนตัดสินใจ และส่งไปให้ สนช.จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 หรือไม่ อยู่ที่ สนช.จะลงเรือหรือไม่ คาดว่าเดือน เม.ย.58 น่าจะรู้แล้ว หากรัฐธรรมนูญเสร็จเดือน ก.ย.58 และหากทำประชามติ จะทำให้ ดีเลย์ไปอีก 2-3 เดือนที่ยังประกาศวันเลือกตั้งไม่ได้

ปัดข่าวผุด กก.พิทักษ์ รธน.

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอการเลือกตั้งนายกฯและ ครม.โดยตรง กมธ.ยกร่างฯเป็นใหญ่จะตัดสินว่าจะเอาอย่างไร สปช.จะเสนออะไรต้องเสนอเป็นกลุ่มก้อนและทางการ ไม่ใช่เป็นรายบุคคล ต้องทำในนาม กมธ. หรือ สปช. อีก 4 เดือนเมื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ สปช.แต่ละคนจึงไปขอแก้ด้วยการแปรญัตติได้ อย่าไปมองว่าเป็นการงัดข้อกัน ส่วนกระแสข่าว คสช.เตรียมเสนอตั้งคณะกรรมการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไม่เคยได้ยิน

“เต้น” โอดสงสารนางสีดาถูกทึ้ง

วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เห็น ดร.วิษณุใช้สำนวนเปรียบเทียบพวกร้อนวิชาบางคนในแม่น้ำ 5 สายว่า “เหาะเกินลงกา” แล้ว ขอฝากสำนวนถึงบรรดาผู้มีอำนาจและผู้ลงเรือแป๊ะทั้งหลาย ซึ่งกำลังเร่งเครื่องปฏิรูป เร่งมือร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ว่าขอให้ยึดประชาชนเป็นหลัก จะทำอะไรแป๊ะกับคนบนเรือควรสรุปให้เข้าใจตรงกัน ตอนยึดอำนาจท่านประกาศว่าเพื่อปฏิรูปสร้างประชาธิปไตย สามัคคีปรองดอง แต่พอเริ่มทำงานหลายคนแสดงชัดว่าต้องไล่ล่าอีกฝ่ายอย่าให้เหลือรอด เนื้อหาบางเรื่องก็ขัดหลักการจนวิจารณ์กันวุ่นวาย แบบนี้จะเข้าข่าย “ยักษ์ลักมาลิงพาไป” หมายถึง นางสีดาถูกทศกัณฐ์ลักตัวมาด้วยวิธีการนอกระบบ พอหนุมานไปพบจะพานางกลับ สีดาก็ไม่ยอม เพราะห่วงจะถูกครหาว่าตอนมาก็ผิด ตอนกลับก็ไม่ถูก ยืนกรานให้พระรามต้องมารับให้ถูกต้องตามหลักการจึงจะกลับไปอยู่ด้วย น่าเห็นใจสีดา ตอนยักษ์ลงมือบอกว่าจะพาไปทาง พอลิงมาก็จะพาไปอีกทาง สีดา จะทักท้วงบ้างก็กลัวทัพลงกาจะพาไปปรับทัศนคติ”

ดักคอมีพิมพ์เขียวล่วงหน้าแน่นอน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายวิษณุคงกำลังปรามคณะ กมธ.ว่าอย่าเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญให้เลยเถิดออกไป แสดงให้เห็นว่ามีพิมพ์เขียวไว้แล้วแน่นอน การร่างรัฐธรรมนูญเมื่อรัฐประหารทุกครั้งจะตั้งองค์กรขึ้นมาสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่มียุคไหนที่คณะ กมธ.จะร่างได้ตามใจชอบ ยุคนี้ผู้มีบทบาท สำคัญมีเพียงนายวิษณุ เครืองาม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เท่านั้นที่วางกรอบ จึงฝากเตือนผู้ร่างและผู้อยู่เบื้องหลังให้คิดถึงประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ให้อำนาจอธิปไตยกับประชาชนอย่างแท้จริง ขอให้รัฐบาลและนายกฯติดตามดูแล หากจริงใจจะให้เกิดการปรองดอง

