advertisement

ปม'ชิงมรดก' ฆ่าพ่อแม่-พี่

โดย ทีมข่าวหน้า 1 6 เม.ย. 2557 05:00

น้องชายรับร่วมคู่ขา วางแผนสังหารโหด

ทีมสืบสวนนครบาลเค้นปากคำลูกชายคนเล็กของตระกูล “หอมชง” นานตลอดคืน สุดท้ายเปิดปากสารภาพไม่สะท้านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังร่วมหนุ่มคู่ขาจ้างมือสังหารจัดฉากฆ่าโหดพ่อ แม่ และ “หมวดเติ้ล” พี่ชายนายตำรวจอนาคตไกลหมกบ้าน อ้างไม่พอใจผู้บังเกิดเกล้าให้ความรักความอบอุ่นน้อยกว่าพี่ชาย แถมจ้องฮุบกองมรดกของครอบครัวเพียงคนเดียว โยนเงินแค่ 1,000 บาทส่ง “ไอ้ป้อม” มือลั่นไกดำเนินการเลือดเย็น ตั้งข้อตกลงเรื่องเงียบค่อยมารับอีกก้อน ด้าน ผบช.น.ประชุมเครียด เผยยังไม่ชี้ชัด รอหลักฐานบางส่วน ไม่เร่งรีบเกรงเสียหายต่อรูปคดี พนักงานสอบสวนเสนอศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 5 คน

คดีสะเทือนขวัญฆ่ายกครัวนายพันเอกทหารนอกราชการพร้อมภรรยาและลูกชายที่เป็นนายตำรวจหนุ่ม หลังมีมือปืนบุกยิง พ.อ.วิชัย หอมชง อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ กรมแพทย์ทหารบก นางวนิดา หอมชง อายุ 57 ปี ครูโรงเรียนราชวินิตประถม บางแค และ ร.ต.ท.ธนัตถ์พง หรือธรรมนัส หรือเติ้ล หอมชง อายุ 24 ปี พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ภายในบ้านเลขที่ 1279 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. มีเพียงนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง อายุ 22 ปี ลูกชายคนเล็กไม่อยู่บ้านตอนเกิดเหตุถูกเรียกไปเค้นปากคำคลายปมเกี่ยวกับมรดกที่ยังคลุมเครือ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 5 เม.ย. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. มอบ หมาย พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ประยูร ศาลาทอง ผกก.สส. 1 บก.สส.บช.น. ร่วมกับ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.บก.น.9 นำนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง อายุ 22 ปี ลูกคนเล็กของบ้านไปสอบปากคำอย่างหนักอีกครั้ง เนื่องจากนายกิตตินันท์ยังให้การวกไปวนมามีพิรุธตลอดเวลา แม้จะยืนกรานปฏิเสธตลอด 2 วันที่ผ่านมาว่า ไม่ได้ฆ่าพ่อแม่ และพี่ชายตัวเอง ทว่าชุดสืบสวนของนครบาลมีหลายประเด็นที่ต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมสุดอำมหิตที่เกิดขึ้นจากปากของหนุ่มผู้รอดชีวิตคนเดียวในครอบครัวและอาจมีส่วนได้ส่วนเสียในกองมรดกของผู้บังเกิดเกล้า

การสอบปากคำดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดนานนับชั่วโมง สุดท้ายนายกิตตินันท์เปิดปากยอมรับเป็นลูกทรพีวางแผนฆ่าพ่อแม่แท้ๆ และพี่ชายที่กำลังเป็นนายตำรวจอนาคตไกล หนุ่มวัย 22 ปี ลำดับความไม่สะทกสะท้านว่า ร่วมกับนายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธกุล อายุ 22 ปี เพื่อนชายคู่ขาจ้างวานเพื่อนอีก 2 คนเข้าไปจัดฉากยิงพ่อ แม่ และพี่ชายตัวเองอย่างเหี้ยมเกรียม เพียงเพื่อต้องการมรดกทั้งหมด เนื่องจากรู้สึกเก็บกดจากการที่พ่อแม่ให้ความรักความอบอุ่นน้อยกว่าพี่ชายถึงตัดสินใจก่อเหตุอำมหิตขึ้น โดยจ่ายค่าแรงแก่มือสังหารแค่ 1,000 บาท แต่ตกลงกันว่า ถ้างานสำเร็จ และเรื่องเงียบลงจะนัดรวมตัวให้ค่าตอบแทนอีกก้อนหนึ่ง

เมื่อได้คำรับสารภาพชนิดนักสืบเมืองหลวงตะลึงงัน กำลังตำรวจจึงไปคว้านายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธกุล คู่ขาของลูกทรพีที่ร่วมวางแผนสังหารผู้บังเกิดเกล้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม เบื้องต้นสารภาพสอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนชายซัดนายป้อม ไม่ทราบชื่อจริง และนามสกุลเป็นผู้ลั่นไกเด็ดชีพเหยื่อทั้งหมด ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรียกประชุมชุดสืบสวนเร่งด่วน ประกอบด้วย พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.นำชัย โชติประยูร รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส.บช.น. และพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลอนุมัติหมายจับและติดตามผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมนาน 1 ชม.ว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ส่วนมีข่าวลูกชายคนเล็กรับสารภาพเป็นคนจ้างมือปืนมาสังหารพ่อแม่และพี่ชาย ขณะนี้ยังไม่อยากพูดว่า รับสารภาพ เพียงแต่ว่าให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทีมสืบสวนทั้งหมดต้องพิสูจน์เหตุผลบางอย่างให้ชัดเจนก่อน เพราะงานสืบสวนและสอบสวนต้องไปให้ทันกัน ยืนยันว่า ถ้าคดีมีความชัดเจนขึ้นจะขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาบางส่วน ถ้ามีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงคำให้การพบว่า สิ่งที่ให้การทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ส่วนจะถึงตัวนายกิตตินันท์หรือไม่ต้องขอเวลาอีกระยะ เพราะสั่งการให้ชุดสืบสวนไปดำเนินการเพิ่มเติม สำหรับประเด็นการสังหารที่เคยตั้งไว้กว้างๆ ทั้งหมด ก็แคบลงมาก ประเด็นเป็นเรื่องของมรดก แต่มีบางประเด็นที่ยังไม่ได้ตัดทิ้งไป หลักฐานเกี่ยวกับการแบ่งที่ดินขณะนี้อาจจะยังได้ข้อมูลไม่ชัดเจน เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดราชการ

ผบช.น.กล่าวอีกว่า ขอเวลาตรวจสอบอีกระยะว่า การที่นายกิตตินันท์ให้การเป็นประโยชน์เพียงพอที่จะขออนุมัติหมายจับหรือไม่ ชุดสืบสวนกำลังรอให้ชัดเจนอีกครั้ง คำให้การของนายกิตตินันท์ตำรวจไม่เชื่อทีเดียว ต้องพิสูจน์คำให้การก่อน เพราะเคยมีหลายคดีผู้ต้องหารับสารภาพแล้วคดีไปพลิกในชั้นศาล เช่น คดี นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ตำรวจต้องพาไปพิสูจน์ทราบขุดศพถึงขนาดนั้นแล้วสังคมยังไม่เชื่อและรุมประณาม ตนจำเป็นต้องให้ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 6 เม.ย. คดีต้องชัดเจนทั้งหมด “ขณะนี้นายกิตตินันท์ให้การภาคเสธ พนักงานสอบสวนยังไม่รีบร้อนออกหมายจับ เพราะอาจจะเสียหายต่อรูปคดี แต่น่าจะขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาได้บางส่วน คดีนี้มีผู้ต้องหาหลายคน ผู้ที่เข้าไปก่อเหตุในบ้านต้องมีมากกว่า 2 คน ตำรวจกำลังติดตามมือปืนอยู่ ฉะนั้นให้รีบมามอบตัวกับตำรวจดีกว่า” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เผยว่า พยานหลักฐานเชื่อมโยงแผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้ายมีพฤติการณ์โหดเหี้ยมและมีความชำนาญในการใช้อาวุธ ใช้หมอนกดก่อนใช้ปืนยิงเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง คนร้ายใช้ปืนกระบอกเดียวในการก่อเหตุ เนื่องจากผลตรวจหัวกระสุน 2 หัว และปลอกกระสุนปืน 4 ปลอก ยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกันหมด สถานที่เกิดเหตุมีร่องรอยคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 2 คน ได้สั่งผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกลุ่มคนร้าย

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ชุดสืบสวนนครบาลยังคงคุมตัวนายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง ลูกชายคนเล็กของบ้าน ไว้สอบปากคำปะติดปะต่อเหตุการณ์ทมิฬสลดใจสังคมไทย เช่นเดียวกับคุมนายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธกุล หนุ่มคู่ขาที่เป็นคนร่วมวางแผนและติดต่อทีมสังหาร ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.หลักสอง อยู่ ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานไปขอศาลอนุมัติหมายจับนายกิตตินันท์ และนายศักรินทร์ พร้อมทีมปฏิบัติการอีก 2 คน คือ นายศิริชัย หรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ ที่เข้าไปลงมือจ่อยิงเหยื่อทั้งหมดอย่างโหดเหี้ยม และนายฉลาด หรือป๊อด เที่ยงธรรม จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. จะแถลงความชัดเจนของคดีอีกครั้ง

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ บ่ายวันเดียวกัน ญาติของผู้ตายเดินทางไปรับศพเหยื่อทั้งสามไปบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยมี พ.ต.ท.ประเสริฐ สีตลาศัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ตลิ่งชัน ผู้บังคับบัญชาของหมวดเติ้ลและเพื่อนตำรวจจาก สน.ตลิ่งชัน รวมถึง เพื่อนสาวคนสนิทของนายตำรวจหนุ่มเดินทางไปร่วม รับศพด้วย พ.ต.ท.ประเสริฐเปิดเผยว่า ญาติผู้ตายประสานมายัง สน.ตลิ่งชัน ขอให้นำขบวนศพทั้งสามไปวัดศรีประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของครอบครัว ตั้งสวดถึงวันที่ 9 เม.ย. มี สน.ตลิ่งชันกับ นรต.รุ่น 66 เป็นเจ้าภาพคนละวัน ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย ร.ต.ท.ธนัตถ์พง เพราะเป็นคนเรียบร้อย ขยันตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย เป็นคนใจเย็น มีอัธยาศัยดี เป็นที่รักของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน

สำหรับคดีสะท้อนความแตกแยกภายในครอบครัวถึงขั้นจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเลือดเพิ่งเกิดก่อนหน้าเมื่อวันที่ 9 มี.ค. หลังตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี พบศพนายภานุวัตร ศรพรหม นางเยาวลักษณ์ ศรพรหม และนายสอง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พ่อแม่และลูกชายคนเล็ก ถูกยิงเสียชีวิตภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านภายในหมู่บ้านเมลาวิลล์ ถนนเสมา-ฟ้าคราม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นฝีมือบุตรชายที่เกิดความ เครียดจากการถูกพ่อแม่ดุด่าเป็นประจำ เนื่องจากติดเล่นเกมจนทำให้ผลการเรียนตกต่ำจึงใช้ปืนยิงพ่อแม่และยิงตัวเองตายตาม แต่พอนำนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกชายคนโต ไปสอบปากคำ กลับรับว่าเป็นคนวางแผนลงมือฆ่าพ่อแม่ และน้องชายเอง เหตุมาจากเครียดที่ถูกครอบครัวกดดันเรื่องการเรียน ประกอบกับพ่อแม่ไม่ยอมซื้อรถให้ตามสัญญาหลังสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ ก่อนจัดฉากอำพรางคดีโยนผิดให้น้องในไส้สวมบทฆาตกร

ค่ำวันเดียวกัน ศาลอาญาธนบุรีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาฆ่ายกครัวตระกูล “หอมชง” แล้วจำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายกิตตินันท์ หรือเต้ย หอมชง ลูกชายทรพี นายศักรินทร์ หรือกอล์ฟ พันธกุล เพื่อนหนุ่มคู่ขา นายศิริชัย หรือป้อม เพิ่มพูนศักดิ์ มือปืน นายฉลาด หรือป๊อด เที่ยงธรรม คนจัดหาทีมสังหาร และนายแอ๊ด ไม่ทราบนามสกุล อีกคนทำหน้าที่ขับรถ ตำรวจตามประกบตัวเตรียมรวบแก๊งอำมหิตที่เหลือทั้ง 3 คนแล้ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.5%
  • ไม่ชอบ
    16.2%
  • สนุก
    20.9%
  • ประหลาดใจ
    18.8%
  • เสียใจ
    42.2%
  • ให้กำลังใจ
    1.4%
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement