วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
 วิปสนช.แจงเกณฑ์เลือกนายกฯ ต้องได้เสียงโหวต 99 คะแนน ขึ้นไป

วิปสนช.แจงเกณฑ์เลือกนายกฯ ต้องได้เสียงโหวต 99 คะแนน ขึ้นไป

  • Share:

วิปสนช.แจงหลักเกณฑ์ เลือกนายกรัฐมนตรี ต้องได้เสียงโหวต 99 คะแนน ขึ้นไป ใช้วิธีขานชื่อโดยเปิดเผย ชี้ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องประชุมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ 

วันที่ 20 ส.ค.ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงภายหลังการประชุมวิป สนช.ว่า ที่ประชุมวิปสนช. มีมติให้มีการประชุม สนช.สัปดาห์ละ 2 วัน ในวันพฤหัส และวันศุกร์ เวลา 10.00 น. โดยจะประชุมวิปสนช.ทุกวันอังคาร ส่วนวาระการประชุม สนช.ในวันที่ 21 ส.ค. มีเพียงวาระเดียว คือ การให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี จะเริ่มจาก การเสนอร่างข้อบังคับการประชุม เฉพาะหลักเกณฑ์เรื่องการเลือกตัวนายกรัฐมนตรี ให้ที่ประชุม สนช.เห็นชอบ เมี่อที่ประชุมให้ความเห็นชอบแล้ว จะพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีโดยให้สมาชิกสนช.เสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีสมาชิก สนช. 1 ใน 5 ให้การรับรอง หรือประมาณ 40 คน โดยใช้วิธีเสียบบัตรลงคะแนนในการรับรอง แทนการยกมือรับรองเหมือนที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรับรองชื่อซ้ำซ้อนกันหากมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีมากกว่า 1 คน

นพ.เจตน์กล่าวว่า หลังจากมีผู้รับรองครบถ้วนแล้วขั้นตอนการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี จะให้เลขาธิการวุฒิสภาขานรายชื่อสมาชิก สนช. ทีละคนเพื่อให้ลงมติโดยเปิดเผยว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง โดยผู้ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ สนช.ที่มีอยู่หรือ 99 คะแนนขึ้นไป ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องประชุม ไม่จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพียงแต่ผู้เสนอชื่อต้องรับผิดชอบเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติว่าบุคคลดังกล่าวต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและต้องมีการทาบทามบุคคลดังกล่าวมาล่วงหน้าแล้ว

นพ.เจตน์ กล่าวว่า สำหรับการพิจารณากฎหมายเร่งด่วน ขณะนี้ คสช.เสนอกฎหมายให้สนช.พิจารณา 10 ฉบับ ซึ่ง สนช.จะพิจารณาในเบื้องต้นก่อน 6 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.ถวายความปลอดภัย 2.ร่างพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 3.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 4.ร่างพ.ร.บ.ศุลกากร 5.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 6.ร่างพ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 โดยจะนำเข้าหารือในการประชุมสนช.วันที่ 28 ส.ค. ซึ่งในการประชุมวิป สนช.วันที่ 26 ส.ค.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงรายละเอียดของกฎหมายเหล่านี้ให้ สนช.ทราบเพื่อสรุปนำเข้าสู่การประชุม สนช.ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้