วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตม.จับคาด่านฯ 'สกลธี'แกนนำกปปส.

ตม.จับคาด่านฯ 'สกลธี'แกนนำกปปส.

โดย ทีมข่าวหน้า 1
27 เม.ย. 2557 06:30 น.
  • Share:

ศาลให้ประกันทันที 6แสน-ห้ามปลุกปั่น แดงพรึบที่ร้อยเอ็ด! ‘เทือก’นำลุยฝั่งธนฯ

ตม.รวบ “จั้ม” สกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังบินกลับจากสหรัฐอเมริกา ดีเอสไอแจ้งข้อหาเพิ่มทันที “กบฏ-ขัดขวางเลือกตั้ง” แต่ศาลอาญาปล่อยตัวชั่วคราวหลังทนายวางเงินประกัน 6 แสนบาท แต่ห้ามออกนอกราชอาณาจักร ห้ามยุยงปลุกปั่นประชาชน สั่งรายงานตัว 13 มิ.ย. “ภราดร” ขู่ไล่จับเพิ่ม ขณะ “สุเทพ” นำมวลชนเดินตระเวนย่านอรุณอมรินทร์ไปวงเวียนใหญ่ ชวนคนกรุงร่วมชุมนุมวันเผด็จศึกไล่รัฐบาลครั้งสุดท้าย คนแห่ต้อนรับคึก ด้าน นปช.เปิดเวทีร้อยเอ็ด ชูแคมเปญ “ทางออกประเทศไทย ต้องเลือกตั้ง ต่อต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ” คนเสื้อแดงอีสานหลายจังหวัดร่วม

หลังจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. ประกาศว่าเจ้าหน้าที่จะใช้ยุทธการดาวล้อมเดือน จับกุมแกนนำ กปปส. ล่าสุด “สกลธี ภัททิยกุล” ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวได้คาสนามบิน หลังเดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ตม.รวบ “สกลธี” คาสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 25 เม.ย. นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. เดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเข้าช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ระบบสแกนใบหน้าและลักษณะของคอมพิวเตอร์ ตม. ตรวจพบว่านายสกลธีเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่ ส. 126/2557 ลงวันที่ 25 มี.ค. ข้อกล่าวหา “ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ” ทำให้ พ.ต.ต.สาโรจน์ ติระกิจพาณิชย์ สว.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 ควบคุมตัวนายสกลธีไปยังห้องสอบสวน ตม.2 สุวรรณภูมิ เนื่องจากคดีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พร้อมกับประสานงานไปยังพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ มารับตัวไปสอบสวน

ดีเอสไอแจ้งเพิ่ม“กบฏ–ขวาง ลต.”

ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 26 เม.ย. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่าได้มีการจับกุมนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. จริง โดยจับกุมตั้งแต่เวลา 23.30 น. ของวันที่ 25 เม.ย. จากนั้นได้รับการประสานจากด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิว่า ได้ควบคุมตัวนายสกลธี ขณะเดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนเครื่องบินที่เกาหลีใต้ จากนั้นก็บินสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งดีเอสไออายัดตัวไว้สอบสวนแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อกล่าวหากบฏ ขัดขวางการเลือกตั้ง และบุกรุกสถานที่ราชการ พร้อมพิจารณาความผิดที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพิ่มเติม และเวลา 09.00 น. วันนี้ (26 เม.ย.) เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายสกลธี ขออำนาจศาลอาญา รัชดา ฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว

นำตัวฝากขังศาลอาญาผัดแรก

จากนั้นเวลา 10.30 น. ที่ศาลอาญา พ.ต.ท.วัฒนา ศิริสูงเนิน พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ คุมตัวนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ กรณีพามวลชน กปปส. ปิดล้อมสถานที่ราชการ ที่ถูกตำรวจจับกุมคาด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไปฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ถึงวันที่ 7 พ.ค. พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่ม คือยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และกระทำการฐานเป็นกบฏ เพิ่มเติม เพราะพนักงานสอบสวนยังสอบปากคำไม่เสร็จ ต้องรอสอบสวนพยานอีก 120 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติต้องโทษของผู้ต้องหามาประกอบสำนวนจึงขอฝากขังผู้ต้องหาและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาปฏิเสธต่อสู้คดีทุกข้อหา

