วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ที่4อินชอนเกมส์ กู้ศรัทธาบอลไทย

ที่4อินชอนเกมส์ กู้ศรัทธาบอลไทย

  • Share:

คงยังไม่ช้าเกินไป ที่จะขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยในมหกรรม กีฬาเอเชียนโกง เอ๊ย! เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ อินชอน เกาหลีใต้ ที่ปิดฉากลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ผลงาน 12 ทอง 7 เงิน 28 ทองแดง ยึดอันดับ 6 บนตารางสรุปเหรียญของอินชอนเกมส์ในคราวนี้

ถือเป็นการ “คืนความสุข” ให้มวลประชา แฟนกีฬาชาวไทยอย่างแท้จริง


แต่ที่สร้างความสุขให้กับคอกีฬาบ้านเรามากที่สุด จนได้รับการโหวตให้เป็นทีมกีฬา “ขวัญใจมหาชน” ทั้งที่ไม่มีเหรียญรางวัลใดๆติดมือกลับมา นั่นก็คือ “ทีมฟุตบอลชาย” ทีมชาติไทย ที่ทำได้ดีที่สุดถึงรอบตัดเชือก และได้อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ เป็นสมัยที่ 4

แม้จะไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการหยิบเหรียญสีใดสีหนึ่งมาคล้องคอตามที่ตั้งใจเอาไว้ แต่ฟอร์มการเล่นที่เข้าตากรรมการ วิ่ง-สู้-ฟัด แบบไม่มีหมดตลอด 90 นาที ในทุกแมตช์ ทุกเกมที่ลงสนาม

ทำให้แข้งยังเติร์กของไทยชุดนี้เรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมาได้เต็มๆ

ซึ่งแน่นอนคนที่ได้รับเครดิตและกลายเป็น “เทพ” ในสายตาแฟนลูกหนังชาวไทยทั้งชาติ ก็หนีไม่พ้นกุนซือจอมตีลังกา “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นั่นเอง

ความจริง ซิโก้ได้รับการชื่นชมจากคอบอลมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวเป็นกุนซือไปทวงเหรียญทองซีเกมส์กลับคืนมาได้สำเร็จ

แต่นั่นยังไม่ชัดเจน และเข้าไปยืนอยู่กลางใจแฟนบอล เท่ากับการพาลูกทีมชาติไทยคว้าที่ 4 อินชอนเกมส์หนนี้ ซึ่งทำให้เขาสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาเพียบ


โดยเฉพาะการเป็นโค้ชไทยคนแรกที่พาทีมชาติไทยทะลุเข้า 4 ทีมเอเชียนเกมส์ หลังจาก 3 ครั้งที่ผ่านมา เป็นผลงานของกุนซือต่างชาติ ทั้งคาร์ลอส โรเบอร์โต คาร์วัลโญ (อชก.ปักกิ่ง 1990) และปีเตอร์ วิธ (อชก.กรุงเทพฯ 1998 กับปูซาน 2002)

ไม่ใช่แค่กุนซือ “ซิโก้”คนเดียวที่ดังเป็นพลุแตก แต่ลูกหนังอินชอนเกมส์ได้แจ้งเกิดให้กับแข้งสายเลือดใหม่อีกหลายๆคน อาทิ ชาริล ชัปปุยส์, อดิศักดิ์ ไกรษร,“เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นฤบดินทร์วีรวัฒน์โนดม, สารัช อยู่เย็น ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ความหอมหวนของกระแสศรัทธาของแฟนบอลที่มีต่อทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ กำลังจะได้รับการทดสอบอีกครั้งกับทัวร์นาเมนต์ที่รออยู่ในเดือนหน้า พ.ย. กับศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014

โดยคราวนี้ถึงคิวของทีมชาติไทยชุดใหญ่ ไม่ใช่ทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปีเหมือนอย่าง ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์อีกแล้ว นั่นจึงทำให้กุนซือ “ซิโก้” ต้องคิดหนักกับการตัดสินรับงานคุมทีมชาติลุยศึกซูซูกิคัพต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวมองแล้วว่า “เสี่ยง”และกดดัน เพราะทีมไทยไม่ได้สัมผัสแชมป์รายการนี้มานานกว่าทศวรรษ กอปรกับระยะเวลาการเตรียมทีมที่กระชั้นชิดจนเกินไป ซึ่งก็น่าเห็นใจซิโก้อยู่เหมือนกัน


อย่างไรก็ตาม “ต้นทุน” ที่กุนซือซิโก้ มีอยู่ในสายตาแฟนบอลอย่างเหลือเฟือในตอนนี้ ก็ไม่เห็นว่าเจ้าตัวจะต้องหวั่นกลัวอะไร

ก็ยุคนี้อย่างที่เห็น ทำทีมชาติชนะ คนเป็นโค้ชก็รับความดีความชอบไปเต็มๆ

ตรงกันข้าม ถ้าล้มเหลว ทีมแพ้ แฟนบอลก็ไม่ได้ต่อว่ากุนซือ หรือคนทำทีมสักเท่าไหร่หรอก

ทั้งนี้ เพราะเขามีขาประจำให้จ้องด่า จ้องถล่มอยู่ก่อนแล้ว!!!

วรเทพ มากโภคา...เรื่อง
ชาติชาย จันทรวัติ...ภาพ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้