วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หวั่นตึกเก่ากทม.พัง

หวั่นตึกเก่ากทม.พัง

  • Share:

อาฟเตอร์ช็อกซํ้า100หน! คัมภีร์200ปีทำนายถูกเป๊ะ

“เชียงราย” ระทม เจอพิษอาฟเตอร์ช็อกถล่มซ้ำหลายระลอก หนักสุดเขย่าแรงถึง 5.6 ริกเตอร์ อ.แม่ลาว และ อ.พาน บ้าน-วัด-โรงเรียน พังราบเป็นหน้ากลอง ชาวบ้านผวาไม่กล้าพักอาศัยต้องมากางเต็นท์นอนกลางถนน “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” บ่นท้อใจ “วัดร่องขุ่น” ที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมากว่า 20 ปี พังพินาศในพริบตา สั่งปิดห้ามนักท่องเที่ยวเข้าชมไม่มีกำหนด รัฐบาลตั้งทีมช่วยเหลือแผ่นดินไหว เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ กรมทรัพยากรธรณีชี้ สาเหตุธรณีสะเทือนเกิดจากรอยเลื่อนพะเยา เฝ้าจับตาอาจส่งพลังไปถึงอีก 5 รอยเลื่อนใกล้เคียง “วสท.” หวั่นตึกเก่าใน กทม. รับมือแผ่นดินไหวรุนแรงไม่ได้ แถมเตือนให้ระวัง “ดินเหลวดูดคน” เหมือนที่เกิดในเมืองจีน

จากเหตุธรณีสะเทือน เขย่าขวัญคนไทย กรณีแผ่นดินไหว ความแรง 6.3 ริกเตอร์ ระดับความลึก 7 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ จ.เชียงราย ได้รับความเสียหายหลายแห่ง โดยเฉพาะ “วัดร่องขุ่น” ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ซึ่งปกติในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวนับพันคนเข้าเยี่ยมชมผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมแบบล้านนาประยุกต์ ถูกแรงสั่นสะเทือนเสียหายหนัก ขณะที่ผู้อยู่อาศัยตามอาคารสูงในตัวเมืองเชียงใหม่ ต่างตื่นตระหนกอกสั่นขวัญแขวน เพราะเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย

เชียงรายยังผวาอาฟเตอร์ช็อก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กหรืออาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกนับร้อยครั้ง ตลอดทั้งคืนวันที่ 5 พ.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค. แต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว กระทั่งเมื่อเวลา 07.56 น. วันที่ 6 พ.ค. ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกครั้งใหญ่ที่รับรู้ถึงความสั่นไหวได้ ติดต่อกันอีก 3 ครั้ง โดยนายสว่าง ม่อมดี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า อาฟเตอร์ช็อกทั้ง 3 ครั้งเกิดขึ้นเวลา 07.56 น. 07.58 น. และ 08.00 น. ทำให้บ้านเรือน ตึกแถว ร้านค้า อาคาร โรงแรมสูง โยกสั่นคลอน ประมาณครั้งละ 5 วินาที เป็นอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.6 ริกเตอร์ และ 5.1 ริกเตอร์ตามลำดับ ในระดับความลึก 10 กิโลเมตร ซึ่งการสั่นไหวครั้งล่าสุดนี้สร้างความเสียหายรุนแรงให้พื้นที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย

แม่ลาวพินาศบ้านถล่มทั้งหลัง

สำหรับรายงานความเสียหายในพื้นที่ อ.แม่ลาว จากเหตุอาฟเตอร์ช็อกครั้งล่าสุด พบว่าที่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 5 ต.จอมหมอกแก้ว ของนายตา สมฤทธิ์ เป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียวสร้างใหม่ยังไม่ได้ เข้าไปอยู่อาศัย ตัวบ้านพังถล่มราบลงทั้งหลัง ส่วนบ้านไม้หลังเก่าที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ผนังห้องครัวพังลงทั้งแถบ รวมทั้งอาคารศูนย์จักสานที่ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกัน หลังคายุบลงมา ที่หมู่บ้านป่าอ้อย หมู่ 5 ต.จอมหมอกแก้ว มีบ้านเรือนเสียหายเล็กน้อย 70 หลัง เสียหายหนัก 9 หลัง ที่บ้านสันกันแฮ้ว หมู่ 4 ต.จอมหมอกแก้ว บ้านเสียหาย 76 หลัง ที่บ้านท่า–มะโอ หมู่ 8 ต.จอมหมอกแก้ว เจ้าหน้าที่ ตชด.327 ฝ่ายปกครอง และทหาร นพค.35 ระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออพยพราษฎรออกมายังที่ปลอดภัย ส่วนที่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 4 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว ของนางวรารัตน์ จักรใจ เป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียวสร้างแบบเล่นระดับ ยกพื้นสูง เสาบ้าน 6 ต้น ด้านหน้าหัก ตัวบ้านยุบ ผนังฉีกขาดเป็นแนวยาว

พระพุทธรูปเศียรหัก–วัดพังราบ

ที่วัดอุปแก้ว หมู่ 5 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว วัดเก่าแก่อายุ 115 ปี พระประธานในโบสถ์ที่เป็นปูนปั้นหน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 3 เมตร เศียรพระหักตั้งแต่พระศอ กระเด็นตกลงกับพื้น และพระกรทั้งสองข้างหัก ปูนที่พอกองค์พระแตกกะเทาะเสียหายทั้งองค์ หลังคาโบสถ์ทรุด ผนังปูนแตกกระจาย ฐานซุ้มประตูแก้ว ความสูง 10 เมตร ทรุดเอียง และส่งผลให้ยอดซุ้มด้านบนแตก บันไดนาคแตกหัก ยอดฉัตรเอียง เสากุฏิพระขนาด 2 ชั้น 2 หลัง ฝาผนังแตกร้าว พระอธิการศักดิ์สิทธิ์ สุทธาโส เจ้าอาวาสวัดอุปแก้ว ได้สั่งปิดพื้นที่เป็นเขตอันตราย ห้ามบุคคลภายนอกเข้า เกรงจะถล่มลงมาทับคน ขณะที่วัดดอนจั๋น บ้านห้วยส้าน วัดท่าต้นตัน บ้านสบห้วย วัดน้ำ–ล้อม บ้านห้วยหาน ต.ดงมะดะ และวัดโป่งมอญ ต.ป่าก่อดำ อ.แม่ลาว พระพุทธรูป โบสถ์ และสิ่งก่อสร้างในวัดแตกเสียหายหลายแห่งเช่นกัน

แม่เฒ่าเหยื่อดินไหวตาย 1 เจ็บ 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกคือนางแสง รินคำ อายุ 83 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 8 ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว ถูกผนังบ้านล้มทับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อีกรายชื่อ นางคำปัน จันต๊ะเวช อายุ 84 ปี ราษฎร ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย ได้รับบาดเจ็บถูกทีวีล้มใส่ขณะเกิดแผ่นดินไหว นำส่งรักษาที่ รพ.แม่สรวย แต่โรคประจำตัวกำเริบ มีอาการหอบหายใจไม่ออกต้องต่อท่อช่วยหายใจ ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อาการปลอดภัยแล้ว

อ.พาน อ่วมหนัก–น้ำใต้ดินทะลัก

ส่วนที่ อ.พาน จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ขนาด 6.3 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. จากการสำรวจความเสียหายพบมีบ้านเรือน 15 ตำบล 234 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีบ้านที่พังถล่มทั้งหลัง 6 หลังคาเรือน นอกนั้นมีความเสียหายเรื่องรอยแตกร้าว อาทิ ที่ ร.ร.พานพิทยาคม อาคารเรียนสูง 4 ชั้น มีรอยแตกร้าวปรากฏทั่วตัวอาคาร ต้องสั่งปิดพื้นที่ พร้อมส่งวิศวกรเข้าสำรวจว่ากระทบต่อโครงสร้างหรือไม่ ขณะนี้ห้ามไม่ให้ใช้พื้นที่หรือเข้าใกล้เกรงจะถล่มลงมา ด้านอาคารที่ว่าการอำเภอพาน ฝ้าเพดานห้องประชุมพังเสียหาย วัดไม่น้อยกว่า 10 แห่ง สะพาน ถนนในหมู่บ้านได้รับผลกระทบ และที่บ้านท่าฮ้อ หมู่ 6 ต.ทรายขาว อ.พาน มีน้ำพุใต้ดินพุ่งออกมา ลักษณะคล้ายเม็ดทรายละเอียดปนกลิ่นกำมะถัน ขณะที่สนาม ร.ร.บ้านทุ่ง–ฟ้าผ่า หมู่ 7 ต.แม่พริก อ.แม่สรวย มีน้ำพุ่งออกมาจากใต้ดินเช่นกัน

“เฉลิมชัย” ท้อ–วัดร่องขุ่นยับเยิน

ขณะที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้บุกเบิกสร้างวัดร่องขุ่น กล่าวเปิดใจหลังสำรวจสภาพความเสียหายว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น มีทั้งรูปภาพบนผนังในโบสถ์ ที่ใช้เวลาสร้างถึง 2 ปี ผนังภาพจิตรกรรมในโบสถ์ เป็นรอยร้าวยาว แผ่นสีภาพแตกร่อนออกมา สะพานด้านข้างโบสถ์แตกเสียหาย ยอดเจดีย์หักเบี้ยว หลังคาหอแสดงภาพจิตรกรรมแตก ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างมานานต้องมาพังพินาศภายในวันเดียว เป็นความเสียหายที่มีค่ามาก ไม่ใช่มูลค่าของสิ่งที่สร้าง แต่เป็นคุณค่าทางจิตใจ มีคนชอบมาถามว่ารู้สึกอย่างไร เสียใจหรือไม่ เสียหายเป็นมูลค่าเท่าไหร่ อยากจะบอกว่าไม่ต้องมาถามว่าเป็นอย่างไร วัดร่องขุ่นสร้างมาถึงทุกวันนี้ น่าจะมีมูลค่าเป็นพันล้าน สร้างวัดนี้ขึ้นมาไม่เคยขอเงินใคร เป็นเงินที่ตนหามาเอง ไม่มีใครช่วย ความรู้สึกเสียใจมันมี แต่มีความเสียดายมากกว่าที่ศิลปะอันยิ่งใหญ่ที่ทุ่มทุนทั้งแรงกาย แรงใจ และกำลังทรัพย์ที่มีสร้างขึ้นมา

ทุบทิ้งจุดเสียหาย–ให้ชมภายนอก

นายเฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ถ้าหากตรวจดูความเสียหายภายในโบสถ์ครบหมดแล้ว ส่วนไหนที่สามารถซ่อมได้ก็จะซ่อม แต่ถ้าส่วนไหนที่ซ่อมไม่ได้ก็จะปล่อยให้มันคงอยู่อย่างเดิม ไม่ทำลาย เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ให้ผู้คนได้เห็นว่า ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นศิลปะที่สวยงดงาม เป็นสมบัติของประเทศชาติ และเป็นของทุกๆคน ส่วนบริเวณรอบนอก อย่างสะพานข้างโบสถ์ก็จะทุบทิ้ง ไม่ซ่อม ศาลาหลังโบสถ์ก็จะทุบทิ้งเช่นกัน ส่วนสิ่งที่จะซ่อมอย่างเร่งด่วนคือ หอศิลป์ เพราะเป็นสถานที่เก็บงานภาพเขียนไว้มากมาย ด้านโบสถ์ที่ความเสียหายมากก็จะไม่ซ่อม และจะให้คนได้ชมความงามเฉพาะภายนอก แต่ไม่ให้เข้าชมด้านในเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้เข้าชม

