ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ยืนยันถอดถอน'ปู' มีมติ8:1 ป.ป.ช.ส่งสนช.ฟัน

    ทีมข่าวหน้า 110 ต.ค. 2557 05:30 น.
    SHARE

    ใช้ระเบียบบริหารราชการเชือด ‘บวรศักดิ์’จ่อปธ.กมธ.ร่างรธน. ‘ประยุทธ์’ถึงพม่าเจรจาชื่นมื่น

    มติ ป.ป.ช. 8 ต่อ 1 ส่งสำนวนเชือด “ปู” คดี จำนำข้าวให้ สนช.ถอดถอน ย้ำมูลความผิดจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัด รธน. ม.178 งัด ม.11 (1) พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมัดคอดิ้นไม่หลุด แม้ รธน.ปี 50 สิ้นสภาพแล้ว เรียก “น้องประยุทธ์” แจงยื่นบัญชีทรัพย์สินผิดพลาด คลำหาช่องบีบ สปช.โชว์กรุสมบัติ “บิ๊กตู่” หงุดหงิดสื่อตื๊อถามปมอำนาจถอดถอน “ปู่ชัย” หวั่น 6 เดือนร่าง รธน.ไม่ทัน “วิษณุ” ชี้ยกร่างฉบับถาวร ต้องยึดโจทย์ ม.35 รธน.ชั่วคราว ปิดทางทำประชามติอ้างเป็นชนวนสร้างความแตกแยก “นายกฯ ตู่” เปิดตัวบินเยือนพม่าชาติแรกจับเข่าคุย “เต็ง เส่ง” แบไต๋ทาบ “อำนวย ปะติเส” เสริมทัพ ครม. เลื่อนรับร่าง “อภิวันท์” กลับถึงไทย 11 ต.ค. ชาวบ้านอ่วม “ประจิน” เคาะขึ้นค่าแท็กซี่ 8-11 เปอร์เซ็นต์ส่งท้ายปีเก่า

    รถร่วม-สองแถวเข้าคิวขยับตามทั้งระบบ

    ขณะที่หลายฝ่ายยังคงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีอำนาจในการพิจารณาดำเนินการถอดถอนนักการเมืองหรือไม่ ภายหลังรัฐธรรมนูญ ปี 2550 สิ้นสภาพไปแล้ว ล่าสุด ป.ป.ช.มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ยืนยันส่งสำนวนชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากคดีโครงการรับจำนำข้าวไปให้ สนช.พิจารณาถอดถอนต่อไป

    มติ ป.ป.ช. 8 ต่อ 1 ส่ง สนช.สอย “ปู”

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาสรุปสำนวนคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำ ข้าวไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาถอดถอน

    ย้ำจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัด ก.ม.–รธน.

    ต่อมาเวลา 17.30 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ยืนยันให้ส่งรายงานการไต่สวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมเอกสารความเห็นไปยังประธาน สนช. เพื่อดำเนินการถอดถอนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป เป็นการชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ตามมติเดิมที่เคยชี้มูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 11 (1) กรณีไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เป็นมูลเหตุให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 270 ประกอบ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 58

    จ่อส่งสำนวนถอดถอนสัปดาห์หน้า

    นายสรรเสริญกล่าวว่า อย่างไรก็ตามแม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 จะสิ้น สุดลงแล้ว แต่การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีประกาศให้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 ยังมีผลบังคับใช้ต่อไป อีกทั้งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มาตรา 6 ให้อำนาจ สนช.ทำหน้าที่แทน ส.ส. และ ส.ว. ขณะเดียวกันสนช.ยังมีข้อบังคับการประชุม สนช. กำหนดให้ สนช.อำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้น ป.ป.ช.จึงต้องส่งสำนวนคดีดังกล่าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ สนช.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป คาดว่าจะส่งสำนวนการถอดถอนดังกล่าวไปให้ สนช.ได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนการถอดถอนอดีต 39 ส.ว. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ คาดว่าจะส่งเรื่องให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า

    งัด ก.ม.บริหารราชการแผ่นดินฟัน

    ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการทำผิดตามรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่มีผลบังคับ ใช้แล้ว จะมีปัญหาเหมือนกรณีการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาหรือไม่ นายสรรเสริญตอบว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์มีการระบุความผิดใน 2 กฎหมายคือ กฎหมายรัฐ– ธรรมนูญปี 50 กับ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แม้รัฐธรรมนูญปี 50 จะไม่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ไม่ได้ถูกยกเลิกไป รัฐบาลใดที่มาบริหารประเทศ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ดังนั้นกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงไม่เหมือนกับคดีของนายสมศักดิ์และนายนิคม แต่ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.จะพิจารณาดำเนินการถอดถอนหรือไม่

    หาช่องบี้ สปช.แจงทรัพย์สิน

    นายสรรเสริญยังกล่าวถึงกรณีการพิจารณาให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มอบให้สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช.ไปสรุปเรื่อง เพื่อกลับมารายงานให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 16 ต.ค. จะพิจารณาประเด็นว่า สปช.เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่น รัฐที่มีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ หากเทียบกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 50 ที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น กรณีของ สปช.ถือว่าคล้ายคลึงกับ ส.ส.ร. หากไม่มีกฎหมายอะไรอื่นคงต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.มีอำนาจออกประกาศเพิ่มเติมการยื่นบัญชีทรัพย์สินได้ แต่ต้องดูตามกรอบอำนาจกฎหมายว่า จะทำได้หรือไม่ ที่ประชุม ป.ป.ช.คงต้องพิจารณากันให้ละเอียดรอบคอบก่อน

