ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไม่น้อยใจจบคือจบ วิชาถอย ถ้าสนช.ชะลอสอย

    ทีมข่าวหน้า120 ต.ค. 2557 05:01 น.
    SHARE

    ไม่ดึงกลับ-หมดหน้าที่ป.ป.ช. ยิ่งลักษณ์-แกนนําพท.-นปช. แน่นวัดบางไผ่ร่วมเผาอภิวันท์

    ป.ป.ช.ถอดใจปมถอดถอน “ขุนค้อน-นิคม” ประกาศเลิกตื๊อดึงสำนวนจาก สนช.กลับมารื้อใหม่ ลั่น สนช.รับผิดชอบไปไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช.ต้องแบกรับอีกต่อไป

    “วิษณุ” ชี้มี 2 ทางออกยื่นศาล รธน.ตีความ-แก้ใน รธน.ฉบับใหม่ “พีระศักดิ์” ยังเชื่อมวยไม่ล้ม “พล.อ.สมเจตน์” บี้ สนช.สายทหารอย่าปอด อ้าง ก.ม. รองรับมติถูกต้อง 21 ต.ค.ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย “เทียนฉาย” เป็นแน่ ปธ.สปช. ไม่เกิน 4 พ.ย. “บวรศักดิ์” ชัวร์ซิว ปธ.กมธ.ยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ “ยิ่งลักษณ์” พร้อมแกนนำ พท.-นปช.-คนเสื้อแดงแน่นวัดบางไผ่ร่วมงานเผา “อภิวันท์”
    จากกรณีกระแสข่าวมีใบสั่งให้ สนช.ชะลอการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบนั้น

    ป.ป.ช.ถอดใจปม “ขุนค้อน–นิคม”

    เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ลานกิจกรรมอเวนิวโซน ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซนเตอร์ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี สนช.ชะลอการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. โดยมิชอบออกไปก่อนว่า ไม่มีความเห็นอะไร เพราะถือว่าหมดหน้าที่ของ ป.ป.ช.แล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของ สนช.ที่ต้องรับผิดชอบ ป.ป.ช.อาจจะโล่งอกแต่เป็นเรื่องหนักอกของ สนช. ส่วนที่ระบุว่า ป.ป.ช.ส่งเอกสารไปไม่ครบถ้วน ยืนยันว่า ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปครบถ้วนกว่า 4,000 หน้า แต่ปัญหาคือ สนช.ยังอ่านไม่หมด เพราะอายุมากแล้วต้องเห็นใจ อย่างไร ก็ตาม หาก สนช.มีมติไม่รับเรื่องถอดถอนไว้พิจารณา ป.ป.ช.คงไม่นำสำนวนดังกล่าวกลับมาพิจารณาใหม่ เพราะจบก็คือจบ คงไม่ไปแบกรับเรื่องที่ดำเนินการจบสิ้นไปแล้ว ส่วนการถอดถอนคดีอื่นๆ ป.ป.ช. ยังคงทำหน้าที่อยู่ต่อไป ส่วนตัวมองว่า สนช.มีอำนาจถอดถอน จึงส่งเรื่องไป แต่หากไม่สามารถทำได้ก็คงไม่ส่งเรื่องไปอีก

    ตอบห้วนๆไม่มีผลกระทบคดี “ปู”

    เมื่อถามว่า ป.ป.ช.น้อยใจหรือไม่ หาก สนช.ไม่รับเรื่องคดีถอดถอนไว้พิจารณา เพราะอุตส่าห์ไต่สวนมามากมาย นายวิชาตอบว่า ไม่น้อยใจ เพราะทำเพื่อบ้านเมือง จะมัวไปนั่งเศร้าไม่ได้เป็นอันขาด เมื่อถามว่า การที่ สนช.ชะลอเรื่องการถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคม จะมีผลต่อการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีรับจำนำข้าวด้วยหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ไม่มีผลกระทบใดๆ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการถอดถอนของ ป.ป.ช.จะไม่สอดคล้องกับแนวทางปรองดอง นายวิชาตอบว่า คงไม่เกี่ยวกัน การปรองดองเป็นเรื่องของการเมือง ต้องรู้จักแยกแยะ ในฐานะ ป.ป.ช.ต้องมีความหนักแน่น

    “วิษณุ” ชี้ทางออก “ตีความ–แก้ รธน.”

