ข่าว
100 year

ขรก.เป็นนายกฯได้

ทีมข่าวหน้า 17 ก.ค. 2557 08:15 น.
SHARE

ธรรมนูญปกครองเขียนเปิดช่องไว้ให้เสธ.อ้าย-วีระไม่พ้นโดนคสช.เรียกพบ

ธรรมนูญชั่วคราวใกล้คลอดเข้าสู่ขั้นตอนตรวจทานครั้งสุดท้ายก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เผยสเปกสมาชิกสภาปฏิรูปเปิดกว้าง ไม่ห้ามนักการเมืองนั่งเก้าอี้ หลังพ้นวาระลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ส่วน 35 อรหันต์ กมธ.ยกร่าง รธน.ต้องเว้นทางห้ามจุ้นและรับตำแหน่งทางการเมือง 2 ปี แนวร่วมเสรีไทยฯเปิดตัวผ่านเฟซบุ๊กประกาศยืนเคียงข้าง “จารุพงศ์-จักรภพ” ออกแถลงการณ์ยุ จนท.รัฐขัดขืนทุกคำสั่งของ คสช. “เสธ.อ้าย” เป็นโต้โผใหญ่จัดปาร์ตี้รับขวัญ “วีระ” พ้นคุกเปรยซอว์ คสช.รู้ข่าวจ่อเรียกมาพบฐานฝ่าฝืนคำสั่งห้ามทำกิจกรรมการเมือง

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายร่วมกันตรวจทานร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายนั้น

บก.ทบ.เหงาไม่มีประชุม คสช.

วันที่ 6 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก. ทบ.) ถนนราชดำเนิน ไม่มีการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชุดใหญ่ รวมถึงการดำเนินการของคณะทำงานของ คสช.ฝ่ายต่างๆ แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ มีเพียงประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันของกองทัพบก เพื่อติดตามเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล รวมทั้งการแสดงสัญลักษณ์ต่างๆ ของกลุ่มต่อต้าน คสช. อีกทั้งความคืบหน้าการจัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนของหน่วยทหารต่างๆ ที่รับผิดชอบเท่านั้น ทำให้บรรยากาศที่บก.ทบ.เป็นไปอย่างเงียบเหงา ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร โดยมีการเปิดประตูให้สามารถเข้า-ออก เพียงประตูหน้าฝั่งถนนราชดำเนินได้ประตูเดียวเท่านั้น รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าภายใน บก.ทบ.อย่างเด็ดขาด

เปิดช่อง ขรก.เป็นนายกฯ-รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า ขณะนี้การจัดทำร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจทานครั้งสุดท้าย ก่อนนำความขึ้นทูลเกล้าฯ โดยรายละเอียดร่างธรรมนูญฯที่ประชุม คสช.เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ได้มีการปรับแก้ข้อสังเกตเป็นที่ครบถ้วนแล้ว โดยในส่วนของหมวดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จะไม่มีข้อห้ามว่าต้องไม่เป็นข้าราชการประจำเขียนล็อกห้ามไว้

สปร.ไม่ห้ามนักการเมืองมาเป็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่คุณสมบัติของสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปร.) นอกจากไม่มี เขียนคุณสมบัติต้องห้ามว่า ไม่ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้เคยดำรงตำแหน่งการเมืองใดๆ มาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศแล้ว ยังไม่มีการเขียนห้ามผู้ที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศหลังพ้นจากตำแหน่ง ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง เช่น การลง สมัครรับเลือกตั้ง เว้นแต่กรณีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 58 อาจจะไปเขียนไว้เพิ่มเติมห้ามสมาชิกสปร.ห้ามลงเลือกตั้งไว้ในบทเฉพาะกาล และเขียนล็อกคุณสมบัติ 35 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อพ้นตำแหน่งต้องห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองเป็นเวลา 2 ปี ห้ามรับตำแหน่งใดๆทางการเมือง เพื่อป้องกันเรื่องผลประโยชน์ได้เสียทางการเมือง

หมวดคงอำนาจคล้าย ม.27 ยุค รสช.