    เรียก “บิ๊กติ๊ก” เคลียร์โชว์สมบัติผิด

    เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และสมาชิก สนช.ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินผิดพลาด ทำให้มีจำนวนทรัพย์สินมากผิดปกติว่า ป.ป.ช. ส่งหนังสือประสานไปยัง พล.อ.ปรีชาเรียบร้อยแล้ว ให้ชี้แจงถึงการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ ผิดพลาด ตามขั้นตอนการตรวจสอบว่าจงใจหรือมีเจตนาผิดพลาดในการยื่นหรือไม่ โดยให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมายัง ป.ป.ช. ส่วนที่ พล.อ.ปรีชาอ้างว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ให้คำแนะนำว่า ให้ยื่นรายการทรัพย์สิน ในส่วนของกองทัพที่ พล.อ.ปรีชามีอำนาจเบิกจ่ายเข้าไปด้วย ป.ป.ช.คงต้องดูรายละเอียด และเหตุผลการชี้แจงของ พล.อ.ปรีชาก่อน การระบุว่าทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. อาจเป็นการสื่อสารผิดพลาด หรือเข้าใจผิดต่อการให้คำแนะนำ ต้องดูรายละเอียดคำชี้แจงของ พล.อ.ปรีชาอีกครั้ง เชื่อว่า พล.อ.ปรีชาจะรีบส่งหนังสือชี้แจงมายัง ป.ป.ช.โดยเร็ว แม้ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา

    “พรเพชร” ยังไม่เห็นสำนวนสอย “ปู”

    ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวว่ายังไม่เห็นสำนวนการถอด ถอนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และไม่ทราบว่าส่งมาแล้วหรือไม่ จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็น ส่วนการคัดเลือกประธาน สปช.คาดว่าจะเป็นวันที่ 21 ต.ค. เพราะสถานที่ว่าง

    คาดสัปดาห์หน้าชัดคดี “ขุนค้อน–นิคม”

    นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 กล่าวว่า ขณะนี้ สนช.ได้รับเรื่องคดีถอดถอนจาก ป.ป.ช. แล้ว โดยสำนวนยังยืนยันคำฟ้องชี้มูลความผิดนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ต้องบรรจุเข้า สู่ระเบียบวาระเพื่อดำเนินการภายใน 30 วัน ตามข้อบังคับการประชุม ความผิดจะยังมีผลอยู่หรือไม่เป็นอำนาจของประธาน สนช.พิจารณา แต่ยังไม่ได้สั่งการอะไร หากเห็นว่ามีประเด็นต้องหารือก่อนอาจนำเข้าสู่คณะกรรมาธิการสามัญประจำ สนช. (วิป สนช.) เข้าใจว่าคงอยากรอให้มีวิปถาวรก่อน หรือหากประธาน สนช. คิดว่าไม่มีปัญหาก็ใช้อำนาจประธานบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระประชุมได้ คาดว่าสัปดาห์หน้าคงชัดเจน

    “บิ๊กตู่” หงุดหงิดสื่อซักปมถอดถอน

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปัญหาการตีความอำนาจการพิจารณาถอด ถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ สนช.ที่รับเรื่อง มาจาก ป.ป.ช.ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นและเสร็จแล้วหรือยัง ที่ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ไม่มีอยู่แล้ว คุณเป็นนักกฎหมายหรือจบกฎหมายกันมาหรืออย่างไร ให้ฝ่ายกฎหมายคุยกันก่อนดีกว่า ถึงขณะนี้ผู้รับผิดชอบยังไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้สักอย่าง ก็เป็นแบบนี้อยู่ตลอดจะไปไหนก็ไปไม่ได้ ตนยังไม่รู้ ยังพูดอะไรไม่ได้ ต้องให้ผู้รับผิดชอบหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตัดสินใจ ปล่อยให้คนที่รับผิดชอบทำงานกันบ้าง สื่อขอให้เสนอข้อเท็จจริงอย่าไปแสดงความคิดเห็นมากนัก ไม่ใช่คุ้ยกันไปเรื่อย สร้างปัญหาต่อไปเรื่อยๆ แล้วใครรับผิดชอบ ตนคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบ

    รับตั้งเพิ่ม “อำนวย” รมช.เกษตรฯ

    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่จะมีการปรับ ครม.โดยแต่งตั้งนายอำนวย ปะติเส อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯว่า คงต้องมาช่วยกัน ก็มีการเสนอตอนนี้ปัญหามันทับซ้อนกันมาก เมื่อถามว่า สรุปว่าใช่นายอำนวยใช่หรือไม่

    พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มก่อนตอบว่า ไม่รู้ ให้รอดูการโปรดเกล้าฯ ก่อนแล้วกัน เมื่อถามว่า ได้เสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมมีชื่อแล้ว คิดไว้แล้ว ขอให้รอการโปรดเกล้าฯลงมา ทำไมจะต้องมาถามย้ำ มันอะไรนักหนา ก็ผมบอกว่าให้รอโปรด เกล้าฯ ลงมาแล้วทำไมต้องมาถามอีกว่าทูลเกล้าฯ ไปแล้วหรือยัง จะถามด้วยไหมว่าผมเซ็นแล้วหรือยัง ก็ผมบอกแล้วว่าให้รอการโปรดเกล้าฯจะถามอะไรกันมากมาย”

    ผู้สื่อข่าวพยายามถามอีกว่า สรุปแล้วจะปรับ ครม.กี่ตำแหน่งจะปรับให้ครบเต็มจำนวนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ตอนนี้มีอยู่เท่าไหร่ ผู้สื่อ ข่าวตอบว่า มีรัฐมนตรี 33 คน ขาดอยู่ 2 ตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม แต่หันไปกระเซ้าผู้สื่อ ข่าวว่า “แล้วอยากเป็นกันไหมล่ะ”

    ฉุนโยงบรรทัดฐาน “รัชตะ” ไขก๊อก

    ต่อข้อถามถึงกรณีที่ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่นพ.รัชตะตัดสินใจเอง เมื่อถามว่า จะทำให้เป็นบรรทัดฐานกับรัฐมนตรีคนอื่นที่มีตำแหน่งอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “จะให้เป็นบรรทัดฐานอะไร คุณอย่ามาโยงกับพวกผมสิ อย่ามาสร้างแรงกดดัน เขาเป็นข้าราชการประจำ พวกสื่ออย่านำมาโยงเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องนั้น มันคนละเรื่องนะ”

    รมว.สธ.ให้รอชัดเจน 15 ต.ค.

    วันเดียวกัน นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามถึงการยื่นหนังสือลาออกต่อสภามหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงการบริหารงานมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการรักษาการช่วงระหว่างสรรหาอธิการบดีคนใหม่จะดำเนินการอย่างไร จะรักษาการเองหรือแต่งตั้งผู้ใดรักษาการแทนหรือไม่ โดย นพ.รัชตะกล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอให้รอวันที่ 15 ต.ค.จะมีการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล

    “อำนวย” แบะท่าร่วมวง ครม.

    ช่วงค่ำ นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษานายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ อดีต รมช. คลัง รัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ กล่าวถึง กระแสข่าวได้รับการทาบทามให้เป็น รมช.เกษตรฯว่า ต้องเชื่อนายกฯ คือรอฟังการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เรื่องทำงานยินดีทำงาน 100 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าต้องการให้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ยอมรับว่าเป็นงานที่หนัก ถ้าเข้ามาจริงคงไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราเท่านั้น ต้องทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายงานอื่นๆ ด้วย

    สปช.รายงานตัววันที่สอง 63 ราย

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับบรรยากาศการเข้ารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 เป็นวันที่สองยังเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันมีผู้มารายงานตัว 63 คน อาทิ นายชัย ชิดชอบ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาค 2 นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต ส.ว.สรรหา นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปิน แห่งชาติ รวม 2 วัน มีผู้มารายงานตัวแล้ว 104 คน ยังไม่มารายงานตัวอีก 146 คน

    “ลุงชัย” หวั่น 6 เดือนร่าง รธน.เสร็จยาก

    ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานตัว สปช.ว่า กระแสข่าวการทาบทามให้เป็นประธานสปช. ตราบใดที่กำลังวังชายังมีอยู่ก็เป็นได้ ส่วนแนวการปฏิรูป 11 ด้าน ยังไม่ครอบคลุม น่าจะเพิ่มหัวข้อ เช่น ตัวแทน สปช. 77 จังหวัด ควรเสนอแนวทางปฏิรูปวัฒนธรรมที่หลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว สำหรับกรอบเวลาการร่างรัฐธรรมนูญ 6 เดือนคงเป็นไปได้ยาก ควรให้นักปฏิบัติมีส่วนร่วมให้มาก เนื่องจากนักวิชาการมีความรู้ แต่ปฏิบัติไม่เป็น หากเขียนรัฐธรรมนูญออกมาดีก็ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ

    วางสเปก ปธ.สปช.ต้องเป็นกลาง

    นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิก สปช. กล่าวว่า บุคคลที่เหมาะสมเป็นประธาน สปช.ยังไม่มีใครอยู่ในใจ แต่ควรเป็นบุคคลที่วางกฎเกณฑ์กติกาภายใน และระเบียบการทำงานให้ดีที่สุด สาเหตุที่ต้องเลือกประธานให้ดีเพราะอดีตเราไม่เคยมี สปช. มาก่อน ดังนั้น จะทำงานเช่นไรขึ้นอยู่กับตัวประธาน สิ่งสำคัญสุดประธาน สปช.ต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต้องรับฟังความเห็นของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีจิตใจที่ดี ให้เกียรติเพื่อนสมาชิก ประสานงานกับทุกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ออกคำสั่งกับคนที่มีตำแหน่งต่ำกว่า

    หนุนรื้อ ก.ม.ล้าสมัยกับดักพัฒนา ปท.

