Thairath Logo
กีฬา

ศิลป์ทวารวดีล้ำค่า ยืมมาอวดที่'อู่ทอง'

Share :

อรุณรุ่งของวัฒนธรรมแดนแหลมทอง ตามหลักฐานทางโบราณคดีเริ่มในสมัยทวารวดี คือประมาณ 1,100–1,500 ปีมาแล้ว

ทวารวดี นัยหนึ่งคือวัฒนธรรมทวารวดี ปรากฏหลักฐานยืนยันคือ ศิลปวัตถุและซากปรักหักพังตามเมืองโบราณต่างๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ตัวอย่างเช่น เมืองโบราณอู่ทอง เมืองโบราณนครปฐม เมืองโบราณศรีเทพ และเมืองโบราณคูบัว เป็นต้น

“คำว่า ทวารวดี คนมักคิดว่าเป็นเมืองใดเมืองหนึ่ง อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่ง จริงๆแล้วคือวัฒนธรรมร่วม และมีกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทวาฯเป็นวัฒนธรรมศาสนาพุทธ เชื่อกันว่าเริ่มต้นที่อู่ทองเป็นแห่งแรก แล้วแพร่ไปยังนครปฐมและภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคกลาง อีสาน และภาคใต้” นายพนมบุตรบอก

นายพนมบุตร จันทรโชติ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อธิบายต่อว่า “เราอยากให้คนรู้ว่าทวารวดีมีความหมายกว้างใหญ่กว่าคนทั่วไปรู้ เลยนำเอาโบราณวัตถุสมัยทวารวดีจากพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศมาจัดรวมกันที่อู่ทอง ซึ่งเป็นเมืองแรกของวัฒนธรรมทวารวดี ครั้งนี้เราไม่ได้แสดงแต่พระพุทธรูปอย่างเดียว แต่ยังมีลูกปัดและโบราณวัตถุทุกประเภทจากทั่วประเทศด้วย”

เพื่อรากเหง้าของแผ่นดิน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง จึงจัดนิทรรศการ “ทวารวดี รุ่งอรุณแห่งอารยธรรมของสยามประเทศ” เริ่มงานวันที่ 19 ธันวาคม 2557 และมีนิทรรศการเรื่อยไปจนถึงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2558 ตลอดงานผู้สนใจเข้าชมได้ฟรี

สำหรับวันเปิดงาน วันที่ 19 ธันวาคมนั้น ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น.เป็นต้นไป มีการแสดงระบำทวารวดี นาฏศิลป์ 4 ภาค และรายการบันเทิงอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นอู่ทองปัจจุบัน เช่น รายการร้องเพลงลูกทุ่ง เงาเสียงของนักร้องดังๆชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น

เสน่ห์ของงานนี้คือ การรวมเอาศิลปวัตถุสมัยทวารวดีชิ้นเด่นๆ จากทั่วประเทศมาแสดง เรื่องนี้ ผอ.พนมบุตร บอกว่า ของที่เรานำมาแสดงเด่นทุกชิ้น แต่ที่พูดถึงกันมากคือ ปูนปั้นรูปนักดนตรี ความเป็นมาของศิลปะชิ้นนี้คือ เดิมเป็นชิ้นส่วนตกแต่งเจดีย์สมัยทวารวดีเพราะเจดีย์สมัยนี้รอบๆองค์มักมีภาพคน สัตว์ ภาพเล่าเครื่องประดับชิ้นนี้พบที่เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี ลักษณะคือ เป็นรูปผู้หญิง 5 คน ถือเครื่องดนตรีต่างชนิดกัน มีฉิ่ง มีกรับ มีพิณ มีคนขับร้อง แต่งกายเป็นเอกลักษณ์ทวารวดี อย่างเกล้ามวยผม สวมตุ้มหู แสดงให้เราเห็นว่าคนทวารวดีเมื่อพันกว่าปีแต่งตัวกันอย่างไร อยู่กันอย่างไร ชิ้นนี้มีหลายประเทศมาขอยืมไปจัดแสดง

นอกจากนั้น ยังมีธรรมจักรศิลปะสมัยทวารวดีจากนครปฐม มีพระพุทธรูปศิลปะสมัยทวารวดีจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเศียรพระปูนปั้นศิลปะทวารวดีจากลำพูน “นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่รวมเอาของสวยของมีค่าทางประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีมาแสดง และที่พิเศษกว่านั้นอีก คือ เรามีเครื่องประดับทองคำสมัยทวารวดีของเอกชนชาวอู่ทอง ซึ่งไม่เคยให้ใครดูมาก่อนมาให้ดูทั้งชุด”

ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญของอู่ทอง ผอ.บอกว่า “เรามีแผ่นดินเผารูปพระภิกษุสงฆ์อุ้มบาตร 3 องค์ ซึ่งพบที่เมืองโบราณอู่ทองเป็นของชิ้นเก่าที่สุด สืบเนื่องมาจากสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช มีหลักฐานว่าได้ส่งพระสมณทูตมาเผยแผ่ศาสนาพุทธทั่วเอเชีย มีพระสงฆ์สายหนึ่งมาที่สุวรรณภูมิ เชื่อกันว่าอยู่ในพื้นที่ของไทย เวียดนาม ลาว พม่า เหล่านี้แหละ แต่ปรากฏว่าเราพบหลักฐานพุทธศาสนาที่เก่าที่สุด คือโบราณวัตถุพระสงฆ์อุ้มบาตรที่อู่ทอง”