ยกปมขนม็อบปิดไทยพีบีเอสฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องตอนหนึ่งระบุว่า ผู้ต้องหาเข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการบริหารงานของรัฐบาล ปลุกระดมให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหว มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และผู้ชุมนุมบางกลุ่มเคลื่อนขบวนไปสำนักพระราชวัง เพื่อยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาจัดตั้งสภาประชาชน และทำการปฏิรูปการเมือง มีการยกระดับเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาล ปลุกระดมประชาชนนำผู้ชุมนุมไปสถานที่ราชการสำคัญและสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง เพื่อกดดันไม่ให้กระทำตามคำสั่งรัฐบาล นายสกลธีดูแลเวทีชุมนุมแยกอโศก และนำมวลชนกว่า 10 คนขึ้นไปปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รวมทั้งใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลในสถานที่ดังกล่าว ยึดสถานที่ราชการหลายแห่งทั้งทำเนียบรัฐบาล ตัดน้ำประปาตัดไฟ ใช้กุญแจล็อกสถานที่ราชการ เพื่อกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงาน

ทั้งนี้ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต และมีพยานหลักฐานพอสมควร เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก โดยไม่มีทีท่าหยุดกระทำผิด หากได้รับการปล่อยชั่วคราวอาจจะหลบหนีได้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ทนายยื่นขอประกันยันไม่หนี

ด้าน น.ส.รัศมี ไวยเนตร ทนายความนายสกลธี ได้ยื่นเงินสด 6 แสนบาท คำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิเคราะห์คำร้องและหลักทรัพย์แล้วเห็นว่า แม้คดีนี้มีความผิดอัตราโทษสูง และพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว แต่ชั้นนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน อีกทั้งหลักทรัพย์ที่ยื่นต่อศาลมีความมั่นคงน่าเชื่อถือ เชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่หลบหนี ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาโดยตีราคาประกัน 6 แสน กำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลและห้ามผู้ต้องหาไปกระทำการใดๆ อันเป็นการยุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิด ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเฉพาะห้ามผู้ต้องหานำผู้ชุมนุมเข้าไปปิดล้อมสถานที่ราชการอันเป็นการผิดเงื่อนไขของศาล โดยศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวได้

ศาลอนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว

กระทั่งเวลา 12.30 น. ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนายสกลธี ในวงเงินหลักทรัพย์ 6 แสนบาท โดยวางเงื่อนไข ห้ามออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามยุยงปลุกปั่นประชาชนให้บุกรุกสถานที่ราชการ และให้มารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 13 มิ.ย. ถ้าไม่มา ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงต่อไป สำหรับนายสกลธี ถูกศาลออกหมายจับช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

สงสัยขาออกไปรอดไม่ถูกจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังการปล่อยตัว นายสกลธีให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองมีหมายจับฐานบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขไว้ 2 ข้อ คือ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย แต่มีข้อสังเกตคือหมายจับออกตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 57 และตนเดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 16 เม.ย. โดยขาไปเดินทางออกนอกประเทศได้ แต่เมื่อเดินทางกลับก็ถูกจับ และถูกแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อ แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตอนนี้รู้สึกสบายๆ พูดคุยกับแกนนำ กปปส.แล้ว ส่วนการที่ศาลห้ามยุยงปลุกปั่นนั้น เห็นหลายคนมีเงื่อนไขดังกล่าว แต่สามารถขึ้นเวทีการชุมนุมได้ จะพยายามระมัดระวังในการขึ้นเวทีการชุมนุม และจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนให้แกนนำคนอื่น เพราะทราบว่ามีหมายจับแบบเดียวกับตนอีก จึงขอให้ระมัดระวังตัวมากขึ้น

“เทือก” ยันไม่กระทบแนวทางสู้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ให้สัมภาษณ์ก่อนนำผู้ชุมนุมเดินขบวนย่านฝั่งธนบุรีว่า ตนรู้ตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 25 เม.ย.ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งส่งทนายไปดำเนินการทางกฎหมายแล้ว และเรื่องนี้ไม่กระทบต่อแนวทางการต่อสู้ของ กปปส.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. เปิดเผยว่า นายสุเทพและแกนนำ กปปส. ทราบเรื่องนายสกลธีแล้ว โดยตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายสกลธี ยืนยันว่ามีกำลังใจดี ไม่มีปัญหาอะไร โดยมีการส่งทีมทนายความไปดำเนินการ และพร้อมจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะนายสกลธีไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี ไม่ได้ข่มขู่พยาน หรือทำการใดๆ ให้เสียรูปคดี ทั้งนี้การกระทำของรัฐบาล 2 มาตรฐาน ฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธทำร้ายประชาชนกลับไม่เคยจับกุม แต่กลับตั้งข้อกล่าวหาแกนนำและมวลชน กปปส. และการจับนายสกลธีไม่มีความเป็นธรรม อาจเป็นชนวนให้ประชาชนออกมาต่อสู้มากกว่านี้ เพราะรับไม่ได้กับการกระทำของรัฐบาล

