กีฬา
100 year

ลั่นไปบอลโลก ช้างศึกคึก อัดฉีดเละ33ล้าน

ทีมข่าวหน้า122 ธ.ค. 2557 07:05 น.
SHARE

โค้ชซิโก้สานฝันลุยรัสเซีย18 ถ้วยแชมป์ซูซูกิถวายในหลวง คลื่นชนแห่รับกรี๊ดฉลองชัย

แข้ง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ถึงกับตะลึงตาหลังเห็นพลังศรัทธาแฟนลูกหนังชาวไทยแห่แหนไปให้การต้อนรับกลับบ้านชนิดมืดฟ้ามัวดินหลายหมื่นชีวิต โดยกุนซือใหญ่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เผยแชมป์นี้คือของขวัญจากก้อนดินถวายพ่อหลวง และคนไทยทั้งประเทศ เผยเป้าหมายต่อไปคือพาทีมชาติไทยไปบอลโลก 2018 ที่รัสเซียให้ได้ ขณะที่ยอดอัดฉีดพุ่งกระฉูดรวม 33 ล้านบาทเข้าไปแล้ว โดยก้อนแรก 25 ล้าน จาก สมาคมฟุตบอลฯ บ.โหลทอง โฮลดิ้งส์ และเงินรางวัลแชมป์ จัดมอบสดกันทันที พุธที่ 24 ธ.ค.นี้ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนผู้จัดการทีม “บิ๊กเษม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ เผยมีความสุขที่สุดในชีวิต เผยเตรียมอำลาตำแหน่งไปลุยงานส่วนตัวหลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี ขณะที่พ่อ-แม่ โค้ชซิโก้ เตรียมจัดบายศรีสู่ขวัญให้ลูกชายที่ขอนแก่น ด้านแฟนบอลทั่วอาเซียนโพสต์ยินดีทีมชาติไทยสมควรเป็นแชมป์

ความเคลื่อนไหวของขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทย หลังเถลิงบัลลังก์แชมป์ศึกลูกหนังเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ทวงแชมป์อาเซียนกลับคืนมาสู่ประเทศไทยได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี จากการเอาชนะ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ด้วยประตูรวม 4-3 ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. ทันทีที่กลับถึงโรงแรม พี.เจ.ฮิลตัน ซึ่งเป็นที่พักเหล่าบรรดานักเตะต่างฉลองชัยกันอย่างสุดเหวี่ยงภายในห้องพัก จนบางรายถึงกับไม่ได้หลับไม่ได้นอน จากนั้นในช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง ของวันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค. ทั้งหมดได้นั่งรถบัสมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ อินเตอร์เนชันแนล แอร์พอร์ต 2 เพื่อเตรียมเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ ด้วยเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่เอฟดี 320 ในเวลา 13.55 น. โดยตลอดเวลาที่นักเตะอยู่ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ อินเตอร์เนชันแนลแอร์พอร์ต 2 ได้มีแฟนบอลชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจมาขอถ่ายรูปตลอดเวลากว่า 2 ชั่วโมงเต็ม

“บิ๊กเษม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมของทีมชาติไทยได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนไทยว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงให้กำลังใจทีมของเรา ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้นักเตะวิ่งสู้ฟัดจนสามารถพลิกสถานการณ์คว้าแชมป์กลับมาให้แฟนๆชาวไทยได้ นอกจากนี้ตนและสตาฟฟ์โค้ชพร้อมกับผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังเตรียมหารือเพื่อที่จะทูลเกล้าฯถวายถ้วยแชมป์แด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวด้วย

ขณะเดียวกัน “บิ๊กเษม” ยังได้กล่าวถึงอนาคตของตัวเองด้วยว่า หลังจากที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฯ มอบหมายให้ตนเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยชุดใหญ่ต่อไป เพื่อคุมทีมสู้ศึกปีหน้าซึ่งมีหลายรายการ ทั้งฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 และฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกนั้น ที่ผ่านมาตนทำงานเป็นผู้จัดการทีมเข้ารอบรองชนะเลิศในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 และ แชมป์ซูซูกิคัพ เป็นงานที่หนักและยาวนาน ทำให้ไม่ได้ดูแลในส่วนของธุรกิจส่วนตัวเลย เนื่องจากการเป็นผู้จัดการทีมต้องทุ่มเทเวลาให้กับทีมชาติไทยอย่างเต็มที่ ดังนั้น จึงอยากที่จะกลับไปทำงานของตนบ้าง อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้คงต้องเข้าหารือกับผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลฯก่อนอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในราว 2-3 วันนี้

จากนั้นเมื่อทัพนักเตะไทยขึ้นเครื่องบิน ส่วนใหญ่จะนอนพักเอาแรง เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงประเทศไทยแล้วจะต้องร่วมฉลองชัยกับแฟนบอลชาวไทยในการแห่ฉลองแชมป์อีกหลายชั่วโมง ซึ่งบรรยากาศบนเครื่องบินเริ่มคึกคักขึ้นก่อนที่เครื่องจะแตะรันเวย์ราว 30 นาที โดยบรรดานักเตะต่างเดินถ่ายรูปเล่นกันเอง และถ่ายกับผู้โดยสารบนเครื่องอย่างสนุกสนาน ซึ่ง “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ผู้เป็นฮีโร่พังประตูฝังมาเลเซีย เดินถ่ายรูปกับผู้โดยสารตั้งแต่หัวเครื่องยันท้ายเครื่อง นอกจากนี้กัปตันขับเครื่องบินยังประกาศออกลำโพงเชิดชูทัพนักเตะช้างศึกที่สามารถทวงแชมป์อาเซียนคัพให้กลับมายังประเทศไทยได้สำเร็จ เรียกเสียงปรบมือของผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเกรียวกราว

สำหรับบรรยากาศการต้อนรับทีมชาติไทย ชุดช้างศึก ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ หรือสนามบินดอนเมือง บริเวณหน้าห้องรับรองพิเศษ เหล่าแฟนบอลทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่จากทั่วสารทิศหลายพันคนทยอยเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจขุนพลนักเตะทีมชาติชุดฮีโร่กันแน่นถนัดตั้งแต่เที่ยงวัน ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนจ้า แต่สาวกทีมไทยไม่หวั่น หลายคนเพนต์สีธงชาติไทยที่ใบหน้าเหมือนประกาศให้รู้ว่าเป็นสาวกทีมช้างศึกตัวจริงเสียงจริง ขณะเดียวกัน แฟนบอลจำนวนมากได้เตรียมช่อดอกไม้มามอบ ทั้งมีการจัดทำป้ายไฟ ป้ายข้อความตัวอักษรให้กำลังใจ ตลอดจนมีการนำธงไตรรงค์ขนาดทั้งเล็กทั้งใหญ่มาโบกสะบัดพลิ้วเป็นทิวไสว โดยระหว่างรอนักเตะไทยกลับสู่มาตุภูมิก็ยังมีการร่วมกันร้องเพลงเชียร์ ตีกลอง เป่านกหวีด สลับส่งเสียงเฮเป็นระยะสร้างความสนุกสนานเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง โดยเฉพาะขุนพลนักเตะชาริล ชัปปุยส์ มีแฟนคลับสาวๆเตรียมดอกไม้มารอรับมากเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนจำนวนมาก ทั้งสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์เว็บไซต์ นับร้อยชีวิตก็มาคอยปักหลักรอรายงานข่าวทีมชาติชุดประวัติศาสตร์เดินทางมาถึงไทยกันอย่างตื่นเต้นไม่แพ้แฟนบอล

สำหรับขบวนรถที่จะแห่คณะนักเตะฮีโร่ทีมชาติไทยเป็นรถบัส 2 ชั้น เปิดประทุน ตกแต่งลวดลายเป็นสัญลักษณ์ของเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ สีเขียว พร้อมด้วยรูปนักเตะทีมชาติไทย โดยมีข้อความขนาดใหญ่ เขียนไว้ข้างรถว่า แชมเปียนส์ ออฟ อาเซียน (CHAMPIONS OF ASEAN) ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเป็นอย่างมาก หลายคนเก็บภาพเป็นที่ระลึก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องนำแผงเหล็กมากั้นเพื่อกันพื้นที่ให้แฟนบอลได้ส่งเสียงเชียร์นักเตะขวัญใจ และให้สื่อมวลชนนับร้อยได้บันทึกภาพกันอย่างเต็มอิ่ม ทั้งนี้ ระหว่างการรอคอยขุนพลนักเตะทีมชาติก็มีการส่งเสียงเชียร์สลับร้องเพลงเชียร์อย่างครื้นเครง

กระทั่งเวลา 15.30 น. ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยชุดแชมป์ซูซูกิคัพ นำโดยโค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เดินทางกลับจากมาเลเซียด้วยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินเอฟดี 320 ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มาต้อนรับ พร้อมมอบช่อดอกไม้ร่วมแสดงความยินดี หลังจากนั้นเหล่าขุนพลทีมชาติไทยเดินออกมาขึ้นรถแห่เปิดประทุนที่จอดรออยู่ด้านนอก ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของเหล่าแฟนบอลหลายพันคนเสียงดังสนั่น ซึ่งมีการเบียดเสียดกันเพื่อยลโฉมแชมป์ซูซูกิคัพจนบางรายถึงกับเป็นลม

ทั้งนี้ “โค้ชซิโก้” นำขุนพลนักเตะนำถ้วยรางวัลซูซูกิคัพขึ้นบนหลังคาชั้นสอง พร้อมอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ด้านบนของรถด้วย จากนั้นก็เคลื่อนขบวนออกจากสนามบินดอนเมือง โดยมีขบวนรถจักรยานยนต์นำหน้าและตามหลังนับร้อยคัน ทั้งมี การบีบแตรส่งเสียงฉลองแชมป์ตลอดเส้นทาง ขณะที่มีแฟนบอลส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจตลอดทาง โดยมุ่งหน้าไปตามเส้นทางถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สยามเซ็นเตอร์, สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์ และวกกลับมาสิ้นสุดที่สนามศุภชลาศัย ทั้งนี้บรรยากาศตลอดสองข้างทางมีรอยยิ้มและเสียงกรี๊ดของเหล่าประชาชนดังไปทั่ว ทั้งบนสะพานลอยและบนถนน ที่ต่างมารอให้การต้อนรับฮีโร่นักเตะไทยกลับบ้านอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยฯที่มีผู้คนนับหมื่นอยู่เต็มพื้นผิวถนน โบกมือ โบกธงชาติ โยนดอกไม้ ตะโกนร้อง ให้กำลังใจนักเตะไทยที่ยืนโบกไม้โบกมืออยู่บนรถด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวด้วยว่า ที่สนามศุภชลาศัยมีแฟนบอลกลุ่มใหญ่ไปวิ่งแก้บน 9 รอบให้ทีมชาติไทยที่คว้าแชมป์ซูซูกิคัพคราวนี้มาครองได้สำเร็จ

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกที่คว้าแชมป์ถ้วยอาเซียนคัพ ทั้งในฐานะนักเตะและผู้ฝึกสอน เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นจริงๆกับคลื่นมหาชนคนไทยที่แห่มาต้อนรับอย่างมากมายมหาศาลขนาดนี้ เกมนัดชิงที่ผ่านมาเมื่อวันเสาร์ ถือเป็นแมตช์ที่สุดยอดมาก ต้องยอมรับจิตใจน้องๆนักฟุตบอล และขอบคุณนักเตะทุกคนที่ทุ่มเท มีสมาธิ จนนำความสำเร็จกลับบ้านมาได้ นี่ถือเป็นของขวัญจากก้อนดินที่น้องๆ นักฟุตบอลมอบแด่องค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทอดพระเนตรเกมการแข่งขันในแมตช์นี้ด้วย และเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทยทั้งประเทศ

ส่วนเป้าหมายต่อไป กุนซือจอมตีลังกา เผยว่า คือการพาทีมชาติไทยป้องกันแชมป์ซีเกมส์ที่สิงคโปร์ ในช่วงกลางปีหน้า 2558 ให้ได้ และทำผลงานให้ดีในศึกคัดโอลิมปิก ขณะเดียวกัน สูงสุดก็คือการพาทีมไทยไปฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งหากจะทำให้สำเร็จเป็นจริง เราจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ โดยตนจะพยายามพัฒนาทีมให้ไปข้างหน้าให้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเงินอัดฉีดที่ขุนพลนักเตะช้างศึกทีมชาติไทยได้รับ 25 ล้านบาท จากฝ่ายจัดการแข่งขัน 2 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6.4 ล้านบาท สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ให้สะสมตั้งแต่รอบแรกรวม 11.6 ล้านบาท และบริษัท โหลทอง โฮลดิ้ง จำกัด 7 ล้านบาท แล้ว ล่าสุดมีรายงานว่า นางกอบกาญจน์ได้อนุมัติเงินรางวัลพิเศษแก่นักเตะไทยอีก 7 ล้านบาท โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่เหรียญทองซีเกมส์ นักกีฬาได้คนละ 2 แสนบาท ขณะที่สตาฟฟ์โค้ชจะได้รับ 7 เปอร์เซ็นต์ของเงินดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นางกอบกาญจน์ เปิดเผยว่า เงินรางวัลที่รัฐบาลอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้ทีมชาติไทย เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจนั้น ยืนยันว่าเป็นตัวเลขที่ 5 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมี บริษัท สยามพิวรรธณ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารและเจ้าของสยามพารากอน 1 ล้านบาท และ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ อีก 2 ล้านบาท รวมจะได้เพิ่มอีก 8 ล้านบาท ยอดรวมล่าสุดอยู่ที่ 33 ล้านบาทแล้ว

