ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สร้างไทยเป็นศูนย์กลางการค้า

    ลม เปลี่ยนทิศ10 ต.ค. 2557 05:01 น.
    SHARE

    วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังอยู่พม่าเป็นวันที่สองก่อนกลับ ตามแผนเปิดตัว “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” กับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องสำคัญที่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์และรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เตรียมให้ นายกฯตู่ ไปคุยกับ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ก็คือ โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย เพื่อเชื่อมต่อกับ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เป็นโครงการที่เจรจากันมายาวนานไม่รู้กี่สิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เกิดสักที

    ผมเชื่อว่าโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายไม่มีทางเกิดในอีก 10 ปี ข้างหน้าอย่างแน่นอน

    พม่ายุคนี้มีโครงการ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” มากมาย เป็นกลยุทธ์การตลาดเพื่อเรียกแขกอย่างหนึ่ง แต่ที่เกิดขึ้นจริงวันนี้มีเพียงแห่งเดียวคือ “เขตเศรษฐกิจพิเศษถิลาวา” ที่พม่าร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใกล้กรุงย่างกุ้ง มีเส้นทางคมนาคมพร้อม ข้อมูลล่าสุดก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปเยือนพม่าหนึ่งวัน มีบริษัทต่างชาติเพียง 21 บริษัท ที่เซ็นสัญญาจะเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานโครงการถิลาวา

    21 บริษัทต่างชาติก็มี ญี่ปุ่น 9 แห่ง ไต้หวัน 4 แห่ง ไทย 3 แห่ง และ จีน ฮ่องกง สวีเดน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ชาติละแห่ง แต่ยังไม่ลงมือก่อสร้างแม้แต่แห่งเดียว ที่ดินยังเหลืออีกบานเบอะ คงต้องขายกันอีกหลายปีกว่าจะหมด

    ผมคิดว่า คุณอาคม ไปให้ความสนใจ โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย มากเกินไป ทั้งที่โครงการไม่มีความคืบหน้า รัฐบาลพม่าเองก็ไม่ได้สนใจมาก เพราะไม่มีเงินลงทุนพอ ในขณะที่ภาค “การค้า” หรือ Trading ที่ภาคเอกชนไทยค้าขายกับพม่าในวันนี้ กำลังทำเงินเข้าประเทศมากมาย แต่สภาพัฒน์กลับไม่ให้ความสนใจ ผมอยากเรียน นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ และ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯเศรษฐกิจ ว่า การทำเทรดดิ้งกับพม่าสำคัญกว่าโครงการทวายเยอะ วิถีชีวิตของคนพม่าวันนี้ แทบไม่ต่างจากวิถีชีวิตคนไทยเมื่อ 30 ปีก่อน สินค้าพื้นฐานต่างๆจึงขายดิบขายดีในพม่า

    จากการสำรวจของ เมียนมาร์ มาร์เก็ตติ้ง อะไลแอนซ์ พบว่า คนพม่ามองสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงอันดับ 3 รองจากสินค้าญี่ปุ่นและอเมริกา เหนือกว่าสินค้า อังกฤษ สิงคโปร์ ส่วน สินค้าจีน คนพม่าให้ความเชื่อถืออันดับบ๊วย

    ธุรกิจที่เป็น “ธุรกิจดาวรุ่งในพม่า” วันนี้ก็มี โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ จานดาวเทียม โรงแรม มอเตอร์ไซค์ การท่องเที่ยว ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ โฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ ล้วนเป็นธุรกิจที่คนไทยชำนาญและมีศักยภาพสูงทั้งสิ้น

    สินค้ายอดนิยมที่คนพม่าบริโภคกันมากเป็นอันดับต้นๆก็มี ผงชูรส 83% บะหมี่สำเร็จรูป 70% ผงปรุงรส 55% น้ำอัดลม 41% เครื่องดื่มชูกำลัง 19% แชมพู 100% ยาสีฟัน 98% สบู่ 95% แปรงสีฟัน 82% ทานาคา 64% (แป้งพื้นเมืองพม่า) ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า 42% ครีมโลชั่นบำรุงผิว 15% เป็นต้น

    ด้วยกำลังซื้อของพม่า 51 ล้านคน ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคจึงเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ที่สำคัญ สินค้าเหล่านี้ประเทศไทยผลิตได้หมดทุกอย่าง สามารถส่งไปขายได้ทันที แถมยังมีคุณภาพสูง ได้รับความเชื่อถือจากคนพม่า พม่าจึงเป็นตลาดการค้าที่มีโอกาสเติบโตสูงมาก

    ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะหันไปส่งเสริม “การค้า” หรือ Trading กับพม่า เพื่อหาเงินเข้าประเทศ จะได้รับประโยชน์มากกว่า แทนที่จะไปผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายซึ่งเป็นของพม่า และต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ไม่รู้ว่าอนาคตจะสดใสเป็นไปอย่างที่วาดฝันมาขายกันในวันนี้หรือไม่

    ประเทศไทยมีชายแดนติดกับพม่ายาวเหยียด มีด่านสำคัญติดต่อกันมากมาย ผมคิดว่า สภาพัฒน์ควรจะวางแผนพัฒนาเมืองชายแดนที่อยู่ติดกับพม่าทุกแห่งให้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายกับพม่า เพื่อ ทำให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางการค้าในอินโดจีน” เหมือนกับที่ สิงคโปร์ ทำตัวเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคนี้

    ดีกว่าเอาเงินไทยไปถมกับท่าเรือน้ำลึกทวายของพม่า ท่านนายกฯตู่ และ หม่อมอุ๋ย ลองเอาข้อมูลนี้ไปคิดเปรียบเทียบดูก็แล้วกัน อันไหนน่าผลักดันกว่ากัน.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศสร้างไทยเป็นศูนย์กลางการค้าเขตเศรษฐกิจพิเศษเขตเศรษฐกิจพิเศษถิลาวาประยุทธ์ จันทร์โอชา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo