ข่าว
100 year

ขรก.เฮ‘บิ๊กตู่’ใจป้ำ ผ่านฉลุย รับเงินค่าครองชีพ

ทีมข่าวหน้า 119 พ.ย. 2557 07:59 น.
SHARE

ครม.อนุมัติย้อนหลัง1ต.ค. ผู้น้อย-ลูกจ้างราว4แสนคน ประยุทธ์จี้สนช.ปมผลงาน

“ประยุทธ์” จูนคลื่น 5 องค์กรให้เร่งมือตาม โรดแม็ป บี้ สนช.ปั๊ม ก.ม. 300 ฉบับ สั่ง สปช. ต้องโชว์ผลงานให้เห็นในอีก 3 เดือน ส่วนกฎอัยการศึกยังไม่เลิกจนกว่าการเมืองจะนิ่ง ครม.ผ่านฉลุยปรับค่าครองชีพชั่วคราวให้ลูกจ้างประจำที่ไม่จบปริญญาตรีเดือนละ 2 พัน แต่รวมเงินเดือนต้องไม่เกิน 13,285 บาท ส่วน ขรก. ชั้นผู้น้อยเงินเดือนไม่ถึงหมื่นรับไปเลยหนึ่งหมื่นบาทถ้วน ตกเบิกย้อนหลังตั้งแต่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป แรงงานสบโอกาสขอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำบ้าง จัดหนัก 460 บาท/วัน เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก แต่ยังไม่เคาะจะเก็บเกินหรือไม่เกิน 10% รัฐบาลเด้งรับกฎเหล็กคุมม็อบ โฟกัสแกนนำระดมคนผิด ก.ม.โดนอ่วมทั้งจำทั้งปรับ

การปฏิบัติภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ขณะที่พรรคการเมืองเข้าคิวเสนอความเห็นหลายด้านเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญต่อกรรมาธิการฯยกร่าง

“บิ๊กตู่” ถก ครม.ที่ห้องไมค์ไม่แพง

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้เป็นประธานการประชุม ครม. โดยเป็นการประชุมที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 เป็นครั้งแรก หลังมีการปรับปรุงทำเนียบรัฐบาล และหลังจากเกิดปัญหาสื่อเสนอข่าวไมโครโฟนที่ติดตั้งห้องประชุมมีราคาแพงเกินจริง จนนายกฯต้องสั่งให้รื้อถอดคืนบริษัท นำไมโครโฟนเดิมมาติดตั้ง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด มีการนำแผงเหล็กมากันพื้นที่สื่อมวลชน บริเวณถนนหน้าทางขึ้นหน้าตึกบัญชาการ ขณะที่ลานจอดรถด้านข้างตึกบัญชาการ 1 ที่อยู่หน้าตึกบัญชาการ 2 ได้นำกรวยมากั้นให้เป็นที่จอดรถรัฐมนตรีเท่านั้น มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์เป็นระยะๆ ซึ่งการประชุม ครม.ครั้งนี้ไม่ได้เปิดให้ช่างภาพขึ้นไปบันทึกภาพบรรยากาศก่อนการประชุมแต่อย่างใด โดยวาระสำคัญ ครม.จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก ตามที่กระทรวงการคลังและการปรับเพิ่มค่าครองชีพข้าราชการชั้นผู้น้อยที่รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว

ซื้อริสแบนด์ “คืนความสุข คืนสุขภาพ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นประชุม ครม. ได้ร่วมบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ รพ.พระมงกุฎเกล้าในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย พล.ท.บุณยรักษ์ พูนชัย เจ้ากรมแพทย์ทหารบก และ พล.ต.สาโรจน์ เขียวขจี ผู้อำนวยการ รพ.พระมงกุฎ ที่นำคณะนักเรียนแพทย์ทหาร นักเรียนพยาบาล ศิลปินดารา เชิญชวน ครม.ทำบุญซื้อริสแบนด์ “คืนความสุข คืนสุขภาพ” ผ่านกิจกรรม “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” เพื่อนำรายได้ไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ “โครงการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” จากนั้น สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ติดริบบิ้นสีขาวสัญลักษณ์ยุติความรุนแรงให้กับพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการยุติความรุนแรง ต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว และจะมีการจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 25 พ.ย.ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