“ลูกหมี” ท้า “เหลิม” บุกจับแกนนำ

ด้านนายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ตนขอท้า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.ว่า หากแน่จริงมาจับแกนนำ กปปส.ได้ โดยให้ใส่ชุดสารวัตรมาจับด้วยตัวเอง ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิมอย่าจ้องจับแต่แกนนำ กปปส. ขอให้ไปจับกุม “ตั้ง อาชีวะ” และ “โกตี๋” เพราะมีความผิดชัดเจนและร้ายแรง อย่างไรก็ตามขอตั้งข้อสังเกตกรณีที่จะมีการย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ไปเป็น ผบช.ภ.5 ว่าเกี่ยวข้องกับการไปจัดตั้ง สปป.ล้านนาหรือไม่

พท.ขวางประกันตัวห่วงทำผิดซ้ำ

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ ตม.ควบคุมตัวนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.ว่า ขอให้กำลังใจดีเอสไอ และ ศอ.รส. ในการทำหน้าที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา กบฏ ขัดขวางการเลือกตั้ง และบุกรุกสถานที่ราชการ พร้อมพิจารณาความผิดที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพิ่มเติมแก่นายสกลธี ซึ่งพฤติกรรมการกระทำความผิดคนพวกนี้ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่อยากเห็นการปล่อยตัวออกมากระทำความผิดซ้ำในช่วงที่ กปปส. เตรียมย้ายออกจากสวนลุมพินี ช่วงปลายเดือน เม.ย. เพื่อยกระดับการชุมนุมอีก รวมทั้งหากมีการเลือกตั้งก็ประกาศจะขัดขวางให้ถึงที่สุด

“ภราดร” ขู่ไล่ล่าจับแกนนำเพิ่ม

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า การที่ดีเอสไอควบคุมตัวนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. เป็นการจับกุมตามหมายจับบุกปิดล้อมอาคารซอฟต์แวร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งอัยการ ตำรวจ และดีเอสไอ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกหลายกรณี ตามที่ ศอ.รส. จะส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษในวันที่ 1 พ.ค. เพื่อขอให้ดำเนินคดีผู้ต้องหาจำนวน 80 คน คาดว่าจะมีคำสั่งทางคดีและฟ้องผู้กระทำผิดได้ภายในวันที่ 10 พ.ค. นอกเหนือจากนายสกลธีแล้วจะติดตามจับกุมแกนนำอีกหลายคน เมื่อถามว่าหวั่นหรือไม่ว่าการไล่ล่าจับกุมแกนนำ อาจทำให้สถานการณ์รุนแรง พล.ท.ภราดรตอบว่า เป็นเรื่องที่ระวังกันอยู่ ต้องอาศัยจังหวะเวลาเหมาะสม ขณะนี้แกนนำ กปปส.หลายคน ระมัดระวังตัวมากขึ้น เช่นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยอมรับว่าจับกุมได้ยากลำบาก

เล็งจัดการการ์ดกระทืบทหาร

พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า การที่การ์ด กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ใช้ปืนยิงใส่และรุมทำร้าย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ กองบัญชาการกองทัพไทยจนอาการสาหัสนั้น สถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่แค่สุ่มเสี่ยงบ่มเพาะเกิดความรุนแรงที่เกิดจากการเผชิญหน้ามวลชนคู่ขัดแย้งสองฝ่ายเท่านั้น กรณียิง พ.อ.วิทวัสเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เห็นว่า ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม บวกกับประชาชนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกทำร้าย จึงล่อแหลมเกิดเหตุบานปลายนำไปสู่ความรุนแรงได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่ง ศอ.รส. กำลังเตรียมมาตรการจัดการกับการ์ด กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ เพราะกระทำการเกินกว่าเหตุอย่างมาก

ใบปลิวว่อนเอาคืนการ์ดตื้บทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่ พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกการ์ด กปปส.ทำร้ายร่างกายและถูกยิงนั้น ปรากฏว่า ช่วงบ่ายวันที่ 25 เม.ย. มีใบปลิวว่อนกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยโจมตีผู้บังคับบัญชาไม่ดูแลลูกน้อง

สตช.เพิ่ม ตร.ดูแลเข้มแจ้งวัฒนะ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. สั่งการในที่ประชุม ศปก.ตร. ให้เร่งรัดให้ บช.น.และ บก.น.2 เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภายในบริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นการป้องกัน ดูแล และระงับเหตุ เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนและเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามสร้างสถานการณ์