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้าน กฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่สามารถหาข้อยุติรับหรือไม่รับพิจารณาถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่า อย่าไปขี้สงสัยอะไรไปเสียหมด เมื่อเกิดปัญหาในการพิจารณาถอดถอน แล้วต้องแก้รัฐธรรมนูญหรืออะไร มันมีวิธีการของมัน แน่นอนการที่ สนช.สงสัยสามารถทำได้หรือไม่ได้ มันสงสัยได้อยู่แล้ว แต่ทุกอย่างมีวิธีการของมัน จนเมื่อจนมุมแล้วหาทางออกไม่ได้ ค่อยคิดว่าจะไปศาลรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีทางออก เพียงแต่จะเลือกทางออกอย่างไรเท่านั้นเอง มันอยู่ในอำนาจ สนช.ในมาตรา 5 ของ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าจะตีความอย่างไร ถ้าตีความว่ามีอำนาจก็ทำไป แต่ถ้าตีความไม่มีอำนาจก็ไม่ทำเท่านั้นเอง เมื่อเกิดเรื่องในวง สนช. ดังนั้นสนช.จะเป็นคนวินิจฉัย เมื่อวินิจฉัยมีการเถียงกัน การถอดถอนเป็นเรื่ององค์กรอื่นส่งมา คือ ป.ป.ช.

    โต้ สนช.ทหารรับใบสั่งล็อบบี้

    พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สนช. กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกต สนช.สายทหารเลื่อนการลงมติการถอดถอนนายสมศักดิ์ และนาย นิคม เป็นการหยั่งเสียงกระแสสังคมว่า ไม่ใช่การหยั่งกระแสสังคม แต่เหตุที่ยังลงมติไม่ได้ เนื่องจาก สนช.มีข้อมูลอยู่น้อยมากไม่ถึง 10 แผ่น และเพิ่งได้เอกสารมาก่อนหน้าที่จะประชุมแค่วันเดียว จึงอ่านเอกสารไม่ทัน จึงต้องขอเวลากลับไปพิจารณาข้อมูลหลักฐานให้รอบคอบก่อน ไม่ได้หยั่งกระแสหรือยื้อเวลาอะไรเลย ส่วนที่ระบุว่า สนช.สายทหารเป็นคนล็อบบี้การลงมติ พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า ไม่ เป็นความจริง ขณะนี้ สนช.สายทหารหลายคนยังสงวนท่าที เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดในคดี จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะลงมติรับหรือไม่รับการถอดถอน ต้องขอพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านก่อน แต่ละคนคงต้องไปหารือกับทีมกฎหมายของตัวเองก่อนที่จะลงมติ ซึ่ง สนช.สายทหารจะไม่มีการล็อบบี้ ให้เป็นดุลพินิจของแต่ละคน

    รอง 2 ยันเต็มที่–ไม่มีล้มมวย

    นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คน ที่สอง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่หนึ่ง ว่าจะนำบรรจุวาระการถอดถอนเข้าสู่ที่ประชุม สนช.อีกครั้งได้เมื่อใด คาดว่า คงใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาชิกสนช.ว่า ได้ศึกษาสำนวนถอดถอนของ ป.ป.ช.เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงความเป็นห่วงว่า การพิจารณาสำนวนถอดถอนของ สนช.จะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู ก็แล้วแต่จะ คาดการณ์กันไป แต่ยืนยันว่า สนช.ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีมวยล้ม ทุกอย่างว่ากันไปตามหลักกฎหมาย