“บิ๊กป้อม” เชื่อ “บิ๊กตู่” โฉบไปได้ทุกที่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่นและ จ.กาฬสินธุ์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ว่า นายกฯเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ภาคไหนก็ได้ เพราะไม่มีความขัดแย้งกับใคร ไม่มีศัตรูที่ไหน ในพื้นที่มีทั้งตำรวจและทหารดูแลความปลอดภัยได้ ส่วนการลงพื้นที่ครั้งนี้จะไปดูเรื่องปัญหาภัยแล้ง

ครม.ไฟเขียวทำรถไฟทางคู่กับจีน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมนำเสนอหลักการความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจีนสนใจจะทำเส้นทาง 1435 จากหนองคายมามาบตาพุด เป็นความร่วมมือระหว่างจีทูจีหรือรัฐต่อรัฐ ทั้งนี้ เรื่องการสร้างทางรถไฟก็เพื่อเตรียมการไปสู่อนาคตโดยได้เตรียมไว้หลายเส้น นอกจากนี้จีนจะซื้อสินค้าเกษตรของไทยจำนวนหนึ่ง ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยเนื่องจากการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 40 ปี

ผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก เป็นการเชื่อมโยงระหว่างภาษีที่เกี่ยวกับมรดก และภาษีที่เกี่ยวกับการยกให้ เช่น หากสามีโอนให้กับภรรยาก็ไม่ต้องเสียภาษี และกำหนดวงเงินทุนทรัพย์ไว้ที่ 50 ล้านบาท เรื่องนี้รัฐบาลหารือกันเป็นอย่างดี อย่าไปกังวลว่าจะทำเพื่ออะไร เป็นสัญลักษณ์การดูแลซึ่งกันและกัน คนที่มีรายได้มากต้องเห็นใจคนที่มีรายได้น้อยกว่า จำนวนเงินคงได้มาไม่มาก สัดส่วนจำนวนเงินที่หักภาษีจะมากหรือน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จะต้องคิดคำนวณกันอีกทีหนึ่ง ขออย่าต่อต้านกันนักเลย รัฐบาลพยายามดูรายละเอียดว่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรม และยังได้คุยว่าคนมีไร่นา แต่ไม่มีเงินเสียภาษีจะทำอย่างไร จะต้องขายนาเอาเงินไปเสียภาษีหรือไม่ เราเป็นห่วงเรื่องอย่างนี้หมด แต่คิดว่ามีข้อยกเว้นเยอะแยะ ขอให้ใจเย็นๆ คาดว่าเรื่องภาษีมรดกจะใช้เวลาอีก 6 เดือนจึงจะมีผลบังคับ

ครม.เด้งรับออกกฎเหล็กคุมม็อบ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป โดยมีสาระสำคัญคือ กำหนดสถานที่ต้องห้ามมิให้จัดการชุมนุม เช่น ระยะรัศมี 150 เมตร จากสถานที่สำคัญและสถานที่ราชการ อาทิ รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และศาล และต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการในสถานที่ เช่น สถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ หรือสถานีขนส่งสาธารณะ กำหนดให้การปราศรัย หรือการจัดกิจกรรมในการชุมนุมสาธารณะในระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น การเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมในเวลากลางคืนจะกระทำมิได้

แกนนำโดนอ่วมระดมชุมนุมผิด ก.ม.

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า กำหนดให้ผู้ชุมนุมมีหน้าที่ต้องแจ้งวัน เวลา และสถานที่ชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตำรวจผู้รับผิดชอบก่อนเริ่มชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุม ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยกำหนดโทษกรณีต่างๆ อาทิ ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะซึ่งมิได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนว่าจะจัดชุมนุม มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้จัดการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2—10 ปี ปรับไม่เกิน 40,000—200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ชุมนุมซึ่งเข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ออกจากพื้นที่ควบคุมภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขรก.ผู้น้อยรับค่าครองชีพ 2 พัน

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ สาระสำคัญคือ 1. กำหนดวันใช้บังคับระเบียบดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2557 เป็นต้นไป 2.กำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่บรรจุหรือแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่กําหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับตํ่ากว่าปริญญาตรี ที่มีอัตราเงินเดือนหรืออัตราค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 13,285 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ 2,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 13,285 บาท