กปปส.เดินฝั่งธนฯ ชวนร่วมม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสะพานอรุณอัมรินทร์ ถนนอรุณอัมรินทร์ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ กปปส. นำผู้ชุมนุมเดินขบวนรณรงค์เชิญชวนประชาชนย่านฝั่งธนบุรี ถนนอิสรภาพ ให้ออกมาต่อสู้ร่วมกับ กปปส. ก่อนที่จะประกาศแนวทางการเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งสุดท้ายวันที่ 30 เม.ย.นี้ โดยการเดินขบวนเริ่มจากใต้สะพานอรุณอัมรินทร์ ใช้เส้นทางถนนอรุณอัมรินทร์ถึงแยกศิริราช เมื่อขบวนถึงหน้าโรงพยาบาลศิริราชปรากฏว่ามีประชาชนบริเวณดังกล่าว พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราชออกมาต้อนรับโบกธงชาติ เป่านกหวีด พร้อมบริจาคเงินให้นายสุเทพ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ส่วนผู้ชุมนุมก็พากันร้องเพลงทำให้บรรยากาศคึกคักมาก ขณะเดียวกันการ์ดรักษาความปลอดภัยเข้มงวดเช่นกัน ซึ่งนายสุเทพกำชับการ์ดที่ร่วมเดินขบวนห้ามปิดหน้าตาเด็ดขาด เพราะเราไม่ใช่กองโจร หากใครฝ่าฝืนจะให้กลับทันที

คนแห่รับคึกแน่นตลาดพรานนก

ต่อมาขบวนเลี้ยวขวาเข้าถนนวังหลัง ถึงแยกพรานนก และเลี้ยวซ้ายเดินเข้าถนนอิสรภาพ เมื่อขบวนถึงหน้าตลาดพรานนก มีประชาชน พ่อค้าแม่ค้าออกมาต้อนรับ ประชาชนต่างออกมาต้อนรับ โดยมีการขอถ่ายรูปกับนายสุเทพและแกนนำ กปปส. พร้อมมอบเงินให้นายสุเทพจำนวนมาก จากนั้นนายสุเทพนำผู้ชุมนุมเดินไปตามถนนอิสรภาพ จนถึงหน้าโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย ตรงข้ามฐานทัพเรือกรุงเทพ นายสุเทพพร้อมแกนนำ กปปส. และผู้ชุมนุมได้หยุดพักรับประทานอาหารกลางวันบนถนน โดยมีการเตรียมข้าวกล่องให้ผู้ชุมนุมและแจกจ่ายให้กับประชาชนโดยรอบ ซึ่งประชาชนบางคนได้นำน้ำดื่มมาแจกให้ผู้ชุมนุม จากนั้นขบวนเดินจนถึงแยกบ้านแขกก็เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาธิปก และสิ้นสุดการเดินขบวนที่ตลาดสดวงเวียนใหญ่ เวลา 16.40 น. ซึ่งแกนนำและผู้ชุมนุมได้ขึ้นรถยนต์เดินทางกลับสวนลุมพินีทันที โดยรวมระยะทางการเดินทั้งหมดประมาณ 9 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ตลอดสองข้างทางการเดินขบวนมีประชาชนมารอต้อนรับ เป่านกหวีด โบกธงชาติ และบริจาคเงินให้นายสุเทพจำนวนมาก

สรส.แฉไอ้โม่งสั่งซื้อโฆษณาสื่อแดง

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. แกนนำจัดกิจกรรมมวลมหาประชาชนสนทนา หัวข้อ “พลังรัฐวิสาหกิจ กับการโค่นล้มระบอบทักษิณ” โดยนายสุดเจริญ สมชม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า เรามองการแปรรูปคือการเปลี่ยนผ่านให้บุคคลที่กลุ่มทุนต้องการรัฐวิสาหกิจที่มีรายได้ หากแปรรูป กฟผ. ได้ กฟน. กฟภ. คงไม่รอด เพราะกลุ่มทุนเจตนาเข้ามาครอบงำ จึงทำให้เกิดการตื่นตัวของสหภาพฯ เพื่อต่อสู้กลุ่มทุนและระบอบทักษิณ ขณะที่นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ย่ามใจหลังแปรรูป ปตท. และพยายามจะซื้อพนักงาน กฟผ. จึงทำให้พนักงานต่อต้าน เป็นที่มาของการไล่ผู้ว่าการฯ เพราะรับใช้นักการเมือง ทำให้ความพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจยุติหมด แต่ยังมีการสั่งการผ่านบอร์ดบริหารบางคนในรัฐวิสาหกิจต่างๆ ให้ว่าจ้างและซื้อโฆษณาในสื่อคนเสื้อแดง ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องจ่ายเงิน แต่เอาเงินรัฐวิสาหกิจไปให้ช่องเสื้อแดงแทน

