วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ในหลวงพระราชทานโกศแปดเหลี่ยม บรมครูศิลปะ 'ประหยัด พงษ์ดำ'

ในหลวงพระราชทานโกศแปดเหลี่ยม บรมครูศิลปะ 'ประหยัด พงษ์ดำ'

โดย mythairath
19 ก.ย. 2557 19:44 น.
  • Share:

ในหลวงพระราชทานโกศแปดเหลี่ยมตั้งประกอบเกียรติยศ บรมครูศิลปะ "ประหยัด พงษ์ดำ" ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ที่สิ้นลมอย่างสงบด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ภายในบ้านพักย่านบางแค ลูกสะใภ้เผย หลังงานศพ "ถวัลย์ ดัชนี" คุณพ่อซึมเศร้า ไร้เสียงหัวเราะ แต่มีผลงานชิ้นพิเศษทำค้างไว้ เตรียมนำไปติดตั้งที่หอศิลป์ส่วนตัว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา…

นับเป็นความสูญเสียของปูชนียบุคคลวงการศิลปะอีกครั้ง เมื่อ ศ.ประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ปี 2541 เสียชีวิตอย่างสงบด้วย โรคหัวใจล้มเหลว ภายในบ้านพัก ช่วงเวลาเช้ามืด ของวันที่ 19 ก.ย.57 สิริอายุรวม 79 ปี 10 เดือน

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศแปดเหลี่ยมตั้งประกอบเกียรติยศ ในฐานะที่ได้รับพระราชทานสายสะพายชั้นสูง มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก พร้อมกันนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เป็นเวลา 7 วัน โดยพระพิธีธรรม จะสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่คืนวันที่ 19-25 ก.ย.57 เวลา 19.00 น. ณ ศาลา 1 เตชะอิทธิพร วัดเทพศิรินทราวาส ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพจะกำหนดวันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สวธ.มีเงินสวัสดิการสำหรับศิลปินแห่งชาติที่เสียชีวิต เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลศพมอบให้ครอบครัวจำนวน 20,000 บาท และยังมีเงินสำหรับสนับสนุนการจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท

ด้าน นางสุมลทรา พงษ์ดำ ภรรยาบุตรชาย ศ.ประหยัด กล่าวว่า ตนเป็นผู้ดูแลคุณพ่อมาโดยตลอด รู้สึกตกใจมากที่คุณพ่อเสียชีวิต โดยเมื่อวันที่ 18 ก.ย.57 ท่านมีอาการไข้เล็กน้อย จึงได้พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 และกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ในช่วงเย็นคุณพ่อก็ยังนั่งทานข้าวด้วยกันกับครอบครัวที่บ้าน โดยไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น.ก็ขึ้นไปนอนในห้องส่วนตัวคนเดียว จนกระทั่งเวลา 07.30 น. คุณแม่เห็นว่าผิดสังเกต เพราะตามปกติคุณพ่อต้องตื่นมาส่งหลานชาย และให้เงินก่อนไปโรงเรียนทุกวัน จึงเดินไปดูที่ห้อง ก่อนจะส่งเสียงตะโกนเรียกตามให้ตนขึ้นไปที่ห้องนอน ก่อนจะพบว่าคุณพ่อได้นอนสิ้นลมไปอย่างสงบ

นางสุมลทรา กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้คุณพ่อมีโรคประจำตัวรุมเร้า ทั้งเบาหวาน ความดันสูง หัวใจ ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม เพิ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชด้วยอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก แพทย์จึงได้ทำการขยายหลอดเลือดหัวใจ และเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วก็บอกเป็นระยะว่า มีอาการเหนื่อยใจจะขาด ไม่ค่อยมีแรง และนอนไม่ค่อยหลับ อีกทั้งช่วงหลังมีความเครียดกับเรื่องงานหลายเรื่อง ประกอบกับการจากไปของ อ.ถวัลย์ ดัชนีย์ ศิลปินแห่งชาติก็ยิ่งทำให้คุณพ่อคิดมากไปอีก เพราะทั้งสองท่านเป็นศิลปินที่ใกล้ชิดกันมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ซึ่งในงานวันสวดอภิธรรมศพ อ.ถวัลย์ คุณพ่อหกล้มจนศีรษะแตกด้วย และหลังจากงานศพ อ.ถวัลย์ คุณพ่อก็ดูซึมเศร้า ไม่คุยเล่นเหมือนเคย และแทบจะไม่ได้เห็นคุณพ่อหัวเราะอีกเลย

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อยังมีผลงานที่ได้สร้างสรรค์ค้างไว้อีก 1 ชิ้น เป็นการแกะไม้และเพ้นท์รูปบึงดอกบัวและต้นโพธิ์ ขนาดใหญ่เกือบ 2 เมตร ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ซึ่งท่านบอกไว้ว่าอยากให้ผลงานชิ้นนี้เป็นชิ้นพิเศษของตนเองที่จะนำไปติดตั้งไว้ที่หอศิลป์ส่วนตัวที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ปัจจุบันได้จัดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทัศนศิลป์ให้แก่ประชาชน

ส่วน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการศิลปะ เนื่องจาก ศ.ประหยัดเป็นปูชนียบุคคลของชาติ ที่สร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ ทำงานเพื่อสังคม บริจาคภาพเพื่อประมูลให้เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนศิลปะอย่างสม่ำเสมอ โดยภาพที่โด่งดังส่วนใหญ่ของอาจารย์จะเป็นภาพเกี่ยวกับสัตว์ เช่น แมว นกฮูก เป็นต้น

นายธงชัย รักษ์ปทุม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ กล่าวว่า ตนได้พบกับนายประหยัดครั้งสุดท้ายที่งานศพของ นายถวัลย์ เห็นว่าท่านมีสีหน้าไม่สู้ดี ดูอิดโรยตามสังขาร ก็แสดงความห่วงใยและแนะนำให้พักผ่อนมากๆ เมื่อท่านจากไปรู้สึกช็อกมาก เพราะ ศ.ประหยัดเป็นอาจารย์ที่เคารพรัก มีความผูกพันและใกล้ชิดมาก เป็นบรมครูด้านงานการสร้างสรรค์ศิลปะ ถือเป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ได้อย่างประเสิรฐ ท่านมีภูมิปัญญา มีความคิด มีหัวใจของความเป็นครูที่จะถ่ายทอดอรรถรสงานศิลปะให้กับลูกศิษย์ได้สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านความขยันและรักในงานศิลปะ รวมถึงยกย่องเทิดทูน ศ.ศิลป์ พีระศรี ผู้วางรากฐานศิลปะร่วมสมัยของไทย

นายธงชัย กล่าวอีกว่า ด้วยความเป็นคนอ่อนโยน ในการทำงานศิลปะท่านจึงสะท้อนผ่านผลงานศิลปะที่มีสุนทรียภาพอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะภาพชุด "แม่อุ้มลูก" ภาพชุด "ครอบครัวแมวและไก่" ในยุคปัจจุบันจะหาศิลปินอาจารย์ที่ทำหน้าที่ความเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินได้เท่ากับ ศ.ประหยัด และเป็นศิลปินที่ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่เคยปฏิเสธ

สำหรับประวัติ ศ.ประหยัด พงษ์ดำ เกิดเมื่อวันที่ 28 ต.ค.2477 ที่ จ.สิงห์บุรี มีความสนใจวาดภาพสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่เด็ก หลังเข้าศึกษาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างและมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับปริญญาตรีศิลปบัณฑิต (จิตรกรรม) ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลอิตาลีไปศึกษาต่อ ณ สถาบันประณีตศิลป์แห่งกรุงโรมศึกษาจบหลักสูตรได้รับดีโพลมา ในปี พ.ศ.2504 ทั้งนี้ ศ.ประหยัดได้สร้างชื่อเสียงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ รวมถึงได้รับรางวัลในการแสดงงานศิลปะ ณ ประเทศอิตาลี หลายรางวัล เมื่อกลับมาประเทศไทยได้คิดค้นกรรมวิธีภาพพิมพ์ ด้วยเทคนิควิธีแปลกใหม่ ที่มีคุณประโยชน์อย่างมาก แก่วงการศิลปะภาพพิมพ์ อีกทั้ง เป็นผู้ริเริ่มออกแบบสร้างสรรค์ดวงตราไปรษณียากรที่มีคุณค่าทางศิลปะอันงดงาม สร้างผลงานภาพพิมพ์ จนได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศ

ต่อมา พ.ศ.2506 ได้รับเลือกเป็นศิลปินเกียรติยศ สาขาภาพพิมพ์ จากสถาบันศิลปะ กรุงฟลอเรนซ์ อิตาลี โดยรัฐบาลอิตาลี พ.ศ.2524 ได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้นเยี่ยมในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติในประเทศไทย พ.ศ.2539 ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เขียนภาพประกอบในหนังสือพระมหาชนก จำนวน 4 ภาพ

อย่างไรก็ตาม ศ.ประหยัด ยังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ผลงานมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เป็นผู้มีอาวุโสผู้หนึ่งที่ยังให้การศึกษาแก่ศิษย์ ในคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาภาพพิมพ์ คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้สร้างคุณประโยชน์อย่างมากไว้แก่วงการศิลปะ และการศึกษาศิลปะของไทย จนเมื่อปี พ.ศ. 2541 ศ.ประหยัด ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์).

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้