กีฬา
100 year

รัฐธรรมนูญสีอะไรก็ได้ ถ้าทำให้สภาเป็นของประชาชน

ลม เปลี่ยนทิศ22 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดของไทย เริ่มปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนแล้ว เมื่อ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส่งมอบรายงานสรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเริ่มยกร่างเป็นรายมาตราตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป เพื่อส่ง สปช.ให้ทัน 17 เมษายนปีหน้า

จากนั้นก็ส่งให้ สปช. ครม. คสช. พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้ ร่างสุดท้ายจะส่งให้สภาปฏิรูปลงมติรับหรือไม่รับในวันที่ 6 สิงหาคม

ดร.บวรศักดิ์ บอกว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นอิสระ ไม่ได้สังกัด สปช. หรือ สนช.แต่เป็นแม่น้ำสายที่ 5 จึงไม่มีพิมพ์เขียว มีแต่พิมพ์สีชมพู แต่ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้น พิมพ์ คสช. อยู่ดี เพราะเป็นด่านสุดท้ายที่จะไฟเขียวให้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปคลอดออกมาหรือไม่ หรือจะถูกทำแท้ง แล้วไปตั้งท้องกันใหม่อีกรอบ

ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นสีอะไร ผมก็อยากให้มีการ “ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน” ว่า รัฐธรรมนูญใหม่จะมีเป้าหมายอะไร เพื่อนำประเทศไทยก้าวพ้นความขัดแย้งและเหลื่อมล้ำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างเป็นรูปธรรมได้ ไม่ใช่แค่เป็นรัฐธรรมนูญสีชมพูเท่านั้น

ประเด็นหนึ่งที่ ดร.บวรศักดิ์ บอกว่า มีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องถกเถียงกันให้ตกผลึกในสัปดาห์นี้ก็คือ “ภาคผู้นำการเมืองที่ดี” ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง มีผู้นำการเมืองที่ดี ย่อมนำประเทศไปสู่ทิศทางที่ดี มีผู้นำการเมืองที่เลว ย่อมนำประเทศไปสู่ความหายนะ การเมืองไทยที่ผ่านมาคือตัวอย่างที่ชัดเจน

ผมหวังว่า ดร.บวรศักดิ์ ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่ลืมความเสียหายของชาติบ้านเมืองในประเด็นนี้ “ภาคผู้นำการเมืองที่ดี” ตั้งแต่ ส.ส.ไปจนถึง นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะกำหนดอนาคตของประเทศชาติ

วันก่อน คุณสัญญา สถิรบุตร อดีต ส.ส.กทม. ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบพรรคการเมือง ได้ส่งความเห็นมาถึงผม ชี้ให้เห็นถึง ความล้มเหลวของระบอบประชาธิปไตยไทย ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง ผมจึงขอประมวลความเห็นบางส่วนมาเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไว้ตรงนี้

ระบอบประชาธิปไตย เป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน โดยมีอำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุด และเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ประชาธิปไตยของไทยกลับตรงกันข้ามกับหลักการดังกล่าว ก่อนเลือกตั้ง อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ภายหลังเลือกตั้ง อำนาจอธิปไตยเป็นของ ส.ส.

ตอนหาเสียงเลือกตั้งก็สัญญาว่าจะดำเนินการเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่หลังเลือกตั้งกลับอ้างว่าทำไม่ได้เพราะเป็นมติพรรค เป็นมติพรรคร่วมรัฐบาล การกระทำของ ส.ส.และพรรคการเมืองจึงขัดต่อความต้องการของประชาชน บางกรณีอาจเรียกว่าข่มขืนใจประชาชนด้วยซ้ำ แล้วก็อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง

ด้วยเหตุนี้ หลังเลือกตั้งแล้ว สภาจึงมิได้เป็นของประชาชน โดยประชาชน และ เพื่อประชาชน แต่เป็นของ ส.ส.เป็นของพรรคการเมืองและพวกพ้อง พฤติกรรมของ ส.ส.และพรรคการเมืองดังกล่าว ทำให้ ประชาชนมีความสุขใจ สะใจ และสมน้ำหน้าเมื่อทหารปฏิวัติล้มล้างรัฐธรรมนูญ

จากสภาพของปัญหาจะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่สาเหตุหรือที่มาของการปฏิวัติ แต่เป็นพฤติกรรมของ ส.ส.และพรรคการเมือง ทำให้ประชาชนหมดศรัทธาต่อการเมือง การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นโอกาสที่จะกอบกู้ศรัทธาในประชาธิปไตยของประชาชนกลับคืนมา โดยกำหนดหลักการที่แสดงให้เห็นว่า “ประชาชนเป็นเจ้าของสภา” ไม่ใช่ ส.ส.หรือพรรคการเมือง

ข้อเสนอของ คุณสัญญา สถิรบุตร ถือว่าชัดเจนตรงประเด็นดี การแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นตอของปัญหา ไม่ใช่แก้ที่ส่วนประกอบหรือปลายเหตุ ผมก็ฝาก กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำไปพิจารณาด้วยครับ.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศรัฐธรรมนูญรัฐสภาประชาชนแก้ไขปัญหาต้นตอปลายเหตุ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้