วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่ายึดติดดาราที่เปลือก 'ขันเงิน ไทยเทเนียม' กับมุมมองที่โดนเมิน

อย่ายึดติดดาราที่เปลือก 'ขันเงิน ไทยเทเนียม' กับมุมมองที่โดนเมิน

  • Share:

บ่อยครั้งศิลปินดารานักแสดงในเมืองไทยมักถูกตีตราภาพลักษณ์ให้ติดตรึงไปกับผลงานของพวกเขา พระเอกนางเอกโชคดีหน่อยที่ภาพลักษณ์อันแสนดีจะอยู่คู่กับตัวเขาและเธอ แต่กลับกันหากคุณเห็นเขาในบทบาทที่ต่างไป ก็ดูเหมือนพวกเขาจะถูกตอกหมุดให้เป็นและต้องเป็นอย่างที่ทุกคนได้เห็นผ่านผลงานในวงการบันเทิง

สกู๊ปบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ อาทิตย์นี้มีโอกาสดีได้นั่งคุยกับศิลปินคนดัง “ขันเงิน ไทยเทเนียม” หรือ “ขันเงิน เนื้อนวล” ผู้ชายที่ภาพลักษณ์ของเขาคือศิลปินฮิปฮอป สัมมะเลเทเมา ร้องเพลงแร็พ ทรงผมเดดล็อก พูดแบบใจร้ายหน่อยต้องบอกว่า “อิมเมจติดลบ” ในสายตาใครหลายๆ คน แต่เชื่อหรือไม่ถ้ามองภาพกว้าง ก้าวข้ามความเป็น “ไทยเทเนียม” ออกไป “ขันเงิน เนื้อนวล” คือเจ้าของสายการบิน “Asian Air” สายการบินน้องใหม่ล่าสุดของวงการบิน ที่ให้บริการเที่ยวบินแบบชาร์เตอร์ไฟลท์ บินตรงจากกรุงเทพฯ - กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น (ดอนเมือง-นาริตะ) และล่าสุดกำลังจะเปิดเส้นทางการบินชาร์เตอร์ไฟลท์ไปยังเมืองพาเรา ประเทศฟิลิปปินส์

เมื่อได้พูดคุยกับ ขันเงิน เราได้เห็นมุมที่แตกต่างและน่าสนใจในตัวผู้ชายคนนี้ จนต้องจับเรื่องราวความคิด มุมมองในการทำงานและการใช้ชีวิตที่ขัดกับภาพลักษณ์ดิบๆ ของเขามานำเสนอให้ได้คิดตามกัน

เราเปิดบทสนทนาถึงภาพของความเป็น ขันเงิน ไทยเทเนียม กับภาพการเป็นผู้บริหาร สายการบิน ที่ดูค่อนข้างขัดแย้ง ไม่มีใครเชื่อว่าอย่างเขาจะทำได้

(ซ้ายมือ) คุณเดวิด ศรีชัยอุดม หุ้นส่วนหลักของสายการบินเอเซียนแอร์

“การเป็นผู้บริหารสายการบินเรื่องใหญ่มากจริงๆ ครับ แต่ผมว่าคนไม่น่าจะคิดว่าผมเป็นนักร้องแล้วจะทำไม่ได้นะ ถ้าพูดกันแบบจริงๆ แล้ว ผู้บริหารสายการบินใหญ่ๆ มีเยอะมากเลยนะที่มาจากการเป็นศิลปิน แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมมันเป็นอย่างนั้น ซึ่งถ้าใครรู้จักผมจริงๆ จะทราบว่าผมทำค่ายเพลงของผมเองมา 10 กว่าปีแล้ว ทำเอง บริหารเอง ดูแลการเงินเอง ไอ้เรื่องการร้องเพลงอาจจะดูเกเรสำมะเลเทเมาอะไรไปบ้าง (หัวเราะ) แต่ผมว่ามันก็เป็นการพิสูจน์นะ