    ขณะที่นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สมาชิก สปช. กล่าวว่า พร้อมจะทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราวในการประชุมนัดแรกในฐานะอาวุโสสูงสุด ส่วนผู้เหมาะสมเป็นประธาน สปช.ต้องมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย เป็นคนดีและได้รับการยอมรับอย่างสูง เรื่องการปฏิรูปต้องปฏิรูปกฎหมายเก่าแก่ล้าสมัย ซึ่งเป็นกับดักการพัฒนาประเทศ

    นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี สมาชิก สปช. กล่าวว่า ในฐานะ สปช.ด้านเศรษฐกิจ อยากลดช่องว่างด้านรายได้สร้างความเสมอภาคให้มากขึ้น รวมถึงสร้างความพร้อมไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การปฏิรูปงานด้านเศรษฐกิจในภาวะประกาศกฎอัยการศึก เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน

    จี้ยกเลิกอัยการศึกรับเวทีปฏิรูป

    ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิก สปช.กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ต้องเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวม ปัญหาสำคัญที่สุดจำเป็นต้องเร่งแก้ไขคือความเหลื่อมล้ำในสังคม หากแก้ปัญหานี้ได้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง สภาปฏิรูปต้องให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็นเพื่อนำข้อเสนอแนะไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ และ คสช.ควรยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก เพื่อเอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ทำให้ภาพพจน์ไทยในสายตาชาวโลกดีขึ้น มีผลต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว การลงทุนและเศรษฐกิจโดยรวม

    นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สปช. กล่าวว่า จะเข้ามาปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน ซึ่งทุกรัฐบาลต้องดำเนินการต่อไป หากประชาชนเข้มแข็งก็ยากที่จะมีรัฐบาลเผด็จการทหาร

    นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิก สปช. กล่าวว่า ในฐานะ สปช.ด้านสื่อมวลชนเห็นว่าการทำหน้าที่ของสื่อยังมีจุดอ่อน จึงต้องกำหนดแนวทางควบคุมสื่อสารมวลชนด้วยกันเองให้มีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงความรับผิดชอบการทำหน้าที่และ คสช.ควรจะให้เสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง

    “คำนูณ” จองกฐินร่วมยกร่าง รธน.

    นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปช.กล่าวว่า การส่งตัวแทน สปช.เป็นคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต้องหารือแนวทางร่วมกันใน สปช.ก่อน รู้สึกเป็นห่วงกรอบเวลาที่จำกัดต้องดำเนินการภายใน 15 วัน หลังจากประชุม สปช.ครั้งแรก ส่วนบุคคลเหมาะสมเป็น กมธ.ยกร่างฯต้องเชี่ยวชาญกฎหมาย ทำงานกันเป็นทีม หากได้รับเลือกก็พร้อมทำหน้าที่เพราะศึกษามานาน อยากจะได้รับโอกาส ส่วนผู้ที่เหมาะสมจะเป็นประธาน สปช.ควรเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายให้โอกาสสมาชิกแสดงความเห็นมากที่สุด

    นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. กล่าวว่า การปฏิรูปและรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ต้องยั่งยืน รัฐบาลหน้าจะมาบิดพลิ้วไม่ได้ จึงต้องมีการทำสัญญาประชาคมร่วมกันเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

    “บิ๊กตู่” ปลอบอย่ากังวลตั้งแต่เริ่มต้น

    เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่สมาชิก สปช.กังวลถึงกรอบเวลา 6 เดือนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรว่า ขอให้ใจเย็นมีกำหนดการอยู่แล้ว สปช.ต้องเตรียมโรดแม็ปเช่นกันว่าจะเดินหน้าปฏิรูปให้ก้าวหน้าอย่างไร ไม่ใช่แค่ประชุมสภาฯลงความเห็นแล้วจะจบ ต้องถามว่ารัฐบาลเห็นชอบหรือไม่ แล้วผ่าน สนช.ออกเป็นกฎหมาย และต้องดูข้อมูลของ สปช.ที่มีการจัดทำ 11 เล่ม ที่มีความเห็นจากทุกสีเสื้อ ยืนยันว่า เราฟังความคิดเห็นจากทุกกลุ่ม นักวิชาการที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเป็น สปช. และจากผู้ออกมาติติงและคณะปฏิรูปที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ทั้ง 3 คณะ เราเก็บหมดทุกเม็ด คู่ขัดแย้ง นักการเมือง เพียงแต่ไม่ได้มาสมัคร สปช. การร่างรัฐธรรมนูญ อย่าเพิ่งกังวล เราควรทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องเล็กมาก ทำเรื่องเล็กมากให้ไม่มีปัญหา แต่นี่ กลับเอาเรื่องเล็กมาให้เป็นเรื่องใหญ่สุด เริ่มมาก็เอาเรื่องการเมือง สุดท้ายกลับมาที่ตนอีกว่านายกฯต้องมาจากการเลือกตั้งเพื่อจะได้มีประสิทธิภาพ อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าเพิ่งไปกังวลถ้าทุกคนเห็นว่าประเทศชาติจะไปอย่างไรก็ไปตามนั้น คงไม่มีอะไรไปบังคับได้ เราต้องฟังเสียงคนไทยทั้งประเทศ

    ยัน รบ.ไม่ชี้นำ-ไม่มุ่งสู่อำนาจ

    เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เสนอรูปแบบเวทีแสดงความคิดเห็น สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเป็น สปช.ในกลุ่ม 7,000 คน เข้ามาหรือยัง นายกฯตอบว่า ได้คุยกับนายวิษณุแล้ว มีรายละเอียดมาก จำไม่ได้ทั้งหมด จะให้พูดอะไรก่อนคงไม่ได้ บางเรื่องต้องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้กำชับทุกคนแล้วว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหา อยากขอร้องสื่อว่า อย่าเพิ่งซักมาก แต่ทุกคนจะมีส่วนร่วมในการปฏิรูป และขอร้องว่าอย่ากดดันรัฐบาลเพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของ สปช. รัฐบาลมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวก ไม่มีการชี้นำ ไม่มีการมุ่งสู่อำนาจในอนาคต ขอทำวันนี้ให้จบ และวันข้างหน้าประเทศเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีความขัดแย้ง