“อานันท์” แนะเขียน รธน.จำกัดทุจริต

ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในการสัมมนาสภาเกษตรกรแห่งชาติ หัวข้อ “ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปภาคเกษตร” ตอนหนึ่งว่า ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบไม่มีช่องโหว่นั้น ไม่มี แต่สิ่งที่คนไทยเรียกหาไม่ใช่ประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์หรือสมบูรณ์แบบ แต่ต้องการประชาธิปไตยที่ไม่จอมปลอม เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งของไทยจอมปลอม มีการซื้อเสียงและให้สัญญาต่างๆนานา จึงได้คนที่เข้ามาทำธุรกิจการเมือง ไม่ได้ทำภารกิจเพื่อชาติ ประชาธิปไตย จึงสั่นคลอน ดังนั้น การเขียนรัฐธรรมนูญก็จะต้องแน่ใจว่าต้องทำให้การคอร์รัปชันเกิดขึ้นน้อยที่สุด ทุกปัญหาของไทยล้วนเกิดขึ้นมาแล้วในสังคมอื่น และแก้ไขได้ เราอย่าท้อแท้

“สมชัย” แย้มปลาย ม.ค.ฟันธง

อีกเรื่องนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย 3,000 ล้านบาท จากบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะว่า ปลายเดือน ม.ค.58 จะรู้ว่าจะฟ้องกี่ฝ่ายและกี่ราย โดยจะพิจารณาจากปัญหาที่เกิดขึ้นว่าใครเป็นเหตุทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ซึ่งฝ่ายกฎหมาย มีรายชื่อว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง และความเสียหายจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ความเสียหายจากทรัพย์สินที่ถูกทำลาย เช่น อาคารสถานที่ รถยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ โดยผู้กระทำผิดโดยตรงมีมูลค่าความเสียหายไม่มาก 2. ความเสียหายจากค่าใช้จ่ายจัดการเลือกตั้งวงเงินเกือบ 3,000 ล้านบาท ตรงนี้จะดูจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่ามีสาเหตุจากอะไร ใครเป็นสาเหตุ

ท้ากลับถ้าคิดว่า กกต.ผิดก็ส่งฟ้อง

นายสมชัยกล่าวอีกว่า เมื่อมีรายชื่อผู้ที่จะฟ้องร้อง สำนักงาน กกต.จะส่งเรื่องมาให้ กกต.ทั้ง 5 ลงมติ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มติ กกต.มักจะเป็นเอกฉันท์ เพราะค่อนข้างเห็นตรงกันในหลายเรื่อง เมื่อลงมติแล้วจากนั้นส่งไปยังอัยการ ถ้าอัยการจะเห็นด้วย ก็ส่งฟ้องร้องต่อศาล เพราะเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายนำเงินกลับเข้ารัฐ ซึ่งกระบวนการยังอีกนาน ส่วนใครคิดจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก กกต. ก็ต้องทำเรื่องส่งอัยการแบบเดียวกัน เมื่อถามว่าที่ผ่านมา กกต.ไม่ได้มองว่าตัวเองมีส่วนผิดเลยใช่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า เราทำหน้าที่ของเรา เรารับเงินมาจัดการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหาอุปสรรค เมื่อถามว่าแต่กระแสตีกลับมาที่ กกต. นายสมชัยกล่าวว่า ไม่เกี่ยว เราก็เดินหน้าทำงาน ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น และเรื่องนี้สำนักงาน กกต.เป็นผู้เสนอมา เคยเสนอมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ข้อมูลไม่ครบถ้วนจึงให้กลับไปแก้ไขเพิ่มเติม และตนก็เป็นเพียง 1 ใน 5 เสียงเท่านั้น

“วิษณุ” ปรามนึกถึงความสงบบ้าง

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุเตรียมฟ้องเอาผิดคนทำเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ 3,000 ล้านบาทว่า ถ้า กกต.เชื่อว่ามีอำนาจตาม พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ คสช.ฟื้นอำนาจตรงนี้คืนให้ก็เดินหน้าไป ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากที่จะเถียงกันว่ามีหรือไม่มีอำนาจ หากไปฟ้องศาล ถ้าศาลบอกไม่มีอำนาจก็จบ แต่อะไรที่ทำต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน และช่วยคำนึงถึงเรื่องความสงบเรียบร้อยด้วย หน้าที่ปรองดองไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล และ คสช.ฝ่ายเดียว ทุกคนต้องช่วยกัน และเรื่องนี้เป็นมติ กกต.หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ส่วนข้อเสนอให้ยุบรวมองค์กรอิสระที่ไม่ค่อยมีบทบาทนั้น หากเห็นว่าองค์กรใดไม่มีความจำเป็น สิ้นเปลืองเงินทอง และทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในประเทศ ถ้ายุบได้ก็ยุบ

ป.ป.ช.ส่งต่อข้อมูลข้าว “ปู” ให้ กมธ.

วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด ในวันที่ 25 ธ.ค. เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์คดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าองค์คณะของคณะทำงานทั้งสองฝ่ายจะอยู่ไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีบางคนติดภารกิจ แต่ไม่กระทบต่อการประชุม คณะทำงาน หลังจากการประชุมคณะทำงานร่วมวันที่ 25 ธ.ค.แล้ว จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งหลังช่วงปีใหม่ อาจเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ธ.ค. คณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.จะนำข้อมูลที่ได้ดำเนินการไต่สวนเสร็จแล้ว โดยเฉพาะข้อมูลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวครั้งที่ 1 และ 2 ที่รายงานถึงความเสียหายของโครงการดังกล่าว ส่งให้คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ตามที่มีการร้องขอข้อมูลมา

อสส.ยืนกรานต้องสอบเพิ่มพยาน

ขณะที่นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายอัยการกับ ป.ป.ช. ที่พิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ระงับโครงการรับจำนำข้าวทำให้เกิดความเสียหาย กล่าวถึงการนัดประชุมด่วนร่วมกันระหว่างอัยการและ ป.ป.ช.ในวันที่ 25 ธ.ค. ว่าการประชุมที่ผ่านมาได้พูดถึงการพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ของคดี และเร่งรัดให้เร็วขึ้น เนื่องจากสังคมให้ความสนใจ แต่คณะทำงานฝ่ายอัยการยืนยันว่าต้องสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม เพื่อให้สำนวนสมบูรณ์ แม้จะเป็นการนัดประชุมด่วน แต่คาดว่ายังไม่ได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ เเละต้องนัดประชุมกันอีกต้นปีหน้า หาก ป.ป.ช.รับข้อเสนอของอัยการสูงสุด ต้องเรียกพยานมาสอบเพิ่มเติมอีก และเมื่อ ป.ป.ช.สอบพยานเสร็จสิ้น จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องคดี

พท.ข้องใจไม่ฟ้องคดีข้าว รบ.มาร์ค

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ ป.ป.ช.มีมติไม่ฟ้องคดีข้าวในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทั้งที่มีความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งไม่ขายข้าวให้ผู้ประมูลที่ให้ราคาสูงสุด การขายต่ำกว่าราคาตลาด และขายโดยไม่ต้องประกวดราคา อีกทั้งมีการนำแคชเชียร์เช็คเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มาวางค้ำประกัน แต่ ป.ป.ช.ไม่เห็นว่ามีความผิด แต่กรณีข้าวของพรรคเพื่อไทยกลับพยายามเล่นงานอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เต็มที่ ทั้งๆที่เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เป็นการช่วยเหลือชาวนาและกระตุ้นเศรษฐกิจไปที่รากหญ้าเหมือนกับที่สหรัฐฯและญี่ปุ่นทำ หากเป็นความผิดผู้นำทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่นคงต้องผิดด้วย เพราะหนี้สาธารณะทั้ง 2 ประเทศสูงมาก ญี่ปุ่นมีหนี้สูงถึง 230% ของจีดีพี แต่ไทยมีหนี้เพียง 46% ไม่ได้ทำให้ประเทศล่มสลาย ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ก็ไม่ฟ้องคดี ปรส. จนเพิ่งหมดอายุความไปเมื่อเดือน พ.ย. ส่วน กกต.ก็ปล่อยคดีบริจาคเงินของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท หมดอายุความเช่นกัน โครงการไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ป.ป.ช.ก็ไม่ตัดสิน แต่พรรคเพื่อไทยโดนทุกเรื่อง ประเทศนี้จะสงบได้อย่างไร ถ้าไม่มีความยุติธรรม