ได้เดือนไม่ถึงหมื่นรับไปหมื่นถ้วน

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า 3.กำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ที่ได้รับเงินเดือนหรืออัตราค่าจ้างรวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพ ชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท 4.กำหนดให้ลูกจ้างชั่วคราวที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ที่มีค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท 5. กำหนดให้ทหารกองประจำการที่ได้รับเงินเดือนในระดับ พ.1 ที่ได้รับเงินเดือนไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท

ผู้น้อย-ลูกจ้างรับอานิสงส์ 4 แสนคน

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวเงินงบประมาณที่ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวแล้วมีรายได้ไม่ถึง 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจนถึง 10,000 บาท ทหารกองประจำการที่รับเงินเดือนในระดับ พ.1 ที่มีเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงประจำแล้ว มีรายได้ไม่ถึง 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจนถึง 10,000 บาท ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบดังกล่าวในวันนี้ (18 พ.ย.57) ซึ่งมีผลทำให้ข้าราชการและลูกจ้างได้รับสิทธิตามระเบียบนี้มีประมาณ 400,000 คน

แรงงานขอขึ้นค่าจ้าง 460/วัน

น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงกรณีที่จะมีการปรับขึ้นค่าครองชีพ และปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ว่าการปรับขึ้นค่าครองชีพข้าราชการนั้นทำได้ แต่ควรหันกลับมามองภาคเอกชนที่คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) เคยรับปากว่าจะปรับค่าจ้างอีกครั้งในปี 2558 หรือจะพิจารณาเมื่อมีเหตุผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้จะสิ้นปีแล้วยังเงียบ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน และบอร์ดค่าจ้างควรหาทางช่วยเหลือแรงงานให้สามารถอยู่ได้ เพราะเมื่อมีการปรับขึ้นค่าครองชีพหรือเงินเดือนข้าราชการเมื่อใด ราคาสินค้าจะขยับตัวสูงขึ้น จะทำให้ลูกจ้าง เอกชนอยู่ไม่ได้ โดยนายชาลี ลอยสูง ประธาน คสรท. จะขอเข้าพบ รมว.แรงงานภายในเดือน พ.ย. เพื่อยื่นหนังสือขอให้บอร์ดค่าจ้างพิจารณาทบทวนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ หากปรับค่าจ้างไม่ได้ก็ขอให้จัดสวัสดิการเพื่อให้อยู่ได้ เพราะจากการสำรวจ หากแรงงานจะอยู่ได้ต้องมีรายได้วันละประมาณ 460 บาท ส่วนการควบคุมราคาสินค้านั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบาก เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้อย่างเด็ดขาด

ภท.-ชทพ.เข้าเสนอไอเดียร่าง รธน.

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พ.ย.ที่อาคารรัฐสภา 3 ชั้น 3 บรรดาตัวแทนพรรคการเมืองได้เดินทางมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วันแรกเป็นคิวของตัวแทนพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค และนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผอ.พรรค

ขณะที่ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนามีนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งทั้งหมดได้เข้านั่งหารือในห้องรับรองด้านหน้าห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ โดยมี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. และนายชัย ชิดชอบ สปช. เข้าร่วมพูดคุยในห้องดังกล่าวด้วย

“ตือ” ลั่นไม่พอใจ รธน.ก็ไม่เล่น

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคตั้งใจเสนอภาพรวมปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศโดยยึดภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ เพราะทุกคนตั้งความหวังไว้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากเราไม่ปฏิรูปก็ยากที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น ที่ผ่านมาเราเห็นรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออก ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้นถือเป็นบทเรียนที่ไม่อยากให้ซ้ำรอย การเสนอความเห็นครั้งนี้เป็นเพียงการพูดคุยไม่ได้เป็นมติของพรรค เป็นการนำข้อเสนอของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จากการไปเดินสายหารือกับบุคคลสำคัญต่างๆ อาทิ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส นายอานันท์ ปันยารชุนอดีตนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ถ้าสมาชิกบ้าน 109 และ 111 อาจถูกลงโทษอีกครั้งหากเกิดรัฐธรรมนูญใหม่มีความกังวลหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่กังวล ตอนนี้เราเหมือนเป็นนักกีฬา กติกาเขียนอย่างไร หากเราพร้อมก็ลงเล่น พอใจที่จะเล่นก็เล่น เมื่อไม่พอใจเราก็ไม่ต้องเล่น เมื่อเขาจำกัดสิทธิ์อาวุโสของพรรค ก็ไม่ต้องส่ง เพราะไม่พอใจจะเล่น ทั้งหมดอยู่ที่ สปช.