ทั้งนี้ ในส่วนของหมวดการคงอำนาจ คสช.ควบคุมการทำงานรัฐบาล ในส่วนของความมั่นคงเนื้อหาในร่างธรรมนูญชั่วคราว จะคล้ายคลึงกับธรรมนูญชั่วคราวปี 2534 มาตรา 27 ที่เป็นธรรมนูญการปกครองชั่วคราวในยุค รสช. แต่มีการปรับให้เหมาะสม เพื่อให้มีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีอาจเกิดเหตุคาดไม่ถึง เช่น มีม็อบ มีการชุมนุมประท้วง จลาจล ที่จะกระทบความมั่นคง

ปชป.อ่านใจ คสช.หวั่นซ้ำรอย คมช.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการคงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไว้ควบคู่การทำงานของรัฐบาลใหม่ เพื่อประคับประคองงานและนโยบายดำเนินการได้ว่า ตนคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขามีบทเรียนจากยุคของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อปี2549 ที่มีการตั้งคณะรัฐมนตรี ทำให้ คมช.หลุดจากอำนาจ ไม่สามารถ ดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้ได้ อีกทั้งหากประชาชนไม่พอใจการดำเนินการก็จะไม่พอใจผู้ยึดอำนาจไม่ใช่ไม่พอใจรัฐบาล ซึ่งถ้าครั้งนี้ คสช.มีเหตุผลการคงไว้เพื่อดำเนินการเรื่องปฏิรูปตามที่ต้องการก็ต้องอยู่ต่อไปแบบนี้ และเมื่อมีรัฐบาลไประยะหนึ่งหากดำเนินไปไกลกว่านโยบายปฏิรูปคสช.ก็ยังสามารถติติงรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงไม่มีผลกระทบอะไรต่อรัฐบาล

มี คสช.ปชช.มีความสุขขึ้นมาก

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นกรณี “สิ่งที่เปลี่ยนไประหว่างก่อนมี คสช.และหลัง มี คสช.” จากประชาชน 2,091 คน ระหว่างวันที่ 1-5 ก.ค. พบว่าสิ่งที่ประชาชนคิดว่าเปลี่ยนแปลงไปหลังมี คสช. ร้อยละ 88.52 รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่เห็นบ้านเมืองสงบสุข ปัญหาหลายอย่างได้รับการแก้ไข ร้อยละ 81.96 สามารถเดินทางได้ตามปกติและสะดวกมากขึ้น และร้อยละ 68.04 การดำรงชีวิตประจำวันเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนสิ่งที่ครอบครัวเปลี่ยน– แปลงหลังจากมี คสช. ร้อยละ 93.53 บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น ไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของสมาชิก ร้อยละ 79.41 มีเวลาพบปะทำกิจกรรมมากขึ้น และร้อยละ 72.55 การทำมาหากินสะดวกขึ้น ขณะที่เพื่อน/ญาติ/เพื่อนร่วมงานเปลี่ยนแปลงหลังมี คสช.ร้อยละ 90.20 มีความสุข ไม่เครียดกับสถานการณ์บ้านเมือง ร้อยละ 84.71 เปิดใจรับฟังกันมากขึ้น และร้อยละ 68.43 คำนึงถึงส่วนรวมมากขึ้น รักชาติบ้านเมือง สามัคคีกัน

นิด้าโพลชี้ ต.ค.ปีหน้าเหมาะเลือกตั้ง

ด้านนิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “กรอบเวลาการปฏิรูปประเทศของ คสช.” จากประชาชน 1,256 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 2-3 ก.ค. ว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบระยะเวลา 12 เดือน ในการปฏิรูปประเทศ และการจัดการเลือกตั้งในเดือน ต.ค.2558 ตามโรดแม็ป คสช. พบว่าร้อยละ 58.60 เห็นว่าเหมาะสม ขณะที่ร้อยละ 21.34 ระบุว่ายาวและช้าเกินไป ส่วน สภาพการณ์การเมืองไทยหลังการปฏิรูปประเทศและหลังการเลือกตั้งในปี 2558 ส่วนใหญ่ร้อยละ 35.91 ระบุว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย รองลงมา ร้อยละ 35.43 ระบุว่า ดีขึ้นมาก ร้อยละ 20.30 ระบุว่า เหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 3.74 มองว่าจะแย่ลง เมื่อถามถึงสิ่งที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จมากที่สุด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.55 ระบุว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการ รองลงมาร้อยละ 24.68 ระบุว่าเป็นการแก้ไขปัญหาความแตก แยกทางการเมือง และร้อยละ 9.08 ระบุว่าเป็นการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักการเมือง เช่น การไม่มีจริยธรรม การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง

คนอยากเห็น ศก.ฟู–คอร์รัปชันฟุบ

ขณะที่มาสเตอร์โพล โดยชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเรื่องสาธารณชนอยากเห็นอะไรและไม่อยากเห็นอะไรในอีก 1 ปีข้างหน้า จากประชาชน 2,158 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-5 ก.ค. พบว่าสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยล้มเหลวในการพัฒนา ร้อยละ 82.4 ระบุเป็นความขัดแย้งทางการเมืองในหมู่ประชาชน อันเป็นฝันร้าย ของประชาชนที่ยังคงเหลืออยู่ ในขณะที่ร้อยละ 80.6 ระบุปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 78.3 ระบุความล้มเหลวด้านการศึกษา สำหรับสิ่งที่สาธารณชนอยาก เห็นสิ่งที่ดีกว่าในอีก 1 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่ร้อยละ 88.5 อยากเห็นเศรษฐกิจที่ดีกว่า ร้อยละ 83.9 อยากเห็นการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ดีกว่า ร้อยละ 80.1 อยากเห็นประชาธิปไตยที่ดีกว่า เมื่อถามว่าอยากเห็น คสช.ลุยปราบโกงเรื่องอะไร ส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 86.7 ระบุลุยปราบโกงจำนำข้าว รองลงมา ร้อยละ 81.5 ปราบโกงธุรกิจพลังงาน ร้อยละ 78.7 ปราบโกงสัมปทาน ทำถนน ซ่อมทาง สะพาน อาคารหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 96.6 ไม่ อยากเห็นการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังกัน และร้อยละ 95.8 ระบุถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปประเทศไทย

โหร คมช.ย้ำ “บิ๊กตู่” อัศวินม้าขาว

ที่วิหารหลวงปู่เกวาลัน ภายในหมู่บ้านสุขิโต ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช.แห่งล้านนา ได้จัดทำพิธีทำบุญครั้งใหญ่ประจำปี 2557 ก่อนเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อความเป็นสิริมงคลและถือว่าเป็นการทำบุญค้ำแผ่นดินโดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานพร้อมด้วยลูกศิษย์นายทหาร นายตำรวจระดับสูงและข้าราชการหลายหน่วย นักธุรกิจชื่อดังเข้าร่วม พิธีจำนวนมาก ขณะเดียวกันได้เปิดตัวหนังสือที่นายวารินทร์เขียนเรื่อง “บุญค้ำแผ่นดิน” ในหนังสือมีภาพขาวดำประกอบเป็นภาพเงาบุคคลที่นายวารินทร์ระบุว่าจะเป็นผู้มาแก้ไขปัญหาวิบากกรรมหรือกรรมเก่าของประเทศ และเคยพูดถึงเมื่อปี 2553 ว่าเป็น “อัศวินม้าขาว” อักษร ป.ที่จะเป็นเสาหลักของบ้านเมืองรวบรวมสีต่างๆมาเป็นสีธงไตรรงค์ และบุคคลอักษร ป.ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. ที่มาคลี่คลายปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้ และจากนี้ไปบ้านเมืองจะปกติสุขร่มเย็นเพราะคนที่เคยทำกรรมให้กับประเทศจะหมดสิ้นอำนาจ แต่ข้าราชการต้องเป็นเสาหลักห้ามทุจริตโกงกิน