ผมถือว่าคนที่ไม่เข้าใจก็ยิ่งทำให้ผมต้องพิสูจน์ตัวเอง ว่าจริงๆ แล้วการเติบโตจากการเป็นนักร้องเพลงแร็พ ซึ่งคนก็คิดว่าเสเพลไปวันๆ แต่เราก็เดินทางมาถึงจุดที่ทำให้คนยอมรับได้ ผมว่าคนที่มองตั้งแต่แรกจนมาถึงขั้นสุดท้ายเขาก็จะรู้สึกไปกับเราด้วยว่าไอ้คนนี้มันทำได้ นี้คือสิ่งที่ผมพยายามทำ แล้วเวลาทำได้เราก็จะภูมิใจในตัวเอง คนอื่นเขาจะคิดยังไงเราก็รับฟัง เราคิดซะว่าเราทำงานบริการ มีอะไรที่เป็นความคิดเห็นของผู้ใช้บริการเราก็ต้องรับฟัง แต่ตัวเราเองก็จะบอกตัวเองว่าเราทำได้ และเราจะทำให้เขาเห็น”

“ทำไมถึงเลือกทำสายการบิน จุดเริ่มต้นอยู่ตรงไหน” หลายคนคงอยากจะรู้คำตอบนี้ “จุดเริ่มต้นคือผมกับเดวิด (เดวิด ศรีชัยอุดม : หุ้นส่วนหลัก) เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรายังไม่เกิด เราโตมาด้วยกัน คุณพ่อของผมเองก็ทำงานทางด้านสายการบิน คุณพ่อเดวิดก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นการบินทำให้เราได้มาเจอกัน และคุณพ่อของเราสองคนอยากทำธุรกิจสายการบินมากแต่ท่านไม่ได้ทำ คุณพ่อผมเสียไปก่อน คุณพ่อของเดวิดก็ไม่ได้ทำ จนมาถึงทุกวันนี้เรารุ่นลูกก็ขอมาสานฝันทำต่อ

ต้องบอกว่าความรู้เรื่องการบินของพวกเราก็มาจากคุณพ่อทั้งนั้น ตอนแรกที่คิดจะทำผมยอมรับว่าตัวผมความรู้น้อยมาก แต่ผมคิดว่ามันไม่มีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงที่คนเราจะเรียนรู้ เดวิดเองพื้นฐานด้านสายการบินเขาแน่นมากอยู่แล้ว ผมก็ดูเรื่องการประชาสัมพันธ์ ผมมั่นใจว่าเราทำได้ เราทำสายการบินเป็นงานบริการ เราก็ยึดหลักว่าบริการให้ดีที่สุด”

6 เดือนแรกที่ผ่านมากับธุรกิจสายการบิน Asian Air เจอความยากและอุปสรรคเยอะแค่ไหน เราโยนคำถามที่ทำให้ ขันเงิน ต้องนิ่งคิดสักพัก

“จริงๆ ก็ไม่ได้เจอมากนะครับ ที่ผ่านมาที่เจอน่าจะเป็นเรื่องการวางระบบ เพราะด้วยความที่เราสร้างบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจใหม่บางทีเรายังไม่รู้ว่าเราจะเดินอย่างไร ใครจะเป็นคีย์สำคัญช่วยเราทำหน้าที่อะไร มันเป็นเรื่องความยากของการวางระบบมากกว่า

บางคนมาทำงานกับเราก็เวิร์กบ้างไม่เวิร์กบ้าง บางคนเคยมีประสบการณ์เยอะมากกับการทำสายการบินก่อนมาทำงานกับเรา แต่เขาก็อยากทำอะไรไปในแนวของเขา ซึ่งไม่เหมือนกับแนวที่เราคิดไว้ เราไม่อยากเหมือนสายการบินอื่น พูดง่ายๆ ความยากมันจะเป็นการทำงานภายในมากกว่า เราต้องใช้เวลาเลือกคนที่มีวิสัยทัศน์ไปในทางเดียวกับเรา

กับทีมงานสายการบินเอเซียนแอร์

แนวคิดของเราคือว่าไม่จำเป็นต้องเดินไปตามหลักการที่คนอื่นเขาทำ เหมือนกันกับที่ผมทำงานเพลง เราไม่จำเป็นต้องได้เดินตามสิ่งที่ค่ายใหญ่เขาทำ ผมไม่เห็นมีความจำเป็นต้องตามเขาเลยไม่งั้นมันก็เหมือนๆ กันไปหมด การทำสายการบินผมก็คิดอย่างเดียวกัน

เราไม่จำเป็นต้องเดินอย่างที่ทุกคนเดิน อย่างเช่นการไปเกาะพาเรา มันเป็นเส้นทางที่ยังไม่เคยมีใครไปมาก่อน เราก็ไปจุดในนี้ เราพยายามหาอะไรใหม่ๆ ถึงเราจะเป็นบริษัทเล็กที่มาใหม่แต่เราก็สามารถมองหาอะไรใหม่ๆ ให้เกิดกับวงการสายการบิน

เหมือนกันกับที่ผมทำธุรกิจกับวงการเพลง เราไม่ได้เป็นค่ายใหญ่ แต่เราพยายามนำเสนออะไรใหม่ๆ ข้อดีของการดำเนินธุรกิจแนวนี้ก็คือมันจะเป็นทางเดินที่เราไม่ต้องไปเดินเบียดแข่งกับใคร เอเชียนแอร์เราพยายามจะนำเสนออะไรที่แตกต่าง”

ตอนนี้ธุรกิจสายการบินดำเนินไปด้วยดีแค่ไหน “ตอนนี้มีเครื่องบินใหม่เข้ามาอีกลำครับเราก็รอลำนี้มานานพอสมควร จะเพิ่มที่นั่งชั้นธุรกิจเข้ามาเป็นการเปิดรับผู้โดยสารใหม่ที่อยากเดินทางสบายมากขึ้น

ตัวผมดีใจมากครับที่ได้ก้าวมาถึงลำที่ 2 เพราะจริงๆ การเดินทางของเราก็ไม่ได้ง่ายๆ เป็นธุรกิจใหม่ที่ผมต้องทำความเข้าใจกับมันค่อนข้างมาก เพราะการเป็นนักร้องก็ทำงานเอนเตอร์เทนคนแล้วก็จบไป แต่อันนี้เป็นธุรกิจที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาก็มีคนแฮปปี้กับเราบ้างไม่แฮปปี้กับเราบ้าง แต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด อาจจะมีการพลาดพลั้งอะไรบ้าง แต่ว่าเราก็นำมาปรับปรุง

ภูมิใจครับที่เราได้เดินทางมาอีกขั้นหนึ่ง สู้มาจนถึงทุกวันนี้ได้ ตอนนี้กำลังจะเปิดเส้นทางเดินใหม่ เมืองพาเรา ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเกาะที่สวยมาก เหมือนมัลดีฟส์แต่ยังเวอร์จิ้นกว่าเยอะมาก ซึ่งเราถือว่านี่คือสิ่งที่ดีของการทำธุรกิจ เนื่องจากมีการเติบโตจะช้าจะเร็วแต่ได้เติบโตก็เป็นสิ่งที่ดี”

ในระยะเริ่มแรกของ เอเชียนแอร์ เจอกระแสโจมตีอย่างหนักในเรื่องของการดีเลย์ “ครับ กระแสมาถึงก่อนผมเลย (หัวเราะ) มาถึงอินสตาแกรมผมก่อนใครเลยครับ ช็อกเหมือนกัน ซึ่งจุดนั้นทำให้ผมเข้าใจเลยว่างานบริการอย่างไรเราก็ต้องรับฟังลูกค้า และเราก็ต้องเตรียมตัวแก้ไข แม้ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัย อย่างที่ดีเลย์ผมก็คิดว่าไม่มีใครอยากให้ดีเลย์แน่นอน

แต่ความผิดก็คือมีคนมาบอกว่าไม่มีคนมาดูแลเขา ไม่มีคนมาบอก ซึ่งเราก็ผิดเต็มประตู เราก็ต้องรับฟัง รีบปรับปรุงและแก้ไขอย่างด่วน อันนี้คงต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกและก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเป็นแบบนั้น”

ขอพรให้รักกับน้องริต้า ยืนยง

การบริหารงานสายการบินกับการบริหารงานเพลงต่างกันอย่างไรบ้าง เป็นอีกหนึ่งมุมมองความคิดของสมาชิกไทยเทเนียมคนนี้ที่เราอยากรู้

“จะบอกว่าไม่ได้ห่างกันมากขนาดนั้นเลยนะ มันก็คือการบริหารอิมเมจ บริหารแบรนด์ คล้ายๆ กัน แค่มันคือคนละสไตล์แค่นั้นเอง แต่ไอเดียคล้ายๆ กัน ผมมองว่าป็นเรื่องของการจะวางตัวเราไปในทิศทางไหน และเดินไปสู่ทางนั้นอย่างไร ให้คนมองแบรนด์เราอย่างไร แบรนดิ้งก็คล้ายๆ กัน แต่ไทยเทเนียมก็อาจจะดื้อกว่า ตามใจฉันมากกว่า แต่งานสายการบินคืองานบริการ จะมาตามใจฉันไม่ได้ จะเอาอย่างที่เราชอบไม่ได้ อย่างไทยเท เราจะแบบก็ฉันเป็นนี้น่ะ เรื่องของฉัน งานบริการเราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องปรับให้เข้ากัน”

เป้าหมายต่อไปของเอเซียน แอร์คืออะไร “ตอนนี้เรายังเป็นสายการบินชาร์เตอร์อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเรายังไม่ได้บรรจุเป็นสายการบิน schedule flight คนเขาก็ยังรู้สึกว่าถ้าเขาจะไปญี่ปุ่นวันนี้จะได้มั้ย แต่ถ้าเราบินมีเที่ยวบินเป็นเวลาๆ เราก็จะสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ ตอนนี้เราก็ต้องไฟต์ให้เราเป็น schedule flight ให้ได้”

ถ้าให้ลองมองตัวเอง ณ เวลานี้พอใจกับการประสบความสำเร็จของคนที่ชื่อ ขันเงิน เนื้อนวล มากแค่ไหน

“เอาเป็นว่าพอใจที่ตัวเองได้ทำสิ่งที่รักดีกว่า ต้องบอกว่าผมทำงานเยอะพอสมควร จนบางครั้งก็ถามตัวเองนะว่ามันเยอะไปหรือเปล่า มันคิดไม่ทันแล้วหรือเปล่า ช่วงนี้ก็ลดงานลงมาเยอะ เพื่อจะได้โฟกัสงานให้ได้มากขึ้น

ตัวผมเองผมถือว่าตัวเองโชคดีเพราะผมว่าผมไม่เคยดังนะ ผมมาแบบเรื่อยๆ แล้วก็อยู่เรื่อยๆ ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมรัก แล้วมันทำให้ผมรู้ว่าไม่มีอะไรเที่ยงหรอก หลายคนที่เข้ามาในวงการแล้วรู้สึกว่าตัวเองดังแล้ว บางทีเขาไม่รู้หรอกว่าการตกมันเป็นอย่างไร แล้วพอเขาตกไปนั่นแหละเขาถึงจะรู้บางทีมันอาจจะตกได้เร็วมาก แล้วสิ่งที่เขาเจอนั่นละจะสอนเขาว่าตอนนั้นที่เราไปเชิดใส่คนนั้นน่ะ ตอนนี้คนนั้นเขากลับกลายเป็นคนที่ยืนบนจุดที่เราเคยอยู่ เขาจะเข้าใจความรู้สึกว่ามันเป็นอย่างไร

บางทีหลายคนจะชอบรู้สึกว่าฉันดังละ ไม่มีใครมาทำอะไรฉันได้หรอก ผมคิดว่าอย่าไปยึดติดมาก ชื่อเสียงเป็นอะไรที่นอกกาย วันหนึ่งเราขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้ เราก็ร่วงลงมาได้ในชั่วพริบตาเดียว

ทุกวันนี้ผมเลยไม่ยึดติดอะไรเลย เดินทางสายกลาง อย่างตัวผมเวลาทำอะไรคนชอบถามว่าทำได้เหรอ แล้วคำถามนี้มันมากับเราตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เราเข้าวงการเพลงแล้วจะมาทำเพลงแร็พ คนก็ถามละว่าจะทำได้เหรอ มันจึงกลายเป็นชีวิตประจำวันที่ผมจะต้องทำให้คนดูอยู่ตลอดเวลาว่าฉันทำได้นะ

ถึงวันนี้ผมทำไทยเทเนียมมา 15 ปี พอมาทำสายการบินคนก็ยังมาถามผมว่าทำได้เหรอ ต่อให้อนาคตผมจะทำอย่างอื่น ผมก็เชื่อว่าคนก็ต้องตั้งคำถามว่าจะทำได้เหรอ ขนาดผมจะคบกับแฟนคนปัจจุบัน (ริต้า ศรีริต้า เจนเซ่น) คนยังถามเลยว่าจะทำได้เหรอ

สองผู้บริหารกับภาพลักษณ์ที่ติดดิน

คำถามเหล่านี้มันทำให้เรานิ่งขึ้น ทำให้เราได้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำให้ใครรู้นอกจากตัวเราเอง ถ้าเราทำได้ เรารู้ตัวเราเองว่าเราเป็นอย่างไร เราจะพอใจและมีความสุขที่สุด เราไม่ต้องไปคิดถึงคำพูดใคร เพราะถ้าเราทำให้เขาเห็นได้ เขาก็จะเงียบไปเอง”

“ทำไมต้องพิสูจน์เรื่องแฟนคนนี้ด้วย” เราสบช่องในการเจาะลึกเรื่องความรักของเขากับแฟนสาว ศรีริต้า “ก็ตอนแรกๆ โดนนิดนึง (หัวเราะ) อาจจะด้วยภาพลักษณ์ของเรา คนเขาก็ไม่เข้าใจว่าในเพลงมันก็เป็นคาแรกเตอร์ที่เราใช้ในเพลง บางทีคนเรามันมีหลายมุม เราทำเพลงแบบนี้ก็อาจจะส่อให้เราดูเป็นแบบนั้น แต่จริงๆ มันไม่ใช่ทั้งหมดหรอก

มีปัญหาเล็กน้อยในช่วงแรกๆ ทำให้เราท้อนิดนึง คนไม่ค่อยให้กำลังใจ เหมือนเขาดอกฟ้าแล้วเราล่ะ (หัวเราะ) คือคนไม่ได้เข้าใจไงว่าเราเจอกันยังไง เราคุยกันเรื่องอะไร ถูกคอกันได้ยังไง แต่ตอนหลังก็เหมือนที่ผมบอกว่าเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง พอเวลามันเดินไปด้วยกัน คนก็เห็นแล้วว่ามันไม่ใช่อะไรที่ฉาบฉวย

แรกๆ คนเขาอาจไม่เข้าใจว่ามันเป็นไปได้ยังไง แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่เป็นไปไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมกับน้องคุยกันตลอด ว่าเราไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับใครหรอก เขาถามอะไรมาเราก็ตอบ เราก็ทำหน้าที่ของเราไป ที่คนเขาวิจารณ์ก็แค่ในข่าว ในอินเทอร์เน็ต ผมก็ไม่ได้ไปสนใจมากเพราะผมเจอสิ่งเหล่านี้มาทั้งชีวิตแล้ว”

ตลอดการพูดคุยที่ผ่านมาเรารู้สึกว่า ขันเงิน กังวลเรื่องความรัก “เพราะตอนแรกๆ คนให้กำลังใจน้อยมากไง (หัวเราะ) ท้อบ้างว่าทำไมเรามันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ซึ่งตัวเราเองเราก็รู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนดี แต่เราก็ไม่ได้แย่อะไรมาก แต่ ณ ตอนนี้โอเคแล้ว

เห็นว่าอีก 2 ปีจะแต่งงานกันแล้ว “ครับ ตอนนี้ก็ขอทำงานกันให้เต็มที่ ลุยงานกันก่อน เราสองคนทำงานเยอะมาก น้องเองเยอะกว่าผมอีก เราก็เลยคิดกันว่าถ้าแต่งงานแล้วเราต้องมีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่านี้มั้ย แต่ ณ ตอนนี้เราโอเคกับมัน เข้าใจกัน มีความสุข ซัพพอร์ตซึ่งกันและกันไม่ว่าจะทำอะไร ถือว่าอยู่ในขั้นที่ดีมาก รอแค่เวลาพอเหมาะที่จะคิดเรื่องแต่งงานแต่ไม่น่าจะเกิน 2 ปีนี้ครับ เดี๋ยวจะแก่ก่อน (หัวเราะ)”

บางครั้งมองศิลปินดาราลองใช้ใจมองพวกเขาให้เลยออกมานอกกรอบจอสี่เหลี่ยมดูบ้าง บางทีคุณอาจจะได้พบตัวตนที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกมา

“อย่ายึดติด” คำนี้ของ “ขันเงิน เนื้อนวล” เป็นคำตอบของทุกสิ่งจริงๆ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้