    ร่าง รธน.ยึดโจทย์ ม.35 ฉบับปี 57

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรว่า ต้องยึดโยงมาตรา 35 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทำร่างครอบคลุมที่กำหนดกว่า 10 เรื่อง รวมถึงทบทวนความจำเป็นขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น โดยกำหนดกรอบภายใน 60 วัน นับแต่การประชุม สปช.นัดแรกวันที่ 21 ต.ค. และนับจากวันที่ 21 ต.ค. ใน 15 วัน ต้องส่งชื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน มาจาก คสช. 5 คน ครม. 5 คน สนช. 5 คน และ สปช. 20 คน ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คสช.เป็นผู้เสนอมา 1 คน ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไปจาก ครม.ต้องไม่เป็นรัฐมนตรี หรือถ้าจะเป็นต้องลาออก และกรอบร่างอีกทางรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทั้งหมดนำมาเป็นโจทย์เพื่อหาคำตอบ เป็นสิ่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบังคับโจทย์ แต่ไม่ใช่ใบสั่ง

    ปิดทางประชามติอ้างทำแตกแยก

    นายวิษณุกล่าวว่า วิธีตั้งโจทย์คือนำรัฐธรรมนูญถาวรฉบับก่อนๆมาดู อะไรที่ชอบใจก็นำไปกำหนดเป็นกรอบ อะไรไม่พอใจให้โจทย์ไปว่าอย่าไปเขียน เมื่อถามว่า เริ่มพูดถึงที่มานายกฯ จะมาจากเลือกตั้งหรือเป็นคนนอก นายวิษณุตอบว่า เป็นเรื่อง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าในที่สุด สปช.จะถกเรื่องนี้ และนำไปใส่ในกรอบพิจารณาร่าง รวมถึงที่มาของ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ เมื่อถามว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับถาวรร่างไม่แล้วเสร็จภายใน 1 ปี รัฐบาลจะทำอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว บังคับร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ 120 วัน เป็นการดำเนินการเสร็จขั้นที่ 1 แต่ละขั้นตอนกำหนดระยะเวลาชัดเจน จะเบี้ยวไม่ได้ ยกเว้นถ้าทำประชามติต้องบวกเวลาเพิ่ม ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำ เพราะหากมีการบังคับจะต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ เมื่อทำแล้วมีทั้ง ผลดี ผลเสีย ซึ่งผลดีคือ จะเป็นการตอบความในใจ ของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วม ผลเสียคือ หาก มีการทำประชามติอาจต้องใช้ระยะเวลานาน ทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองได้

    กกต.ส่งข้อมูล สปช.อกหักป้อน คสช.

    นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สำนักงาน กกต.จัดเตรียมประวัติและรายละเอียดของผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกเป็น สปช.แบ่งเป็น 11 ด้าน 4,585 คน และจังหวัด 2,785 คน ตามที่ คสช.ประสานมา ยืนยันจะส่งไปได้ภายใน วันที่ 10 ต.ค.แน่นอน บุคคลเหล่านี้อาจได้รับพิจารณาเข้ามาช่วยเหลืองานด้านปฏิรูปประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ

    สปช.วิ่งล็อบบี้เสียงหนุน ปธ.–รอง ปธ.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านหลังสมาชิก สปช.ทยอยเดินทางเข้ารายงานตัว ปรากฏว่าสมาชิก สปช.บางส่วนเริ่มเคลื่อนไหวรวบรวมเสียงสนับสนุนการเสนอชื่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ สมาชิก สปช. เป็นประธาน สปช. และเสนอชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธาน สปช.คนที่ 1 และ น.ส.ทัศนา บุญทอง เป็นรองประธาน สนช. คนที่ 2 โดยมีผู้ใหญ่บางคนโทรศัพท์ติดต่อไปยังสมาชิก สปช.เพื่อรวบรวมขอคะแนนเสียงและรวบรวมผู้สนับสนุนให้ทั้ง 3 คน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่พูดคุยกันแล้วและตอบรับเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่านายเทียนฉาย เป็นอดีตอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความรู้ความสามารถเหมาะสม มาจากสายวิชาการ วางตัวเป็นกลางได้ดี น่าจะเป็นที่ยอมรับค่อนข้างมาก เชื่อว่าจะควบคุมการประชุม สปช.ได้ ทั้งนี้ นายบวรศักดิ์จะไปรับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

    “ทัศนา” ยิ้มพร้อมทำหน้าที่

    ด้าน น.ส.ทัศนา บุญทอง สมาชิก สปช. ให้ สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบว่ามีชื่อเป็นแคนดิเดตรองประธาน สปช. คนที่ 2 ขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อประสานมายังตน แต่หากมีสมาชิก สปช. เสนอชื่อขึ้นมา ก็พร้อมจะทำงาน เพราะถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่จะทำงานให้ประเทศชาติ เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับกลุ่ม 40 ส.ว.หรือไม่ น.ส.ทัศนาตอบว่า ตั้งแต่มีชื่อเป็น สปช. ยังไม่ได้พูดคุยกัน

