วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจ็บแต่จบ! รักร้าวดาราสะท้านเมือง

เจ็บแต่จบ! รักร้าวดาราสะท้านเมือง

  • Share:

เมื่อคน 2 คนรักกันปลายทางแห่งความรักที่ทุกคู่รักใฝ่ฝันก็คงจะหนีไม่พ้นการลงเอยใช้ชีวิตร่วมกันกันอย่างมีความสุข แต่น่าเศร้าที่ปลายทางของหลายคู่กลับไม่เป็นอย่างที่หวังเพราะมันคือการ "เลิกรา"

มี "รัก" ก็ต้องมี "เลิก" หลายคู่ในวงการบันเทิงก็เช่นกันที่จุดจบความรักของพวกเขาคือการเลิกรา และแน่นอนด้วยความเป็น "ดารา" การยุติความรักแต่ละครั้งก็เลยเป็นเรื่องที่โดนจับจ้องเป็นพิเศษ ดังเช่นข่าวครึกโครมของคู่รัก JA "เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" และ "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" ที่ตัดสินใจ "เจ็บ" แต่ "จบ" กันไปแบบทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์

ซึ่งก็มีอีกหลายคู่รักดาราเช่นกันที่การตัดสินใจจบความรักของพวกเขาตกเป็นข่าวใหญ่ในสังคม เพราะแต่ละจุดจบความรักที่ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" กำลังจะพูดถึง นับเป็นตำนานความรักที่ "เจ็บแต่จบ" สะท้านเมือง

มาช่า-หนุ่ย
"หนุ่ย-อำพล ลำพูน" กับ "มาช่า วัฒนพานิช" ที่แอบปลูกต้นรักกันเงียบๆ ก่อนที่นางเอกสาวที่ว่าสวยกันที่สุดในยุคนั้นจะหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง โดยให้เหตุผลว่าไปเรียนต่อต่างประเทศ และในที่สุดในปี 2531 "มาช่า-หนุ่ย" ก็กลับมาเปิดใจว่าทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วที่จ.ระยอง และตอนนี้ได้มีทายาทด้วยกันโดยได้ไปคลอดลูกชายที่ต่างประเทศ จากนั้นทั้งคู่ก็ครองรักกันโดยที่ทุกคนยกให้เป็นคู่รักดาราที่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

แต่ในปี 2540 ก็มีข่าวช็อควงการเมื่อมีข่าวว่าทั้งคู่แยกทางกันแล้ว ซึ่งหลังเกิดข่าวลือโหมกระหน่ำ ในที่สุด "มาช่า-อำพล" ก็ได้ออกมาเปิดใจว่าหย่ากันจริง โดย ณ ตอนนั้น "มาช่า" เปิดใจว่าไม่สามารถตอบได้ว่าเลิกกันเพราะอะไร เรารักกันขนาดนี้ คงไม่มีใครสามารถทำให้เราแยกกันได้ยกเว้นตัวเราเองทั้งสองคน และไม่เคยเสียใจเลยที่ได้แต่งงานและมีลูกกับ "อำพล ลำพูน"

ขณะที่ "หนุ่ย" ก็กล่าวว่าเหตุที่แยกเพราะตนไม่ค่อยเอาใจใส่ "มาช่า" เท่าที่ควร และด้วยทัศนคติที่ไม่ตรงกัน "สำหรับผม ชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องสวยงาม เป็นเรื่องราวของคนสองคน ความรักคนๆ เดียวสร้างไม่ได้ แต่คนๆ เดียวสามารถทำลายมันได้"

'หนุ่ย-มาช่า' เมื่อครั้งมีปัญหากันขึ้นโรงพัก

เรื่องราวของเขาและเธอเหมือนจะจบลงอย่างถาวร แต่ท้ายที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2545 "มาช่า-อำพล" ก็มีเรื่องขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์กันอีกครั้ง โดยฝ่ายหญิงแจ้งความจับอดีตสามีฐานตบหน้าพี่เลี้ยงลูกชายที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งศึกครั้งนั้นเป็นข่าวคราวให้คนได้ติดตามอยู่นานกว่าจะเคลียร์กันได้

ที่สุดคือเพื่อนทีดีของกันและกัน

และถึงแม้อดีตคู่รักทรหด "หนุ่ย-มาช่า" จะผ่านเหตุการณ์ทั้งเจ็บทั้งจบกันมามากมาย โดยบางคนก็ว่าจบสวยบางคนก็ว่าจบไม่สวย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็หันกลับมาเป็นเพื่อนที่ดี ในฐานะพ่อและแม่ที่ดีของลูกชาย โดยล่าสุดก็เรียกเสียงฮือฮาขึ้นคอนเสิร์ตโชว์สวีตด้วยกันเมื่อกลางปี 2556 ที่ผ่านมา

นัท-เต๋า

เปิดฉากความรักต่างค่ายในยุคนั้นอย่างฮือฮาสำหรับความรักที่แสนหวานของ "เต๋า-สมชาย เข็มกลัด" และ "นัท มีเรีย" จนในที่สุด 17 พ.ค. 2546 ทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์สุดอลังการชนิดปิดอิมแพ็ค อารีน่า ฉลอง แต่ด้วยปัญหาคลาสสิค "เราไปกันไม่ได้" ที่คาราซังมานาน สุดท้ายทั้งคู่จึงยอมเจ็บตัดสินใจเปิดโอกาสให้กันและกันในการเริ่มชีวิตใหม่ เลือกจบชีวิตคู่เดินทางไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักเขตปทุมวันเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2549 โดย "นัท มีเรีย" มีเพลง "รักไม่ช่วยอะไร" ออกมาเป็นบทสรุปความรักของเขาและเธอ ปัจจุบันทั้งคู่ต่างคนก็ต่างมีเส้นทางใหม่สร้างครอบครัวของตนเองอีกครั้ง

วิวาห์หวาน 'นัท-เต๋า' แต่วันนี้เราคือเพื่อนกัน
เมื่อรักไม่ช่วยอะไรจึงขอเดินหน้าใหม่

ทาทา-เปรม
ยกให้เป็นงานช้างอีกงานของวงการบันเทิงไทยเพราะเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2550 นักร้องสาวซุปเปอร์สตาร์ "อมิตา ทาทา ยัง" เข้าพิธีหมั้นกับไฮโซหนุ่มทายาทค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ "เปรม บุษราคัมวงษ์" โดยฝ่ายชายยกขบวนสินสอดที่มีมูลค่ารวมร่วม 100 ล้านบาท!

การถอนหมั้นครั้งนั้นไม่มีใครรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรและจะไม่มีวันรู้

แต่ใครเลยจะเชื่อว่าจากนั้นให้หลังอีกเพียง 9 เดือน เรือรักของทั้งคู่กลับล่มไม่เป็นท่า โดยในวันที่ 13 ส.ค. 2551 "ทาทา" ยอมเจ็บด้วยตัวเอง ออกมายุติข่าวลือต่างๆ นานาที่ลือกันมากมายถึงสาเหตุการถอนหมั้น โดยให้เหตุผลว่าต่างคนต่างยังเด็ก มีวิถีชีวิตที่ต่างกันจึงขอ Take a break ต่อกัน

ณ วันนั้นมันคือความรัก
'ทาทา' ขอ MOVE ON อย่างเข็มแข็ง

ซึ่งเรื่องราวความรักที่จบลงของทั้งคู่ก็ยังเป็นปริศนาถึงทุกวันนี้ว่าถอนหมั้นกันเพราะสาเหตุใด โดยล่าสุด "ทาทา"​ได้กล่าวบนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ของเธอเมื่อเดือน มี.ค.2557 ว่าข่าวลือทั้งหมดที่ออกมาเกี่ยวการถอนหมั้นของเธอและ "เปรม" ไม่มีข่าวไหนจริงเลย ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรและจะไม่มีวันรู้ "ถึงแม้ว่าเราสองคนจะไปด้วยกันไม่ได้ แต่ทาทากับเขาก็ยังรักกันมาก ทาทาจะมีความรู้สึกดีๆ ให้เขาตลอดไปไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม"