ภท.ชงถอดถอนองค์กรอิสระได้

จากนั้นเวลา 12.30 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปช. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงหลังจาก กมธ.ยกร่างฯเชิญพรรคภูมิใจ-ไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าเสนอแนะแนวทางร่างรัฐธรรมนูญว่า ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยให้ข้อคิดเห็นว่า อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่างขึ้นเพื่อทุกคน ไม่มีอคติไม่กีดกันใคร ส่วนประเด็นเรื่อง ส.ส. ไม่อยากให้จำกัดวาระของ ส.ส. อยากเห็นการสร้างระบบพรรคการเมืองที่ดี สร้างนักการเมืองที่มีคุณธรรม ส่วนประเด็นที่มาของ ส.ว. หากจะต้องมี ส.ว.สรรหา จะต้องมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ไม่ให้มีอำนาจเท่ากับ ส.ว.เลือกตั้ง นอกจากนี้ยังต้องการปฏิรูประบบราชการให้เข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อยากให้นำบทเรียนจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มาใช้ยกร่างฯใหม่ ทั้งที่มาหรือเจตนารมณ์ และควรมีกระบวนการสรรหาที่เข้มข้นและสามารถถอดถอนได้

บี้แก้ปมยุบพรรคง่ายเกินไป

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาการยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 68 และ 237 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าที่ผ่านมายุบง่ายเกินไป ทั้งยังกำหนดโทษให้กรรมการบริหารพรรคคนอื่นมีโทษเว้นวรรค 5 ปีด้วย ซึ่งไม่เป็นธรรม ประเด็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีอำนาจกำหนดนโยบายประชานิยม ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำถ้าหากเกิดความเสียหาย ไม่ควรมีบทลงโทษต่อผู้ปฏิบัติตามนโยบาย ส่วนเรื่องการทำประชามติ ยังเห็นว่า เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะยังต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใน 5-6 เดือน หากเสียงประชาชนตอบรับดีก็ไม่จำเป็น ต้องทำประชามติ เพราะต้องใช้เวลาและงบประมาณ

จี้ลดสัดส่วน–อำนาจ ส.ว.สรรหา

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของพรรคชาติไทยพัฒนา อยากเห็นประชาธิปไตยมีความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในทุกมิติมีการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ เพราะที่ผ่านมาฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเป็นปัญหาที่ผูกพันกันมากเกินไป ส่วนการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวและเขตใหญ่ 3 คนนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยไม่เห็นด้วยที่จะให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งเดียว เพราะทำให้ไม่ยึดโยงกับพื้นที่และเป็นตัวแทนของประชาชน ส่วนประเด็น ส.ว. ควรให้เพิ่มกรรมการสรรหาให้มากกว่า 7 คน และลดจำนวน ส.ว.สรรหา ให้เหลือ 1 ใน 6 ที่มาจากเลือกตั้งโดยคำนึงถึงสัดส่วนประชากร อีกทั้ง ส.ว.สรรหา ไม่ควรมีอำนาจถอดถอน ส.ส.ที่มาจากเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเสนอแก้ไขมาตรา 190 ในการลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนเพราะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และเห็นว่าควรแก้ปัญหาการแบ่งพรรคนิยมสีนิยมให้ได้ โดยมีบทบัญญัติให้เยาวชนได้รับการศึกษาประชาธิปไตยตั้งแต่ในชั้นเรียน

“มาร์ค” ทวง คสช.เลิกห้ามประชุมพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเชิญ พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองเข้าให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศ ว่า ตนและคณะจะเดินทางไปพบในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการเชิญในฐานะตัวแทนพรรค จึงมีความหนักใจเพราะถ้าให้เป็นความเห็นพรรคการเมือง พรรคก็ควรจะได้ประชุม แต่ คสช.ยังไม่ให้จัดประชุม จึงทำหนังสือไปยัง คสช.เพื่อขอประชุมแต่ยังไม่ได้คำตอบ หาก คสช. อนุญาต พรรคประชาธิปัตย์จะจัดประชุมในวันที่ 23 พ.ย.นี้ เพื่อนำผลไปเสนอกับ กมธ.ยกร่างฯ แต่หากไม่สามารถประชุมได้ ตนจะเข้าให้ข้อมูล พร้อมด้วยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์รองหัวหน้าพรรค และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค และอีกคนหนึ่งกำลังพิจารณาว่าจะเป็นใคร