มท.1 ลงตรวจพื้นที่ใน จ.เชียงราย

ต่อมา นายนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เดินทางไปดูความเสียหายที่วัดร่องขุ่น และพบกับนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ก่อนกล่าวว่า จะส่งเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เข้ามาสำรวจโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย ถ้าพบความเสียหายที่เป็นอันตรายจะสั่งให้ปิดหรือซ่อมแซม จากนั้นนายจารุพงศ์และคณะเดินทางไปยังทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย หลัก กม.151-152 บริเวณบ้านห้วยส้านยาว หมู่ 13 ต.ดงมะดะ ที่เกิดทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง ก่อนไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ ร.ร.ห้วยส้าน โดยมอบเงินให้กับญาติของนางแสง รินคำ ผู้เสียชีวิต โดย รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ผวจ.เชียงราย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยผู้ว่าฯมีอำนาจในการเบิกจ่ายครั้งละ 20 ล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนรายละไม่เกิน 33,000 บาทต่อหลัง

ผู้ว่าฯ เผยตัวเลขคนเจ็บ–ตาย

นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า จากเหตุแผ่นดินไหว มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 22 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนใหญ่ถูกสิ่งของ กระเบื้อง อิฐ ปูน หล่นทับ ขณะนี้อาการปลอดภัยทุกคน ส่วนอำเภอที่เสียหายหนัก คือ อ.พาน และ อ.แม่ลาว วัด โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และบ้านเรือนเสียหาย บางแห่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง ทางจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและเร่งช่วยเหลือแล้ว

“ชัชชาติ” รุดดูสนามบินเชียงราย

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พบกระจกหอบังคับการบินร้าว 4 บาน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการสั่งการจราจรทางอากาศ เครื่องบินสามารถบินเข้า-ออกสนามบินได้ปกติ และบนรันเวย์ไม่มีความเสียหาย จากนั้น รมว.คมนาคม เดินทางไปตรวจดูสะพานต่างๆในพื้นที่ อ.พาน และ อ.แม่ลาว ก่อนกล่าวว่า แขวงเชียงราย 1 ได้ตรวจสอบความเสียหาย พบทางหลวงที่เสียหายและได้สั่งปิดรวม 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวง 118 ช่วง กม.141 (บ้านโป่งฟู-เฟื่อง) โครงสร้างทางมีการแตกร้าวเป็นแนวยาว และแนวขวางประมาณ 200 เมตร ผิวทางต่างระดับประมาณ 1-3 ซม. และทางหลวง 118 กม. 151-152 (บ้านห้วยส้านยาว) ผิวทางทรุดตามแนวยาว 500-600 เมตร ผิวทางต่างระดับ 1-2 เมตร ได้เร่งแก้ไข โดยประสานศูนย์สร้างทางลำปางให้เข้าดำเนินการช่วง กม.151-152 เข้าแก้ไขผิวจราจรแล้ว

วัดสำคัญในเชียงใหม่ไม่กระทบ

วันเดียวกัน นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ และนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบห้างแอร์พอร์ตพลาซาร์ พบมีรอยร้าวรอบอาคารเล็กน้อย ส่วนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมืองเชียงใหม่ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ พระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาส ให้สัมภาษณ์ว่า แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย รู้สึกได้ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ แต่องค์พระธาตุและยอดฉัตรไม่มีความเสียหาย เนื่องจากตัวโครงสร้างมีการซ่อมแซมไปแล้วก่อนหน้านี้ ด้านนายคุณวัฒน์ สุคันธกุล นายอำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง ซึ่งมีพระธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่อายุเก่าแก่ ไม่พบมีความเสียหาย เช่นเดียวกันกับตัวตึกและสิ่งปลูกสร้างก็ไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนที่พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล ประดิษฐานอยู่จุดสูงสุดบนดอยอินทนนท์ เคียงคู่กับพระมหาธาตุเจดีย์นภพล-ภูมิสิริ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อองค์พระธาตุทั้ง 2 องค์ด้วย

“วัดภูมินทร์” เมืองน่านเสียหายเพิ่ม

จ.น่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองน่าน สำรวจโบราณสถานสำคัญในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน พบว่าที่วัดภูมินทร์ วัดเก่าแก่อายุนับร้อยปี มีรอยแตกร้าวหลายจุดทั้งภายนอกและภายในพระวิหาร โชคดีที่จิตรกรรมฝาผนังภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” หรือภาพกระซิบรักบันลือโลก ซึ่งอยู่ใกล้กับกรอบประตูวิหารทิศตะวันตก และภาพยักษ์ทางประตูทิศเหนือไม่พบรอยแตกร้าวแต่อย่างใด ด้านพระใบฎีกาอุทัย ผู้ดูแลวัดภูมินทร์กล่าวว่า ความเสียหายในครั้งนี้น่าจะเสียหายมากกว่า เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ในส่วนของวัดพระธาตุช้างค้ำ-วรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน มีทองจังโก๋ ปริแตกทางด้านทิศตะวันตกขององค์พระธาตุ และวัดพระธาตุเขาน้อย ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน ซึ่งเป็นวัดที่อยู่บนยอดเขา มีรอยร้าวขอบประตูหน้าต่างเพียงเล็กน้อย

พบคัมภีร์โบราณทำนายดินไหว

ที่วัดพระบรมธาตุนครชุม ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี พระราชวชิร-เมธี เจ้าอาวาส และรองเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า สำรวจดูพบว่ามีรอยร้าวในชั้นที่ 2 ขององค์พระธาตุทั้ง 4 ด้าน ฉัตรบนยอดพระธาตุก็เอียงจนเห็นได้ชัด ขณะนี้ที่วัดมีการบูรณะครั้งใหญ่ โดยรื้อกุฏิเก่ากว่า 20 หลังออกทั้งหมด ในกุฏิหลังหนึ่งพบตู้ใส่คัมภีร์ใบลานเขียนเป็นอักขระภาษาขอม และอักษรแบบพิมพ์ อายุราว 200 ปี โดยมีคัมภีร์ 1 ฉบับเป็นอักษรพิมพ์ เขียนลักษณะคำทำนาย เขียนขึ้นในปีกุน 2383 ศก ผ่านมาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 174 ปี จารึกไว้ว่า แผ่นดินไหว 7 ค่ำ เดือน 5 เพลา 7-8 ทุ่ม เทพ 58 ศก ตรงกับวันที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมาพอดี ถือว่าตรงและแม่นมาก แต่ทั้งนี้ต้องถามผู้รู้เรื่องของภาษาโบราณให้มาช่วยแปลก่อน ส่วนคัมภีร์ใบลานทั้งหมดจำนวนมากนี้จะต้องเก็บไว้ แล้วรวมให้เป็นเรื่องเดียวกันต่อไป เพราะคัมภีร์อายุเกือบ 200 ปีแบบนี้ หายากมากแล้ว

รบ.ตั้งทีมช่วยเหยื่อแผ่นดินไหว

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวภาคเหนือ และแต่งตั้งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ มีคณะกรรมการอีก 8 คน 1.รมว.มหาดไทย 2.รมว.กลาโหม 3.รมว.คลัง 4.รมว.คมนาคม 5.รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.รมว.สาธารณสุข 7.รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ 8.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มีภารกิจสำคัญ คือ 1.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พิจารณาแผนฉุกเฉิน ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนภายใน 15 วัน และแต่งตั้งโฆษกเพื่อชี้แจงประเด็นสำคัญให้ประชาชนทราบแนวทางปฏิบัติที่จำเป็น 2.พิจารณาโครงการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น และการวางมาตรการป้องกันปัญหาภัยพิบัติในอนาคต

“ปลอดฯ” ย้ำมีเงินเยียวยาพอ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดของไทย จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกไม่เกิน 5 ริกเตอร์อีก 3-4 วัน ขณะเดียวกัน ครม.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมารับผิดชอบ 4 งาน คือ งานสำรวจความเสียหายของอาคารสถานที่ราชการจะต้องเสร็จภายใน 15 วัน งานสำรวจเส้นทางคมนาคม งานการสำรวจที่อยู่อาศัย และงานสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย มีงบประมาณดำเนินการ 500 ล้านบาท เป็นเงินสำรองจ่ายจากเงินคงคลัง โดย ผวจ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักนายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการเบิกจ่าย หากไม่พอจะมีเงินสำรองจากงบกลางที่ต้องขออนุมัติจาก กกต. หรือใช้เงินสำรองจ่าย
ต่อเนื่อง ส่วนกรณีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลมีเงินช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่ต้องตกใจ

ปภ.สรุปมีพื้นที่เสียหาย 3 จว.

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า สรุปพื้นที่เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวมี 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ โดย จ.เชียงราย 5 อำเภอ คือ อ.แม่ลาว อ.พาน อ.เมืองเชียงราย อ.แม่สรวย อ.เวียงชัย อาคาร บ้านเรือนประชาชนรวม 4 ตำบล 51 หมู่บ้าน ถนน 2 สาย และวัด 3 แห่ง โรงแรม 1 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 23 ราย จ.พะเยา 1 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่ใจ อาคารโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม เกิดรอยร้าว จ.เชียงใหม่ 1 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ ห้างเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เสาร้าวเล็กน้อย อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม หลังเกิดแผ่นดินไหวจนถึงช่วงเวลา 08.00 น. วันที่ 6 พ.ค. ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อก ขนาด 3.0-5.9 ริกเตอร์ ตามมากว่า 100 ครั้ง สำหรับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว หรือได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

กทพ.ชี้มาจากรอยเลื่อนพะเยา

นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แถลงกรณีเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.3 ริกเตอร์ที่ จ.เชียงราย ว่า หลังเกิดเหตุมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาขนาดมากกว่า 4.0 ริกเตอร์ 19 ครั้ง โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างจาก อ.แม่สรวย 18 กิโลเมตร ห่างจาก อ.แม่ลาว 15 กิโลเมตร และห่างจาก อ.เมืองเชียงราย 31 กิโลเมตร ถ้านับตั้งแต่เกิดเหตุ เวลา 18.06 น. วันที่ 5 พ.ค. จนถึงช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค. เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาถึง 70-80 ครั้ง สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวเกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลัง คือ กลุ่มรอยเลื่อนพะเยา หรือรอยเลื่อนแม่ลาว ซึ่งเป็นการเลื่อนตัวในแนวราบแบบเหลื่อมซ้าย โดยรอยเลื่อนพะเยา มีความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร

เฝ้าระวัง 5 รอยเลื่อนใกล้เคียง

ด้านนายวรศาสน์ อภัยพงษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวต่อว่า การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 50-100 ปี และเป็นการเกิดซ้ำกับที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2537 หรือ 20 ปีที่แล้วบริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย โดยครั้งนั้นมีความรุนแรงขนาด 5.2 ริกเตอร์ ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องระวังคือการส่งพลังไปถึงรอยเลื่อนอื่นๆ บริเวณใกล้เคียงอีก 5 รอยเลื่อนที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหวซ้ำคือ รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนปัว รอยเลื่อนแม่ทา และรอยเลื่อนเถิน โดยรอยเลื่อนที่ใกล้รอยเลื่อนพะเยามากที่สุดคือรอยเลื่อนแม่จัน ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังในพื้นที่เสี่ยงภัยคือดินถล่ม เนื่องจากหลังเกิดแผ่นดินไหวจะมีรอยแยกและเกิดการเคลื่อนตัวของชั้นดิน ที่สำคัญในช่วงฤดูฝนที่จะถึงฝนจะเป็นตัวเร่งให้เกิดดินถล่มเร็วขึ้นในรัศมี 30 กิโลเมตร และยังต้องเฝ้าระวัง ถ้ำบริเวณ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ ที่ได้รับความรู้สึกจากแรงสั่นไหว ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความแข็งแกร่งโพรงถ้ำก่อนเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

หลังดินไหวอาจมีดินเหลวดูดคน

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ อ.พาน กำลังส่งสัญญาณเตือนทุกฝ่ายต้องเตรียมแผนรับมือ มีโอกาสเกิดรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต เพราะยังไม่มีเครื่องมือรับรองเตือนภัยล้วงหน้าการเกิดแผ่นดินไหวได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังเกิดแผ่นดินไหวไม่ใช่เฉพาะสิ่งปลูกสร้างบนดินเท่านั้น แต่เป็นเรื่องดินเหลว โดยเฉาะพื้นที่ดินทรายอย่างกรุงเทพฯ เพราะเคยเกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อแผ่นดินไหวจนเกิดดินเหลวดูดคนทั้งหมูบ้านหายไปหมด แต่อย่างไรก็ตาม แผ่นดินไหวจะไม่มีผลกระทบกับรถไฟฟ้าใต้ดินอย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้สร้างออกแบบโครงสร้างใต้ดินรองรับการเกิดแผ่นดินไหวดีกว่าสิ่งก่อสร้างบนดิน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ วสท.รวมถึงเครือข่ายทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมลงพื้นที่สำรวจอาคาร และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือและแนะนำประชาชนด้านอาคารแตกร้าวด้วย

วสท.หวั่นตึกเก่า กทม.รับไม่ไหว

นายเอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. กล่าวว่า การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทย ทุกคนต้องตื่นตัวหาแนวทางป้องกันในอนาคต เบื้องต้นประชาชนที่อยู่ในรัศมี 100 กม.จุดศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวต้องตรวจสอบความเสียหายสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่ไหล่เขา โครงสร้างเสา และคาน หากมีการเปลี่ยนรูปผิดแบบไปจากเดิมไม่ควรอยู่อาศัยเด็ดขาด สำหรับกรุงเทพฯ โอกาสเกิดแผ่นดินไหวมีน้อย แต่แผ่นดินไหวที่จะมีผลกับกรุงเทพฯคือ รอยเลื่อน จ.กาญจนบุรี อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2550 กรมโยธาธิการและผังเมืองออกกฎกระทรวงให้สภาพการออกแบบอาคารต้านแรงแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริกเตอร์ แต่อาคารสร้างก่อนปี 2550 ตั้งแต่ 15 เมตร หรืออาคาร 5 ชั้นขึ้นไป ยังมีความเสี่ยงหากเกิดแผ่นดินไหว เพราะรองรับแรงไม่ได้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กำลังจะออกกฎกระทรวงใหม่ให้อาคารเหล่านี้ปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้รองรับการเกิดแผ่นดินไหวได้

กฟผ.ยันทุกเขื่อนยังแข็งแรงดี

นายวีรชัย ไชยสระแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่ จ.เชียงราย เขื่อนในภาคเหนือ และเขื่อนทางภาคตะวันตก ที่อยู่ในความดูแลของ กฟผ. ได้แก่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ จ.กาญจนบุรี ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เนื่องจากอยู่ไกลจากศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและอุปกรณ์ของสถานีส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ จ.เชียงราย ยังคงใช้งานได้ตามปกติ กฟผ.ขอ ให้ประชาชนมั่นใจ เขื่อนทุกเขื่อนของ กฟผ.มีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีการดำเนินการตรวจสอบ บำรุงรักษาเพื่อความปลอดภัยของเขื่อนอย่างมีระบบและต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่าเขื่อนมีความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้