ข่าว
100 year

ยุบกกต.จว. ลดอํานาจกกต.ใหญ่

ทีมข่าวหน้า 11 ธ.ค. 2557 08:15 น.
SHARE

โอน‘ใบแดง’ไปให้ศาล บวรศักดิ์ลั่นรธน.เสร็จ ไม่ทัน-ตายตกตามกัน

“บวรศักดิ์”ลั่น รธน.เสร็จตามโรดแม็ป จะไม่เอาชื่อเสียงมาทิ้งตรงนี้ ชี้เสร็จไม่ทันก็ตายตกไปตามกัน ชิ่งจ้อวาระร้อนสูตรนิรโทษกรรม อนุกรรมาธิการฯคณะที่ 8 จับองค์กรอิสระเขย่าหลายองค์กร กกต.อาจโดนลิดอำนาจเหลือแค่แจกใบเหลือง-โอนศาลฟันใบแดง แถมยุบ กกต.จ.เหี้ยน ป.ป.ช.หรูทำเฉพาะคดีระดับชาติ ฟ้องศาลไม่ต้องผ่านอัยการ ผุด 2 องค์กรใหม่ “สภาตรวจสอบภาค ปชช.-สภาตรวจสอบจริยธรรม” ทำหน้าที่คล้ายลูกขุนตัดสินความผิด “พรเพชร” บรรจุวาระด่วนร่างภาษีมรดกเข้า สนช. 4 ธ.ค.

หลังจากมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอแนวทางการร่างรธน. ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ล่าสุด คณะอนุฯได้สรุปแนวทาง เพื่อเสนอต่อกรรมาธิการฯระหว่างวันที่ 1-3 ธ.ค.

“บวรศักดิ์” ยังไม่พูดสูตรนิรโทษกรรม

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 30 พ.ย. ที่โรงแรมตรัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ กล่าวหลังเดินทางมารับฟังข้อเสนอแนะของเครือข่ายองค์กรสตรีที่จัดเสวนาเรื่อง “ความเสมอภาคของชาย-หญิงกับการปฏิรูปประเทศ” ถึงกรณีที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช.ในฐานะประธานอนุ กมธ.กรอบจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 10 เกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง เสนอให้มีการนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองว่า ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนายเอนกรับผิดชอบพิจารณาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญในหมวด 4 อยู่ แต่ทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นในชั้นอนุกรรมาธิการฯเท่านั้น ตนจึงไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ ต้องรับฟัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะเห็นเป็นอย่างไร โดยอนุกรรมาธิการฯพิจารณาจัดทำรัฐธรรมนูญทั้ง 10 คณะ มีนัดส่งการบ้านต่อกรรมาธิการยกร่างฯ ในวันที่ 1 ธ.ค.

ลั่นเบี้ยว รธน. “ก็ตายตกไปตามกัน”

นายบวรศักดิ์กล่าวอีกว่า ระยะเวลาการร่างรัฐธรรมนูญยืนยันว่าจะเป็นไปตามโรดแม็ปแน่นอน เพราะหากไม่ทัน ก็ตายตกไปตามกัน ไม่มีใครอยากเอาชื่อเสียงมาทิ้งไว้ที่นี่อยู่แล้วและขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีพิมพ์เขียวเอาไว้ก่อน เพราะยังมีกระบวนการที่ให้ สปช. สนช. คสช. และ ครม. ได้เสนอแก้ไขอีก เมื่อถามว่า ข้อเสนอที่ให้เลือก ตั้ง ครม.และนายกรัฐมนตรีโดยตรงเป็นอย่างไร นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ข้อเสนอนี้มีมาตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 แล้ว ซึ่งประเทศอิสราเอลก็เคยใช้แนวทางนี้ก่อนที่สุดท้ายยกเลิกไป การเสนอรูปแบบ การเลือกตั้งใด จำเป็นต้องเสนอให้สอดคล้องต่อสภาพทางสังคมของไทยด้วย