ตอกย้ำ 2 มาตรฐานจี้ยกเครื่อง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตัดสินของ ป.ป.ช.ตอกย้ำให้เห็นความเป็นสองมาตรฐาน คดีของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทำมา 4-5 ปี แล้วยกคำร้องด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น น้ำท่วม เอกสารเสียหาย เด็กน้อยพูดยังน่าเชื่อ แต่ผู้ใหญ่พูดแล้วไม่น่าเชื่อถือ ครั้นไปดูคดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ พบว่ายังหาหลักฐานไม่ครบ ตรวจสอบไม่เสร็จสิ้นกระบวนความ กลับพยายามสรุปดำเนินคดีให้ได้ ถึงได้ย้ำว่าควรมีการปฏิรูป ป.ป.ช.ยกเครื่องกันใหม่ ให้มี ป.ป.ช.กระจายไปทั่วทุกจังหวัดเพื่อความรวดเร็วของคดี อีกทั้งประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องกระจุกงานไว้ที่ส่วนกลาง แล้วกรรมการ ป.ป.ช.ให้เป็นเพียง 4 ปีแล้วเปลี่ยนคนใหม่เข้ามา

“ประวิตร” นั่งหัวโต๊ะถก ครม.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.อยู่ในระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-23 ธ.ค.โดยวาระการประชุม ครม. ที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง เสนอพิจารณาแผนปรับปรุงการบริหารหนี้สาธารณะ ในปีงบประมาณ 2558 ครั้งที่ 1 วงเงิน 2 แสนล้านบาท กระทรวงมหาดไทย เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานในประเทศ และกระทรวงแรงงาน เสนอ ครม.พิจารณาปรับปรุงบัญชีโครงสร้างอัตราค่าจ้างของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ

สสส.เชิญชวนสวดมนต์ข้ามปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.เวลา 08.30 น. ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมศิลปิน ดารา จากสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อาทิ ดาวิกา โฮร์เน่ มิกค์ ทองระย้า และภัทรเดช สงวนความดี มารณรงค์เชิญชวน ครม.ร่วมงานสวดมนต์ข้ามปี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา โดย พล.อ.ประวิตรได้ร่วมลงนาม “ขอให้คนไทยมาร่วมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นสิริมงคล ร่วมกันด้วยนะครับ” บน ส.ค.ส.จำลองขนาดใหญ่ เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมส่งความสุขให้ตนเอง คนที่รัก และสังคม

“บิ๊กป้อม” กำชับดูแลปีใหม่เข้ม

เวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กำชับทุกหน่วยงานดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดำเนินการจัดเตรียมแผนงาน ทดสอบเตรียมความพร้อมแผนงาน ดูแลป้องกันในเรื่องของอัคคีภัย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า อาคาร สถานที่ราชการ จะต้องมีความปลอดภัย อยากให้ช่วงปีใหม่เป็นช่วงที่ประชาชนมีความสุข ส่วนปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ทุกหน่วย โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานบูรณาการการช่วยเหลือประชาชน เฝ้าระวังไม่ให้ฉวยโอกาสในทุกรูปแบบที่จะมาซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย

คืนความสุขแจกพรึ่บของขวัญปี 58

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบของขวัญปีใหม่ที่แต่ละกระทรวงเสนอ อาทิ กระทรวงกลาโหม จัดกิจกรรม “เติมความสุขให้คนไทย จากใจทหาร” 51 แผนงาน เช่น การมอบผ้าห่มกันภัยหนาว จัดตั้งหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว เปิดชมฟรีแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ทหาร 103 แห่ง ระหว่าง 31 ธ.ค.57-4 ม.ค.58 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงาน “ของขวัญปีใหม่จากใจ ทส.” เช่น การแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และจัดที่ดินให้ผู้ไร้ที่ดินทำกิน

ฟรีไวไฟป้อนสาวกโซเชียล

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ส่วนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดงาน “ไอซีทีเอ็กซ์โปแกรนด์เซลส์ 2015” ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. 58 ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะที่กระทรวงมหาดไทย มีหลายโครงการ อาทิ “ติดต่อราชการทันใจ ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน” “โอท็อปทั่วไทย ส่งความสุขปีใหม่ สร้างรายได้ขยายตลาดสู่อาเซียน” และ “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน” ส่วนสำนักพระพุทธศาสนา เสนอโครงการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล เจริญจิตภาวนาข้ามปีในวันที่ 31 ธ.ค.57 และพิธีทำบุญตักบาตรวันที่ 1 ม.ค.58