ป.ป.ช.เสนอคุมกำเนิดประชานิยม

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.เตรียมเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายเสนอต่อ คสช.ว่า หลักการสำคัญที่ ป.ป.ช.จะเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายต่อ คสช.คือ การป้องกันการใช้นโยบายหาเสียงที่สร้างความเสียหายให้ประเทศ โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาจากการหารือร่วมกับ กกต.ว่า ควรสร้างกลไกกลั่นกรองความ เป็นไปได้ของนโยบายการหาเสียง ที่นำไปสู่นโยบายบริหารราชการแผ่นดิน เพราะที่ผ่านมานโยบายบริหารราชการแผ่นดินที่มาจากการหาเสียงสร้างความเสียหายให้ประเทศจำนวนไม่น้อย จึงต้องวางกลไกจัดการเรื่องนี้ไม่ให้เกิดปัญหาอีก หลักการของมาตรการนี้คือ การให้พรรคการเมืองบอกหลักเกณฑ์การกำหนดนโยบาย เช่น มีเป้าหมายอย่างไร มีที่มาอย่างไร จะใช้งบประมาณส่วนใดมาดำเนินการ หรือมีการกำหนดกรอบเวลาของนโยบายอย่างไร โดยจะต้องหารือกับ กกต.อีกครั้ง เพื่อกำหนดมาตรการให้เป็นรูปธรรม
กกต.ลอกมาทั้งดุ้นเลือกตั้งเยอรมัน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 7 ก.ค.ผู้บริหารของสำนักงาน กกต.และผู้ทรงคุณวุฒิ จะมีการประชุมเพื่อทบทวน ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อสรุปแนวทางให้กับคณะทำงานด้านปฏิรูปของ คสช.ได้พิจารณา ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน หาก กกต.พิจารณาแล้วได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก็จะสามารถเสนอ คสช.ได้ในวันดังกล่าวทันที แต่หากไม่ทันก็น่าจะเสนอต่อ คสช.ได้ภายในวันที่ 8 ก.ค. เมื่อถามถึงกระแสข่าว กกต.เตรียมเสนอแนวทางเลือกตั้งของประเทศเยอรมนีมาปฏิรูประบบเลือกตั้งไทย นายภุชงค์กล่าวว่า กกต.มีการศึกษาข้อมูล รายละเอียดแนวทางการเลือกตั้งของประเทศต่างๆไว้ไม่เฉพาะแค่ประเทศเยอรมนี จากการไปศึกษาดูงานที่เยอรมนี เห็นว่ารูปแบบการเลือกตั้งของประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบพรรคการเมือง การเข้าสู่ตำแหน่งของ ส.ส.และ ส.ว.และอื่นๆ เป็นระบบที่ได้มาตรฐาน และนานาชาติให้การยอมรับ แต่เบื้องต้นยังเป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น

ตร.เกือบร้อยตรึงสถานทูตสหรัฐฯ

ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ถนนวิทยุ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.น.นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเกือบร้อยนาย สนธิกำลังกับกำลังฝ่ายข่าวกรองนอกเครื่องแบบของ คสช.เข้าตรึงพื้นที่โดยรอบ พร้อมตั้งด่านตรวจบนถนนวิทยุ เตรียมสกัดกั้นกลุ่มมวลชนต้านรัฐประหาร ที่ประกาศนัดผ่านโซเชียลมีเดีย มามอบดอกไม้ให้กำลังใจสหรัฐฯผลปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไร้เงาผู้เห็นต่างกับ คสช.เดินทางมาทำกิจกรรมตามที่นัด

ผวากลุ่มต้านรัฐประหารป่วน

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ที่จัดกำลังเจ้าหน้าที่มาก็เพื่อดูแลความสงบ หากมีกลุ่มมวลชนมาทำกิจกรรมที่อาจเกินเลยส่งผลกระทบต่อทางสถานทูต โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันแนวทางปฏิบัติที่ไม่ใช้ความรุนแรง ตามนโยบายของ คสช.คือจากเบาไปหาหนัก ไม่จับที่หน้างาน แต่ตามไปพูดคุยด้วยที่บ้าน หรือกรณีเป็นนักศึกษาก็จะเชิญผู้ปกครองมาคุยและทำทัณฑ์บน และที่ผ่านมาไม่ได้มีการปฏิบัติสองมาตรฐาน แต่จะต้องดูว่าหากมาคนเดียว หรือแค่มาให้กำลังใจอย่างเดียวก็มองว่าไม่ผิด แต่หากนัดหมายกันมาเพื่อเป้าหมายแสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน ก็ต้องว่าตามกฎหมาย

เร่งหามือโพสต์เชิญแขกดำเนินคดี

ต่อข้อถามที่ว่าขณะนี้กลุ่มต้าน คสช.หันมากินข้าวหลามแทนแซนด์วิช จะถือว่ามีความผิดหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศระบุว่า ถ้าห้ามข้าวหลามก็ต้องหันไปกินอย่างอื่นแทน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะดูวัตถุประสงค์ของทางกลุ่มเป็นหลักมากกว่า จะกินอะไรก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เป็นการแสดงออกเชิงนัยยะทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้โพสต์ข้อความเชิญชวนผ่านโซเชียลมีเดีย ก็ถือเป็นความผิด ใน ม.116 ทางตำรวจ ปอท.กำลังติดตามมาดำเนินคดีอยู่ และถึงวันนี้แล้วควรจะหยุด เพราะโพลที่ออกมาชี้ให้เห็นแล้วว่า คนส่วนใหญ่ต้องการให้ทาง คสช.ได้ทำงานก่อน ซึ่งคนที่เห็นด้วยเหล่านี้มีมากกว่าผู้ที่ออกมาทำกิจกรรมคัดค้านที่ขณะนี้มีเพียงไม่กี่คน และขณะนี้ตำรวจก็จะต้องเสียเงินแล้ว เพราะที่เคยชวนให้คนส่งภาพถ่ายมาเพื่อแจ้งเบาะแสผู้ที่แสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน ภาพละ 500 บาท ปรากฏว่า ขณะนี้มีประชาชนส่งภาพถ่ายมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมเพื่อตรวจสอบดำเนินการ

มธ.ตั้ง กก.สอบ “อั้ม เนโกะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายปริญญา เทวนานฤมิตรกุล รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีนายศรัณย์ ฉุยฉาย นศ.คณะศิลปศาสตร์ กรณีใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างไม่เหมาะสมทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้นายศรัณย์ นักเคลื่อนไหวที่ใช้นามแฝงว่า อั้ม เนโกะ ถูกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 57 เรียกให้รายงานตัว แต่นายศรัณย์ไม่ยอมไปจนศาลทหารอนุมัติออกหมายจับเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. จากนั้นได้โพสต์ภาพ และคลิปวีดิโอโจมตี คสช.ทางโลกไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีข้อความหมิ่นเหม่กับความผิด ม.112

สะพัด บก.ฟ้าเดียวกันโดนล็อกอีกรอบ

มีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายธนาพล อิ๋วสกุล บก.นิตยสารฟ้าเดียวกัน ผู้ถูกเรียกให้ไปรายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2557 และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ถูกทหารควบคุมตัวอีกครั้งที่บ้านพักส่วนตัว และถูกควบคุมตัวไปที่กองปราบปรามแล้ว

เปิดตัวแนวร่วมเสรีไทยต้านเผด็จการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “แนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” ได้โพสต์ข้อความ ประกาศ แถลงการณ์ของแนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นสช.) เรื่องการหยุดคุกคามและข่มขู่ประชาชนในทุกรูปแบบ โดยข้อความระบุว่า “ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ได้ปรากฏหลักฐานมากมาย ที่ได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำผิด โดยการละเมิดต่อประชาชนในหลายกรณี นสช.

ขอชี้แจงถึงสถานการณ์ดังต่อไปนี้ 1.ในสถานการณ์เฉพาะหน้า ขอให้ประชาชนผู้ประสบเหตุดังกล่าว จดชื่อเจ้าหน้าที่ ทะเบียนรถ หรือถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ พร้อมบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น วัน เวลา ที่เกิดเหตุ แล้วส่งไปที่ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือส่งมาหลังไมค์ถึงฝ่ายรับเรื่องร้องทุกข์ นสช.โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งชื่อจริงใดๆ แต่ขอข้อมูลที่เกิดขึ้นเท่านั้น พร้อมหลักฐานประกอบ 2.นสช.กำลังผลักดันให้มีฝ่ายหรือส่วนงาน ที่เรียกว่าอัยการประชาชน ขององค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อทำหน้าที่รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ในกรณีต่างๆ และดำเนินการเอาผิดต่อไปในทุกกรณี

ยุ จนท.รัฐแข็งข้อคำสั่ง คสช.

3.การกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยทุกกรณีในช่วงเวลานี้ จะไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ของรัฐรายใดที่กระทำความผิดต่อประชาชน จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป ทั้งในประเทศไทย ในกรณีเมื่อฝ่ายประชาชนได้รับชัยชนะ และหรือเมื่อเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเดินทางออกนอกเขตแดนประเทศ ไทย เข้าสู่เขตอำนาจตามกฎหมายระหว่างประเทศ ในพื้นที่ของประเทศต่างๆที่เซ็นรับรองพันธกรณีตามกติการะหว่างประเทศ 4.ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไทย ที่ได้รับคำสั่งให้กระทำตามคำสั่งที่ผิดกฎหมาย ให้หลีกเลี่ยงหรือเพิกเฉยต่อคำสั่งดังกล่าวเสีย มิฉะนั้น พวกท่านจะต้องรับผิดต่อการกระทำของตนต่อไป นสช.จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้โดยประสานกับรัฐบาลนานาชาติอย่างถึงที่สุด ให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ประกาศ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2557”