สปช.เอาด้วยนิรโทษครึ่งซอย

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมืองกล่าว ถึงข้อเสนอให้มีการนิรโทษกรรม เพื่อสร้างความ ปรองดองว่า การเสนอให้นิรโทษกรรมเป็นความเห็นส่วนตัวของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานอนุกรรมาธิการ พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญยังไม่ใช่มติของคณะอนุกรรมาธิการฯ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯจะสรุปข้อเสนอทั้งหมดในช่วงวันที่ 1-3 ธ.ค. ส่วนตัวเห็นด้วย หากจะมีการนิรโทษกรรมเฉพาะคดีเล็กๆน้อยๆ ที่เกี่ยวกับการร่วมชุมนุมทางการเมือง เพราะไม่มีเจตนาทำผิด ยกเว้นคดีอุกฉกรรจ์ที่เกี่ยวกับการฆ่า ทำลาย หรือเผาทรัพย์สิน รวมถึงคดีทุจริต การหมิ่นสถาบัน จะนำมานิรโทษกรรมไม่ได้ ต้องแยกออกมาต่างหาก

“ยะใส” จี้ “บิ๊กตู่” โชว์จุดยืนให้ชัด

นายสุริยะใส กตะศิลา ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กรณีอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอนิรโทษครึ่งซอยเน้นเฉพาะผู้ชุมนุมไม่รวมคดีทุจริต อาญาร้ายแรงและ ม.112 เป็นข้อเสนอที่สังคมเคยพยายามเสนอกันมาแต่ล้มเหลวเพราะมีการลักไก่และบิดเบือนในขั้นตอนการออกกฎหมายจนกลายเป็นวิกฤติการเมือง แต่กับคนที่มีคดีติดตัวและยังไม่ตัดสินหรือไม่ถูกจำคุกหรืออาจได้ประกันตัว เพราะเป็นคดีไม่ร้ายแรงนั้น คนกลุ่มนี้อาจมีประมาณ 2 พันคน มีทุกกลุ่มทุกสี ซึ่งก็น่าเห็นใจ จึงต้องไปทำตัวเลข เอาข้อมูล เอารายละเอียด ของคดีออกมา สังคมจะได้เห็นว่าใครบ้างจะได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรม ดังนั้น รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน ถามความเห็นหลายฝ่ายจริงๆ เพราะเรื่องนี้ยังมีสัญญาณที่อึมครึมจาก คสช.และรัฐบาล

อนุ กมธ.ยกร่างฯเขย่าองค์กรอิสระ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยหลักนิติธรรม ศาลและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เปิดเผยว่า อนุ กมธ.ชุดนี้มีหน้าที่ทำกรอบแนวทางรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภาคที่สาม หมวดที่สอง ว่าด้วย การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญและองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ได้เสนอให้มีรูปแบบของสภาเพื่อกำกับตรวจสอบหลายสภา โดยมาจากประชาชนเป็นส่วนใหญ่ เพื่อ กำกับหรือทำงานควบคู่กับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่อาจมีการปรับโครงสร้างและอำนาจของบางองค์กรอิสระ โดยจะสรุปแนวคิดกรอบข้อเสนอนำเสนอต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 1 ธ.ค.โดยให้มีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้ต้องยึดหลักเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ สุจริตเที่ยงธรรม มีประสิทธิภาพและต้องมีเงื่อนเวลาในแต่ละขั้นตอน โดยรวมองค์กรอิสระหลายองค์กรเข้ามาเป็นองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

กกต.แจกใบเหลือง-ศาลฟันใบแดง

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับปรุงโครงสร้าง และอำนาจขององค์กรอิสระมีหลายส่วน อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีอำนาจเพียงการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) เท่านั้น โดยขยายเวลาให้จัดการเลือกตั้งใหม่ได้จากเดิม 30 วันเป็น 60 วัน และกำหนดให้ กกต.สามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ได้ 75% ก็สามารถดำเนินการเปิดประชุมสภาได้ โดยไม่ต้องรอจนครบ 95% เหมือนเดิม ส่วนที่ยังไม่ประกาศผลก็ให้ส่งเรื่องให้ศาลอาญาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินในกรณีที่เกิดการทุจริตว่า จะต้องให้ใบแดงผู้สมัครรายใดหรือไม่ อย่างไรแทน โดยหลักการคือ ไม่ต้องรีบประกาศรับรองผลการเลือก ตั้งไปก่อน แล้วไปสอยทีหลัง จนสร้างปัญหาตามมา แต่ถ้าศาลประทับรับฟ้อง ก็ต้องรอจนกว่าคดีจะยุติ ซึ่งอาจจะระบุให้ศาลต้องตัดสินใน 60 วัน ถึงจะให้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.ได้