เห็นชอบอนุสัญญาต้านก่อการร้าย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่...) พ.ศ. ...สาระสำคัญคือ กำหนดให้จดรับรองการทำประโยชน์ที่ดินสาธารณูปโภค หรือใช้เพื่อสาธารณะ โดยห้ามโอนให้กับผู้หนึ่งผู้ใด และให้ทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคนั้นจะตกเป็นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้เหมาะสมกับประโยชน์ส่วนรวม และ ครม.ยังเห็นชอบการลงนามให้สัตยาบันในอนุสัญญา BIMSTEC ว่าด้วยความร่วมมือ

ด้านการต่อต้านการก่อการร้ายสากล องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบค้ายาเสพติด มอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการ เนื่องจากประเทศสมาชิก BIMSTEC ได้แก่ บังกลาเทศ เนปาล ภูฏาน พม่า อินเดีย ศรีลังกา และไทย มีความกังวลถึงการขยายตัวการก่อร้ายสากล อาชญากรข้ามชาติ และการลักลอบค้ายาเสพติด สาระสำคัญของอนุสัญญาดังกล่าวเป็นพันธะกรณีระหว่างรัฐภาคีที่ต้องร่วมมือช่วยเหลือกันและกันในการป้องกัน สืบสวน ดำเนินคดีปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ

สมช.ชี้การข่าวยันไร้เหตุป่วน

ด้านนายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานข่าวว่า ในช่วงปีใหม่จะมีการก่อเหตุ รัฐบาลจะดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนอย่างเต็มที่ ให้ประชาชนความมั่นใจได้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองยังไม่มีอะไร ยังนิ่ง รอดูทิศทางการเมือง การปฏิรูปบ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหนเพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เชื่อว่าอีก 5-10 ปี คงยากเหมือนกันที่จะกลับมาปฏิรูปให้ได้ทุกด้านแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เรายังเห็นว่ามีข้อบกพร่องอีกเยอะ

ผบ.ทอ.ไม่ห่วงสถานการณ์การเมือง

พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.และสมาชิก คสช.กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์บ้านเมืองในปี 2558 ว่า การทำงานของ คสช.และรัฐบาลไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะทุกอย่างกำลังเดินไปได้ตามโรดแม็ปทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความปรองดอง คิดว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้และปี 2558 ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขอให้ประชาชนช่วยเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาล เพื่อมีกำลังใจทำงานมากขึ้น ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกระบวนการ โดยมีผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบดำเนินการอยู่ ทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่

“อนุพงษ์” เชื่อ ครม.ยังเข้าขากันดี

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เดินทางเข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า นายพรเพชรเดินทางมาอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่เท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้หารือทางการเมืองหรือประเด็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใดๆทั้งสิ้น

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เตรียมแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ติดตามขันนอตการทำงานของรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เห็นด้วย แต่ไม่อยากให้ใช้คำว่าขันนอต อยากให้ใช้คำว่าเร่งการทำงานจะดีกว่า อยากให้ทุกกระทรวงเร่งทำงาน เพราะรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศเพียงปีเดียว ถือว่าสั้นมาก จึงอยากให้ทุกฝ่ายเร่งเดินหน้าทำงาน อย่ายืดเยื้อเพื่อไม่ให้เสียเวลา และต้องเป็นไปตามกรอบที่นายกฯวางไว้ เมื่อถามว่า ต้นปีหน้าสมควรปรับ ครม.แล้วหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้รัฐมนตรีทุกคนตั้งใจทำงาน ไม่มีความขัดแย้ง แม้จะมีความเห็นต่างกันบ้างในบางเรื่อง แต่ยังทำงานร่วมกันได้ดี ที่สำคัญไม่มี เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นมองว่ายังทำงานร่วมกันได้อยู่