ทั้งนี้ยังระบุด้วยว่า นสช.เป็นเพียงตัวแทนที่อาสาเป็นศูนย์รวมของประชาชน ที่มีหัวใจรักเสรีภาพ และต้องการพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างสันติเท่านั้น และ นสช.ขอสนับสนุนองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยที่มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นเลขาธิการฯ และมีนายจักรภพ เพ็ญแข เป็นเลขาธิการบริหารฯ

เด้งรับลุยปราบค้ามนุษย์ 3 จว.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า หัวหน้า คสช. สั่งการให้ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในเรือประมงและขอทาน เพื่อให้มีผลการปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม โดย สตช.จะเป็นเจ้าภาพเชิญผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์และบูรณาการแก้ไขปัญหาในช่วงไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 57 ด้านการค้ามนุษย์ในเรือประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จัดโครงการนำร่องในพื้นที่ 3 จังหวัดที่เป็นจุดล่อแหลมและจุดเสี่ยง ได้แก่ จ.สมุทรสาคร จ.สงขลา และ จ.ระยอง โดยจัดทำระบบฐานข้อมูลสำคัญของบุคคล สถานที่ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น เรือประมง แพปลา อุตสาหกรรมจากประมง ที่พักแรงงานต่างด้าว ตลอดจนการตรวจหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ทำงาน สัญญาจ้าง การจดทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือ ความปลอดภัยของเรือ และผู้ควบคุมเรือ

ล้างบางแก๊งเด็กขอทานต่างด้าว

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ส่วนปัญหาการนำเด็กต่างด้าวมาบังคับขอทาน จากรายงานพบว่าเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวกัมพูชา ถูกนำมาบังคับขอทาน เร่ขายของทั้งใน กทม.และพัทยา จึงประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง คือ ต้นทางชายแดนไทย-กัมพูชา ตม. และ ตชด. เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ หากตรวจพบให้สืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่ปลายทางในพื้นที่ กทม.และพัทยา ให้สืบสวนจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ดังกล่าว พร้อมกับให้ความช่วยเหลือเหยื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนประสาน ปปง.ขยายผลเส้นทางการเงินกับนายทุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อตัดช่องทางการเงินอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ปัญหาเป็นกรณีเร่งด่วน ด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ได้แก่ กฎหมายที่เกี่ยวข้องการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อให้อำนาจเจ้าพนักงานในการตรวจตรา

“เสธ.อ้าย” โต้โผจัดปาร์ตี้รับ “วีระ”

เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมปฏิพัทธ์ภูบาล สนามม้านางเลิ้ง พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นประธานจัดงาน “อิสรีย์แห่งวีระ” เพื่อรำลึก 3 ปี 6 เดือน การถูกจองจำของนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่เรือนจำเปรยซอว์ ประเทศกัมพูชา โดยมี พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.สรรหา รวมถึงบุคคลในครอบครัวและบุคคลที่ใกล้ชิดกว่า 100 คนมาร่วมงาน ก่อนเริ่มงาน นายวีระ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่มีคนรักและห่วงใย วันนี้ไม่ขอพูดเรื่องการเมือง ส่วนการทำงานปกป้องอธิปไตยไทย ทหารยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง แต่ถ้าทหารปล่อยปละ ละเลยก็ต้องเข้าไปช่วย ทั้งนี้หากมีเวลาจะเข้าไปขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ประสานความช่วยเหลือออกจากเรือนจำ แต่ยังต้องรอเพราะหัวหน้า คสช.ยังติดภารกิจ ส่วนสาเหตุที่ได้รับการปล่อยตัว อาจจะเป็นเพราะสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ทางกัมพูชาคงอยากฟื้นความสัมพันธ์กับ คสช.