โป่ง กกต.ใหญ่ 5 เป็น 7-ยุบ กกต.จ.

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเห็นควรเพิ่มจำนวน กกต. จาก 5 คนเป็น 7 คน โดยกรรมการสรรหาต้องมีคุณวุฒิและที่มาอย่างหลากหลายปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขณะที่ กกต.จังหวัด จังหวัดละ 5 คนต้องยุบเลิก แต่สำนักงานและเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดยังคงอยู่ โดยให้ไปเป็นฝ่ายธุรการรองรับสภาตรวจสอบภาคประชาชนที่จะตั้งมาเพื่อดำเนินการกับกรณีการทุจริตเลือกตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐ และทุจริตการใช้จ่ายงบประมาณในจังหวัด ซึ่งมีอำนาจฟ้องตรงต่อศาลเลือกตั้ง ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม หรือศาลอื่นๆ แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องผ่าน กกต.ใหญ่ แต่ไม่ตัดอำนาจ กกต.ใหญ่ หากเห็นว่ามีมูลในการทุจริตเลือกตั้งก็สามารถยื่นฟ้องศาลเองได้เช่นกัน

เพิ่มโทษคนซื้อเสียงเท่าแก๊งค้ายาฯ

ประธานอนุ กมธ.คณะที่ 8 กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ยังมีการปรับแนวคิด ให้ผู้ขายสิทธิ์ เป็นเสมือนผู้เสพติดยาที่ควรได้รับการเยียวยา และมีโทษน้อยลงคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท โดยสามารถส่งศาลให้ดำเนินการได้เช่นเดียวกับคดีเมาแล้วขับ และมีเงินรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแสการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงด้วย ส่วนผู้ซื้อสิทธิ์ให้เหมือนผู้ค้ายา เสพติด จะมีโทษหนักที่จะพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง สำหรับ กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและจัดเวทีกลางในการหาเสียงเพื่อให้ผู้สมัครต้องใช้เงิน หาเสียงให้น้อยที่สุด โดย กกต.ต้องวางกรอบควบคุมการหาเสียงแบบประชานิยมหรือหาเสียงขายฝันให้ได้จริง

ผุดสภาภาค ปชช.มาเป็นคณะลูกขุน

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของสภาตรวจ สอบภาคประชาชนที่จะตั้งขึ้น จะมีโครงสร้างราว 50-100 คน ในแต่ละจังหวัด มีวาระดำรงตำแหน่ง 1 ปี มาจากประชาชนในเขตเลือกตั้งสมัครเข้ามา และการเสนอชื่อขององค์กรกลุ่มวิชาชีพแบบเดียวกับ สปช. เมื่อได้รายชื่อแล้วจะมีคณะกรรมการทำหน้าที่สุ่มส่วนที่ประชาชนสมัครมาให้ได้ 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภา ส่วนที่มาจากสาขาวิชาชีพ ก็จะสุ่มมา 1 ใน 3 เพื่อประกอบเป็นสภาการตัดสินความผิดซึ่งทำหน้าที่คล้ายๆ คณะลูกขุน

มีน้องใหม่ “สภาจริยธรรมแห่งชาติ”

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องที่จะเสนอให้มีสภาตรวจสอบจริยธรรมแห่งชาติ ที่เน้นผู้ทรงคุณวุฒิด้านจริยธรรมเสนอตัวมา แล้วสุ่มเลือกมาทำหน้าที่วินิจฉัยการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือ ข้าราชการ หากมีมติว่ามีพฤติกรรมขัดจริยธรรมก็จะมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ และมีผลต่อการเข้าสู่ตำแหน่ง โดยมีผู้ตรวจการแผ่นดินคอยสนับสนุนในเชิงธุรการ และยังมีข้อเสนอให้ตั้งสภาคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่จะตั้งขึ้นภายหลัง เป็นฝ่ายธุรการสนับสนุน สภาทั้งหมดที่เสนอมานี้จะใช้อำนาจพิจารณาแบบคณะ ลูกขุน มีวาระทำงานไม่เกิน 1 ปี โดยหมุนเวียนจับสลากออกครึ่งหนึ่งทุก 6 เดือน

ป.ป.ช.ฟ้องคดี-ไม่ต้องผ่านอัยการ

ประธานอนุ กมธ.คณะที่ 8 กล่าวต่อว่า สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะปรับปรุงให้ทำเรื่องการทุจริตระดับชาติเท่านั้น มีอำนาจฟ้องตรงไปยังศาลโดยไม่ต้องผ่านอัยการ และเสนอให้ยุบเลิก ป.ป.ช.จังหวัด โดยไปให้สภาตรวจสอบภาคประชาชนทำหน้าที่นี้แทน โดยมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำจังหวัดมาทำหน้าที่รองรับสนับสนุนในด้านความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบเชิงบัญชี งบดุล

กสทช.เฮงได้อำนาจเพิ่มล้นฟ้า

ประธานอนุ กมธ.คณะที่ 8 กล่าวอีกว่า ยัง มีข้อเสนอให้ปรับคณะกรรมการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้เปลี่ยนเป็น “คณะกรรมการกำกับดูแลการสื่อสารสาธารณะแห่งชาติ” โดยลดจำนวนกรรมการลง แต่เพิ่มขอบเขตหน้าที่ให้ดูแลในส่วนของวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม รวมทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านเทคโนโลยี เช่น จัดสรรคลื่นทุกประเภท และกำกับดูแลด้านเนื้อหาด้วย โดยมีสภาตรวจสอบภาคประชาชนตรวจสอบองค์กรนี้แทนซุปเปอร์บอร์ด นอกจากนี้ ยังเสนอให้ยุบเลิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วนสภาพัฒนาการเมืองอาจปรับไปยึดโยงกับสภาปฏิรูปที่จะตั้งขึ้นภายหลัง ทั้งนี้ข้อเสนอทั้งหมดของอนุ กมธ.คณะที่ 8 จะเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯในวันจันทร์ที่ 1 ธ.ค. ร่วมกับอนุกรรมาธิการคณะอื่นๆ เพื่อนำไปสู่การจัดทำเป็นกรอบเบื้องต้นของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป

40 ส.ว.ไม่เอาเลือก ครม.โดยตรง

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ด้านการเมือง ในฐานะ กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงกรณีคณะอนุ กมธ.ชุดโครงสร้างอำนาจทางการเมือง และองค์กรอิสระภายใต้คณะ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่มีนายนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เตรียมเสนอระบบการเลือกตั้งแบบเลือก ครม.โดยตรงจากประชาชน ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะจะกลายเป็นประเด็นร้อนและอาจไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องของหลักถ่วงดุลอำนาจ รวมทั้งปัญหาการซื้อสิทธิ ขายเสียง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการทุจริตถอนทุนได้จริงหรือไม่

กมธ.ไฟเขียวนิยามใหม่ “สื่อมวลชน”

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการสื่อสารมวลชน กล่าวถึงข้อสรุปของ กมธ.ปฏิรูปสื่อฯในประเด็นและหลักการสำคัญที่จะเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯว่า ในส่วนของเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสื่อสมัยใหม่จะต้องไม่ถูกกระทำเพื่อยุติการใช้เสรีภาพในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่สื่อก็ต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่นและก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ใช้เสรีภาพในลักษณะใช้ความเกลียดชังให้เกิดกับคนในชาติจนนำไปสู่ภาวะวิกฤติ เช่นเดียวกับผู้ประกอบ วิชาชีพสื่อสารมวลชนต้องไม่ถูกเจ้าขององค์กรสื่อหรือภาครัฐเข้ามาจำกัดเสรีภาพ ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนนิยามใหม่ของ “สื่อสารมวลชน” ที่เดิมหมายรวมเพียงสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้รวมครอบคลุมไปถึงสื่อสมัยใหม่ที่ต้องเป็นวิชาชีพ และมีหลักจริยธรรมกำกับด้วย

