กีฬา
100 year

มิคสัญญีอิรักรอบใหม่ ระเบิดเวลาแตกปะทุ

บวร โทศรีแก้ว15 มิ.ย. 2557 05:01 น.
SHARE

ปลุกให้สู้  –  ทหารชูปืนขณะที่บรรดาชายชาวอิรักตะโกนคำขวัญปลุกใจ ที่ศูนย์เกณฑ์ทหารในกรุงแบกแดด หลังรัฐบาลปลุกเร้าให้ชายชาวอิรักอาสารับใช้ชาติ สมัครเป็นทหารต่อสู้กับกลุ่มไอเอสไอแอล ซึ่งรุกคืบยึดเมืองต่างๆ (เอพี)

ตกตะลึงกันทั้งโลก เมื่อกองกำลังมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรง “รัฐอิสลามในอิรักและลีแวนต์” (Islamic State in Iraq and the Levant) หรือ “ไอเอสไอแอล” บุกยึดเมืองสำคัญๆ ในอิรักได้ปานสายฟ้าแลบ

โดยเฉพาะเมืองโมซุล เมืองใหญ่อันดับ 2 ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเมือง และเมืองทิกริต บ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำจอมเผด็จการ ใน จ.นิเนเวห์ ทางภาคเหนือ ก่อนรุกคืบลงใต้มุ่งยึดกรุงแบกแดด

ก่อนหน้านี้ ไอเอสไอแอลยึดพื้นที่อื่นๆได้ไม่น้อยแล้ว ไล่ตั้งแต่ชายแดนซีเรียและตุรกีทางภาคเหนือ ลงไปตามแม่น้ำยูเฟรตีสทางภาคตะวันตกจนถึงเมืองรามาดีและฟัลลูจาห์ทางภาคกลาง ห่างกรุงแบกแดดแค่ 65 กม.

สาเหตุที่ยึดเมืองได้ง่ายดายเป็นเพราะนักรบไอเอสไอแอลแข็งแกร่ง รบเก่งและโหดเหี้ยมเป็นที่เลื่องลือ ทำให้ทหารอิรักหวาดกลัวและไร้ขวัญกำลังใจ จึงทิ้งฐานที่มั่นง่ายๆ แม้จะมีกำลังพลมากกว่าถึง 15 ต่อ 1

นอกจากนี้ ประชาชนชาวสุหนี่ชนกลุ่มน้อยจำนวนมากก็หันมาเป็นแนวร่วมกับไอเอสไอแอล เพราะเห็นว่า นายกรัฐมนตรี นูริ อัล–มาลิกี ซึ่งเป็นชาวชีอะห์ ทำตัวเป็นเผด็จการ เข้าข้างชาวชีอะห์ด้วยกัน ปฏิบัติต่อชาวสุหนี่อย่างไม่ยุติธรรมเหมือนพลเมืองชั้น 2 อีกทั้งรัฐบาลมีการคอร์รัปชันแพร่หลายทั่วทุกองคาพยพ

ถ้าแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป รัฐบาลอิรักก็คงเสียเมืองเพิ่มขึ้น แม้กองทัพจะมีทหารเกือบ 1 ล้านนาย สถานการณ์ขณะนี้จึงล่อแหลมที่สุดตั้งแต่สหรัฐฯและพันธมิตรถอนทหารออกจากอิรักเมื่อเดือน ธ.ค. 2554 หลังบุกโค่นล้มซัดดัมฯ ในปี 2546 โดยทิ้งปัญหาไว้มากมาย โดยเฉพาะการรบราฆ่าฟันกันเองของชาวชีอะห์และสุหนี่

ในช่วงสหรัฐฯยึดครองอิรัก กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ต่อต้านการยึดครองโผล่ขึ้นเป็นดอกเห็ด รวมทั้งกลุ่มชาวชีอะห์และสุหนี่ในอิรักเอง ไปจนถึงนักรบเพื่อศาสนา (ญีฮาด) จากต่างชาติทั่วโลก ซึ่งหลั่งไหลเข้าไปร่วมต่อสู้ หนึ่งในนั้นคือกลุ่ม “อัล–เคดาในอิรัก” (เอคิวไอ) สาขาของเครือข่ายก่อการร้ายสากล “อัล–เคดา” เจ้าเก่า

กลุ่มไอเอสไอแอลซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.2556 ก็คือกลุ่มเอคิวไอเดิมซึ่งรวมตัวกับพันธมิตรสุหนี่กลุ่มอื่นๆ จนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า “ไอเอสไอเอส” ซึ่ง “เอส” ตัวหลังย่อมาจากคำภาษาอาหรับ “อัล–ชาม” (al–sham) มีความหมายเดียวกับ “ลีแวนต์” (Levant) ที่แปลว่า “มหาซีเรีย”

เป้าหมายหลักของกลุ่มคือผนวกดินแดนภาคเหนือ ภาคตะวันตกและภาคกลางบางส่วนของอิรัก เข้ากับภาคตะวันออกของซีเรีย เพื่อตั้งเป็น “รัฐอิสลามบริสุทธิ์” สำหรับชาวสุหนี่ ซึ่งเห็นว่าชาวชีอะห์เป็นพวกนอกรีต

