วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม: “Begin Again” เพราะรักคือเพลงรัก

มาดูกับมาดาม: “Begin Again” เพราะรักคือเพลงรัก

  • Share:

ครั้งสุดท้ายที่ดูหนังรัก เหมือนว่าจะหลายเดือนมาแล้ว และถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นเรื่อง “About Time” (2013) ซึ่งนำแสดงโดย Domhnall Gleeson และ Rachel McAdams ผลงานกำกับของ Richard Curtis ผู้กำกับหนังรักซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี...มาดามยังจำได้ดีค่ะ ว่าออกจากโรงภาพยนตร์พร้อมกับรอยยิ้มสุขใจ เพราะเรื่องราวความรักของพระเอกนางเอกทำให้อดตื้นตันแบบเงียบๆ ไปด้วยไม่ได้

ตอนนั้นจำได้ว่าไปดูเพราะชื่นชอบนางเอกและผู้กำกับเป็นการส่วนตัว แต่สำหรับครั้งนี้ ใจให้ไปเพราะเพลงประกอบล้วนๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะเพลง “Lost Star” ซึ่งขับร้องโดยนักแสดงนำหญิงของเรื่อง Keira Knightley ผู้รับบท “Greta” นักแต่งเพลงหน้าใหม่ที่มาตามหาความฝันในนครนิวยอร์ก นอกจากประทับใจน้ำเสียงและอารมณ์ที่เธอตั้งใจถ่ายทอดแล้ว ยังแอบแปลกใจด้วยค่ะ เพราะไม่คิดว่านางเอกหน้าหวานมากความสามารถคนนี้จะร้องเพลงได้ไพเราะถูกใจ

เพลงประกอบภาพยนตร์ "Lost Star" ขับร้องโดย "Keira Knightley

เพราะหรือไม่เพราะ ก็ลองคลิกไปฟังกันได้ตามคลิปข้างบนนี้ และที่สำคัญคือเรื่องนี้ เราจะได้มีโอกาสชมการแสดงบนจอเงินครั้งแรกของ Adam Levine นักร้องนำสุดเท่ของวง Maroon 5 ซึ่งมารับบท “Dave” แฟนหนุ่มของ Greta ที่เลือกจะทิ้งเธอเพราะหลงกับชื่อเสียงและเสน่ห์เย้ายวนของวงการเพลง ถ้าใครชื่นชอบนักร้องหนุ่มคนนี้ ก็ไม่น่าพลาด เพราะยังคงความหล่อได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ดูแล้วก็แอบเจ็บใจแทนนางเอกของเราเล็กๆ ค่ะ...ว่าทำไมถึงทิ้งฉันได้ลงคอ!

"Greta" และ "Dave" สมัยที่ยังรักกันหวานชื่น

นอกจากสองนักแสดงแม่เหล็กแล้ว ก็มีอีกหนึ่งหนุ่ม ได้แก่ Mark Ruffalo ซึ่งครั้งนี้เขารับบท "Dan" โปรดิวเซอร์หนุ่มที่ผิดหวังกับชีวิตแต่งงานจนชีวิตเป๋ไม่เป็นท่า แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงเพลงของ Greta ในผับเล็กๆ แห่งหนึ่ง ความหวังในอาชีพที่เกือบจะมอดดับก็ได้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง

“A Step you can’t take back” เพลงของ Greta ที่ทำให้ Dan หายเมาเป็นปลิดทิ้ง

ชื่อไทยของเรื่องนี้คือ “เพราะรักคือเพลงรัก” ค่ะ จะว่าไปก็ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับชื่อในภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ดูแล้ว ก็พอเชื่อมกันได้ แต่จะเชื่อมด้วยอะไรหรืออย่างไรนั้น คิดว่าให้คุณๆ ไปลองคิดกันเองตอนดูในโรงภาพยนตร์ดีกว่า เพราะคิดว่าคงตีความออกมาไม่เหมือนกัน และมันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรื่อง ที่ทำให้คนดูจับใจความไปได้หลายอย่าง...เหมือนกับคาแรกเตอร์ของตัวละครเรื่องนี้ ที่มีความน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