พท.ไม่อยากคิด “บิ๊กตู่” จะยื้อเวลา

นายอำนวย คลังผา อดีตประธานวิปรัฐบาล และอดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุจะมีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือน ก.พ.ปี 2559 ว่า ตามโรดแม็ปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เคยพูดไว้ว่า จะให้มีการเลือกตั้งในเดือน ส.ค.ปี 2558 ก็ขอให้ สนช. สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เร่งทำงานเต็มที่เพื่อให้มีการเลือกตั้งทันตามกรอบเวลาที่นายกฯระบุไว้ เพราะไม่น่าจะมีอะไรมากแต่ในเมื่อเริ่มมีการพูดว่า การเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปตามกรอบเวลา ที่วางไว้ พล.อ.ประยุทธ์คงต้องลงมากำกับการ ดูแลโรดแม็ปเอง เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ ยังไม่อยากคิดว่า คสช.และรัฐบาลอยากยื้อเวลาอยู่ในอำนาจต่อ หากไม่ใช่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของ พล.อ.ประยุทธ์

ซัดไม่คิดเบี้ยวก็ทำตามสัญญา

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การจะยื้อการเลือกตั้งออกไป ต้องมีเหตุผลที่รับฟังได้ แต่ขณะนี้ สนช.และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดูเหมือนไม่อยากเร่งรัด ทำทีเหมือนว่าอยากต่อไปอีกนานๆ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องไปคุยกับ สนช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เร่งรัดการทำงาน เพราะการร่างรัฐธรรมนูญมีการร่างตุ๊กตารอไว้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้เสร็จตามกรอบเวลา ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันมาตลอดว่า จะอยู่ในอำนาจไม่เกิน 1 ปี อีกทั้งทุกพรรคการเมืองก็ให้ความร่วมมืออยู่ในกติกามาตลอด ดังนั้นอย่าทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เสียคำพูด

สนช.จ่อลุยอีสานฟังเสียงหมู่เฮา

ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท จ.เพชรบุรี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นตัวแทนลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน เพื่อรับฟังแนวทางสร้างความปรองดอง โดยจะใช้เครือข่ายสถาบันการศึกษา และกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่ประสานระหว่างคนในพื้นที่กับ สนช. มาพบปะพูดคุยกัน ในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางที่ชัดเจนในการลง พื้นที่ ตั้งใจว่าในวันที่ไม่มีการประชุม สนช.จะมีโครงการให้ สนช.ออกไปพบประชาชนทั่วทุกภาค ให้ครอบคลุมทุกวิชาชีพ โดยวันที่ 27-29 ธ.ค.จะลงพื้นที่ภาคอีสาน เช่น จ.มุกดาหาร บึงกาฬ ถือเป็นการลงพื้นที่อย่างเป็นทางการครั้งแรก ส่วนพื้นที่ที่มีความขัดแย้งค่อนข้างสูงนั้น สนช.ไม่ห่วงคิดว่าสามารถทำความเข้าใจได้

“อิสสระ-ธานี” บวชถวายในหลวง

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท เพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 รุ่นที่ 2 เป็นวันสุดท้าย โดยมีผู้เข้าอุปสมบทรวม 48 คน มีเจ้าคณะภาค 16 และพระเทพพิพัฒนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.สายอีสาน และนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชายพระสุเทพ ร่วมบวชด้วย โดยมีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคมาร่วมตัดผมผู้อุปสมบท โดยมีแกนนำ กปปส.มากันพร้อมเพรียง

“พระสุเทพ” สอนให้คนละกิเลส

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวกับผู้บวชตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาอาตมาได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ลาออก จากพรรคประชาธิปัตย์มาต่อสู้กับมวลชน เพื่อรักษาชาติแผ่นดิน ทำจนสำเร็จด้วยความเสียสละอย่างยิ่งของมวลมหาประชาชน เสียเงิน เสียทอง สละเวลาทำมาหากิน ไปนอนกลางดินกินกลางถนน ทุกข์ยาก มีคนเสียชีวิต 24 คน ไม่มีครั้งไหนที่ประชาชนจะลุก ขึ้นปกป้องแผ่นดินหลายล้านคนเหมือนที่ทำในปี 2556-2557 ล้วนแต่เป็นคนดีมีศีลธรรมของพระพุทธเจ้า สู้อย่างสันติ อหิงสา ไม่ทำร้ายใคร แม้ถูกกระทำด้วย ความทารุณโหดร้าย ถูกเล่นงานด้วยอาวุธสงครามยืนน้ำตาไหล อดทน อดกลั้นใช้ขันติธรรมอย่างถึงที่สุด ต้องยกย่องสรรเสริญ แต่วันนี้ขอให้เรามาทำหน้าที่เพื่อศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์กันบ้าง ขอให้อยู่กันด้วยความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อ คนไทยมีธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ละกิเลสที่ทุกวันนี้ต่างลุ่มหลงกับวัตถุนิยมมากขึ้นให้มากล่อมเกลาจิตใจด้วยธรรมของศาสนา

นักการเมืองเลวห้ามลงสนาม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.” ทำการสำรวจวันที่ 26-27 พ.ย. จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,250 หน่วยตัวอย่าง โดยถามความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกศาลตัดสิน ชี้ขาดให้พ้นจากตำแหน่ง ห้ามไม่ให้กลับมาดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองตลอดชีวิตจากเดิมห้าม 5 ปี พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 69.28 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะผู้ที่เคยกระทำผิดไม่ควรกลับเข้ามาเล่นการเมือง จะได้ไม่เกิดการกระทำผิดอีก รองลงมา ร้อยละ 26.08 ไม่เห็นด้วย เพราะควรให้ระยะเวลา สิทธิ และโอกาสในการปรับปรุงตนเอง

90.40% ให้เปิดกรุสมาชิก “ท้องถิ่น”

สำหรับข้อเสนอของ ป.ป.ช. ที่ให้ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น และผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่นต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.จากเดิมไม่มีกำหนดไว้ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 90.40 เห็นด้วย เพราะเป็นการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถึงที่ไปที่มาของทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน การตัดไม้ทำลายป่า การค้าไม้เถื่อน การยักยอกเงิน ร้อยละ 8.32 ไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นข้อมูลและสิทธิส่วนบุคคล

ส่วนคำถามที่ว่า การแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.โดยให้อำนาจ ป.ป.ช.จับและคุมขังผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด จากเดิม ป.ป.ช.มีอำนาจแค่แจ้งให้ตำรวจดำเนินการ พบว่า ร้อยละ 58.64 เห็นด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายเดียวอาจจัดการได้ไม่ดีพอหรือเกิดการติดสินบนให้เจ้าหน้าที่ ร้อยละ 32.96 ไม่เห็นด้วย เพราะ ป.ป.ช.ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจถึงขั้นดังกล่าว ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจและเป็นไปตามขั้นตอน

ปีใหม่ขอ “ไม่ม็อบ–ไม่ทะเลาะ”

สวนดุสิตโพล เผยผลการสำรวจ “ของขวัญปีใหม่” ที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาลและ คสช.สำรวจวันที่ 24-29 พฤศจิกายน จำนวน 1,417 คน ผลปรากฏว่า ของขวัญด้านการเมืองที่ประชาชนอยากได้มากที่สุด ร้อยละ 85.56 คือ บ้านเมืองสงบสุข ไม่ทะเลาะ ไม่แบ่งฝ่าย ไม่มีการชุมนุม ร้อยละ 75.79 มีนักการเมืองดี ทำเพื่อชาติ ร้อยละ 74.09 มีประชาธิปไตย เลือกตั้งโดยเร็ว ร้อยละ 65.34 ปฏิรูปการเมือง ขจัดคอร์รัปชัน

สินค้าไม่แพง–ปลอดหนี้–จีดีพีพุ่ง

ส่วนของขวัญด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 86.97 การควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพง พืชผลทางเกษตรราคาสูงขึ้น ร้อยละ 81.74 เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ร้อยละ 79.12 มีงานทำ รายได้เพิ่มขึ้น ไม่เป็นหนี้ ร้อยละ 75.27 ราคาพลังงานลดลง สำหรับของขวัญด้านสังคม ร้อยละ 73.07 สังคมเป็นระเบียบ ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย อาชญากรรมและยาเสพติดลดลง ร้อยละ 70.96 คนไทยรักใคร่สามัคคี ร้อยละ 60.89 ครอบครัวอบอุ่น ร้อยละ 59.72 มีการเดินทางสะดวก ระบบขนส่งมวลชนทันสมัย

“ประยุทธ์” บินพบ “นาจิบ” ถกสันติสุข

นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 1 ธ.ค.ว่า จะมีการหารือความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน การพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นายกฯ จะหารือกับนายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถึงโครงสร้างคณะพูดคุยสันติสุขในส่วนของไทยว่าเห็นด้วยหรือไม่ แต่จะยังไม่มีการลงนาม และยังไม่มีการกำหนดตัวบุคคล ต้องรอให้นายกฯ กลับมาหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

วิป สนช.ไม่ให้ “ปู” ยื่นหลักฐานเพิ่ม

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. ในฐานะโฆษกวิป สนช.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวว่า หลังจากที่ประชุม สนช.ลงมติไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์นำเอกสาร 72 รายการ ยื่นให้ที่ประชุมสนช.พิจารณาเพิ่มเติมแล้ว หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการแถลงเปิดสำนวนในวันที่ 9 ม.ค. 58 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และฝ่าย ป.ป.ช.มาชี้แจงพยานหลักฐานของฝ่ายตัวเอง ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถยื่นหลักฐานเอกสารใดๆ เพิ่มเติมได้อีกแล้ว เนื่องจากหมดระยะเวลาการยื่นหลักฐานเพิ่มเติมที่ต้องยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนการประชุมนัดแรก อย่างไรก็ตาม แม้ที่ประชุม สนช.จะตัดเอกสารที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นเพิ่มเติม 72 รายการทิ้ง แต่ไม่ถือว่าเสียหายอะไรมากนัก เพราะเอกสารเหล่านี้ยังมีอยู่ในแฟ้มข้อมูลสำนวน ป.ป.ช.จำนวน 4,000-5,000 แผ่น ที่ยื่นประกอบมากับรายงานการไต่สวนของ ป.ป.ช. หาก สนช.คนใดสนใจข้อมูลดังกล่าว ก็สามารถไปเปิดดูได้อยู่แล้ว

ร่าง ก.ม.ภาษีมรดกเข้า สนช. 4 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 4 ธ.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้สั่งบรรจุระเบียบวาระเรื่องด่วนเข้าสู่ที่ประชุม สนช. โดยมีเรื่องสำคัญ อาทิ ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทาง การรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558-2562 ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ เพื่อร่วมมือดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 734 กิโลเมตร และร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ.... ตามที่ ครม.เป็นผู้เสนอ เพื่อจัดเก็บภาษีจากการถ่ายโอนทรัพย์สินทางมรดกที่ในปัจจุบันได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพนายสมพล เกยุราพันธุ์ บิดาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข ที่วัด พระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร
“ปู” มางานศพพ่อ “คุณหญิงหน่อย”

เมื่อเวลา 17.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพนายสมพล เกยุราพันธุ์ บิดาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข ที่วัด พระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ตลอดจนอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมือง เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที นายเสนาะ เทียนทอง และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ใบแดงกกต.บวรศักดิ์ อุวรรณโณรัฐธรรมนูญเอนก เหล่าธรรมทัศน์วันชัย สอนศิริสุริยะใส กตะศิลาไพบูลย์ นิติตะวัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้