ข่าว
100 year

“พลิกโฉมการรถไฟฯ!...” เปลือยใจออมสิน ชีวะพฤกษ์ บิ๊กใหม่ รฟท.

ไทยรัฐออนไลน์29 ก.ค. 2557 05:15 น.
SHARE

ท่ามกลางความคาดหวังจากมวลชนถึงความก้าวหน้าของการรถไฟฯ ที่ได้ฝากฝังไว้กับ “ออมสิน ชีวะพฤกษ์” อดีตบิ๊กไปรษณีย์ไทย...อันมาพร้อมกับอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ “ปลดแอกหนี้สินกองพะเนินของการรถไฟฯ!”

ทว่า การรถไฟฯ ก็มิใช่องค์กรที่จะมืดมนไร้ทางหลุดพ้นสภาวะขาดทุน ฟื้นคืนสู่กำไร หากเพราะการรถไฟฯ มีสินทรัพย์สูงถึง 3 แสนล้านบาท รวมทั้งที่ดินผืนงามที่มีโอกาสแก่การพัฒนาโกยเงินโกยทองก็มีเป็นกระบุงโกย ไม่ว่าจะเป็น จตุจักร มักกะสัน และที่ดินบริเวณทางรถไฟทั่วประเทศ ที่สามารถนำมารังสรรค์ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล

วินาทีนี้ ถือได้ว่า การรถไฟฯ กำลังเจอกับมรสุมต่างๆ เข้ามาปะทะอย่างหนัก จนหลายฟากฝ่ายต่างเรียกขานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น เป็นรัฐวิสาหกิจที่ยอดแย่ เพราะด้วยปัญหาขาดทุนบักโกรก ผนวกกับเหตุร้ายสะเทือนขวัญ ฆ่าข่มขืนเด็กอายุ 13 ปี บนรถไฟ อันเป็นตัวเหยียบซ้ำให้ภาพลักษณ์การรถไฟฯ ช้ำหนัก ควรแก่การฟื้นฟูองค์กรเป็นการด่วน

ขณะที่ หนี้สินของการรถไฟฯ มีมูลค่าเรือนแสนล้าน หากนับเป็นหนี้แท้ๆ ของการรถไฟฯ มีอยู่เพียง 4 หมื่นล้านบาท ฉะนั้น การสะสางปัญหาและฟื้นคืนสู่กำไร จึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินฝัน หากฝีมือของประธานบอร์ดการรถไฟฯ คนใหม่ จะเก๋าเกมจริง!

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)


“ออมสิน ชีวะพฤกษ์” ผู้พลิกโฉมไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนขาดทุนเป็นกำไรหมื่นล้าน...
ชายผู้นี้ เรียกได้ว่า เป็นลูกหม้อของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท มากว่า 40 ปี หรือตั้งแต่ยังใช้ชื่อการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) และครบวาระลงในวันที่ 10 ม.ค.54 ซึ่งในช่วงที่นายออมสินบริหารงาน ถือว่าเป็นช่วงแจ้งเกิดและสร้างชื่อให้ ปณท เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลงานเด็ด คือ การจัดกิจกรรมทายผลฟุตบอลจากไปรษณียบัตรในปี 2010 ซึ่งโกยรายได้เข้ากระเป๋า ปณท มากที่สุดในขณะนั้นถึง 400 ล้านบาท

จากกิจการที่มีอายุเก่าแก่ถึง 125 ปี และประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด จนไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า ในอนาคตข้างหน้านั้น “การสื่อสารแห่งประเทศไทย” ที่แปรสภาพและแยกตัวมาเป็น “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” จะมีผู้ใดอุ้มชูให้อยู่รอด และสร้างกำไร หากไม่มีรายได้จากกิจการโทรคมนาคมมาอุดหนุนเหมือนในอดีต แต่สุดท้ายไปรษณีย์ไทยก็ไม่เคยเบิกงบประมาณก้อนดังกล่าวมาใช้เลยแม้แต่บาทเดียว มิหนำซ้ำยังสามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ปีแรกเสียด้วยซ้ำ จนมาถึงวันนี้ ผลการดำเนินงานในปี 2556 พบว่า มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1.93 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท...

อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาบริการจดหมาย ธนาณัติ จนกลายมาเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ ด้านการขนส่ง การเงิน และฉีกกรอบข้อจำกัดในการขนส่งโดยปริยาย

“ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ได้ร่วมพูดคุยกับ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คนใหม่ หรือผู้ที่ประกาศกร้าวว่า จะทำกำไรให้เกิดแก่การรถไฟฯ ให้ได้ 500 ล้าน ภายในปี 2567

คสช. ต่อสายตรง อ้อนช่วยประเทศ เชื่อคุณทำได้!