“วิรัตน์” ฟ้อง “สุดา” ผิด ม.112-หมิ่น ปชป.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคและนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ร่วมแถลงข่าว โดยนายวิรัตน์กล่าวว่า จากกรณี น.ส.สุดา รังกุพันธุ์ อดีตนักวิชาการลงข้อความและภาพในเฟซบุ๊กชื่อสุดา รังกุพันธุ์ว่า แต่งดำเดือน ธ.ค.ไว้อาลัยคดี ปรส. ทั้งที่เดือน ธ.ค.เป็นเดือนมหามงคลที่คนไทยจะแต่งสีเหลือง ถือเป็นการกระทำที่จาบจ้วงล่วงละเมิด ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงยื่นเรื่องต่อ พล.อ.รุ่งโรจน์ จำรัสโรมรัน ผู้ช่วย รมว.กลาโหมให้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดตามมาตรา 112 ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รวมถึงกรณีของบุตรชายนักการเมืองพรรคเพื่อไทยนามสกุลวลัยเสถียร ที่ล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูงอย่างร้ายแรง แต่ตำรวจมีคำสั่งไม่ฟ้อง จึงยื่นเรื่องให้ดำเนินการ ด้วย และพรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องดำเนินคดีหมิ่น ประมาทอีกคดี เนื่องจากข้อความที่ น.ส.สุดาโพสต์ข้อความกล่าวหาใส่ร้ายอย่างน่าละอายว่า พรรคประชาธิปัตย์ขายชาติทำให้เกิดความเสียหายกรณี ปรส. เพราะพรรคที่ทำความเสียหายคือรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ข้อเท็จจริงรัฐบาลประชาธิปัตย์เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ แต่กลับถูกบิดเบือนข้อเท็จจริง

โต้ “บิ๊กจิ๋ว” ทำเจ๊ง-ปชป.เข้ามาแก้

ด้านนายศิริโชคกล่าวเสริมว่า ผู้บริหารจนเกิดความเสียหายคือ รัฐบาล พล.อ.ชวลิตซึ่งเป็นผู้ลงนามสัญญาเงินกู้ไอเอ็มเอฟ และมีการตั้ง ปรส. เพื่อบริหารแผนฟื้นฟูสถาบันการเงิน โดยออกกฎหมายให้เป็นหน่วยงานอิสระ ที่รัฐบาลแทรกแซงไม่ได้ อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามแผนของไอเอ็มเอฟตามพันธะสัญญาที่รัฐบาล พล.อ.ชวลิตไปลงนาม พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ใช่ผู้ทำให้เกิดความเสียหาย แต่เข้ามาแก้วิกฤติประเทศ ในขณะเดียวกันมีข้อมูลชัดเจนว่า คนที่ได้ประโยชน์จากการบริหารของ ปรส. คือบริษัทเกียรตินาคินที่มีภรรยานายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นเจ้าของ ถือเป็นคดีแรกที่ฟ้องในนามพรรค เกี่ยวกับเรื่องนี้หลังถูกบิดเบือนมานาน

“บิ๊กตู่” ลองนั่งไฮสปีดเทรนจีน

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ที่กรุงปักกิ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. (เวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางออกจากเรือนรับรองรัฐบาลเตี้ยวหยูไถ่ ไปเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมรถไฟแห่งประเทศจีน โดย พล.อ.ประยุทธ์ สนใจสอบถามการบริหารจัดการการควบคุมรถ เช่น การให้บริการประชาชนกับภาคการขนส่งที่แยกออกจากกัน และถ้านำมาใช้กับโครงการของไทยที่จะพัฒนารถไฟปัจจุบันให้เป็นรถไฟความเร็วปานกลาง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงว่าจะมีผลกระทบกับการเดินรถอย่างไรหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมรถไฟแห่งประเทศจีน ยืนยันว่าโครงการของไทยดำเนินการได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้ทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูง จากสถานีรถไฟทางใต้แห่งกรุงปักกิ่งไปยังนครเทียนจิน ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที

ส่งท้ายเยี่ยมคารวะ “สี จิ้นผิง”

จากนั้นช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะหารือกับผู้บริหารบริษัทหัวเหว่ย บริษัทชั้นนำเทคโนโลยีไอทีของจีน กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปเข้าเยี่ยมคารวะนายจาง เต๋อเจียง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน และเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ที่มหาศาลาประชาชน ตามลำดับก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เวลาประมาณ 22.00 น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1สมชัย ศรีสุทธิยากรกกต.เลือกตั้งฟ้องร้องค่าเสียหายพรรคการเมืองบวรศักดิ์ อุวรรณโณยกร่างรัฐธรรมนูญ

Most Viewed