ต้องแก้ไขโจทย์ใหญ่ รบ.ลุอำนาจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่พรรคจะนำเสนอคือปรับปรุงระบบการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนแนวคิดแยกฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารออกจากกันนั้น ตนเห็นว่าเรากำลังจะถอยออกมาจากระบบรัฐสภาดั้งเดิม ที่ต้องคิดเป็นพิเศษคือ การเลือกผู้บริหารโดยตรงจะให้รับผิดชอบการบริหารประเทศอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจเกินขอบเขต ลุแก่อำนาจ โจทย์ใหญ่ที่สุดของประเทศคือทำอย่างไรให้ฝ่ายบริหารไม่เหลิงอำนาจ

ทนายจี้ตอบคำร้องคดีสอย “ปู”

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้บรรจุวาระคำร้องคัดค้านเรื่องโครงการจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าสู่ที่ประชุมสนช.ในวันที่ 28 พ.ย. โดยนายนรวิชย์กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์มายื่นหนังสือต่อประธาน สนช. เพื่อขอให้นำคำร้องคัดค้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ยื่นต่อ สนช.เมื่อวันที่ 5 พ.ย.บรรจุเข้าสู่วาระประชุม สนช.ในวันที่ 28 พ.ย. เพื่อให้พิจารณาว่า คำสั่งของประธาน สนช.ที่สั่งให้บรรจุสำนวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าสู่ที่ประชุม สนช. และการตราข้อบังคับการประชุม สนช. เรื่องการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น มีความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดย สนช.ควรวินิจฉัยประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนที่จะไปพิจารณาในเรื่องอื่นๆ เพราะหาก สนช.วินิจฉัยว่า ไม่มีอำนาจ ก็ไม่ต้องไปพิจารณาประชุมในวาระอื่นๆอีกต่อไป เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์

แฉสิ้นไส้ชาวบ้านถูกรีด 4.9 พันล้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการจัดสัมมนาหัวข้อ “คอร์รัปชันในระบบราชการ : ต้องทำอะไรต่อ?” เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ช. 15 ปี โดยนางผาสุก พงษ์ไพจิตร และนายธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอผลงานวิจัย “คอร์รัปชันในระบบราชการไทย การสำรวจทัศนคติ และประสบการณ์ของหัวหน้าครัวเรือน ปี 57” ซึ่งสรุปผลการวิจัยว่า มีเงินสินบนที่ครัวเรือนไทยถูกเรียกรับเมื่อไปติดต่อกับหน่วยราชการปี 57 จำนวน 4,944 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักงานที่ดิน 39% สถานีตำรวจ 36% โรงเรียนรัฐบาล 13% กรมการขนส่ง 4% ศุลกากร 3% องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3% สรรพากร 1% และหน่วยงานอื่น 1% โดยการเรียกเงินสินบนของโรงเรียนรัฐบาลมีมูลค่าเฉลี่ย 11,796 บาทซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบกับหน่วยราชการอื่นๆ รองลงมาคือ กรมศุลกากร เฉลี่ย 10,538 บาท ขณะเดียว กันทัศนคติของหัวหน้าครัวเรือนให้ความสำคัญกับ ปัญหาคอร์รัปชันมากขึ้น แต่เห็นว่าความร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชันน้อยกว่าปัญหาเศรษฐกิจไม่ดีและค่าครองชีพสูง

5 องค์กรมาพร้อมหน้าถก “ประยุทธ์”

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่บ้านรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมร่วม 5 ฝ่าย โดยมี คสช. ครม. สนช. สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงโดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

จากนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่าง รธน.กล่าวว่า บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างดี นายกรัฐมนตรีอารมณ์ดี ซึ่งการเชิญมาประชุมวันนี้เพื่อมาทำความเข้าใจในการเดินหน้าทำงานตามกรอบหรือโรดแม็ปที่ได้กำหนดไว้ และได้รายงานความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรี ส่วนงานไหนได้ทำอะไรไปบ้าง โดยนายกฯเปิดให้ทุกฝ่ายได้สอบถาม และบอกให้ สปช.เดินหน้างานในสองส่วน คืองานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 ด้านที่เกี่ยวกับ คสช. และรัฐบาล ถ้าเสร็จแล้วก็ส่งมาได้เลยไม่ต้องรอให้ถึง 1 ปี และในส่วนที่เป็นร่าง พ.ร.บ.ต่างๆก็เสนอให้ทาง สนช.พิจารณาตามขั้นตอน

