ข่าว
100 year

เคาะราคาจำนำยุ้งฉาง 90%

ทีมข่าวเศรษฐกิจ25 ต.ค. 2557 06:15 น.
SHARE

ด้านเกษตรใช้เงินประเดิมกองทุน 6 พันล้านอุ้มยาง

“ประยุทธ์นิยม” มาแล้วเคาะราคาจำนำข้าวยุ้งฉางให้ชาวนาเพิ่มจาก 80% เป็น 90% พร้อมค่าเก็บตันละ 1,000 บาท ดันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเบ็ดเสร็จตันละ 15,400 บาท ส่วนข้าวเหนียวได้ตันละ 12,700 บาท ด้านเกษตรเล็งควักเงินประเดิมกองทุนมูลภัณฑ์กันชน 6,000 ล้านบาท แทรกแซงตลาดยางพาราตั้งเป้าซื้อนำตลาดดันราคาเป้าหมาย กก.ละ 60 บาท

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ปรับปรุงโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2557/58 ในส่วนของข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จากเดิม ธ.ก.ส.จะจ่ายเงินสินเชื่อชะลอการขายให้ชาวนาคิดเป็น 80% ของราคาตลาด ขยับขึ้นเป็น 90% ของราคาเป้าหมาย ส่งผลให้ในส่วนของข้าวเปลือกหอมมะลิที่ราคาเป้าหมายอยู่ที่ตันละ 16,000 บาท ชาวนาจะได้รับเงินสินเชื่อเพื่อชะลอการขายตันละ 14,400 บาท ส่วนข้าวเปลือกเหนียวราคาเป้าหมายอยู่ที่ตันละ 13,000 บาท ชาวนาจะได้รับสินเชื่อเพื่อชะลอการขายที่ตันละ 11,700 บาท รายละไม่เกินวงเงิน 300,000 บาท โดยมีเป้าหมาย 2 ล้านตัน

ขณะเดียวกันที่ประชุม นบข.ยังได้อนุมัติให้จ่ายค่าเช่าและเก็บรักษาข้าวเปลือกกับชาวนาหรือสหกรณ์ในราคาตันละ 1,000 บาท โดยมีเงื่อนไขให้เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางไม่น้อยกว่า 30 วัน และเก็บรักษาโดยวิธีบรรจุกระสอบป่าน ดังนั้นจะส่งผลให้ชาวนาได้รับเงินค่าข้าวเพิ่มอีกตันละ 1,000 บาท รวมเป็นข้าวหอมมะลิตันละ 15,400 บาทและข้าวเหนียวตันละ 12,700 บาท ระยะเวลาเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2557-28 ก.พ.2558

อย่างไรก็ตาม พบว่าในการเก็บเกี่ยวของเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้รถเกี่ยวข้าวซึ่งมีต้นทุนประมาณ 700-800 บาท แต่กรณีใช้แรงงานเกี่ยวต้นทุนไร่ละ 1,800-2,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เก็บเกี่ยวข้าวเพื่อมาเก็บในยุ้งฉางโดยใช้แรงงานที่ประชุม นบข.จึงเห็นชอบให้เกษตรกรกู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส.เพื่อใช้เป็นเงินทุนค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท เป้าหมาย 6.787 ล้านไร่ เป็นระยะเวลา 2 เดือน วงเงินสินเชื่อ
เฉพาะส่วนนี้รวม 13,574 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงเงินที่ ธ.ก.ส.จะใช้สำหรับเป็นสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีทั้งข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิเป้าหมาย 2 ล้านตัน คิดเป็นวงเงิน 25,920 ล้านบาท รวมกับสินเชื่อเพื่อเก็บเกี่ยวข้าวหรือเตรียมข้าวเปลือกขึ้นยุ้งฉางของเกษตรกรอีก 13,574 ล้านบาท และเงินจ่ายขาดในส่วนของค่าเช่าและเก็บรักษาข้าวเปลือกตันละ 1,000 บาท เป็นเงิน 2,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 41,494 ล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ยที่รัฐบาลจะต้องชดเชยให้ ธ.ก.ส.

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุม นบข.ไม่ได้หารือเรื่องการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล เนื่องจากต้องรอผลการตรวจ สอบของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบไปได้ 95% ส่วนอีก 5% ไม่น่าจะเกินกลางเดือน พ.ย.นี้ จะทราบจำนวนสต๊อกทั้งหมดได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้รอบคอบโดยไม่ให้ขัดต่อกฎหมายและไม่กระทบต่อข้าวฤดูกาลใหม่ที่จะเข้ามา เพื่อไม่ให้กระทบกับราคา

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ว่า ได้พิจารณาแนวทางการระบายยางในสต๊อกของ อ.ส.ย. ที่มีอยู่เดิมภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราจำนวน 208,000 ตัน และยางใหม่ภายใต้การจัดตั้งกองทุนมูลภัณฑ์กันชน (บัฟเฟอร์ ฟันด์) ที่จะมีขึ้น วงเงินประเดิมครั้งแรก 6,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์การทำงาน คือ 1. การระบายยางดังกล่าวจะต้องมีความสอดคล้องกัน เกิดการหมุนเวียนทั้งยางเก่าและยางใหม่ โดย อ.ส.ย.จะต้องระบายยางให้ได้เดือนละ 40,000 ตัน แยกเป็นยางเก่า 20,000 ตันและยางใหม่ 20,000 ตัน 2.การระบายจะต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยราคายางเก่าคุณภาพดีต้องขายให้ได้ราคาอย่างน้อยกิโลกรัม (กก.) ละ 60 บาท ยางใหม่ที่ซื้อเข้ามาจะต้องเป็นราคานำตลาดมีเป้าหมายให้ถึง กก.ละ 60 บาท ทั้งนี้ เพื่อให้ราคาของยางทั้ง 2 ฝั่งเป็นราคานำตลาดทั้งคู่ แต่การระบายยางจะต้องส่งออกเท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาในประเทศ

นอกจากนี้ เพื่อให้การซื้อและขายยางเป็นไปตามแผน ที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล โดยมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธาน ที่ต้องสรุปการทำงานทุกสัปดาห์ รายงานให้ ครม.รับทราบทุกระยะ ในขณะเดียวกันให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยลงไปติดตามการซื้อ-ขายยางของ อ.ส.ย.ทุกวัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดสต๊อกยางสะสมขึ้นได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุติมา บุณยประภัศรประยุทธ์ จันทร์โอชาราคาจำนำข้าวยุ้งฉางชาวนาสวนยางปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยายางพารา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้