วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไขรหัส! แผนอุ้มเศรษฐกิจหลังรัฐประหาร 49 VS 57 ยุคไหนรุกฆาตกว่ากัน?

ไขรหัส! แผนอุ้มเศรษฐกิจหลังรัฐประหาร 49 VS 57 ยุคไหนรุกฆาตกว่ากัน?

  • Share:

ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงต่อเนื่อง และความตึงเครียดทางสังคม อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก พิษภัยทางการเมือง ซึ่งเป็นตัวฉุดรั้งให้ประเทศไทยเข้าสู่สภาวะการถดถอย ชนิดที่ไม่สามารถหลีกหนีได้พ้น...

ด้วยตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจไทยต่างๆ นานา อยู่ในสภาวะชะลอตัวเกือบทั้งหมด หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับสูง ประชาชนคนไทยต่างรัดเข็มขัดในการใช้จ่าย ภาคธุรกิจยกเลิกการลงทุน จีดีพีไตรมาสแรกติดลบ ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้เป็นเครื่องสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังจะพังครืนลงไปทุกขณะ

กระนั้นประเทศไทย จึงมิต่างอะไรกับเรือยนต์ลำหนึ่งที่มีรอยรั่ว แต่กำลังล่องลอยอยู่บนผืนน้ำ มีคนอยู่บนเรือ แต่ไร้ซึ่งคนขับเรือ ในขณะที่คนบนเรือบ้างก็ช่วยอุดรอยรั้ว บ้างก็อยู่เฉยๆ บ้างก็สร้างรอยรั่วให้มากขึ้น แต่ ณ วินาทีนี้มีกัปตันเรือคนใหม่ เข้ามาควบคุมบัญชาการทิศทางของเรือลำดังกล่าว โดยมีความหวังจากทุกคนบนลำเรือว่า ในวันข้างหน้า เสียงเครื่องยนต์บนเรือลำนี้ จะดังกระหึ่มอีกครั้ง!

ทหารเคลื่อนพล รัฐประหาร 49

‘ทีมข่าวเศรษฐกิจออนไลน์’ จึงเปิดแผนพลิกกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจของประวัติศาสตร์แห่งการรัฐประหารเมื่อครั้ง 19 กันยายน พ.ศ.2549 โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และครั้งล่าสุด ในครั้ง 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา...ยุคใด เกมใคร จะงัดแผนเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจได้ยอดเยี่ยมกว่ากัน!


ย้อนรอย 8 ปี ‘บิ๊กบัง’ เข็นแผนเศรษฐกิจหลังรัฐประหาร 2549
หลังจากที่ประเทศไทยว่างเว้นจากรัฐประหารมาเป็นเวลากว่า 15 ปี แต่แล้วการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ก็ได้เริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หรือที่ใครหลายๆ คนเรียกขานว่า ‘บิ๊กบัง’ เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินหรือที่เรียกกันเล่นๆว่า'บิ๊กบัง'

แม้ในขณะนั้น จะเกิดการยึดอำนาจขึ้นก็ตาม แต่เศรษฐกิจไทยปี 49 สามารถขยายตัวได้ 5% เพราะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลก จึงทำให้การส่งออกเติบโต 9% แต่เมื่อพิจารณาลงลึกดูแล้ว จะพบว่าประเทศไทยเกิดสุญญากาศทางการเมืองเป็นเวลานาน จึงส่อสัญญาณแห่งความถดถอยลงในทุกๆ ไตรมาส

ณ ขณะนั้น ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ จึงถูกบดบังจากวิกฤติการเมือง และความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลก เพราะหลังจากการยึดอำนาจ รัฐบาลใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำหน้าที่รับมือกับปัญหาทางการเมือง จึงยังไม่มีแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบที่ชัดเจนออกมา

รถถังถูกเคลื่อนเข้ามาไว้ในกลางกรุง

ต่อมาปี 2550 ภายใต้การบริหารของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หรือที่หลายๆ คนต่างขนานนามว่า รัฐบาลขิงแก่ ได้มีแผนการพัฒนาโดยวางยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุข โดยเน้นการพัฒนาคนและครอบครัวให้พึ่งพาตนเองได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

