วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จาตุรนต์'แนะ คสช.ใช้อำนาจ ตามจำเป็น

'จาตุรนต์'แนะ คสช.ใช้อำนาจ ตามจำเป็น

  • Share:

“จาตุรนต์”แนะ คสช.ใช้อำนาจตามความจำเป็น วางลำดับความสำคัญปฏิรูปฯ ก่อน-หลัง ลดคุมเข้มความมั่นคง เปิดโอกาสทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น เสมอภาคไม่เลือกเน้นคุมเข้มฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะ อาจทำให้แก้ปัญหาสู่ทางตัน

วันที่ 23 ก.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ว่า ประเด็นความสัมพันธ์ ระหว่าง คสช.กับองค์กรต่างๆ เข้าใจว่า คสช.คงศึกษาบทเรียนจากการรัฐประหารครั้งที่แล้ว และบทเรียนเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วย ทำให้ คสช.ตัดสินใจที่ยังคงอำนาจไว้มาก โดยเฉพาะการมีมาตรา 44 ให้ คสช.สามารถใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสามได้อย่างเบ็ดเสร็จ และเป็นที่สุด แม้จะไม่ครบทุกเรื่องก็ตาม คสช.อาจสรุปบทเรียนมาว่า มีความจำเป็น

ขณะเดียวกัน ก็จะเกิดความลักลั่นกับองค์กรอธิปไตยทั้งสามได้ และยังมีปัญหาความขัดแย้งกันเองของรัฐธรรมนูญ และการขัดต่อหลักการ แบ่งแยกอำนาจด้วย หวังว่า คสช.คงไม่ใช้อำนาจตามมาตรานี้เกินความจำเป็น และเหมาะสม 2. คสช.คงจะรวบรวมความเห็นมาจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้มีการปฏิรูป แต่การปฏิรูปเรื่องจำนวนมากในเวลาสั้นๆ และในสภาพที่สังคมยังมีความเห็นต่างกันมาก ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย การเปิดโอกาสให้หลายๆ ฝ่าย ได้เข้าร่วมจึงเป็นสิ่งจำเป็น ควรจะพิจารณาคัดเลือกเรื่องที่จำเป็นก่อน-หลัง ให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย นอกจากนั้น ยังควรพิจารณาด้วยว่า ต้องการให้การปฏิรูปนั้นมีผลถาวรแค่ไหน เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วจะแก้ไข ได้อีกหรือไม่ เพียงใด

3. กระบวนการปรองดอง ที่กำลังทำอยู่ควรจะต้องเพิ่มการพูดจาหารือกันในเนื้อหาสำคัญๆ โดยเฉพาะการมีความเห็นที่แตกต่างกันมานาน การเปิดโอกาสให้ผู้คนที่หลากหลายเข้าร่วมในองค์กรต่างๆ และกระบวนการปฏิรูปก็ดี การปรองดองก็ดี รวมทั้งการร่างรัฐธรรมนูญย่อมเป็นประโยชน์มากกว่าการที่จะปิดกั้นบุคคลบางกลุ่ม บางประเภท ออกจากกระบวนการเหล่านี้ การปิดกั้นหรือกีดกันคนบางกลุ่มออกจากวงจร ตั้งแต่ต้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อการปรองดอง

นอกจากนั้น เมื่อมีรัฐบาลและสภาฯ ขึ้นแล้วหากจะให้เกิดความสมานฉันท์ได้ดีขึ้น ควรลดการใช้มาตรการเข้มข้นในทางความมั่นคงเป็นการทั่วไป โดยเฉพาะไม่ควรเน้นการเข้มงวดกับบางพวกบางฝ่าย ที่พิเศษหรือแตกต่างจากฝ่ายอื่น ทั้งนี้ เพื่อลดความรู้สึกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคม

4. ในส่วนของการร่างรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ มีลักษณะพิเศษกว่าธรรมนูญการปกครอง หรือ รัฐธรรมนูญชั่วคราวหลายฉบับในอดีต ตรงที่ได้กำหนดสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ที่จะร่างกันขึ้นไว้หลายประการ ดังที่ปรากฏในมาตรา 35 แม้ว่า สาระเหล่านั้นจะมาจากความเห็นในสังคมในหลายเดือน หรือ หลายปีมานี้ก็ตาม แต่ความเห็นเหล่านั้น ก็มักมาจากบางกลุ่มบางฝ่ายในสังคมเท่านั้น ไม่ใช่ความเห็นที่สอดคล้องตรงกันในหมู่คนส่วนใหญ่

ดังนั้น เมื่อการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินต่อไปก็อาจพบว่า ที่บัญญัติไว้เป็นแนวนั้นอาจไม่สอดคล้องกับปัญหา หรือไม่สามารถใช้แก้ปัญหาก็ได้ ถึงตอนนั้น ก็อาจยุ่งยากที่จะต้องย้อนมาแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเสียก่อน

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ที่น่าห่วงมากกว่านั้น คือ การที่มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 35 (9)ว่า ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้มีการทำลายหลักการสำคัญที่ รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้

"การบัญญัติไว้อย่างนี้ อาจมีผลเท่ากับว่า เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาแล้ว ห้ามไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อีกเลย สังคมไทยคงไม่ลืมว่า การที่วิกฤตของสังคมมาถึงทางตันในหลายเดือนที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ การที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ได้อยู่ในสภาพที่ไม่มีใครแก้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ทั้งฉบับ หรือ เป็นรายมาตราก็ตาม การสร้างโรดแม็ปที่ดี จึงไม่ควรเริ่มจากการกำหนดให้กระบวนการแก้ปัญหาต้องเดิน ไปสู่ทางตันอีกครั้งหนึ่ง" นายจาตุรนต์ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้