    “สมเจตน์” บี้ สนช.ก๊กทหารอย่าปอด

    พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. กล่าวว่า ยืนยันว่า สนช.ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือแตกแยก แต่จะให้เห็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดคงไม่ได้ อาจเห็นต่างกัน 2-3 ฝ่าย ส่วนตัวยืนยันว่า สนช.มีอำนาจถอดถอนในสำนวนดังกล่าว เพราะสำนวนของ ป.ป.ช.ระบุว่า ทั้งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กระทำผิดรัฐธรรมนูญปี 50 และมาตรา 58 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ.2542 แม้รัฐธรรมนูญถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.ยังคงอยู่ ส่วนที่สนช.สายทหารหลายคนไม่อยากรับเรื่องถอดถอนไว้พิจารณาเพราะกลัวถูกฟ้องร้องภายหลัง ตนไม่ตำหนิใคร แต่หากทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประเทศแล้ว ก็อย่าไปกลัวอะไร หากทำเพื่อส่วนรวม มีกฎหมายรองรับ ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของฝ่ายตุลาการหลายครั้ง ท่ามกลางการกดดันของผู้ชุมนุม ก็มีเหตุการณ์ปาระเบิดบ้านตุลาการ ท่านยังกล้าวินิจฉัยคดี หาก ปล่อยให้ความกลัวมาครอบงำ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร หากทหารกลัวแล้วคนอื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง

    “วิษณุ” สอนเขียน รธน.ใหม่ให้ชัด

    อีกเรื่องหนึ่ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 สามารถแก้ไขได้ถ้ามีเหตุต้องแก้ ซึ่งได้ เขียนบรรจุไว้แล้ว รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับก่อนก็แก้ไขได้ เพียงแต่ไม่ได้เขียนไว้ ส่วนคราวนี้ที่เขียนไว้ให้แก้ไขได้ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าไม่รู้กระบวนการก็จะเถียงกันเลยเขียนไว้ เพราะเรียนรู้จากอดีต ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะร่างในวันข้างหน้าที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ร่างเลย ถ้าจะแก้ก็แก้ได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ต้องห้ามแก้บางเรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา ที่ คสช.ยกเลิกไปแล้ว ก็แก้ห้ามบางเรื่อง เช่น ห้ามแก้ความเป็นรัฐเดียว ห้ามแก้อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับหน้าจะมีห้ามมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าอยากจะเขียน รวมความคือแก้ได้ เพียงต้องเขียนขอบเขตให้ชัดเจน เพราะเคยมีปัญหามาแล้วในอดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องไปคิดด้วยว่าจะเปิดทางให้ทำได้หรือไม่ ถ้าแก้จะทำอย่างไรจะได้ไม่เถียงกันอีก

    แนะวิธีคัด กมธ.รธน.สาย คสช.-ครม.

    นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับสัดส่วน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่างคนต่างเสนอ ไม่ต้องมาหารือร่วมกัน ใครเสนอหลังสุดได้เปรียบหน่อย คือได้เห็นรายชื่อของคนที่เสนอก่อนแล้ว จะได้เติมไปในส่วนที่ขาดไปได้ถูกต้อง อย่างสัดส่วน ครม.ที่จริงก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ถ้าไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีคนใด นายกรัฐมนตรีก็จะเป็นคนเสนอ แต่อย่างน้อยต้องพูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คนก่อน รับฟังความเห็นพูดคุยนอกรอบก่อน จนได้ชื่อมาแล้วนายกฯเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อขอมติ เพราะเป็นอำนาจนายกฯ คือเป็นเจ้าภาพ ส่วน คสช.ก็เหมือนกัน อยู่ที่อำนาจหัวหน้า คสช.ซึ่งอาจใช้วิธีพูดคุยนอกรอบกับผู้บริหาร คสช. 14 คน หรือจะใช้วิธีเสนอกันมาแล้วโหวตก็ได้ โดยหัวหน้า คสช.เป็นคนริเริ่ม เหมือน ครม.ที่นายกฯเป็นฝ่ายริเริ่มแล้วลงมติร่วมกัน

    ป.ป.ช.ท้าจะยุบให้ไปถาม ปชช.

    นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ปฏิรูป ป.ป.ช.ว่า ไม่ได้กังวลใดๆ ที่ผ่านมามีการปฏิรูปองค์กรตลอดเวลา ขณะนี้ก็มีแผนจะปฏิรูป หากใครมีความเห็นเรื่องปฏิรูป ป.ป.ช. ก็ขอให้เชิญเลย เต็มใจอยู่แล้ว ไม่ได้กังวล ใครที่ขัดข้องใจ ต้องการลดบทบาท ป.ป.ช.ก็คิดได้ ทุกคนสามารถให้ความเห็นเรื่องการปฏิรูปได้ จะไปห้ามไม่ให้คิดปฏิรูป ป.ป.ช.ไม่ได้ แม้แต่สื่อก็ต้องปฏิรูปเหมือนกัน เมื่อถามย้ำว่า มีบางคนเสนอถึงขั้นให้ยุบ ป.ป.ช. นายวิชาตอบว่า “ก็ลองดูว่าประชาชนจะว่าอย่างไร ขึ้นอยู่กับประชาชน”

    นักวิชาการชงหั่นองค์กรอิสระเหลือ 3

    นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกระแสการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระว่า เห็นด้วยหากจะมีการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาสังคมมีการตั้งคำถามมานานและยังเป็นต้นเหตุของปมขัดแย้งด้วย องค์กรอิสระในทุกวันนี้มีการแทรกแซงจากทั้งกลุ่มทุนและข้าราชการมากเกินไป ทำให้เกิดประเด็นสองมาตรฐานของการตัดสินในบางคดี และการตัดสินยังไม่เป็นการแก้ไขปัญหาหรือการตัดสินอย่างสร้างสรรค์ แต่กลับทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้นการปฏิรูปองค์กรอิสระควรจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ทั้งเรื่องกระบวนการทำงาน และการตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังควรลดจำนวนองค์กรที่ไม่จำเป็น อาจจะเหลือแค่ 3 องค์กรหลักๆ คือ 1.ศาลรัฐธรรมนูญที่น่าจะเอาศาลอาญาแผนกคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมารวมเอาไว้ด้วย 2.คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่นำผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารวมเอาไว้ และ 3.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบนี้จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานมีมาก ขึ้น ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานและงบประมาณลงได้

    เชียร์ดึงคนอกหัก สปช.ช่วยงาน

    นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีแนวคิดที่จะให้ผู้สมัคร สปช.ทั่วประเทศกว่า 7,000 คน เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูป ประเทศว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนที่สมัครล้วนแล้วแต่พร้อมที่จะร่วมปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆอยู่แล้ว น่าจะให้เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นคณะ กรรมาธิการต่างๆ เพราะที่ผ่านมาคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.หรือ ส.ว.ก็สามารถเข้ามาเป็น กมธ.ได้ โดยคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมกับ กมธ.นั้นๆ หรืออาจะให้มาเป็นที่ปรึกษากับสมาชิก สปช.ก็ได้ จะทำให้แนวความคิดในการปฏิรูปมีความหลากหลายและแปลกใหม่มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น ลำพัง สปช.แค่ 250 คนอาจจะทำงานไม่เพียงพอ

    “เทียนฉาย” ไม่พลาดนั่ง ปธ.สปช.

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิก สปช.ก่อนที่จะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 21 ต.ค.เพื่อเลือกประธานและรองประธาน สปช. ว่า มีความเป็นไปได้ที่ประธาน สปช.จะเป็นนายเทียนฉาย กีระนันท์ เพราะเท่าที่ทราบนายชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ และก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อนายชัย ชิดชอบ ลงชิงตำแหน่ง เห็นว่านายชัยเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเมือง หากถูกเสนอชื่อก็จะถือเป็นสีสันในการชิงตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งรองประธานคนที่หนึ่งและคนสองซึ่งได้ปรากฏชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ น.ส.ทัศนา บุญทอง อาจจะมีการเสนอชื่อบุคคล อื่นร่วมชิงตำแหน่งดังกล่าว แต่เท่าที่ดูเสียงที่สนับสนุนในขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่นายบวรศักดิ์จะได้เป็นรองประธาน สปช.คนที่ 1 และ น.ส.ทัศนาเป็นรองประธานคนที่ 2