จวก “มาร์ค” ลอยแพ–“ปู” ไม่จริงใจ

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลอภิสิทธิ์และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ประสานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่หรือไม่ นายวีระกล่าวว่า ต้องไปถามกับสองรัฐบาลเอง แต่คิดว่าทั้งสองรัฐบาลไม่ค่อยจริงใจในการช่วยเหลือ หากจริงใจช่วยเหลือน่าจะดำเนินการได้ดีกว่านี้ และรู้สึกว่ารัฐบาลในขณะที่ตนถูกควบคุมตัวไม่ทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นอย่างจริงจัง ปล่อยให้ถูกจับตัวไปดำเนินคดี ขอยืนยันว่า รายละเอียดทั้งหมดจะเปิดเผยแน่นอนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ไม่อยากให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงนโยบายปรองดองและการปฏิรูปที่ คสช.กำลังดำเนินการอยู่ “มีคนขอร้องไม่ให้พูดตอนนี้ ท่านอุตส่าห์ช่วย ขอแค่นี้ทำไมจะทำให้ท่านไม่ได้ และนับตั้งแต่ถูกคุมขังมาไม่เคยพบเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเลย ยกเว้นเมื่อครั้งนายเขียว กันยาฤทธิ์ รมว.ประชาสัมพันธ์กัมพูชา เดินทางไปพร้อมนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ เข้าเยี่ยมผมที่เรือนจำ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2554 โดยที่ รมว.ของเขานั่งฟังผมพูดกับนายกษิตโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ และเท่าที่อยู่ในเรือนจำผมได้รับอำนวยความสะดวกอย่างเสียมิได้”

เล็งเรียกผู้จัดปาร์ตี้สนามม้านางเลิ้ง

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า คสช. ได้พยายามขอความร่วมมือให้บุคคลทั่วไปหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายที่สังคมอาจมองได้ว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ เพราะล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีบางบุคคลได้รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมในลักษณะที่อาจเข้าข่ายดังกล่าว ณ บริเวณ สนามม้านางเลิ้ง โดยที่ไม่ได้มีการแจ้งบอกกล่าวหรือขออนุญาตจาก คสช. ซึ่งจากกรณีดังกล่าวนี้อาจเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องขอเรียกตัวเพื่อเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพบต่อไป เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ คสช.ได้ขอความร่วมมือไว้

เล็งปรับเสื้อวิน จยย.เขียวทั่วกรุง

วันเดียวกัน พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ในฐานะรับผิดชอบดูแลจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กทม. มาจดทะเบียนอย่างถูกต้องครบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และในวันที่ 7 ก.ค.จะประชุมหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เรื่องเสื้อวินที่จะปรับจากเดิมทั้งสีและรหัสเดิม มาใช้เสื้อสีเขียวตามสีสากล เนื่องจากสีสากลที่เป็นที่ยอมรับคือ สีส้มและสีเขียว แต่ถ้าใช้สีส้มเกรงว่าปัญหาผู้มีอิทธิพลอาจยังคงมีอยู่ได้ จึงมีแนวคิดใช้เสื้อวินเป็นสีเขียวทั้งหมด นอกจากนี้ พล.1 รอ. และกรมคุ้มครองสิทธิ จะจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายให้กับหัวหน้าวินรถจักรยานยนต์รับจ้างทั่ว กทม. อาทิ เรื่องสิทธิและการคุ้มครอง ก่อนจะแจกเสื้อวินใหม่ ทะเบียนใหม่ ซึ่งจะต้องผ่านการอบรมการขับขี่ที่ถูกต้อง นอกจากนี้ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจะนัดประชุมจัดระเบียบขนส่งมวลชนสาธารณะในวันที่ 10 ก.ค.นี้ด้วย

จัดถี่งานคืนความสุขที่ปทุมฯ

ที่สนามโรงเรียนพิรุณศาสตร์ หมู่ 4 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พ.ท.เกรียงศักดิ์ สืบธรรมมา ผบ.บก.ควบคุม ร.21 พัน 3 รอ. นายเฉลิมพล มั่งคั่ง นอภ.ลำลูกกา นายสมบุญ พืชนะสุข นายก อบต.บึงทองหลางร่วมกันจัดโครงการปรองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนบึงทองหลาง โดยมีการแสดงของวงดนตรีทหาร ร.21 พัน 3 รอ.แพทย์ทหารมาตรวจสุขภาพร่างกายให้กับผู้สูงอายุและการแข่งกีฬาฟุตบอล ชักเย่อ วิ่งเปี้ยวผลไม้ วิ่งกระสอบและการฟ้อนรำของเด็กนักเรียนโรงเรียนพิรุณศาสตร์ พร้อมทั้งนำอาหารมาบริการให้ประชาชนทานฟรี ขณะที่ พ.ท.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ทำตามนโยบายของ คสช.ให้สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนให้ดำรงชีวิตร่วมกันได้แม้จะมีความคิดเห็นในด้านต่างๆที่แตกต่างกันรวมถึงความสามัคคีของคนในชาติเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปและการพัฒนาประเทศสู่ความสงบสุขต่อไป

ยี่ปั๊วจุกเลหลังลอตเตอรี่คู่ละ 74 บ.

อีกเรื่องหนึ่ง หลังจาก คสช.มีแนวทางแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลแพง โดยมีเป้าหมายกดราคาให้เหลือ 80 บาทนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดตระกูลเศรษฐี อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายลอตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

บรรยากาศเริ่มกลับคึกคักอีกครั้งโดยนางลำดวน ศรีบัวรินทร์ แม่ค้าจำหน่ายลอตเตอรี่กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผู้ขายรายย่อยจากจังหวัดอื่นมาซื้อลอตเตอรี่ไปขายต่อมีราคาขายที่ 74 บาท 75 บาทและ 80 บาท มีผู้ค้ารายย่อยมาซื้อมากกว่าทุกวัน ขณะที่ น.ส.ทองใหม่ วิจิตรปัญญา อายุ 44 ปี ผู้ซื้อสลากรายย่อยนำไปขายต่างจังหวัด กล่าวว่า ราคาลอตเตอรี่ลดลงเพราะยี่ปั๊วจำเป็นต้องขายแล้ว หากไม่ขายก็ไม่ทราบจะไปขายที่ไหนเพราะคนเดินขายที่ใหญ่ที่สุดก็อยู่ที่ จ.เลย ตนซื้อราคา 74 บาท ต้องขายในราคา 90 บาทถึงจะอยู่ได้

บุกเช็กโกดังข้าวพิจิตร–นครสวรรค์

ส่วนการตรวจสอบโกดังข้าวยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยที่ จ.พิจิตร คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือชุดที่ 72 นำโดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวหน้าคณะทำงานและ พ.ท.ณที ทิมเสน รองหัวหน้าคณะทำงานได้นำทหารตรวจสอบโกดังเก็บข้าวของบริษัทบีพีไรซ์จำกัด เลขที่ 290 หมู่ 4 ต.ย่านยาว อ.เมืองพิจิตรซึ่งเป็นที่เก็บข้าวสารของ อ.ต.ก.โครงการปีการผลิต 2555 มีโกดังเก็บข้าวทั้งหมด 6 โกดัง ส่วน จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ทหาร มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิระประวัติเข้าตรวจโกดังข้าว ฮึ้งฮงฮวด ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติ

เจอข้าวล้มอีกโกดังตรวจนับไม่ได้

นอกจากนี้ ที่โกดังเก็บข้าวของบริษัทเพชรภูผา เขาสว่าง ต.หนองปลิง อ.เมืองกำแพงเพชร นางนันทิยา อุ่นประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานชุดตรวจ ชุดที่ 60 พร้อมกับ พ.ท.ชัยธัช ยิ้มทิม ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 นำกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ ทั้ง 4 ฝ่าย เข้าตรวจสอบแต่พอเปิดโกดังพบว่ามีกองข้าวสไลด์ล้มปิดขวางทางเดินจำนวนมาก

นางนันทิยา กล่าวว่า ข้าวที่ อคส.นำมาเก็บโกดังแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2555 เป็นปลายข้าวจึงเป็นปกติที่จะมีมอดมาเจาะทำลาย และทำให้กระสอบยุบตัว เมื่อกระสอบด้านบนซึ่งหนักกดทับลงมา กระสอบที่ยุบตัวรับน้ำหนักไม่ไหวจึงสไลด์ล้มลงมาเป็นชั้นๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถตรวจนับได้และได้สั่งปิดโกดังแห่งนี้ไว้ก่อนเพื่อให้ อคส.นำคนงานมาเรียงข้าวให้เรียบร้อยก่อน

ปลัด พณ.เด้ง 2 อธิบดีเข้ากรุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ชุติมา บุณยประภัสร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ โดยย้ายนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และแต่งตั้งนางดวงพร รอดพยาธิ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ มาเป็นรักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้โยกย้ายนายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงพาณิชย์ และแต่งตั้ง นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ไปเป็นรักษาการอธิบดีกรมการค้าภายใน

สั่ง “เสธ.อ้าย-วีระ” รายงานตัว

ต่อมาเวลา 20.45 น. คสช.มีคำสั่งที่ 86/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ในวันที่ 7 ก.ค. เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ และนายวีระ สมความคิด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขรก.ข้าราชการนายกรัฐมนตรีสภาปฏิรูปคสช.อั้ม เนโกะสื่อออนไลน์วีระ สมความคิดเปรยซอว์สลากกินแบ่งรัฐบาลรายงานตัว

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้