ผู้นำกลุ่มไอเอสไอแอลชื่อ “อาบู บาคาร์ อัล–แบกเเดดี” ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มเอคิวไอเดิมตั้งแต่ปี 2553 เขาเป็นบุคคลลึกลับที่สุด แทบไม่เคยมีใครเห็นตัวจริงแม้แต่ลูกน้อง เวลาพบปะกับเหล่าผู้บัญชาการทหาร มักใส่หน้ากาก จนได้ฉายาว่า “ท่านชีคล่องหน” รูปถ่ายของเขาเท่าที่ปรากฏมีแค่ 2 รูปเท่านั้น

เมื่อเดือน ต.ค.2554 สหรัฐฯขึ้นบัญชีดำอัล-แบกแดดี เป็นผู้ก่อการร้าย และตั้งค่าหัวเขาสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ (ราว 320 ล้านบาท)

เชื่อว่าอัล-แบกเเดดี ซึ่งมีนามแฝงอื่นๆว่า อาบู–ดูอา และ ดร.อิบราฮิม ออว์วัด อิบราฮิม อาลี อัล-บาดรี อัล-ซามาไร เกิดที่เมืองซามาร์รา ทางเหนือกรุงแบกแดดในปี 2514 ข่าวบางกระแสระบุว่าเคยเป็นผู้นำทางศาสนาในสุเหร่าในช่วงสหรัฐฯ บุกอิรัก บ้างก็ว่าเป็นนักรบญีฮาดตั้งแต่ยุคซัดดัม ฮุสเซน แล้ว และเริ่มรับแนวคิดหัวรุนแรงขณะถูกคุมขังนาน 4 ปีร่วมกับเหล่าผู้นำอัล-เคดา อื่นๆ ในแคมป์บัคกา ของสหรัฐฯ ทางภาคใต้อิรัก

อัล-แบกแดดีและไอเอสไอแอล ไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อเครือข่ายอัล-เคดา ซึ่งมี “ไอมาน อัล–ซาวาฮิรี” ชาวอียิปต์เป็นผู้นำสูงสุด ตั้งแต่ “โอซามา บิน ลาเดน” ผู้นำคนก่อนถูกหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯ บุกสังหารในปากีสถานในปี 2554 อีกทั้งแยกปฏิบัติการกับ “แนวร่วมอัล–นุสรา” สาขาของอัล-เคดา ในซีเรีย

ผู้นำลึกลับ – ภาพถ่าย 1 ใน 2 ภาพของนายอาบู บาคาร์ อัล–แบกแดดี ผู้นำกองกำลังมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรง “ไอเอสไอแอล” ซึ่งรัฐบาลอิรักนำออกเผยแพร่ (เอเอฟพี)

อัล-แบกแดดี มีกิตติศัพท์เลื่องลือว่าเป็นนักวางยุทธศาสตร์การรบและนักจัดองค์กรที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งโหดเหี้ยมเฉียบขาด ทำให้ไอเอสไอแอลดึงดูดนักรบญีฮาดรุ่นใหม่ให้เข้าร่วมได้เหนือกว่าเครือข่ายอัล-เคดา ของซาวา–ฮิรี ซึ่งเป็นนักศาสนวิทยาอิสลาม จนนักวิเคราะห์เชื่อว่า ขณะนี้เขามีบารมีเหนือกว่าอัล-ซาวาฮิรี และกลายเป็น “ทายาทตัวจริง” ของ บิน ลาเดน ส่วนไอเอสไอแอลก็เป็นกลุ่มนักรบญีฮาดที่แข็งแกร่งที่สุดในตะวันออกกลางไปแล้ว แม้อัล-ซาวาฮิรี และอัล-เคดา จะยังมีอิทธิพลอยู่มากในอัฟกานิสถาน ปากีสถาน คาบสมุทรอาระเบียและแอฟริกาเหนือ

ปัจจุบัน ไอเอสไอแอลมีนักรบ 7,000-10,000 คน รวมทั้งนักรบต่างชาติจากทั่วโลก ทั้งจากโลกอาหรับ ภูมิภาคคอเคซัส สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และชาติยุโรปอื่นๆ

ไอเอสไอแอลยังปฏิบัติการอยู่ในซีเรียด้วย และยึดภาคตะวันออกซีเรียได้บางส่วน รวมทั้งเมือง “รักกา” ซึ่งถูกใช้เป็นฐานที่มั่น และคาดว่าอัล-แบกแดดี ก็กบดานอยู่ที่นั่น

จริงๆ แล้ว สาเหตุสำคัญอีกประการที่ทำให้ไอเอสไอแอลแข็งแกร่ง เป็นเพราะสงครามกลางเมืองในซีเรีย ซึ่งนักรบญีฮาดจากทั่วโลกหลั่งไหลไปช่วยฝ่ายกบฏสู้รบกับรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ตั้งแต่ 3 ปีก่อน และนักรบเหล่านี้จำนวนมากเข้าไปร่วมกับกลุ่มไอเอสไอแอล โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า นักรบญีฮาดจากชาติตะวันตกในซีเรียถึง 80 เปอร์เซ็นต์เข้าร่วมกับไอเอสไอแอล

การผงาดขึ้นมาของไอเอสไอแอล เป็นบทท้าทายยิ่งต่อรัฐบาลอิรักกับสหรัฐฯ และ “เจ้าโลก” อย่างสหรัฐฯ จะจัดการกับ “ระเบิดเวลา” ที่ตัวเองทิ้งไว้ในอิรักอย่างไร...น่าจับตามองอย่างยิ่ง!

บวร โทศรีแก้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 วันรอบโลกบวร โทศรีแก้วกองกำลังมุสลิมสุหนี่ไอเอสไอแอลบุกยึดอิรักแบกแดดนักรบซีเรีย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้