แดงพรึบเปิดเวทีใหญ่ร้อยเอ็ด

เมื่อเวลา 16.30 น. กลุ่ม นปช.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ถนนข้าวหอมมะลิ ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมฟังการปราศรัยจากแกนนำ นปช. ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ปราศรัยโจมตีการชุมนุมของ กปปส. โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ทำตัวเป็นขอทาน และขณะนี้อำมาตย์ต้องการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงขอให้พี่น้องทุกคนตาสว่างและเตรียมพร้อมที่จะไปชุมนุมล้อมกรุงเทพฯ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามการชุมนุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมกับการ์ด นปช. รักษาความปลอดภัย และตรวจค้นอาวุธจากคนที่จะเข้าชุมนุมอย่างเข้มงวด โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

“องอาจ” จี้รัฐเร่งจับมือยิงเอ็ม 79

เมื่อเวลา 10.15 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่สำนักงานใหญ่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์และสำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุความรุนแรงมาลงโทษได้ แต่กลับนิ่งเฉย ปล่อยให้เหตุรุนแรงเกิดขึ้นโดยไม่พยายามหาทางป้องกัน และขณะนี้ใกล้ถึงสถานการณ์สำคัญทางการเมืองโดยเฉพาะช่วงเดือนพ.ค. ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังนิ่งเฉย เชื่อว่าในเดือน พ.ค. ความรุนแรงจะทวีขึ้นเรื่อยๆ พรรคจึงขอเรียกร้องถึงรัฐบาลว่า เมื่อยังกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ก็กรุณาช่วยหาทางยับยั้ง ป้องกันเหตุความรุนแรง เพื่อไม่เกิดความสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตายอีก

ทบ.ขอมั่นใจมาตรฐานคุมอาวุธ

วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีบางฝ่ายแสดงความกังวลเรื่องระบบควบคุมอาวุธของหน่วยทหารว่า ขอให้มั่นใจกองทัพมีมาตรฐานควบคุมและจัดเก็บอาวุธทางราชการ โดยเป็นไปตามกฎระเบียบ และมีผู้ควบคุมดูแลรับผิดชอบทุกขั้นตอน แต่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันยังมีบุคคลบางส่วนแอบลักลอบครอบครองอาวุธสงครามไว้จำนวนมาก พบได้จากหลักฐานประวัติการตรวจพบและจับกุมที่ผ่านมา โดยขณะนี้บริเวณพื้นที่แนวชายแดน ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดตรวจตราเฝ้าระวังให้มากขึ้น ส่วนพื้นที่ตอนใน ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการ สำหรับมาตรการดูแลกำลังพล ยังคงยึดถือกฎระเบียบและวินัยทหาร ถ้ามีฝ่าฝืนคงต้องถูกดำเนินการไปตามระเบียบขั้นตอน

ตร.จับวัยรุ่นพกปืน–อุปกรณ์เสพ

เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.สรรเสริญ ใช้สถิต ผกก.สน.พระราชวัง พ.ต.ท.อภิวัฒน์ ชินภูมิวสนะ รอง ผกก ป.สน.พระราชวัง พ.ต.ท.วุฒิชัย สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.พระราชวัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แถลงข่าวจับกุมนายสุทิพงษ์ ทรงศิริพันธ์ อายุ 28 ปี พร้อมของกลาง ปืน .45 มม. กระสุน 50 นัด ปืน 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และขนาด .22 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมแมกกาซีนและอุปกรณ์เสพยาบ้า 3 ขวด จับกุมได้ที่จุดตรวจความมั่นคงหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ถนนสนามไชย เขตพระนคร โดย พ.ต.อ.สรรเสริญกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย. ตั้งจุดตรวจความมั่นคงบริเวณดังกล่าว ซึ่งคนร้ายขับรถยนต์เข้าด่านตรวจด้วยท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นพบของกลาง จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาถูกจับคดีเสพยาไอซ์เมื่อปี 2556 เบื้องต้นแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนเข้าพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พฐ.จำลองเหตุการณ์ดับกวี “ไม้หนึ่ง”

เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พร้อม พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนเเละวิถีกระสุนปืน กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จำลองเหตุการณ์ที่นายไม้หนึ่งถูกยิงที่ลานจอดรถร้านอาหารครกไม้ไทยลาว โดยนำรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีเเมคซ์ สีดำ ทะเบียน 2 กค 9611 กรุงเทพมหานคร ของนายไม้หนึ่ง มาจอดจุดที่จอดไว้ในวันเกิดเหตุ พร้อมใช้แท่งแหลมเสียบแนวรูกระสุนบนกระจกหน้า และใช้เลเซอร์ส่องวัดระดับการยิง เทียบเคียงทิศทางวิถีกระสุนคนร้ายยิง 5 นัด พบว่าหากไล่รอยกระสุนตั้งแต่รอยบนถึงรอยล่าง มีการยิงเกาะกลุ่ม 4 รอย โดยบนสุด คือกระสุนนัดที่ 2 เป็นนัดตัดขั้วหัวใจ ทำให้นายไม้หนึ่งเสียชีวิต ส่วนรอยที่ 2 คือกระสุนนัดที่ 3 ยิงทะลุเบาะด้านหลัง รอยที่ 3 คือกระสุนนัดแรก คนร้ายยิงถูกพวงมาลัย และรอยที่ 4 คือกระสุนนัดที่ 4 ยิงถูกคานหลังคากระจกหลัง ซึ่งตรวจแนวกระสุนพบว่ามือปืนน่าจะสูงประมาณ 170-180 ซม.

จากนั้นเจ้าหน้าที่จำลองสถานการณ์ขณะคนร้ายกำลังหลบหนี โดยกระโดดขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่มีคนขี่มารอรับ และอาจเป็นจังหวะเดียวกับที่นายไม้หนึ่งเปิดประตู คนร้ายตัดสินใจเอี้ยวตัวหันไปยิงอีก 1 นัด ทำให้นัดที่ 5 เป็นรอยกระสุนตรงประตูฝั่งคนขับ ก่อนรีบขี่รถจักรยานยนต์หนีไปปากทาง ซอยลาดปลาเค้า 24

ชี้มือปืนใช้ 11 มม. ฝีมือชำนาญ

พ.ต.อ.ธนวัตรเปิดเผยว่า การจำลองเหตุการณ์ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น โดยคนร้ายมี 2 คน ส่วนมือยิงน่า จะสูงประมาณ 170-180 ซม. คนร้ายอาจจะถนัดมือขวาหรือมือซ้ายก็ได้ ปืนที่ใช้คือขนาด 11 มม. รุ่นโมเดล 1911 เป็นรุ่นนิยมในหมู่นักแม่นปืน พบว่ายิงระยะกระชั้นชิด แบบเกาะกลุ่ม คนร้ายอาจจะไม่ใช่มืออาชีพ แต่เป็นผู้ชำนาญการ หรือมีทักษะการยิงระดับที่มีฝีมือพอสมควร เนื่องจากหากเป็นมืออาชีพจริง ควรยิงโดนตัวผู้ตายตั้งแต่นัดแรก แต่กรณีนี้นัดแรกยิงถูกพวงมาลัย คนร้ายต้องยิงนัดที่ 2, 3 และ 4 ต่อเนื่อง เพื่อซ้ำให้แน่ใจว่ายิงโดนนายไม้หนึ่งก่อนจะยิงนัดที่ 5 โดนประตูฝั่งคนขับ และหลบหนีไปทางหน้าซอยลาดปลาเค้า 24 ก่อนจะเลี้ยวขวาออกไปยังถนนเกษตร-นวมินทร์ ทั้งนี้ การขับรถของผู้ตายนั่งชิดพวงมาลัย ทำให้ขณะที่เกิดเหตุไม่สามารถหลบหนีได้ กลายเป็นเป้านิ่งให้คนร้าย เมื่อพลาดกระสุนนัดแรก จึงยิงต่อเนื่องทันที ส่วนการติดตาม กล้องวงจรปิดนั้น คืบหน้ามาก แกะรอยเข้าใกล้คนร้ายมากขึ้น ข้อมูลที่พบคือคนร้ายขี่จักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นโซนิค ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

รอสอบกล้อง กทม. จับภาพได้

มีรายงานจากคนใกล้ชิดกับผู้ตายว่า ระหว่างเกิดเหตุกล้องวงจรปิดของร้าน สามารถจับภาพคน ร้ายสวมหมวกกันน็อกมาจอดซุ่มอยู่ที่ปากซอยลาดปลาเค้า 24 แยก 6 เป็นป่าหญ้าและมีกล้องวงจรปิดของ กทม. คนร้ายน่าจะมาจอดอยู่ใต้เสาติดกล้อง ตั้งอยู่ปากซอย ก่อนรอเวลาให้ต้นทางส่งสัญญาณว่า ผู้ตายเดินออกจากร้านก่อนลงมือยิง ขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดว่าใช่คันเดียวกับคนร้ายที่ก่อเหตุ