สุดท้าย ผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลขิงแก่ ถูกโจมตีอย่างหนัก เนื่องจากถูกมองว่า รับบาลชุดดังกล่าวพยายามไล่เช็กบิลทางการเมือง มากกว่ามุ่งบริหารบ้านเมือง จนถูกใช้คำ “รัฐบาลเกียร์ว่าง” ส่งผลให้จีดีพีปี 2550 ลดเหลือโต 4.8% เพราะมีการส่งออกเป็นตัวชูโรงขับหนุนการเติบโต แต่ในแง่ของการบริโภคและลงทุน ภาคเอกชนยังชะลอตัว อีกทั้งชาวบ้านยังทำมาค้าขายยากขึ้นอีกด้วย

การส่งออก ปัจจัยหลักหนุนเศรษฐกิจโต

ยึดอำนาจ 49 ยืดเยื้อ S&P จ้องลดเครดิต มูดีส์-ไอเอ็มเอฟ เชื่อมัั่น

นายคิม เอ็ง นักวิเคราะห์จากบริษัท สแตนดาร์ด พัวร์ (เอสแอนด์พี) เตือนว่า การก่อรัฐประหารในไทยหากยืดเยื้อและไม่คืนอำนาจให้ประชาชน มีความเสี่ยงที่จะทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ชะงักงัน และทำให้เสียบรรยากาศการลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจไทย

ด้านสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และนายบิล เมอร์เรย์ โฆษกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุตรงกันว่า การยึดอำนาจในไทย จะไม่ส่งผลกระทบทันทีต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารไทยทั้ง 12 แห่ง โดยย้ำว่ามีความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยว่ามีความเข้มแข็ง

ชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ


รัฐประหาร ‘บิ๊กตู่’ ยกโครงการเร่งด่วนพรึบ เคลียร์จำนำข้าว!

การทำรัฐประหารในครั้งนี้ แตกต่างจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 อย่างเด่นชัด หากเพราะแนวทางการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศในครั้งรัฐประหาร 57 นี้ ได้หยิบยกประเด็นของการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นวัตถุประสงค์หลัก มิหนำซ้ำ ยังให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องอำนาจการปกครองเสียอีก

กระนั้น การสะสางปัญหาในโครงการรับจำนำข้าว จึงเป็นเรื่องที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นโครงการเร่งด่วน และได้กลายมาเป็นแผนงานที่ถูกอกถูกใจประชาชนทั่วไป และเติมความหวังอันแสนริบหรี่ของชาวนา ให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง หากเพราะ ณ ขณะนี้ โครงการรับจำนำข้าวยังมียอดค้างจ่ายเงินรวมแล้วประมาณ 92,000 ล้านบาท และมีชาวนาได้รับผลกระทบกว่า 800,000 ราย

ชาวนากับฝันที่รอคอย...ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว

ทว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เริ่มให้ ธ.ก.ส.ใช้เงินสภาพคล่อง วงเงิน 40,000 ล้านบาท มาจ่ายให้ชาวนาภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งเริ่มจ่ายเงินได้ในช่วงบ่ายวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจ่ายเงินตามลำดับเลขที่ใบประทวนและจะกระจายเงิน 40,000 ล้านบาท ให้เท่าเทียมกันในทุกภูมิภาค และคาดว่าชาวนาจะได้เงินครบทุกคนภายใน 1 เดือน และสามารถใช้คืนเงินกู้ทั้งหมดได้ภายใน 15 เดือน

นอกจากนี้ ยังเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2557 ให้เร็วขึ้น เพื่อให้มีเงินออกไปในระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว ในขณะที่งบประมาณปี 2558 ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดทำ ก็มีการเร่งรัดการดำเนินการให้เสร็จสิ้นทันปีงบประมาณ และสามารถที่จะนำมาใช้ได้ทันในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 อีกด้วย

เข้มแข็ง เด็ดขาด สไตล์บิ๊กตู่


ยึดอำนาจ 57 S&P - ฟิทช์เรตติ้งส์ หวั่นการเมืองกดเครดิตร่วง

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส หรือ เอสแอนด์พี ระบุว่า การรัฐประหาร 2557 อาจเป็นผลลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของไทย หากสถานการณ์ทางการเมืองพัฒนาไปสู่แนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรง
ขณะที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์เรตติ้งส์ หรือ ฟิทช์ ได้ระบุว่า ในช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึกนั้น เป็นปัจจัยลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือไทย และจะกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยจะต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

รัฐประหารครั้งนี้ จะสามารถ “รีบูท” เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยให้สามารถทะยานออกไปได้อย่างสวยงามแบบ "ซอฟต์แลนดิ้ง" หรือจะปักหัวทิ่มชนิด "ฮาร์ดแลนดิ้ง" ก็คงจะขึ้นอยู่กับ “กัปตัน” คนใหม่เป็นสำคัญ!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้