    “อนุพงษ์” กำชับฝ่าย ปค.คุมแก๊งป่วน

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ประชุมมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลแก่ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ผ่านระบบประชุมทางไกล โดย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นักปกครองมีภารกิจช่วยกันทำให้สังคมสงบเรียบร้อยปรองดอง ไม่มีความขัดแย้ง ในสังคม อาจเห็นต่างกัน แต่ต้องอยู่ร่วมกันได้ เราทำให้คนชอบพรรคเดียวกันคงไม่ได้ ถ้านักปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้คนแตกแยก เพื่อเอากำลังไปต่อรองทางการเมือง ขอร้องว่าให้คิดใหม่ทำให้ประเทศชาติสงบอยู่กันได้ ให้เขาเขียนรัฐธรรมนูญเสร็จคงไม่เกิน 8 เดือน หากมีการบิดเบือนขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจ อย่าปล่อยให้เกิดความเข้าใจผิด

    โต้ข่าวยุบ อปท.หวังจุดกระแส

    พล.อ.อนุพงษ์กล่าวด้วยว่า กรณีมีกระแสข่าวการยุบ อปท.ใครจะไปยุบ เราไม่มีแนวทางยุบ อปท. กระแสนี้เกิดขึ้นเพราะพวกท่านทำไม่ดี ถ้าพวกท่านทำดีแล้วใครหน้าไหนจะกล้าไปยุบ สังคมจะปกป้องเอง ยืนยันไม่เคยคิด คนที่พูดเรื่องนี้คือคนสร้างกระแส ไม่หวังดีกับพวกท่าน ขอให้สบายใจว่าไม่มีการยุบทั้ง อบจ. อบต. ไปจนถึงเทศบาล จะมาจากการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

    สั่งจับตาใช้ศพ “อภิวันท์” เคลื่อนไหว

    ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะ ผบ.ทบ.กล่าวถึงการเคลื่อนไหวใต้ดินต่อต้านการทำงาน คสช. ว่า ต้องยอมรับแนวความคิดคนเปลี่ยนยาก กองทัพบกในฐานะกลไกของรัฐบาลติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด รู้พื้นที่ไหนเรียบร้อย ไม่เรียบร้อย หรือพื้นที่ใดหนักเบา รู้ว่ามีใครคิดอะไรอยู่ เน้นกับเจ้าหน้าที่ให้ควบคุมสถานการณ์ให้ได้ ส่วนบางกลุ่มพยายามจะใช้ประเด็นงานศพของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคลื่อนไหว

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯพูดชัดเจนว่า เรื่องพิธีกรรมเป็นเรื่องปกติดำเนินการได้ เพียงแต่อย่านำมาจุดกระแส เพราะไม่เหมาะสม ทำไม่ได้ เจ้าหน้าที่มีการติดตามกลุ่มเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

    รบ.ลุยสร้างหนังสั้นปลุกใจทำดี

    ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯและปลัดสำนักฯ เป็นประธานการประชุมจัดสร้างภาพยนตร์สั้นค่านิยม 12 ประการ สร้างความดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธ.ค.57 โดย ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า เป็นการระดมความเห็นสร้างภาพยนตร์ส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาติ ตามนโยบายนายกฯ ออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ จะฉายรอบปฐมฤกษ์ช่วงปลายเดือน พ.ย.57 และจัดฉายพร้อมในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ในวันที่ 6 ธ.ค.57 และชมทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีตลอดเดือน ธ.ค.

    ร่าง “เสธ.เปีย” เลื่อนถึงไทย 11 ต.ค.

    วันเดียวกัน นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ต้องเลื่อนรับร่าง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย หรือ เสธ.เปีย อดีตรองประธานสภาฯ และแกนนำ นปช.ออกไปเป็นวันที่ 11 ต.ค. เวลา 15.20 น. เที่ยว TG 621 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากเดิมวันที่ 10 ต.ค. เนื่องจากขั้นตอนการเตรียมเอกสารยังไม่พร้อม เชื่อว่าจะมีกลุ่มคนที่เคารพรัก พ.อ.อภิวันท์ไปรับศพที่สนามบิน 300-400 คน เพื่อให้กำลังใจ ไม่มีกิจกรรมการเมืองใดๆทั้งสิ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องกฎอัยการศึก ขณะที่กลุ่ม ส.ส.ที่สนิทสนมกับ พ.อ.อภิวันท์และ ส.ส.ที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงจะไปรอรับศพที่วัดบางไผ่ จ.นนทบุรีบ่ายวันที่ 11 ต.ค.กำหนดการรดน้ำศพวันที่ 12 ต.ค. ยืนยันว่าไม่มีคำสั่งจากทหารห้ามไปรับศพ พ.อ.อภิวันท์

    ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอเชิญพี่น้องร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้ พ.อ.อภิวันท์ ตามกำหนดการเบื้องต้น วันที่ 11 ต.ค. เวลา 15.20 น. ถึงประเทศไทยด้วย TG 621 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และวันที่ 12 ต.ค.เวลา 13.00 น. รดน้ำศพ ณ วัดบางไผ่ จ.นนทบุรี