    “บวรศักดิ์” ชัวร์นั่ง ปธ.ร่าง รธน.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมเสนอรายชื่อประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 กำหนดให้ คสช.เป็นผู้เสนอชื่อ พร้อม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 5 คน รวมเป็น 6 คน เป็นที่แน่นอนแล้วว่านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สมาชิก สปช.ด้านการเมือง จะมารับตำแหน่งดังกล่าว โดยล่าสุด นายบวรศักดิ์ได้ตอบรับกับ สนช.ระดับผู้ใหญ่ที่เป็นคนกลางมาพูดคุย สำหรับสัดส่วน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วน ครม.และ คสช.นั้น คสช.และรัฐบาลจะเสนอชื่อให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธาน สปช.แล้ว ตามกรอบเวลาที่กำหนดให้ตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการให้แล้วเสร็จภายหลังการเปิดประชุม สปช.นัดแรกใน วันที่ 21 ต.ค. คือต้องตั้งไม่เกิน 4 พ.ย.

    ชาวบ้านฝาก สปช.ซื่อสัตย์-ยุติธรรม

    สวนดุสิตโพล โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “สิ่งที่ประชาชนอยากฝาก ถึงสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)” กับกลุ่มตัวอย่าง 1,454 คน วันที่ 13-18 ต.ค. พบว่า เรื่องที่อยากฝากถึง สปช.อันดับแรกร้อยละ 81.22 ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ยุติธรรม เป็นกลาง รองลงมาร้อยละ 76.89 อยากให้เร่งดำเนินการปฏิรูปปัญหาเร่งด่วนโดยเร็ว โดยฟังความคิดเห็นของประชาชน ร้อยละ 74.07 เน้นการ ทำงานเพื่อส่วนรวม เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ ร้อยละ 62.04 นำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถมาใช้อย่างเต็มที่ และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และร้อยละ 61.83 พัฒนาการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีไทย เพราะเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย

    โหวตปฏิรูปการเมืองเรื่องยากที่สุด

    สำหรับ 5 อันดับแนวทางปฏิรูปที่ประชาชนคิดว่าควรเร่งดำเนินงานมากที่สุด อันดับแรกร้อยละ 78.57 การเมือง รองลงมาร้อยละ 78.06 การศึกษา ร้อยละ 74.33 เศรษฐกิจ ร้อยละ 70.33 กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และร้อยละ 61.79 การบริหารราชการแผ่นดิน

    เมื่อถามถึงแนวทางปฏิรูปประเทศที่ประชาชนคิดว่ายากที่สุดคือ การเมือง ตามด้วยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เศรษฐกิจ การศึกษา และการ บริหารราชการแผ่นดิน ส่วนง่ายที่สุดคือ สื่อสารมวลชน รองมาคือ สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พลังงาน การปกครองส่วนท้องถิ่น และสังคม เมื่อถามประชาชนจะมีส่วนช่วยการปฏิรูปประเทศไทยอย่างไร ร้อยละ 80.06 ระบุเป็นพลเมืองดี ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ร้อยละ 79.05 ระบุให้ความ ร่วมมือกับภาครัฐแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ และร้อยละ 78.13 ระบุออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

    “บิ๊กป๊อก” ชูโรงแก้หนี้ดอกโหด

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ระยะเวลา 3 เดือนจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดขับเคลื่อนภารกิจสำคัญใน 3 เรื่องเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ดังนี้ 1. เรื่องการพัฒนาการให้บริการประชาชนให้เห็นผลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งระบบการให้บริการและปรับปรุงฐานข้อมูล ระบบรับเรื่องร้องเรียน การติดตามผลและเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งจะให้แล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งด้านการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เน้นย้ำเป็นพิเศษในเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบผิดกฎหมาย การอำนวยความเป็นธรรม 2. เรื่องปัญหาขยะ ภายใต้โครงการเมืองสวยน้ำใส โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วนให้จังหวัด อำเภอ อปท.ดูแลรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ 3.เรื่องการกำจัดผักตบชวา จากข้อมูลของกรมโยธา-ธิการและผังเมือง ที่ได้สำรวจพบว่าในพื้นที่ 60 จังหวัด มีจำนวนแหล่งน้ำที่จำเป็นต้องกำจัดผักตบชวา 3,955 แห่ง คิดเป็นปริมาณผักตบชวาที่ต้องกำจัดถึง 6,256,560 ตัน โดยในระยะเร่งด่วนภายใน 3 เดือนจากนี้

    “วิชา” บอกโจ๋เรตติ้งโกงไทยแรงสุด

    เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ลานกิจกรรมอเวนิวโซน ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการทุจริต และโครงการดู “Cheat don’t cheat” เป็นวัยรุ่นต้องกล้าโชว์ ใจฮีโร่ต่อต้านโกง โดยนายวิชากล่าวเสวนาหัวข้อ “เมื่อการทุจริตมีรอบตัว รัฐหรือเราที่ต้องแก้” ว่า วันนี้เรตติ้งประเทศไทยโกงสุด สอบตกทุกปี ต้องเอาปี๊บคลุมหัวแบบนายสุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลหรือไม่ ปัจจุบันคดีทุจริตไม่ลดลง แต่สูงขึ้นเรื่อยๆ และยังมีความสลับซับซ้อน มีการทุจริตเชิงนโยบาย เข้ามาบริหารบ้านเมืองแล้วออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์พรรคพวก

    แฉขนเงินทุจริตข้าวออกนอก ปท.

    “อย่างคดีการทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของ กทม. การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เรียกว่า จำนำแต่ให้เงินฟรี ชาวนาปล่อยข้าวให้แล้วไม่มารับข้าวคืนจนล้นโกงดัง กระบวนการเหล่านี้คนคิดต้องเรียกว่า สุดยอดของความชั่วร้าย ทำให้เงินที่รัฐจ่ายไป 7 แสนล้านบาท หายเข้ากระเป๋าพรรคพวก เป็นการโกงที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครชนะการโกงที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้ เป็นกระบวนการที่มีความรู้ความชำนาญ ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่ไต่สวนต้องมีความเชี่ยวชาญ มิเช่นนั้นจะหาไม่เจอว่า เงินหายไปไหน ขณะนี้เงินส่วนใหญ่ถูกขนออกไปนอกประเทศ ไม่ได้อยู่ในประเทศ ป.ป.ช.ต้องอาศัยความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ทั่วโลกที่ลงนามเอ็มโอยูไว้ ช่วยตรวจสอบข้อมูลการเงินว่า มีการนำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารใดบ้าง” นายวิชากล่าว

    ลั่นไม่มีวันปรองดองกับคนขี้โกง

    นายวิชากล่าวว่า แม้สถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ป.ป.ช.ก็ต้องทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต มีการพูดกันว่า บ้านเมืองปรองดองแล้ว ทำไม ป.ป.ช.ไม่ปรองดองบ้าง คนที่ทุจริตโกงบ้านเมือง อยู่ๆจะบอก ป.ป.ช.ว่า ให้ปรองดอง เลิกกันเถอะไม่ได้ หากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษกันแล้ว จะมาบอกให้ ป.ป.ช.เลิกไม่ได้ ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับว่าโกงแล้วเลิกได้ สถานการณ์ขณะนี้

