วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมส่งเสริมฯเตือนภัย เพลี้ยแป้งสีชมพูคืนชืพ

เพลี้ยแป้งสีชมพูที่เคยระบาดสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังนับล้านไร่ ในช่วงปี 2552-2553 มาปีนี้ได้กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง กินพื้นที่ไปแล้ว 8 พันกว่าไร่ ในพื้นที่ 13 จังหวัด นครราชสีมา, ขอนแก่น, บุรีรัมย์, ยโสธร, กาฬสินธุ์, หนองคาย, มุกดาหาร, อุตรดิตถ์, จันทบุรี, ระยอง, ปราจีนบุรี, กาญจนบุรี และสงขลา

นายประสงค์ ประไพตระกูล ผอ.กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันการทำไร่มันฯของไทยได้เปลี่ยนไป ปลูกกันทั้งปี ไม่เป็นฤดูกาลเหมือนเมื่อก่อน ฉะนั้นเพื่อเป็นการยับยั้งการระบาดของเพลี้ยแป้งสีชมพู จึงขอให้เกษตรกรระมัดระวังในเรื่องดังต่อไปนี้


1. ก่อนจะลงมือปลูกให้เก็บซากออกจากแปลง เพราะเป็นที่หลบพักอาศัยของเพลี้ยแป้งเพื่อรอเวลาไปดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นมันฯที่กำลังเติบโต และต้องไถพรวนดินอย่างน้อย 3 ครั้ง ไถพลิก, ไถพรวนดิน และไถยกร่อง ในการไถแต่ละครั้ง ต้องตากดินอย่างน้อย 14 วัน เพื่อกำจัดเพลี้ยแป้งที่ซ่อนอยู่ในดิน


2. ต้องเลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่สะอาด ผ่านการแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ อย่าใช้ท่อนพันธุ์เก่าที่มีปุยฝ้ายสีขาวเกาะ เพราะนั่นคือถุงเก็บไข่ของเพลี้ยแป้งสีชมพู

3. ไม่ควรปลูกในฤดูแล้ง เพราะเป็นช่วงที่น้ำ เลี้ยงในต้นมันฯมีความเข้มข้นสูง เพลี้ยแป้งจะชอบและเติบโตขยายพันธุ์แพร่ระบาดได้เร็วกว่าฤดูอื่น


4. ควรหมั่นตรวจดูแปลงปลูกทุก 2 สัปดาห์ เพื่อดูการระบาดของเพลี้ยแป้ง ถ้าพบระบาดรุนแรงในมันฯอายุ 1-4 เดือน ให้ถอนทิ้งทั้งหมด แต่ถ้าไม่รุนแรงให้ตัดยอด แล้วนำไปทำลายนอกแปลง

“แต่ถ้าพบการระบาดในมันฯอายุ 4-8 เดือน ให้ตัดยอดหรือถอนต้นที่พบ นำไปทำลายนอกแปลงและถ้าพบในมันฯอายุมากกว่า 8 เดือน ควรเก็บผลผลิต ตัดต้นทิ้งนำไปทำลาย ทำความสะอาดแปลง แล้วปลูกพืชอื่นแทน เช่น ข้าวโพด อ้อย ข้าวฟ่าง ทานตะวัน พืชตระกูลถั่ว”

เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีโดยไม่จำเป็น นายประสงค์ แนะให้ใช้ศัตรูธรรมชาติควบคุมด้วยการปล่อยแมลงช้างปีกใส ด้วงเต่า แตนเบียน มาจัดการแทน สามารถขอรับการสนับสนุนได้จากสำนักงานเกษตรจังหวัด.