    ทำไม่ถูกขวางขอพระราชทานเพลิง

    นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันที่ 11 ต.ค. เวลา 15.20 น. จะมี นปช.บางส่วนต่างคนต่างเดินทางไปรับศพ พ.อ.อภิวันท์ ไม่ได้นัดหมาย ส่วนตัวน่าจะเดินทางไปร่วมงานศพที่วัดบางไผ่ จ.นนทบุรี ส่วนกรณีที่นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระได้ยื่นหนังสืองดขอพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์นั้น เป็นสิทธิของเขา แต่เห็นว่ากระทำไม่ถูกต้อง เป็นการทำให้ราชเลขาธิการอึดอัดใจ พ.อ.อภิวันท์ได้เสียชีวิตไปแล้ว และก็ไม่เคยทำอะไรให้ใคร พ.อ.อภิวันท์ก็เป็นคนไทยคนหนึ่งแล้วยังได้รับพระราชทานสายสะพาย จึงเป็นสิทธิที่ควรได้รับพระราชทานเพลิงศพ ข้อกล่าวหาที่ถูกตั้งขึ้นก็ยังไม่มีการตัดสินของศาลว่าผิดจริงหรือไม่ จึงไม่อยากให้อาฆาตพยาบาทกัน ท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว

    “นิพิฏฐ์” ร่วมอาลัยขออโหสิกรรม

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ พ.อ.อภิวันท์ แม้จะเคยมีความเห็นต่างทางการเมืองกับบางคนบางกลุ่ม ต่อสู้ทางความคิดกันอย่างจริงจัง ไม่ประนีประนอม แต่ต่อสู้ตามกรอบกติกาที่อยู่ในสังคมเดียวกัน ร่วมสร้างกันขึ้นมา เมื่อล้มหายตายจากไปก็ไม่ได้ยินดีที่เขาจากไป มีแต่เสียใจ และขอให้เราอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน

    ชาวบ้านอ่วมปลายปีขึ้นค่าแท็กซี่ 8-11%

    อีกเรื่อง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารตามข้อเสนอของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รถร่วม ขสมก.และรถสองแถว ว่า หลังจากที่มีการนำข้อเท็จจริงและปัญหาของรถแท็กซี่มาหารือร่วมในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขนส่งของประเทศ กระทรวงคมนาคมเห็นว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ โดยยังคงอัตราค่าโดยสารระยะเริ่มต้นไว้ที่ 35 บาท ไว้ตามเดิม แต่จะปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารตามระยะเดินทางทุกๆ 10 กิโลเมตร เบื้องต้นจะให้เวลาแท็กซี่ทั้งระบบปรับปรุงสภาพรถให้ได้ตามมาตรฐานให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันต่อจากนี้ จากนั้นจะมอบสติกเกอร์ตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพให้นำไปติดตัวรถ คาดว่าจะเริ่มปรับขึ้นราคาได้ภายในสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค.นี้

    รถร่วม-สองแถวจ่อคิวขยับตามยกแผง

    พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องขอขึ้นค่าโดยสารรถร่วมบริการ ขสมก.และรถสองแถวต้องวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียดก่อน เบื้องต้นมอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ไปจัดลำดับความสำคัญว่า ควรจะต้องพิจารณาอัตราค่าโดยสารของรถชนิดใดก่อนและหลังอย่างไร โดยจะต้องมีการพิจารณาอัตราค่าโดยสารรถทุกชนิดให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 เพื่อเร่งคลี่คลายความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ

    อ้างไม่ส่งผลกระทบผู้โดยสาร

    นายอาคมกล่าวว่า ได้จัดทำข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราการปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่เสร็จแล้ว เบื้องต้นอนุมัติให้แท็กซี่ปรับขึ้นค่าโดยสารในอัตรา 8-11% จะเสนอให้ รมว.คมนาคม พิจารณาอนุมัติภายในสัปดาห์นี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการมากนัก เพราะปรับตามระยะทางใกล้และไกล ขณะที่แท็กซี่จะมีรายได้เพียงพอคือไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท แต่มีเงื่อนไขให้แท็กซี่ต้องปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ และความสะอาดของตัวรถด้วย คนขับต้องแต่งตัวสะอาด มีกิริยาที่สุภาพเรียบร้อย ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร เพื่อให้บริการรถแท็กซี่ไทยรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 หลังจากอนุมัติขึ้นราคาแล้ว จะจัดทำระบบประเมินคุณภาพแท็กซี่อย่างต่อเนื่อง อาจจะให้ประชาชนร้องเรียน ติหรือชมผ่านระบบสมาร์ทโฟน

    ชาวบ้านกุมขมับเครียดของแพง

    วันเดียวกัน กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,194 คน เรื่อง “วัดความเครียดคนไทยหลังรัฐบาลคืนความสุขให้ประชาชน” พบว่าร้อยละ 66.5 เครียดมากที่สุดเรื่องข้าวของราคาแพง ร้อยละ 37.3 ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ร้อยละ 33.9 ความแตกแยกในสังคมขัดแย้งทางการเมือง ส่วนความพอใจในการแก้ปัญหาค่าครองชีพสูงและราคาสินค้าแพงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 57.3 พอใจมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 36.3 พอใจน้อยถึงน้อยที่สุด เมื่อถามว่าข่าวความขัดแย้งทำให้เครียดเพียงใดเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ร้อยละ 55.5 ระบุว่าเครียดน้อยลง ร้อยละ 31.0 ระบุไม่เคยเครียดเรื่องการเมือง เมื่อถามว่าตั้งแต่ พล.อ. ประยุทธ์ คืนความสุข สุขภาพจิตเป็นอย่างไร ร้อยละ 68.6 ตอบว่าดีขึ้น ร้อยละ 25.9 ระบุเหมือนเดิม

    “ทูตมะกัน” ให้คนไทยวัดผลงาน คสช.