เร่งทุกองค์กรทำตามโรดแม็ปให้ทัน

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เปิดเผยว่า นายกฯได้กำชับให้แต่ละส่วนให้จัดทำนโยบายซึ่งเป็นกรอบการทำงานร่วมกันให้เกิดการปฏิรูปประเทศเดินหน้าให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา นอกจากนี้ นายกฯได้ชี้แจงผลการทำงานที่ผ่านมารวมทั้งได้เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและซักถาม

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช.กล่าวว่า ในการหารือ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกคนทำงานตามโรดแม็ปและกรอบเวลาที่กำหนดไว้ให้ได้ ไม่มีคำสั่งใดๆทั้งนั้น ใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำ อยากเห็นผลงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมของทุกคนและเป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะ สนช.ที่มีหน้าที่ในการออกกฎหมายต้องเร่งออกกฎหมายให้เร็วที่สุด

การเมืองต้องนิ่งถึงเลิกกฎอัยการศึก

นายวัลลภกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก นายกฯได้ย้อนถามว่า ขณะนี้สถานการณ์ปกติหรือยัง ซึ่งทุกคนก็เงียบหมดไม่มีคำตอบ นายกฯพูดต่อว่า เมื่อทุกคนเงียบแสดงว่าสถานการณ์ยังไม่ปกติ ก็จะต้องประคองบ้านเมืองให้สถานการณ์นิ่งและปฏิรูปการเมืองให้ได้เสียก่อน ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ

นายกฯอารมณ์ดี-พูดอยู่คนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในการประชุมไม่ได้เป็นไปอย่างเคร่งเครียด มีการจัดที่นั่งการประชุมเป็นรูปตัวยู มีนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม บรรยากาศการประชุม ส่วนใหญ่นายกฯเป็นผู้พูดเพียงฝ่ายเดียว มีการเลี้ยงอาหารให้ผู้ร่วมประชุม ได้แก่ กาแฟ น้ำเปล่า ชา น้ำดอกอัญชัน ขนมตาล และขนมใส่ไส้ เมื่อเริ่มต้นประชุม นายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้แต่ละองค์กรพูดถึงปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับให้ คสช. ครม. สนช. สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำห้าสายทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เพราะขณะนี้ถือเป็นแม่น้ำสายเดียวกันแล้ว เพื่อพาประเทศไปสู่การปฏิรูปให้ได้ภายใน 1 ปี ตามที่ตั้งใจไว้

สั่ง สนช.ปั๊ม ก.ม.-สปช.ต้องมีผลงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ฝากการบ้านโดยกำชับให้ สนช.และ สปช.ทำงานร่วมกันใน 3 ส่วนคือ 1.ขอให้ สนช.เร่งผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี ประมาณ 300 ฉบับ อย่างน้อยภายในสิ้นปีนี้ สนช.ต้องออกกฎหมายที่ช่วยลดผลกระทบแก่ประชาชน ให้ประชาชนมีความสุข เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน 2.ขอให้ สปช.ต้องมีผลงานที่สำเร็จ เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน ถ้ามีปัญหาอุปสรรคอะไร ขอให้บอกมา รัฐบาลจะดำเนินการให้ทั้งหมด 3.ขอให้ สปช.เดินหน้าวาง กระบวนการปฏิรูป แต่ไม่อยากให้ไปเริ่มทำการนับหนึ่ง ตั้งแต่ต้น เพราะกระทรวงกลาโหมได้ทำรายงานเสนอมาครบทั้ง 11 ด้านแล้ว หากมีส่วนใดที่ขาด ก็ค่อยไปเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาครม.อนุมัติเงินค่าครองชีพลูกจ้างประจำข้าราชการภาษีมรดกประวิตร วงษ์สุวรรณรถไฟทางคู่จีนสรรเสริญ แก้วกำเนิดชุมนุมแรงงานสรอรรถ กลิ่นประทุมธีระ วงศ์สมุทรสมศักดิ์ ปริศนานันทกุลปฏิรูปประเทศ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้