วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อิชิตัน' ฮุบกิจการน้ำส้ม 'ไบเล่' ต่อยอดธุรกิจ จ่อวางขายไตรมาส4

'อิชิตัน' ฮุบกิจการน้ำส้ม 'ไบเล่' ต่อยอดธุรกิจ จ่อวางขายไตรมาส4

  • Share:

"อิชิตัน"ทุ่ม 1.78 พันล้าน ซื้อน้ำส้ม"ไบเล่" พร้อมสูตร ดันราคาหุ้นพุ่งต่อเนื่อง "ตัน" ชี้คุ้มค่าเพราะเป็นแบรนด์ที่คนรู้จัก เล็งวางขายไตรมาส 4 นี้ ปลื้มไตรมาส 1 ผลประกอบการโต 21.8% โกยยอดขาย 1.49 พันล้านจากอากาศร้อน...

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.มีรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าทำรายการซื้อสิทธิ์ ในเครื่องหมายการค้า "ไบเล่" (BIRELEY) พร้อมสูตรการผลิตจากบริษัท ซันนี่ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ จำกัด (SUNNY) และอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนในที่ดิน อาคาร ระบบติดตั้งภายใน เครื่องจักร และอุปกรณ์เพื่อใช้ในการผลิต รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,780 ล้านบาท โดยใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท ส่งผลเมื่อช่วงเช้าภายหลังหุ้นไทยเปิดตลาด ราคาหุ้น ICHI พุ่งขึ้นแตะระดับ 25.25 บาทจากวานนี้ (14 พ.ค) ที่ราคา 24.30 บาท และล่าสุดเวลา 16.30 น. แตะที่ 25.75 บาท จากแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง

ด้านนายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป กล่าวว่า การซื้อเครื่องหมายการค้าน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์ "ไบเล่" โดยได้ลิขสิทธิ์เป็นเจ้าของตลอดชีพ พร้อมสูตรการผลิตในราคา 240 ล้านบาท แบ่งเป็นสิทธิ์เครื่องหมายการค้า"ไบเล่"ในไทยมูลค่า 80 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ อีก 15 ประเทศ ประเทศละ 10 ล้านบาท พร้อมสิทธิ์ในเครื่องดื่ม 3 สูตร รวม 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ไม่ได้ทำการซื้อโรงงาน และเครื่องจักรของไบเล่ด้วย แต่วางแผนจะใช้ฐานกำลังการผลิตเดิมที่มี ซึ่งสามารถผลิตเครื่องดื่มได้เกือบทุกประเภท

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรองรับถ้าโรงงานที่ 1 ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 เต็มกำลังผลิต ทางบริษัทมีแผนจะขยายโรงงานที่ 2 จากการได้รับการอนุมัติวงเงิน ลงทุน 1,295 ล้านบาท โดยตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณปี 2559 ไม่เกินปี 2560 เพื่อขยายฐานกำลังการผลิตทุกสินค้าของบริษัทต่อไป ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติซื้อที่ดิน 76 ไร่เศษ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ พื้นที่ใกล้กับโรงงานเดิมมูลค่า 244.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการก่อสร้างโรงงานที่ 2 ในอนาคต ซึ่งเงินลงทุนทั้งสิ้นดังกล่าว จะใช้เงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานของบริษัท ตั้งแต่ปี 2557-2559 ไม่ได้ใช้เงินจาก IPO แต่อย่างใด

"มีความมั่นใจเรื่องการเตรียมขยายธุรกิจเข้าสู่เครื่องดื่ม ประเภทน้ำผลไม้พร้อมดื่มไบเล่ เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพและความคุ้มค่าในการลงทุนเพราะเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก และชื่นชอบกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว ง่ายต่อการเริ่มดำเนินงานด้านการตลาดได้ทันที และยังสามารถนำแบรนด์ไปต่อยอดกับเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ได้อีกด้วย การลงทุนครั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มพอร์ตสินค้าในมือ ICHI ให้หลากหลายขึ้น เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ คาดว่าจะพร้อมเปิดเผยแผนการตลาด และวางจำหน่ายสินค้าได้ภายในไตรมาส 4"

นายตัน ยังกล่าวถึงผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/57 ว่า มียอดขาย 1,497 ล้านบาท เติบโต 21.8% จาก ไตรมาส 4/56 แต่ลดลง 8.3% จากไตรมาส 1/56 โดยเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เย็นยาวนานในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส ซึ่งกระทบภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จจากแคมเปญ "อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง ภาค 3" ประกอบกับการลดสัดส่วนการว่าจ้างผลิตลงจาก 25% เป็น 9% ส่งผลให้ความสามารถทำกำไรสุทธิ 202 ล้านบาท เติบโต 7.4% จากไตรมาส 4/56 และ 15% จากไตรมาส 1/56 ซึ่งถ้าคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิก่อนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะเติบโตเพิ่มขึ้น 8.6% จากไตรมาส 4/56 และ 48.7% จากไตรมาส 1/56

ทั้งนี้ ผลประกอบการในไตรมาส 1/57 เติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจเครื่องดื่ม ประกอบกับอากาศร้อนขึ้นทุกปี ส่งผลให้แคมเปญการตลาดประสบความสำเร็จตั้งแต่เดือน มี.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกของกิจกรรมและคาดว่าจะยังส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2/57 จากผลการสำรวจล่าสุด ในเดือน มี.ค. 2557 อิชิตันยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 49% เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จากการเริ่มเดินไลน์การผลิตแรกของโรงงานในเฟส 2 ทำให้สามารถปรับลดสัด ส่วนการว่าจ้างผลิต (OEM) ที่ เดิมมีสัดส่วน 25% เป็นปัจจุบันสัดส่วน อยู่ที่ 9% ส่งผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 1/57 คิดเป็น 36.5% เติบโตจากไตรมาส 1/56 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 26.5% เติบโตเพิ่มขึ้น 26.2 % เพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนสินค้าอย่างชัดเจน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนการว่าจ้างผลิตเมื่อจบปี 57 อยู่ที่ไม่เกิน 5% เมื่อสามารถเดินไลน์ การผลิตได้ครบในโรงงานเฟส 2 ที่ จะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายไตรมาส 3/57 ซึ่งจะส่งผลให้ศักยภาพของบริษัทฯ มีกำลังการผลิตแบบขวดเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านขวดต่อปีและ 200 ล้านกล่องต่อปี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้