ก่อนที่ "ทาทา" จะเผยความในใจว่าเพลง "สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีหัวใจ" ของเธอเอง เป็นเพลงที่ทรมานจิตใจตนเองมากในช่วงนั้นเพราะเป็นเพลงที่ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกของเธอจริงๆ

สุดท้ายวันนี้ทั้ง "เปรม" และ "ทาทา" ก็ Move On ต่างคนต่างมีแฟนและคู่ชีวิตที่แฮปปี้

เอ๊ะ-เจมส์/จั๊กจั่น-ชาคริต
เป็นอีกสองคู่ที่เกือบได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่จะต่างตรงที่คู่ของ "เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์" และ "เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาติวรศิลป์" ใช้เวลา 12 ปีในการคบหาดูใจ แถมยังผ่านการประกาศแต่งงานกันมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเพราะทัศนคติการใช้ชีวิตไม่ตรงกัน โดยทั้งคู่เผยว่าช่วง 5 ปีหลังพยายามปรับจูนเข้าหากันแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เข้าตำรายอมเจ็บให้จบในวันนี้ดีกว่ายื้อให้อึดอัดกันทั้ง 2 ฝ่าย

สปิริตของความรัก 12 ปียอมจบเพื่อเปิดโอกาสใหม่ให้กันและกัน

โดยประโยคหนึ่งของ "เจมส์" ในวันที่ควง "เอ๊ะ" ออกมาแถลงข่าวเลิกเขากล่าวว่า "เราไม่ได้ทะเลาะกัน เราพยายามจนถึงจุดหนึ่ง มองหน้ากันแล้วบอกว่าไม่ไหวแล้ว เลิกกันเถอะเพราะมัน 12 ปีแล้ว ชีวิตจะได้ทำอย่างอื่นต่อครับ"

เมื่อไม่ใช่ก็ต้องยอมเจ็บเพื่อจบ

ฟากคู่รัก "ชาคริต แย้มนาม" และ "จั๊กจั่น-อคัมย์ศิริ สุวรรณศุข" ที่ใช้เวลาคบหากันเพียง 3 อาทิตย์จากนั้นในวันที่ 14 พ.ค. 2549 ก็ตั้งโต๊ะประกาศหมั้นกันในเดือนหน้าและเตรียมแต่งงานกันในวันที่ 11 มี.ค.2550 ทันที เพราะรู้สึกว่าเจอคนที่ใช่ของกันและกันจึงไม่รู้จะรอเวลาทำไม แต่หลังจากวันแถลงข่าวเพียงไม่นานในวันที่ 25 ต.ค.2549 "สาวจั๊กจั่น" ก็ออกมาเปิดใจแบบเจ็บๆ ทั้งน้ำตาว่างานวิวาห์จะไม่เกิดขึ้นเพราะเราได้จบความสัมพันธ์ลงแล้วหลังคบหาดูใจกันเพียง 6 เดือน โดย "จั๊กจั่น" เผยว่าหลังจากได้เรียนรู้กันจริงๆ จึงได้รู้ว่ามีหลายสิ่งที่เข้ากันไม่ได้ ขณะที่ "ชาคริต" ก็ยอมรับว่าจะไม่มีงานแต่งเกิดขึ้นและเคารพการตัดสินใจของ "จั๊กจั่น"

เรื่องราวความรักของทั้งสองคู่บ่งบอกได้อย่างดีว่าระยะเวลาการคบจะคบน้อยคบนาน ถ้าไปกันไม่ได้อย่างไรก็ต้องจบ! และความเหมือนกันอีกอย่างของ "เจมส์-เอ๊ะ/จั๊กจั่น-ชาคริต" ก็คือ ณ เวลานี้ฝ่ายหนึ่งก็ตัดสินใจเดินหน้าสร้างครอบครัวไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องราวความรักบางทีก็ออกแบบไม่ได้ บางครั้งยอมกลืน "น้ำลาย" ดีกว่ากลืน "น้ำตา" ยอม "เจ็บ" เพื่อจะ "จบ" แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างสง่างาม!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้