เมื่อคู่รักได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ก่อนจะว่ากันเรื่องความน่าสนใจของตัวละคร ขอบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรักหวานแหววหรือดราม่าจ๋าอย่างที่หลายคนคาดหวังหรือเข้าใจนะคะ แม้ว่าเนื้อเรื่องและชื่อเรื่องจะเข้าข่ายก็ตาม จุดเด่นของเรื่อง อยู่ที่ความสวยงามของเพลงประกอบและความซับซ้อนของตัวละครที่ทำให้เราเดาไม่ถูกว่าเขาหรือเธอจะทำเช่นไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เบื้องหลังความสนุกและความซึ้งในหนัง "Begin Again"

ที่ว่าเดาไม่ถูก ไม่ใช่ว่าจะเป็นเด็กแนว เซอร์จัดหรือว่าติสต์แตกอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่การแสดงออกของแต่ละตัวละครไม่ค่อยจะโลกสวยเหมือนในหนังรักทั่วๆ ไป โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากสักหน่อย แน่นอนว่าการมีชู้ของ Dave สร้างความเสียใจให้แก่ Greta เป็นอย่างมาก โลกทั้งโลกของเธอพังทลายไปต่อหน้าต่อตาจนแทบยืนไม่ไหว แต่ความรู้สึกวูบวาบ สปาร์กแปลกๆ ระหว่างเธอกับโปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ (แอบขี้เมาด้วย) นี่สิ...คืออะไร?

"Greta" และ "Dan"...หรือเคมีบางอย่างของเราจะตรงกัน

เอาล่ะสิ หรือว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของรักสามเส้า? คุณผู้อ่านคงต้องไปตามดูกันเองในโรงภาพยนตร์ แต่คงไม่ถึงขั้นต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือทิซชูห่อใหญ่เข้าไปด้วย เพราะคงไม่ซึ้งกินใจจนต้องเสียน้ำตาเป็นถังๆ แต่ถ้าแค่น้ำตาคลอเบาๆ พอให้ตาชุ่มชื้นก็ไม่แน่ค่ะ...อะไรก็เกิดขึ้นได้กับคนดูที่อารมณ์อ่อนไหว

"Greta" และ "Dave" วันแรกที่มาถึงนิวยอร์ค

ส่วนตัวแล้วมาดามชอบเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ จะว่ามันสนุกมากจนลืมไม่ลงก็ไม่น่าใช่ แต่เหมือนมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้ประทับใจมากกว่า โดยเฉพาะการใช้เพลงประกอบร้อยเรียงเรื่องราวหรือปมปัญหาที่เกิดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นปมปัญหาของคนรักกันธรรมดา แต่ก็มีวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใครและทำให้คนดูได้เห็นอะไรใหม่ๆ มาดามคงจะไม่บอกหรอกนะคะว่าเป็นตอนไหนบ้าง เดี๋ยวคุณผู้อ่านจะไม่สนุกและไม่ได้อึ้ง เหมือนที่มาดามเป็นมาแล้ว

พวกเขาเรียกมันว่า "Soundtrack of the Summer"

นอกจากนี้ มาดามยังหลงรักตัวละคร “Greta” เป็นพิเศษอีกด้วย โดยเฉพาะความรักและความศรัทธาที่เธอมีให้แก่งานของเธอ รวมทั้งนับถือหัวใจอันแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ ที่กล้าต่อรองกับอุปสรรคหรืออะไรใดๆ ก็ตาม อันจะทำให้ผลงานของเธอต้องสูญเสียมูลค่าของมันไปอย่างไม่ย่อท้อ แม้ใครจะมองว่าเธอแปลกๆ ไปสักหน่อย แต่มาดามคิดว่าเป็นเรื่องกล้าหาญมากทีเดียว ที่จะมุ่งมั่นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองไม่ให้ถูกปัจจัยใดๆ ก็ตามบิดเบือนไป

"Dave" กับคอนเสิร์ตครั้งสำคัญของเขา

ที่สำคัญ... “เพลงรัก” ของเธอบอกอะไรมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะมุมมองเรื่อง “ความรัก” แม้จะฟังดูเศร้าและใจร้ายบ้างในบางครั้ง แต่โดยรวมแล้วทุกเพลงก็ล้วนไพเราะและสวยงามเสมอ...เหมือนกับ “ความรัก” ที่แม้บางครั้งจะลงเอยด้วยน้ำตาและคนที่อกหัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครอยากลองที่จะรัก...อีกครั้ง...และอีกหลายๆ ครั้ง

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้า
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้