วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดชปล.! 'ราชันชุดขาว' เฝ้ารังรับบาเซิล 'หงส์แดง' เจอแชมป์บัลแกเรีย

ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014-15 กลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในรอบแบ่งกลุ่ม โดยจะประเดิมนัดแรกด้วยกลุ่มเอ, บี, ซี และ ดี ในวันอังคารที่ 16 กันยายน ซึ่งทั้ง 8 คู่ จะแข่งเวลา 01.45 น. พร้อมกันทั้งหมด และคู่ที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นการลงสนามของแชมป์เก่า เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล ที่กลับมาเล่นในรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี...

กลุ่มเอ

ยูเวนตุส (อิตาลี)-มัลโม (สวีเดน)

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : ไซมอน มาร์ซีเนียค (โปแลนด์)

ฝูงม้าลาย ยูเวนตุส แชมป์อิตาลี และอดีตแชมป์รายการนี้ 2 สมัย ลงเล่นในลีกไปแล้ว 2 นัด ชนะรวด แถมยังไม่เสียประตู นัดนี้เล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือชาวอิตาลี "มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี" ตั้งเป้าเก็บ 3 แต้มเป็นประเดิมไว้ก่อน แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน โรเบอร์โต เปเรรา กองกลางชาวอาร์เจนตินา ที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน อัลบาโร โมราตา ดาวยิงชาวสเปน เจ็บเข่า, อันเดรีย บาซาญี กองหลังชาวอิตาลี เจ็บน่อง, อาร์ตูโร วิดัล กองกลางชาวชิลี และ อันเดรีย ปิร์โล กองกลางชาวอิตาลี เจ็บต้นขา ลงช่วยทีมไม่ได้เช่นกัน ขณะที่ คาร์ลอส เตเบซ ดาวยิงชาวอาร์เจนตินา ยังต้องรอทดสอบความฟิต เพราะมีอาการเจ็บต้นขาเล็กน้อย

มัลโม แชมป์สวีเดน ทำผลงาน 5 นัดหลังสุดไม่ดีนัก ชนะแค่ 2 ครั้ง ส่วนเกมเยือน ไม่ชนะใคร 4 นัดติดต่อกันแล้ว เป็นงานหนักให้กุนซือชาวนอร์เวย์ อาเก ฮาไรเด ต้องแก้ปัญหา โดยเฉพาะการขาดกำลังสำคัญอย่าง ริคาร์ดินโญ กองกลังชาวบราซิล เจ็บเข่า กับ ไซมอน เธิร์น กองกลางชาวสวีเดน ที่เจ็บน่อง ส่วนตัวหลักชาวสวีเดนอีก 3 คน ยังต้องรอทดสอบความฟิตเพราะมีอาการเจ็บรบกวน อาทิ เอริค โยฮันส์สัน, แม็กนุส อีริคส์สัน และ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกัน


โอลิมเปียกอส (กรีซ)-แอตเลติโก มาดริด (สเปน)

สนาม : สตาดิโอ จอร์จิออส คาราอิสคาคิส
ผู้ตัดสิน : เปโดร โปรเอนกา (โปรตุเกส)

โอลิมเปียกอส แชมป์กรีซ ทำผลงานไม่แพ้ใครในเกม 3 นัดล่าสุด นัดนี้ได้เล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ มิเชล หวังชนะสถานเดียว แม้จะต้องพบกับทีมจากบ้านเกิดตัวเองก็ตาม โดยยังต้องรอทดสอบความฟิตของตัวหลักชาวกรีซอย่าง จิอันนิส มาเนียติส กับ ดิมิทริส ซิโอวาส 2 กองหลังที่เจ็บข้อเท้า

แข้งตราหมี แอตเลติโก มาดริด รองแชมป์เก่า และแชมป์สเปน ของกุนซือชาวอาร์เจนตินา ดีเอโก ซิเมโอเน พร้อมเต็มพิกัดในนัดนี้ และหวังบุกมาเก็บแต้มให้ได้อีกด้วย เพราะตอนนี้สภาทีมกำลังฟิตเต็มร้อย มีเพียง คริสเตียน โรดริเกซ กองกลางชาวอุรุกวัย ที่ยังรอทดสอบความฟิต เพราะเจ็บน่อง

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกัน

กลุ่มบี

ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)-ลูโดโกเรตส์ (บัลแกเรีย)

สนาม : แอนฟิลด์
ผู้ตัดสิน : มาเตจ์ ยุก (สโลวีเนีย)

พลพรรคหงส์แดง ลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียร์ลีก และอดีตแชมป์รายการนี้ 5 สมัย กลับมาลงแข่งอีกครั้งหลังหลุดวงโคจรไปกว่า 5 ปี "เบรนแดน ร็อดเจอร์ส" กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ หวังชนะสถานเดียว เพื่อตุนแต้มเข้ารอบ แม้ว่าผลงานยังลุ่มๆ ดอนๆ ชนะกับแพ้อย่างละ 2 นัดในลีก โดยนัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง แต่ก็ขาดกำลังสำคัญหลายคน อาทิ เอ็มเร คาน กองกลางชาวเยอรมัน ติดโทษห้ามแข่งและเจ็บข้อเท้าอีกด้วย ส่วน ลาซาร์ มาร์โควิช กองกลางชาวเซอร์เบีย ติดโทษห้ามแข่งเช่นกัน ขณะที่ เดเนียล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกชาวอังกฤษ เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ด้าน โจ อัลเลน กองกลางชาวเวลส์, มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังชาวสโลวาเกีย, จอน ฟลานาแกน และ เกล็น จอห์นสัน 2 กองหลังชาวอังกฤษ ยังต้องรอทดสอบความฟิต คงต้องพึ่งพาตัวทีเด็ดอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง กับ มาริโอ บาโลเตลลี ในเกมรุกเท่านั้น

ลูโดโกเรตส์ แชมป์บัลแกเรีย ของกุนซือ จอร์จี้ เดอร์เมนด์ซีเยฟ ที่ทำผลงานกับทีมบ้านเกิดตัวเองได้ดีเกินคาด จนหลุดเข้ามาถึงรอบแบ่งกลุ่มสำเร็จ นัดนี้ออกมาเยือนรังหงส์แดง ถ้าเน้นตั้งรับอาจได้แต้มกลับบ้าน แต่ก็ขาดกำลังสำคัญหลายคน อาทิ วลาดิสลาฟ สโตยานอฟ นายทวารที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วนอีวาน โวโรวิช นายทวารอีกคนเจ็บไหล่ ทำให้มีนายทวารดาวรุ่ง วัย 17 ปี ให้ใช้งานคนเดียว ต้องรอดูว่าจะปรับตำแหน่งกันยังไง ขณะที่ อเลซองเดร บาร์ธ กองหลังชาวฝรั่งเศส ลงไม่ได้เพราะเจ็บต้นขา ด้าน จอร์จี้ เตอร์ซิเยฟ เจ็บโคนขาหนีบ ยังต้องรอทดสอบความฟิต

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกัน

เรอัล มาดริด (สเปน)-บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์)

สนาม : ซานติอาโก เบร์นาเบว
ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมินา (สโลวีเนีย)

ขุนพลราชันชุดขาว เรอัล มาดริด แชมป์เก่า และอดีตแชมป์รายการนี้ 10 สมัย ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะชนะแค่นัดเดียวจากเกม 5 นัดหลังสุด นัดนี้เล่นในถิ่นตัวเอง คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือชาวอิตาลี ต้องการ 3 แต้มเท่านั้น จึงเตรียมจัดชุดใหญ่ลงตัวจริงครบ อาทิ คริสเตียโน โรนัลโด, ฮาเมส โรดริเกซ, โทนี โครส, คาริม เบนเซมา และ เกเรธ เบล แต่ที่ลงไม่ได้เพราะเจ็บก็มี ซามี เคดิรา กับ เฆเซ ส่วน ดานี คาร์บาฆาล ยังรอทดสอบความฟิต

บาเซิล แชมป์สวิส ของกุนซือ เปาโล ซูซา ทำผลงานชนะ 3 จากเกม 5 นัดหลังสุด นัดนี้บุกมาเยือนถิ่นราชัน เจองานหนักแน่นอน แถมต้องขาดกำลังหลักที่ติดโทษห้ามแข่งอย่าง มาร์เซโล ดิอาซ กองกลางชาวชิลี ส่วน ฟิลิปป์ เดเกน กับ อีวาน อิวานอฟ 2 กองหลังตัวเก่ง ลงช่วยทีมไม่ได้เพราะเจ็บ


สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกัน


กลุ่มซี

โมนาโก (ฝรั่งเศส)-เลเวอร์คูเซน (เยอรมัน)

สนาม : สต๊าด หลุยส์ เดอ
ผู้ตัดสิน : พาเวล คราโลเวช (เช็ก)

โมนาโก รองแชมป์ลีก เอิง ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในตอนนี้ เพราะเพิ่งชนะนัดเดียวจากเกม 5 นัดหลังสุด นัดนี้ได้เล่นในรังตัวเองก่อน เลโอนาร์โด ยาร์ดิม กุนซือชาวโปรตุเกส หวังกำชัยนัดแรกให้ได้เพื่อโอกาสในการลุ้นเข้ารอบ แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 แข้งหลักที่เจ็บอย่าง ไอเมน อับเดนนัวร์, บอร์ฆา โลเปซ และ ลาซินา ตราโอเร ที่นัดกันเจ็บพอดี

ทีมนายห้างขายยา เลเวอร์คูเซน กำลังทำผลงานได้ดี ไม่แพ้ใครในเกม 5 นัดหลังสุด แถมยังนำจ่าฝูงบุนเดสลีกา อีกด้วย กุนซือ โรเจอร์ ชมิดท์ หวังถึงชัยชนะในนัดนี้เช่นกัน แม้จะเป็นทีมเยือนก็ตาม ทั้งนี้ก็จะหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 แข้งหลักที่เจ็บเช่นกันคือ คิเรียคอส ปาปาโดปูลอส, ไซมอน โรลเฟส และ ยูเลียน บรันด์ท


สถิติที่พบกันในรายการนี้ : โมนาโก ชนะ 1 และเสมอกัน 1 ครั้ง

เบนฟิกา (โปรตุเกส)-เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย)

สนาม : เอสตาดิโอ โด สปอร์ต ลิสเบา เอ เบนฟิกา
ผู้ตัดสิน : สเวน โมน (นอร์เวย์)

ฝูงเหยี่ยวลิสบอน เบนฟิกา แชมป์โปรตุเกส และอดีตแชมป์รายการนี้ 2 สมัย ยังไม่แพ้ใครในเกม 5 นัดหลังสุด นัดนี้ลงเล่นในรังตัวเอง กุนซือ ฮอร์เก เฮซุส หวังเก็บชัยชนะเป็นประเดิมให้ได้ เพราะขุมกำลังกำลังแข็งแกร่งเต็มที่ พร้อมส่งชุดดีที่สุดลงสนาม จะขาดเพียง ซิลวิโอ กองหลังตัวเก่งที่ลงไม่ได้ เพราะเจ็บขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

เซนิตฯ รองแชมป์รัสเซีย ที่ทำสถิติชนะรวด 10 นัดติดต่อกัน เตรียมบุกไปเยือนถิ่นเหยี่ยว นัดนี้กุนซือ อังเดร วิลลาส-โบอาส ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง ก็หวังจะเอาชัยชนะกลับออกไปให้ได้เช่นกัน แต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน วิคเตอร์ ฟายซูลิน กองกลางตัวเก่งที่ติดโทษห้ามแข่ง ส่วน เอเซเคียล การาย กองกลังชาวอาร์เจนตินา กับ ฮัลค์ ดาวยิงชาวบราซิล ยังต้องรอทดสอบความฟิตเพราะเจ็บ


สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ชนะทีมละ 1 ครั้ง

กลุ่มดี

กาลาตาซาราย (ตุรกี)-อันเดอร์เลทช์ (เบลเยียม)

สนาม : เติร์ก เทเลคอม อารีนา
ผู้ตัดสิน : อิสต์วาน วัด (ฮังการี)

กาลาตาซาราย รองแชมป์ตุรกี ชองกุนซือ เชซาเร ปรันเดลลี ทำผลงานได้ดีพอสมควร นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเองก่อน จึงหวังเผด็จศึกเต็มที่ และไม่มีปัญหานักเตะเจ็บ หรือติดโทษห้ามแข่งเลยสักคนเดียว ทำให้จะมีตัวหลักลงสนามครบครัน อาทิ โกรัน ปันเดฟ, อูมัต บูลุต, ฮามิต อัลตินท็อป และ เวสลีย์ สไนเดอร์

อันเดอร์เลทช์ แชมป์เบลเยียม ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใคร 7 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล นัดนี้ออกมาเยือน แต่กุนซือชาวแอลเบเนีย เบสนิค ฮาซี ยังต้องหนักใจกับตัวหลักที่ลงช่วยทีมไม่ได้เพราะติดโทษห้ามแข่ง 2 คน คือ ซิลวิโอ โปรโต นายทวารตัวเก่ง กับ ฟาบริซ เอ็นซากาลา กองหลังชาวฝรั่งเศส ส่วน อองตวน ฟานเดน บอร์เร ต้องรอทดสอบความฟิต

สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกัน


ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน)-อาร์เซนอล (อังกฤษ)

สนาม : ซิกนัล อิดูนา พาร์ค
ผู้ตัดสิน : โอเลการิโอ เบนเคเรนกา (โปรตุเกส)

ฝูงเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ เพิ่งจะแพ้ครั้งเดียวจากเกม 5 นัดหลังสุด นัดนี้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง กุนซือ เยอร์เกน คลอปป์ สั่งลุยแหลกตามเดิม แม้ว่าจะขาดตัวหลักที่ลงไม่ได้เพราะเจ็บถึง 6 คนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น มัตส์ ฮุมเมลส์, อิเคย์ กุนโดกัน, มาร์โก รอยส์, ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, นูริ ซาฮิน และ โอลิเวอร์ เคียร์ค

ทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล ไม่แพ้ใครมา 7 นัดรวดเข้าให้แล้ว นัดนี้ออกมาเยือนถ้ำเสือเหลือง กุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ เจองานหนักแน่นอน และจะไม่มีตัวหลักลงช่วยทีม อาทิ มาธิว เดอบูชี และ ธีโอ วัลคอตต์ ที่นัดกันเจ็บยาว ส่วน แซร์จ จีนาบรี ยังรอทดสอบความฟิต


สถิติที่พบกันในรายการนี้ : ดอร์ทมุนด์ ชนะ 2 อาร์เซนอล ชนะ 3 และเสมอกัน 1 ครั้ง