ผุดกลุ่มพลเมืองฯหวังสังคมสงบ

ที่สวนเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท มีการเปิดตัวกลุ่มพลเมืองเพื่อความหวัง (Citizen for HOPE-พลเมืองเพื่อความหวัง) นำโดยนายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวจัดให้มีการแสดงดนตรี และจุดเทียนแห่งสันติภาพ ตะโกนคำว่าไม่เอาสงครามกลางเมือง ทั้งนี้ นายกิตติชัยกล่าวว่า เป็นการรวมตัวของนักกิจกรรมทางสังคมกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มพอกันที..หยุดการชุมนุมที่สร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรง กลุ่ม WE VOTE กลุ่มศิลปวัฒนธรรม ANTs’ POWER กลุ่มคนเท่ากัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อนำสังคมกลับสู่ชีวิตปกติ มีความปลอดภัย หยุดสงครามกลางเมือง และชักชวนให้ทุกคนที่มีความเห็นต่างทุกฝ่ายมาคุยกัน กลับสู่การดำรงอยู่ภายใต้กรอบกติการ่วมกัน เพื่อลดความแตกแยก สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความเห็นต่างทางการเมือง และหยุดยั้งการสร้างความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งได้มีแผนดำเนินกิจกรรมสร้างกลุ่มเล็กเพื่อให้ขยายตัวไปเรื่อยๆเป็นพลังที่จะหยุดยั้งความรุนแรงต่างๆด้วย

“เทือก” เมินรับข้อเสนอคณะบุคคล

ต่อมาเวลา 20.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวที กปปส.สวนลุมพินีปราศรัยว่า ขอกราบเรียนบรรดาบุคคล คณะบุคคล ตนและมวลมหาประชาชนรับฟังท่านคิดอ่านอย่างไร ข้อเสนอใดๆ ถ้าเสนอแล้วตรงกับความตั้งใจของเรา คือขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นแผ่นดินไทย ก็ยอมรับ แต่ถ้าเสนอลักษณะประนีประนอม อาจจะเกรงใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือคนในระบอบทักษิณก็ยืนยันว่า ไม่สามารถรับได้ อย่ามาชวนเรา และบอกว่าให้ถอยคนละก้าว ประนีประนอมกัน ขอบอกว่าไม่มีทาง และถ้ามีข้อเสนอหรือให้เราเคารพกฎหมายต้องทำตามกติกาคือ ไปเลือกตั้งก็ขอประกาศว่าไม่ไปเลือกตั้งแน่นอนจนกว่าจะปฏิรูปประเทศไทยให้เสร็จสิ้น ส่วนการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 30 เม.ย. โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมด้วยนั้น ขอถามว่า ปลัดกระทรวงกลาโหมเกี่ยวข้องอะไรกับเลือกตั้ง ซึ่งถ้ายังสะเออะจัดเลือกตั้งใหม่ ก็จะเป็นโมฆะอีกไม่มีวันสำเร็จแน่นอน หากยังบ้าจะเลือกตั้งอีก เมื่อถึงวันเลือกตั้งหีบเลือกตั้งอาจหายหมดจะประกาศผลเลือกตั้งได้อย่างไร

ท้า “เหลิม” ถ้ากล้าให้นำทัพเอง

นายสุเทพกล่าวต่อว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สั่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ศอ.รส. โดย ร.ต.อ.เฉลิมก็รับลูกจะจัดหน่วยรบพิเศษ จับกุมตนและแกนนำ กปปส. ให้เหมือนวันที่ 18 ก.พ.นั้น ประชาชนไม่มีอาวุธ ไม่มีกองกำลังชุดดำ ตนก็ไม่พกอาวุธไม่มีเสื้อเกราะ หากจะมาฆ่าตนก็ให้มา หากกล้าก็ขอให้ ร.ต.อ.เฉลิมมาด้วยตัวเอง ประชาชนสู้แบบสันติ สงบ ไม่มีอาวุธ ถ้าใช้ความรุนแรงจนเลือดตกยางออกจะให้ทนายฟ้องพยายามฆ่า และหากแน่จริงให้เดินนำลูกน้องด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่กล้าให้โทรศัพท์บอก พ.ต.ท.ทักษิณมานำบัญชาการด้วยตัวเอง ถ้าอยากได้อำนาจ อยากใหญ่กว่าใครในประเทศไทย ก็ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณมาเอง ทั้งนี้ การที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ที่ใช้กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้านออกแถลงการณ์ขอพื้นที่กระทรวงมหาดไทยคืนนั้น ตนขอส่งข่าวถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน อส. ซักเครื่องแบบไว้ วันที่ตนเป่านกหวีด ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มาร่วมต่อสู้กับมวลมหาประชาชนให้หมดทุกคน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านของมวลมหาประชาชนจะทวงคืนประเทศไทย

“ตู่” ลั่น “สายหยุด” ควรถูกประหาร

ต่อมาเวลา 20.10 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ขึ้นเวทีปราศรัย จ.ร้อยเอ็ด ว่ามานี่เพื่อจะบอกว่าใจเกินร้อยจึงมาร้อยเอ็ด เราจะปราบกบฏ เมื่อใกล้ถึงวันแตกหักนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยิ่งเดินมาก หน้าตาบ่งบอกถึงชะตากรรม วันนี้ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานกลุ่มรัฐบุคคล บอกว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรียกไปพบเพื่อให้ดำเนินการร่างพระบรมราชโองการฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามแนวทางของกลุ่มรัฐบุคคล ฝากถึงคนเหล่านี้ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ การที่ พล.อ.เปรมให้ใครไม่รู้มาร่างพระบรมราชโองการ ถามว่าเป็นการกระทำที่บังควรหรือไม่ ทั้ง พล.อ.เปรมและ พล.อ.สายหยุด ที่ผ่านมาการถวายฎีกาคนเสื้อแดง การขอพระราชทานอภัยโทษ คนเหล่านี้ออกมาต่อต้าน ทั้งที่เราทำตามราชประเพณีทุกประการ แต่ทีพวกเขาทำไม่เคยมีมาก่อนว่าสามัญชนคนใดจะนำร่างพระบรมราชโองการขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสมัยโบราณต้องประหารสถานเดียว 7 ชั่วโคตร

ย้ำล้มกระดานเลือกตั้งไม่มีวันสงบสุข

นายจตุพรกล่าวว่า อยากบอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงบทบาทอยู่ตอนนี้ ขอฝากว่าไม่ต้องไปเดินสายคุยกับใคร คนเสื้อแดงไม่เอาคนนอก ไม่เอานายกฯเถื่อน ตราบใดที่รัฐบาลหรือรัฐสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง บ้านเมืองนี้ไม่มีวันจะหาความสงบสุขได้ ใครจะเล่นละครก็เล่นกันไป แต่เรารู้ว่านายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพเล่นร่วมกัน และหาก กกต.ไม่พร้อมที่จะจัดเลือกตั้ง เพราะกลัวมือเปื้อนเลือด หรือพรรคประชาธิปัตย์จะบอยคอตเลือกตั้ง และ กปปส.จะล้มการเลือกตั้งอีก ก็ไม่เป็นไร ก็อยู่กันไปแบบนี้ เราเป็นรัฐบาลรักษาการก็สบายอยู่แล้ว รวมถึงคดีความต่างๆที่ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.เตรียมจัดการรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ศาลรัฐธรรมนูญสงสัยจะดูละครสามีตีตรา เขียนคำถามเหมือนพล็อตเรื่องในละคร สอบปากคำ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี มีเจตนาร้ายจะเล่นงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์

พร้อมสู้เกมยาวนั่งกุมอำนาจต่อ

นายจตุพรกล่าวว่า ความเดิมคิดจะเล่นงานที่ ป.ป.ช.คดีจำนำข้าว แต่ดันไปตีโง่กรณีถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา มันเวรกรรมลืมคิดไปว่าคนถือกุญแจเปิดประชุมสภาได้คือนายนิคมคนเดียว ขอบอกว่าทั้งชาติก็เปิดสภาไม่ได้และถึงจะเล่นงานได้ก็แค่ ครม.ชุดยิ่งลักษณ์ 1 เท่านั้น ส่วนชุด 2, 3, 4 และ 5 ทำอะไรไม่ได้ การนัดดวลของกลุ่ม นปช.ของเรา กับ กปปส.ของนายสุเทพ ในวันที่ 6 พ.ค. ที่ถนนอักษะ เดิมพันประเทศไทย เราต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ เราไม่มีวันแพ้อำมาตย์ ไม่มีวันแพ้นายสุเทพเด็ดขาด เรื่องเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็ก เราจะไม่สู้เกมนี้กับเขา ไม่เลือกตั้งก็ไม่ต้อง อยู่ไปแบบนี้ไม่ต้องรีบร้อนอำนาจอยู่ที่เรา คนเสื้อแดงจะขอเปลี่ยนแปลงความชั่วร้าย เราต้องชนะเพื่อรอวันชนะ ไม่ใช่รอวันเจ็บปวดแบบนี้อีก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้