“นับได้ว่าได้รับคำเชิญจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ช่วยบริหารบ้านเมือง แบบไม่ทันตั้งตัวเลยก็ว่าได้ เพราะจู่ๆ มีทหารท่านหนึ่งโทรมาบอกว่า ทาง คสช. ขอให้ผมไปช่วยทำหน้าที่ประธานบอร์ดการรถไฟฯ แต่ผมได้ตอบกลับไปว่า ทำไม่ได้หรอก ไม่เคยทำมาก่อน แต่ทางนายทหารท่านนั้นได้ตอบกลับมาทันทีว่า ทาง คสช.ได้คัดเลือกจาก 8 รายชื่อที่มีการเสนอเข้ามา และเชื่อว่าคุณทำได้ ซึ่งผมคิดว่า เมื่อทางคสช. มั่นใจว่าเราจะทำได้ จึงได้ตอบไปว่า...ถ้าคิดว่าผมทำได้ ผมก็จะทำ” ประธานบอร์ดการรถไฟฯ คนใหม่เล่าย้อนไปถึงวินาทีที่ถูก คสช. ทาบทาม

ยุทธวิธีอุ้มไปรษณีย์ หยิบกู้ปมการรถไฟได้หรือ ?

เมื่อถามถึงแนวทางที่เคยใช้บริหารงานไปรษณีย์ให้คืนกลับมามีกำไรนั้น สามารถหยิบเอาเทคนิควิธีการที่เคยใช้มาบริหารงานการรถไฟฯ ให้เฟื่องฟูได้เช่นเดียวกันหรือไม่?...นายออมสิน เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนไม่มีเทคนิคใดๆ เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความร่วมมือของฝ่ายบริหารและพนักงานของการรถไฟฯ เมื่อสมัยที่อยู่ไปรษณีย์ฯ ทั้งฝ่ายบริหารและพนักงานก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ผลักดันนโยบายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงทำให้ไปรษณีย์เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้

สิ่งแรกต้องพิชิต หลังนั่งเก้าอี้ประธานบอร์ด รฟท.

สิ่งแรกที่ต้องทำภายหลังจากเข้ามาบริหารงานนั่นก็คือ ปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้บริการการรถไฟฯ เพราะชีวิตผู้โดยสารนั้นถือว่าเป็นความสำคัญที่จะต้องมาเป็นอันดับแรก และต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยปัญหาส่วนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เพียงพอ จึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขาดเหลืออะไร และทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะตำรวจรถไฟนั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่รับเงินเดือนจากการรถไฟ แม้ว่าจะขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่วนปัญหาที่จะต้องแก้อย่างเร่งด่วนรองลงมา คือ ความสะอาด แม้ว่าจะจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาดในราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ผลงานกลับออกมาสวนทางอย่างสิ้นเชิง และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะต้องบริหารจัดการให้เข้มข้นมากขึ้น

สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง รอวันฟื้นสู่กำไรและกลับมาผงาดอีกครั้ง

การรถไฟผงาด ฟื้นคืนกำไร 500 ล้านได้แน่!

เบื้องต้นลุยเดินหน้าสร้างแผนฟื้นฟู รฟท. ระยะยาว 10 ปี โดยมีเงื่อนไขการลงทุนที่จะต้องพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทาง มีการจัดหาระบบรถและหัวรถจักรใหม่ หารายได้จากการติดป้ายโฆษณาบนขบวนรถไฟ และประสานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

“คาดว่าจะทำให้ภายในปี 2560 รฟท.จะมีความพร้อมในการให้บริการ โดยประเมินเบื้องต้นว่า จะเริ่มมีกำไรครั้งแรกในปี 2567 ประมาณ 500 ล้านบาท หากมองในแง่ดี คิดว่าถ้าสามารถให้บริการ พัฒนาภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นมาได้ มีกำไรนิดหน่อย เพื่อให้องค์กรอยู่รอดก็ถือว่าดีแล้ว”

โจทย์กู้การรถไฟ...ความคาดหวัง แรงกดดัน ความท้าทาย! 

การรถไฟฯ เป็นองค์กรที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่าร้อยปี ฉะนั้น ความสนใจหรือความคาดหวังจากประชาชนที่เฝ้ามองการพัฒนาของการรถไฟฯ จึงมิใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด กลับเป็นเรื่องที่น่ายินดี และต้องขอบคุณเสียด้วยซ้ำ

“ผมไม่ได้รู้สึกกดดันเมื่อเจอแรงหวังจากสังคมแต่อย่างใด เพราะผมมองว่างานที่ท้าท้ายและสำคัญยิ่งเดินทางมาถึงแล้ว ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้” ออมสิน ชีวะพฤกษ์ กล่าว

ชีวิตหลังเกษียณกับงานสุดท้ายเพื่อชาติ!

“ผมใช้ชีวิตชนิดที่เรียกว่า สุขสบายมา 3 ปี โดยไม่ได้รับงานใดๆ แต่เมื่อ คสช.บอกว่าอยากให้ การรถไฟฯ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และขอให้เข้ามาช่วยประเทศชาติ ผมจึงตัดสินใจที่จะเข้ามารับตำแหน่ง เพื่อช่วยบ้านเมืองเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต” ประธานบอร์ดการรถไฟคนใหม่ พูดอย่างหนักแน่น

อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ ออมสิน ชีวะพฤกษ์ ผู้กุมหัวรถจักรคนใหม่ จะต้องพบเจอ สุดท้ายแล้วจะ ซ้ำรอยเดิม หรือ พลิกโฉมครั้งใหญ่ ต้องจับตา!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปออนไลน์ออมสิน ชีวะพฤกษ์ประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทยรฟท.ฟื้นฟูภาพลักษณ์คสช.คณะรักษาความสงบแห่งชาติไปรษณีย์ไทย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้