    เมื่อเวลา 10.30 น. นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำลาตำแหน่งหลังครบวาระ 4 ปี โดยนางคริสตี กล่าวว่า เดือน พ.ย.จะเดินทางกลับวอชิงตัน ดี.ซี.ไปทำงานต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทย ที่ผ่านมาดีใจที่ทำงานในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ขอบคุณคนไทยที่ให้การต้อนรับชาวอเมริกันอย่างดี ส่วนเอกอัครราชทูตคนใหม่ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีสหรัฐฯพิจารณา เมื่อถามว่า ผลงาน คสช.ที่ผ่าน 4 เดือนเป็นอย่างไร นางคริสตีตอบว่าถามคนไทยเองจะดีกว่า

    กต.หารือนายกฯเตรียมเยือนมาเลย์

    ที่กรุงเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ หารือทวิภาคีกับดะโต๊ะ ฮัมซะห์ ไซนุดดิน รมช.ต่างประเทศมาเลเซีย โดยหารือประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสองประเทศ รวมถึงการเตรียมการเยือนมาเลเซียของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยู่ระหว่างกำหนดวันเยือน และการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซี) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (เจดีเอส) ที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไป และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความร่วมมือด้านต่างๆภายใต้กรอบอาเซียน และผลักดันให้เกิดการลงทุนร่วมกันในด้านธุรกิจพลังงานในพื้นที่ภาคตะวันตกของออสเตรเลีย เช่น ระหว่างปิโตรนาสกับ ปตท.

    “บิ๊กตู่” เอาฤกษ์ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 4 ทิศ

    เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล ต่อมาเวลา 11.11 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางออกจากทำเนียบฯไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) เพื่อขึ้นเครื่องบินแอร์บัสของกองทัพอากาศไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในการเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ อย่างเป็นทาง การครั้งแรกในฐานะนายกฯ ระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค. โดยก่อนขึ้นรถที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯหันหน้ายกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 4 ทิศรอบทำเนียบฯ และระหว่างรถนายกฯลงจากตึกไทยคู่ฟ้า รถนายกฯชะลอลดกระจกลงพร้อมโบกมือทักทายช่างภาพ

    ประเดิมเปิดตัวบินเยือนพม่า

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนการเดินทางว่า จะหารือกับเมียนมาร์ในฐานะเป็นประธานอาเซียนในกรอบความร่วมมืออาเซียน มองยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ทุกด้าน โดยเฉพาะการค้าขายพลังงาน การสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ ลดขั้นตอนความร่วมมือให้รวดเร็วขึ้น ร่วมแก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนตามแนวชายแดน ถ้าเมียนมาร์เข้มแข็ง ไทยเข้มแข็ง อาเซียนก็เข้มแข็ง เมียนมาร์ให้เกียรติตนเป็นอย่างมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เราส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในเมียนมาร์ และจะไม่เอาเรื่องเขตแดนมาเป็นปัญหามากนัก ทำให้เกิดความร่วมมือในเส้นเขตแดนให้มากที่สุด รวมถึงดูแลสวัสดิภาพแรงงาน ส่วนกรณีคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ต้องทำให้ลดระดับลง อย่าไปกล่าวหาว่าเป็นคนสัญชาติใด ถ้าไปขุดคุ้ยมากจะเป็นปัญหาในอนาคตได้

    สื่อนอกจับตาฟื้นท่าเรือทวาย

    วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งเอพี เอเอฟพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไทยที่มาจากการแต่งตั้งพร้อมคณะ เดินทางเยือนเมียนมาร์ตามกำหนด 2 วัน เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ นับตั้งแต่นำคณะทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อเดือน พ.ค.ปีนี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะเจรจากับ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่าที่กรุงเนปิดอว์ ซึ่งโฆษกรัฐบาลไทยเผยว่า มีเป้าหมายส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน รวมทั้งหารือการฟื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่หยุดชะงักไป การลักลอบค้ายาเสพติด แรงงานอพยพ ผู้นำทั้งคู่ยังร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงโครงการพัฒนาหลายโครงการ และคาดว่าผู้นำพม่าจะหยิบยกคดีฆาตกรรมซึ่งแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 2 คนถูกจับตั้งข้อหาข่มขืนและฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มาหารือด้วย หลังสื่อพม่ารายงานว่าผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คนบอกกับทนายว่าถูกบังคับขู่เข็ญให้รับสารภาพ ทำให้กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้สอบสวน

    จับเข่าคุยชื่นมื่น “เต็ง เส่ง”

    เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สหภาพเมียนมาร์ ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาพร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงเนปิดอว์ โดยมีนายวันนะ หม่อง ลวิน รมว.ต่างประเทศเมียนมาร์ และภริยา นายเอ มิ้นต์ รมว.แรงงาน ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ และภริยา ให้การต้อนรับ จากนั้นเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ก่อนเข้าหารือข้อราชการเต็มคณะกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ที่สำนักประธานาธิบดี โดยนายเต็ง เส่ง จัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ โดยผู้นำทั้ง 2 ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จ.เชียงใหม่-เชียงตุง 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จ.ประจวบคีรีขันธ์-มะริด และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จ.ระนอง-เกาะสอง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โครงการรับจำนำข้าวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรปานเทพ กล้าณรงค์ราญสรรเสริญ พลเจียกรัฐธรรมนูญปรีชา จันทร์โอชาบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo