วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คนไทยสวมกันน็อกไม่ถึงครึ่ง เฉลี่ย 43% คนเหนืออีสานน้อยสุด-ชี้เพราะตำรวจไม่กวดขัน

คนไทยสวมกันน็อกไม่ถึงครึ่ง เฉลี่ย 43% คนเหนืออีสานน้อยสุด-ชี้เพราะตำรวจไม่กวดขัน

  • Share:

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.57 ที่โรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ เทอมินอล 21 มูลนิธิไทยโรดส์เครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Watch) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงผลสำรวจอัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้จักรยานยนต์ประจำปี 2556 นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล กรรมการเลขานุการมูลนิธิไทยโรดส์ กล่าวว่า มูลนิธิได้สำรวจพฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์บนท้องถนน 1,484,669 คน ทั่วพื้นที่ประเทศไทย ทั้งนี้ พบว่าปี 2556 ผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีผู้สวมหมวกนิรภัยร้อยละ 43 แบ่งเป็นผู้ขับขี่ที่สวมหมวกร้อยละ 51 ผู้โดยสารร้อยละ19 สำหรับจังหวัดที่มีประชาชนใช้หมวกนิรภัยมากที่สุดในปี 2556 ได้แก่ ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก ร้อยละ49 ภาคอีสาน จ.นครราชสีมา ร้อยละ 49 ภาคกลางและภาคตะวันออก จ.นนทบุรี ร้อยละ 69 ภาคใต้จ.ภูเก็ต ร้อยละ 68 และกรุงเทพมหานคร ร้อยละ78 ทั้งนี้พบว่ากลุ่มผู้ใหญ่สวมหมวกกันน็อกมากที่สุด ร้อยละ 49 กลุ่มวัยรุ่นร้อยละ 23 กลุ่มเด็กร้อยละ7 ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยที่สุด ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ประชาชนไม่สวมหมวกนิรภัย เพราะรู้สึกว่าตำรวจไม่กวดขัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเน้นการรณรงค์มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณนอกเมืองของทุกจังหวัด เนื่องจากพบว่าเขตนอกเมืองมีการสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 46 เท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทดลองบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างการสวมหมวกกันน็อกให้เป็นวัฒนธรรมแห่งการปลอดภัย และเร่งสร้างให้เกิดมาตรการองค์กรในการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายให้แก่ประชาชน

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมา ไม่ขับ กล่าวว่า จะต้องกำหนดนโยบายในระดับรัฐบาล แล้วจะส่งผลให้ทุกฝ่ายทำงานไปพร้อมๆกัน นอก จากนี้จะต้องเสนอสถิติการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากไม่สวมหมวกกันน็อกให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นเห็นเป็นตัวเลข และเน้นให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมายมากขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายจะต้องหาความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนให้ความร่วมมือ เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคนเดียวจะทำให้ประชาชนมองในภาพลบ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้