ทั้งนี้ ในส่วนเงินรางวัลจากฝ่ายจัดการแข่งขัน และสมาคมฟุตบอลฯ รวมถึงของบริษัท โหลทองฯ รวม 25 ล้านบาท นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า เงินก้อนนี้ ทางสมาคมฟุตบอลฯ จะจัดให้มีพิธีมอบเงินรางวัลก่อน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช โดยกำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ส่วนเวลาจะมีการกำหนดอีกครั้ง

ขณะเดียวกันทาง ดร.โสภิต ภาโนมัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า จากการที่ทีมฟุตบอลชาติไทยประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์อาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ด้วยการชนะมาเลเซีย ด้วยประตูรวม 4-3 ภายใต้การควบคุมทีมของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นับเป็นการสร้างความสุขและเป็นของขวัญปีใหม่แก่คนไทยทั้งประเทศ จากความสำเร็จครั้งนี้ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี ม.ศรีปทุม จึงขอมอบของขวัญตอบแทน “โค้ชซิโก้” ด้วยการมอบทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจการกีฬาและการบันเทิง หรือหาก “โค้ชซิโก้” ต้องการศึกษาในด้านอื่น ทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีจะเปิดโอกาสให้เลือกตามความต้องการ

ส่วนที่บ้านเสนาเมือง เลขที่ 66/1 หมู่ 10 หมู่บ้านศรีประเสริฐ ต.วังชัย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของซิโก้ หรือเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โค้ชฟุตบอลทีมชาติไทยชุดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟซูซูกิคัพมีเพื่อนบ้านและชาวอำเภอน้ำพอง ทยอยมาแสดงความยินดีกับนายสุริยา เสนาเมือง อายุ 70 ปี กับนางริสม เสนาเมือง อายุ 69 ปี พ่อและแม่ของ “ซิโก้” ไม่ขาดสาย โดยนายสุริยาเปิดเผยว่า ชาว อ.น้ำพองได้มาปรึกษาหารือว่า หากซิโก้กลับมาบ้าน ชาวน้ำพอง จะจัดการต้อนรับอย่างสมเกียรติและทำพิธีบายศรีสู่ขวัญพร้อมกับมอบสินน้ำใจให้กับซิโก้ด้วย

“โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบกีฬาฟุตบอล ติดตามกีฬาฟุตบอลมาตลอด โดยเฉพาะฟุตบอลรายการนี้ ผมและคนไทยรอมานานถึง 12 ปี เมื่อซิโก้ไปเป็นโค้ชและจะพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ในรายการนี้ให้ได้ มีความมั่นใจมากว่าซิโก้ทำได้ ผมพูดกับตัวเองว่าถ้าซิโก้นำแชมป์รายการนี้มาให้คนไทยทั้งประเทศได้ ผมจะขอเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาดโดยไม่บอกให้ซิโก้รู้ และซิโก้ก็ทำได้ สามารถพาทีมนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดนี้คว้าแชมป์ซูซูกิคัพในประเทศมาเลเซียและผมขอเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดเป็นของขวัญให้ลูกชาย” นายสุริยากล่าว จากนั้นนายสุริยากับภรรยาได้นำยาเส้นที่อยู่ในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่ใช้มวนบุหรี่สูบอยู่ประจำไปเททิ้งในบ่อหลังบ้านยืนยันว่าจะไม่หวนกลับมาสูบอีกเด็ดขาด

ด้านแฟนบอลทั่วอาเซียนก็ได้ร่วมโพสต์ผ่านโซเชียลเนตเวิร์ค ทางเพจ AFF SUZUKI CUP ชื่นชมทีมไทยหลังคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพมาครองได้อย่างสุดยอด โดยพร้อมใจกันซูฮกแข้งไทยเล่นได้อย่างทรงพลัง และมีสปิริตที่ดีเยี่ยมเหมาะสมและคู่ควรกับแชมป์ปีนี้เป็นอย่างยิ่ง อาทิ Amjad El-Muhammady “ยินดีด้วยไทยแลนด์ พวกคุณเล่นได้อย่างทรงพลัง&มีสปิริตที่เหมาะสมกับโทรฟี่นี้” (จาก มาเลเซีย)/ Farrar Khanh Mino “มาเลเซียไม่แฟร์เพลย์ ไทยแลนด์ สู้ สู้” (จาก เวียดนาม)/Farras NauFalcao “ยินดีด้วยไทยแลนด์” (จาก อินโดนีเซีย)/ Tuan Anh “ยินดีด้วยไทยแลนด์” (จาก เวียดนาม)/ Syed Khaliz Syed Nasir “ยินด้วยกับไทยแลนด์ แล้วพวกเราจะกลับมาเจอกันใหม่”-อุลต้า มาลายา-(จาก มาเลเซีย)/Muhammad Zubairi Md YUsop “ยินดีกับไทยแลนด์ คุณเหมาะที่จะเป็นแชมเปียนส์ ไทยแลนด์ สู้ สู้ เป็นเกมที่ดีมาก” (แฟนบอลมาเลเซีย)

ด้าน ดอลลา ซาเลห์ กุนซือใหญ่ทีมชาติมาเลเซีย กล่าวว่า เราเกือบแล้วที่จะเป็นแชมป์ หลังจากที่นำก่อนถึง 3-0 ถ้วยแชมป์มันอยู่ในมือเราแล้ว แต่ในช่วงท้ายเกมเราก็มาโดนยิง 2 ลูก ตนยอมรับว่าแทบหัวใจสลายที่ไม่ได้แชมป์ในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอชมทีมชาติไทยที่เล่นได้ดีและสมควรเป็นแชมป์จริงๆ

ขณะที่ ซาฟิค ราฮิม กองกลางตัวเก่งของ มาเลเซีย กล่าวว่า เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆตอนรับเหรียญรองแชมป์ มันเป็นเหรียญที่ตัวเองไม่อยากได้ แต่ก็ต้องรับมันด้วยน้ำตา “เราถือถ้วยแชมป์อยู่ในมือแล้วตอนนาทีที่ 80 แต่หลังจากนั้นไม่นานเราก็ทำมันหลุดมือไป อย่างไรก็ตาม ทีมไทยก็เหมาะสมแล้วที่จะเป็นแชมป์ครั้งนี้” ซาฟิคกล่าว

อีกด้านหนึ่งก็ได้เกิดข่าวฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อแฟนบอลที่รักกีฬาฟุตบอลชนิดเข้าสายเลือดใช้ชื่อว่า “โฉ หัวลาย” ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เมื่อเวลา 20.12 น. วันที่ 20 ธ.ค. ช่วงที่ฟุตบอลกำลังแข่งขันกันอยู่ว่า “บอลไทยชนะวันนี้!..ผมวิ่งแก้ผ้ารอบตลาด.!” และหลังจากจบการแข่งขัน แฟนบอลหนุ่มคนนี้ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งเพื่อย้ำว่าตนเป็นคนพูดจริงทำจริงว่า “ใครอยากเห็นผมแก้ผ้ามาสรรพยา” ซึ่งภายหลังจากโพสต์ข้อความเสร็จเรียบร้อย ปรากฏว่าแฟนบอลใจถึงคนดังกล่าวที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อนามสกุลจริงได้เดินแก้ผ้าโทงๆ ไปรอบตลาด อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มือขวาถือธงชาติไทย สร้าง ความฮือฮาให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้ หลายคนแสดงความชื่นชมในความใจกล้าบ้าบิ่น เป็นคนพูดจริงทำจริง พร้อมกับมีการแชร์ภาพและข้อความแพร่กระจายในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ช้างศึกซิโก้ เกียรติศักดิ์เป้าหมายฟุตบอลโลก 2018รัสเซียชาริล ชัปปุยส์แฟนคลับ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้