ข้อมูลเฉพาะของแผ่นดินเผาภาพพระภิกษุอุ้มบาตรคือ เป็นศิลปะอินเดียแบบอมราวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 9-10 หรือราว 1,600-1,700 ปีมาแล้ว ลักษณะคือ เป็นภาพพระภิกษุสงฆ์ 3 องค์ ยืนอุ้มบาตรครองจีวรคลุม จีวรมีลักษณะเป็นริ้วๆ แสดงถึงอิทธิพลศิลปะอมราวดีของอินเดีย และสันนิษฐานว่าทำขึ้นเพื่อประดับพุทธสถาน นักโบราณคดียืนยันว่า เป็นโบราณวัตถุที่ได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียที่เก่าที่สุดเท่าที่พบในประเทศไทย

ด้วยหลักฐานนี้ “จึงเชื่อกันว่าอู่ทองเป็นศูนย์กลางทางศาสนาพุทธ แห่งแรกๆ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ในประเทศเพื่อนบ้านเราทั้งหมดด้วย” ผอ.พนมบุตรบอก

กรณีมีข้อสันนิษฐานว่า อู่ทองเคยเป็นเมืองท่ามาก่อน แล้วมีข้อแย้งว่าเมื่อกว่า 1,000 ปีน้ำทะเลขึ้นไม่ถึงเมืองอู่ทองนั้น ผอ.พนมบุตร บอกว่า น้ำทะเลไม่ถึงเมืองอู่ทองนั้นใช่ แต่ “เมืองอู่ทองก็เป็นเมืองท่า แม้สินค้าไม่ได้มาขึ้นที่เมืองอู่ทองโดยตรง แต่ก็มีแม่น้ำเชื่อมเข้ามาหาเมืองโบราณอู่ทองได้ เราต้องพูดว่า ระยะห่างเมืองโบราณอู่ทองถึงชายทะเลในอดีตมันใกล้กว่าปัจจุบัน มีเส้นทางสามารถค้าขายกับต่างชาติโดยเรือได้สะดวก เราเป็นเมืองท่าโดยมีแม่น้ำเชื่อม ทำให้เรามีศักยภาพการค้าขายทางทะเล”

เมื่อถามถึงหลักฐานยืนยัน คำตอบคือ “เราพบเหรียญทองคำของอาณาจักรโรมัน เราพบลูกปัดที่ทำจากหินที่ไม่มีแหล่งหินอยู่ในประเทศไทย เป็นแหล่งหินจากอินเดีย แสดงว่ามีสินค้านำเข้ามาแน่ๆ และเรายังพบรูปปูนปั้น รูปคนสวมหมวกคล้ายคนตะวันออกกลาง เป็นหลักฐานแสดงว่ามีพ่อค้าต่างชาติเข้ามาจริงๆ ค่อนข้างชัดเจนว่า เรามีการค้าขายกับต่างชาติ ซึ่งตอนนั้นพาหนะสำคัญคือเรือ”

การแสดงโบราณวัตถุล้ำค่าครั้งนี้ “เราพยายามจะบอกว่าทวารวดีเป็นอาณาจักรสำคัญ เรามีความจำเป็นต้องให้คนรุ่นใหม่ต้องรู้”

นั่นคือ “รู้ในทางโบราณคดี ว่าวัฒนธรรมทวารวดีเป็นวัฒนธรรมแรกสุด เมื่อดินแดนไทยของเราก้าวสู่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมทวารวดีเป็นรากเหง้าที่ส่งผ่านมายังวัฒนธรรมต่างๆ ต่อมาเป็นอรุณรุ่ง ของวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมศาสนาพุทธ ทวารวดีเป็นสมัยที่ศาสนาพุทธแพร่เข้ามายังดินแดนที่เราอยู่นี้จริง ต่อมาก็มีความมั่นคงและฝังรากลึกตราบจนปัจจุบัน”

หลักฐานอื่นๆ อาทิ “จารึกเยธรรมา ธรรมจักร และพระพุทธรูปเป็นต้น” 

การจัดงานครั้งนี้ “เป้าหมายของเราคือ กลุ่มคนอู่ทอง เพราะเป็นเจ้าของวัฒนธรรมโดยแท้จริง เราต้องการให้รู้ว่า เมืองโบราณอู่ทองไม่เกี่ยวกับพระเจ้าอู่ทอง แต่เป็นเมืองสมัยทวารวดี เป็นเมืองยุคแรกในประเทศไทย เราต้องการให้รู้ว่าทวารวดีที่เรียกกันมีความสำคัญอย่างไร มีความหมายอย่างไร และเมืองทวารวดีไม่ใช่มีเมืองโบราณอู่ทองเมืองเดียว แต่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก ที่เรานำเอาศิลปวัตถุที่ประเมินค่ามิได้ในวัฒนธรรมทวารวดีมาแสดงร่วมกัน”

เมืองโบราณอู่ทอง ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่พิเศษด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตัวโครงการใหญ่เป็นขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในส่วนของพิพิธภัณฑ์เอง ก็มีหน้าที่หลักคือ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กันไป

การอวดของล้ำค่าที่อู่ทองครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่ราคาศิลปวัตถุที่ประมาณมิได้ หากแต่อยู่ที่ต้องการให้เรารู้จักตัวเองว่า เรามีรากเหง้ามายาวไกลกว่า 1,000 ปี

ทั้งหมดไม่ได้โม้ แถมยังท้าทายให้ไปดูหลักฐาน.

อ่านเพิ่มเติม...
สกู๊ปหน้า 1ทวารวดีโบราณคดีวัฒนธรรมศิลปวัตถุพนมบุตร จันทรโชติ