    ปชป.แฉเลื่อยยนต์ทะลักตัดไม้อีสาน

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะดำเนินการในเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และป้องกันการบุกรุกป่าเป็นเรื่องเร่งด่วนว่า ตนพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์เต็มที่ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ติดตามในเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ทางภาคอีสาน เพราะได้รับทราบข้อมูลจากผู้หวังดีว่ามีการลักลอบนำเข้าเลื่อยยนต์ผิดกฎหมาย จึงได้ประสานนายพลทหาร 3-4 คนที่ดูแลในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมลงหาข้อมูลกับนายพันทหาร 2-3 คน โดยทำทีไปขอซื้อเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่องไปตัดต้นยางพร้อมแอบอัดเทปการพูดคุยและถ่ายภาพ ซึ่งทางร้านได้แนะนำสินค้าถึงใบเลื่อยขนาดต่างๆ และแนะนำว่า หากต้องการจะตัดต้นไม้ขนาด 3-4 คนโอบต้องใช้ใบเลื่อย (บาร์) ขนาด 20-30 นิ้ว ซึ่งจัดหาให้ได้

    แกนนำชุมชนปลื้ม “บิ๊กตู่” ที่อาเซม

    มาสเตอร์โพล โดยชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง แกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเวทีการประชุมอาเซม ที่อิตาลี และแนวโน้มฐานสนับสนุนต่อรัฐบาลหลังไปอาเซม กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชน 608 ชุมชน วันที่ 17-18 ต.ค.พบว่า ร้อยละ 61.8 ระบุรู้สึกภูมิใจต่อการเข้าร่วมเวทีการประชุมอาเซมของ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 30.3 ระบุค่อนข้างภูมิใจ ร้อยละ 7.6 ระบุเฉยๆและร้อยละ 0.3 ระบุไม่ค่อยภูมิใจถึงไม่ภูมิใจเลย ส่วนเรื่องที่อยากเห็นประเทศไทยกับสมาชิกอาเซมลงทุนร่วมกัน อันดับแรกได้แก่ ร้อยละ 75.5 ระบุอยากให้มีการลงทุนด้านการศึกษาร่วมกัน รองลงมาคือร้อยละ 57.5 ระบุอยากให้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยี และร้อยละ 50.5 ระบุการลงทุนด้านพลังงาน ส่วนคำถามถึงผลที่เกิดขึ้นจากการไปร่วมประชุมอาเซมของ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 70.4 ระบุทำให้ประเทศไทยดีขึ้นในสายตาชาวโลก ร้อยละ 27.2 ระบุดีเหมือนเดิม ร้อยละ 2.2 ระบุแย่เหมือนเดิม เมื่อถามถึงความมั่นใจในความสำเร็จของการปฏิรูปประเทศไทย ร้อยละ 87.5 ระบุมั่นใจ ในขณะที่ร้อยละ 12.5 ระบุไม่มั่นใจ

    “ปู–นปช.” คับคั่งงานศพ “อภิวันท์”

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่วัดบางไผ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีงานพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. เข้าร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายวรชัย เหมะ ขณะเดียวกันยังมีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ต่อมาเวลา 14.00 น. มีพิธีเคลื่อนศพ พ.อ.อภิวันท์ที่ได้รับพระราชทานโกศตามชั้นยศมาเวียนเมรุ 3 รอบ

    จนกระทั่งเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พระราชทานเพลิงศพ ก่อนขึ้นอัญเชิญไฟพระราชทาน และวางดอกไม้จันทน์ด้วยความอาลัย จากนั้นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.และประชาชนต่างต่อแถวทยอยขึ้นเมรุวางดอกไม้จันทน์ โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมงจึงจะเสร็จสิ้นพิธี โดยมีการแจกของชำร่วย เป็นหนังสือชีวประวัติของ พ.อ.อภิวันท์ จำนวน 500 เล่ม และรูป พ.อ.อภิวันท์ จำนวน 20,000 แผ่น แจกจ่ายให้ประชาชนผู้มาร่วมพิธี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ป.ป.ช.วิชา มหาคุณที่มา ส.ว.สนช.แก้ไขรัฐธรรมนูญยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์เทียนฉาย กีระนันท์โครงการรับจำนำข้าว

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้