กีฬา
100 year

อนาคตประเทศไทยอีก 20 ปี

ลม เปลี่ยนทิศ18 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

การนำเสนอ แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ของ กรรมาธิการปฏิรูป 18 คณะ 246 เรื่อง จบลงไปแล้ว มีทั้งเรื่องที่เป็นเรื่อง และเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เช่น การส่งเสริมกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพก็จะให้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ จะนำข้อเสนอแนะไปเขียนเป็นรัฐธรรมนูญ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป จะมี เป้าหมายการปฏิรูปประเทศที่ชัดเจน ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญน้ำท่วมทุ่ง อย่างที่อภิปรายกันในสภาปฏิรูปฯ

ในวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนธันวาคมที่กำลังวางแผง ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ นักวิชาการด้านยุทธศาสตร์ได้เขียนถึง “ภาพฝันอนาคตประเทศไทยใน 20 ปีข้างหน้า” จากงานเสวนา “สานพลัง สปช.ออกแบบอนาคตประเทศไทย” เมื่อเดือนที่แล้ว ในคอลัมน์ อนาคตประเทศไทย โดยระบุถึง “ปฐมบท” ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยก็คือ “ความเหลื่อมล้ำ” ที่แตกต่างกันสุดกู่ของคนไทยในประเทศไทย

คนทั่วไปจะมองความเหลื่อมที่เศรษฐกิจ เช่น คนรวยคนจน แต่ในความเป็นจริง ความเหลื่อมล้ำมีหลายมิติ เช่น ความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง ความเหลื่อมล้ำของโอกาส ความเหลื่อมล้ำของอำนาจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความขัดแย้งที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

สปช.เห็นว่า การลดความเหลื่อมล้ำ เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น เป็นจุดคานงัดสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิรูปประเทศไทยประสบผลสำเร็จ ถ้า สามารถ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร ความสุขของสังคมไทยก็จะกลับคืนมา โดยไม่จำเป็นต้องมี กฎหมายปรองดอง หรือ รัฐธรรมนูญฉบับปรองดอง แต่อย่างใด

การปฏิรูปประเทศไทยในด้านมิติเศรษฐกิจนั้น จะต้องสร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มีระบบทุนที่ดี มีความเป็นธรรม ไม่ผูกขาด มีธรรมาภิบาล เป็นทุนที่รับใช้สังคม ไม่ใช่ “ทุนสามานย์” เห็นแก่ตัว ไร้คุณธรรม ผูกขาด โกงกิน ไม่มีธรรมาภิบาล เอาเปรียบ สังคม จนเกิดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ จนต้องมีการปฏิวัติเพื่อปฏิรูปครั้งใหญ่

แนวทางการลดความเหลื่อมล้ำ ที่ ดร.สุวิทย์ เขียนเสนอไว้ในวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับนี้มีมากมาย คงนำมาลงไม่ไหว ประเด็นใหญ่ก็คือ ต้องมีนโยบายการคลังและระบบภาษีที่เป็นธรรม ปิดช่องโหว่ภาษี และขยายฐานภาษี โดยกำหนดอัตราภาษีต่างๆที่เหมาะสม เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีทรัพย์สิน ภาษีเงินได้ และภาษีการบริโภค หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาด ไม่ให้ “ปลาใหญ่” กิน “ปลาเล็ก” จนไม่มีที่ยืนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

และมีอีก 2 ข้อ ที่สะดุดใจผมก็คือ ให้ปฏิรูประบบงบประมาณ และ ระบบสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐาน มีมาตรการช่วยเหลือขั้นต่ำ ทั้งด้านสวัสดิการและบริการทางการแพทย์

เรื่อง ปฏิรูปสำนักงบประมาณ ผมอยากเขียนมานานแล้ว ท่านผู้อ่านเชื่อไหม สำนักงบประมาณ ในปัจจุบัน เป็นสำนักงบประมาณที่จัดตั้งขึ้นโดย คำสั่งคณะปฏิวัติ ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตั้งแต่ตุลาคม 2501 จนบัดนี้ 56 ปีแล้ว ไม่เคยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเลย สำนักงบประมาณจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเหลื่อมล้ำ และทำให้ประเทศไม่พัฒนา ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูป

ส่วนเรื่อง มาตรการช่วยเหลือขั้นต่ำแก่คนยากจน ระบบที่รัฐบาลใช้อยู่ปัจจุบัน คือ ให้ไปขึ้นทะเบียน ไม่ว่า คนจน หรือ ชาวไร่ชาวนา ขึ้น ทะเบียนแล้วรัฐก็ไปตรวจสอบอีกทีว่าจนจริงหรือไม่ ทำให้การช่วยเหลือล่าช้าไม่ทันใจและไม่ทั่วถึง

ผมอยากให้เอาอย่าง มาเลเซีย เพื่อนบ้านไทย ใครมีรายได้ต่ำกว่า เส้นเฉลี่ยความยากจน รัฐจัดสรรเงินช่วยเหลือให้ทันที ไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องไปรอเข้าคิวขึ้นทะเบียน รัฐบาลต้องมีข้อมูลอยู่แล้ว ความจริงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องรอปฏิรูป ให้เสียเวลา ความเหลื่อมล้ำจะลดลงทันที.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศรัฐธรรมนูญสุวิทย์ เมษินทรีย์การเงินธนาคาร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้