ข่าว
100 year

จีดีพีปี 57 โตไม่ถึง 1%

ลมกรด21 พ.ย. 2557 05:01 น.
SHARE

เป็นอย่างที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนไว้ว่าปัญหาเศรษฐกิจน่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง ด้วยข้อจำกัดภายในประเทศทั้งการเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ทีมเศรษฐกิจไม่เจ๋งจริง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้ตัวเลขปัจจัยทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

วันก่อนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 (ระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย.) ปรากฏว่า จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวเพียง 0.6% เมื่อรวมกับจีดีพีครึ่งปีแรกที่หดตัว 0.1% ส่งผลให้ 9 เดือนแรกของปี 57 จีดีพีขยายตัวได้เพียง 0.2%

การขยายตัวเพียง 0.6% ถือว่าน้อยมากครับ เพราะไตรมาส 3 เป็นช่วงหลังจากที่บิ๊กตู่ทำรัฐประหาร วิกฤติความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองที่เป็นปัจจัยฉุดเศรษฐกิจได้สงบลงแล้ว ดังนั้นจีดีพีควรจะขยายตัวมากกว่านี้เยอะ

เมื่อจีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวแค่ 0.6% ทำให้ สศช.ต้องปรับประมาณการปี 57 เสียใหม่ลดลงเหลือเพียง 1% จากตัวเลขเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ประมาณการจะขยายตัว 1.5-2% นั่นหมายความว่าไตรมาส 4 (เดือน ต.ค.-ธ.ค.) จีดีพีจะต้องขยายตัว 3.5% จึงจะทำให้จีดีพีปี 57 ขยายตัวได้ตามเป้าใหม่ 1% ซึ่งดูแล้วเป็นไปได้ยากมาก

ในเมื่อปัจจัยทางเศรษฐกิจยังแย่อยู่เหมือนเดิม การขยายตัวไม่มีทางกระโดดพรวดพราดได้หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งออก ซึ่งคิดเป็น 70% ของจีดีพี ยังไม่มีสัญญาณว่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกซบเซา ประเทศยูโรโซนและญี่ปุ่นอยู่ในภาวะชะงักงัน สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งฟื้นตัวได้นิดเดียว ส่วนจีนขยายตัวลดลง นอกจากนี้เรายังโดนสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากการเป็นรัฐบาลรัฐประหารด้วย

ส่วน การท่องเที่ยว ซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นแล้วน่าจะสร้างรายได้เข้ารัฐในระดับหนึ่ง แต่คงไม่ได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนในภาวะปกติ เพราะติดเงื่อนไขกฎอัยการศึก ไม่มีเศรษฐีชาติไหนยอมเสี่ยงเข้ามาเที่ยวประเทศที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกหรอกครับ

ขณะที่ การใช้จ่ายภาคครัวเรือน แม้เริ่มกระเตื้องขึ้น แต่ก็ยังไม่เข้าเป้า เพราะมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินภาครัฐทำได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เงินช่วยชาวนาและชาวสวนยางไร่ละ 1,000 บาท กว่าจะแจกหมดคงต้อง

รอถึงช่วงปลายของไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม มาตรการแจกเงินช่วยเหลือภาคการเกษตรล้วนเคยทำมาแล้วในอดีต แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการอ่อนตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยว ที่สำคัญราคาสินค้าเกษตรยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับ การลงทุน เพราะมีข่าวว่ารัฐบาลมีแผนจะแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทั้งๆที่กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้เหมาะสมอยู่แล้ว หากไปแก้ไขกีดกันต่างชาติมากเกินไป นักธุรกิจต่างชาติจะย้ายฐานการลงทุนจากไทย เศรษฐกิจจะยิ่งแย่ไปใหญ่ แม้แต่ทูตอังกฤษและหอการค้าของหลายประเทศยังท้วงติงว่าจะเป็นการทำลายบรรยากาศการลงทุน

ทุกประเทศทั่วโลกมีแต่แย่งกันดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ พยายามออกกฎหมายเอื้อต่อการลงทุนมากที่สุด สิ่งที่ไทยต้องการจากการเปิดเออีซีคือการเป็นศูนย์กลางการลงทุน ฉะนั้นถ้าแก้ไขกฎหมายทำให้ต่างชาติลงทุนลำบาก นักลงทุนก็หนีไปประเทศอื่นหมด

ถึงแม้ สศช.พยายามใช้คำพูดนุ่มนวลให้ดูเหมือนเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ถึงอย่างไรก็หนีของจริงไม่พ้น เป้าจีดีพี 1% มองไม่เห็นทางเป็นไปได้เลย.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลมกรดจีดีพีปี 57 โตไม่ถึง 1%นักเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้