advertisement

ชายแดนไทย-พม่าเงินสะพัดรับตลาดบ้านวาเล่ย์

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 2 มี.ค. 2557 15:00

ชายแดนไทย-พม่า คึกคัก หลังเปิดจุดผ่อนปรน สร้างตลาดนัดสองแผ่นดิน บ้านวาเล่ย์ทั้งชาวไทย-พม่า ต่างนำสินค้าพื้นเมือง อาหาร ขนม มาตั้งขาย ทำให้มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาทต่อวัน...

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.57 ที่บริเวณชายแดนไทย-พม่าบ้านวาเล่ย์ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก มีการเปิดตลาดนัดสองแผ่นดิน โดยตลาดจัดทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งวันนี้เป็นวันปฐมฤกษ์ ฝั่งไทยเรียกว่า "ตลาดบ้านวาเล่ย์" ส่วนตลาดพม่าก็ชื่อคล้ายคลึงกันคือ "ตลาดบ้านวาเล่ย์ใหม่" โดยมีนายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ เป็นประธานฝ่ายไทย และ พ.ท.พลตานอ่อง ผบ.พันทหาร ฝ่ายยุทธการกองบัญชาการค่ายโก๊ะทูบลอ ที่มีนายพลนะเคามวยเป็นผู้บังคับบัญชา วันนี้นายพลนะเคามวย ป่วยเดินทางไปรักษาตัวที่ประเทศสิงคโปร์ จึงส่งตัวแทนมา มีการแลกธงกันบนสะพานข้ามคลองวาเล่ย์ ซึ่งเป็นคลองต้นกำเนิดแม่น้ำเมย กว้างประมาณ 10 เมตร เป็นเขตแดนของสองประเทศ เปิดตลาดวันแรกฝ่ายไทยพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ร้านค้าพรึบเต็มพื้นที่ ส่วนฝั่งพม่ายังไม่ค่อยจะพร้อม ร้านค้าจึงมีน้อยส่วนใหญ่จะเป็นประเภทขนมพื้นเมือง อีกทั้งชาวพม่านับพันคนต่างแห่ข้ามมาซื้อสินค้าทางฝั่งไทยจนขายดิบขายดี คาดว่ามีเงินสะพัดฝั่งไทยนับล้านบาทภายในวันเดียว นอกจากการเปิดตลาดนัดสองแผ่นดินแล้ว ยังมีการเปิดจุดผ่อนปรนพร้อมกันไปด้วย


นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ เผยว่า การเปิดบ้านวาเล่ย์ เดิมเป็นพื้นที่การสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระ กับกองกำลังทหารพม่า มายาวนานกว่า 20 ปี ราษฎรบ้านวาเล่ย์ฝั่งไทยมักประสบกับความเดือดร้อนเนื่องจากเมื่อมีการสู้รบของสองฝ่าย กระสุนปืนใหญ่มักจะตกมายังฝั่งไทยเป็นประจำจนราษฎรไม่กล้าอาศัยอยู่ เพราะหวาดผวากลัวอันตราย รวมทั้งบริเวณชายแดนมักมีชาวกะเหรี่ยงอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่หลังจากนายพลนะเคามวย ผู้บัญชาการกองกำลังโก๊ะทูบลอ ได้มีการเจรจาสงบศึกกับทหารพม่า เมื่อเดือนมกราคม 2555 หรือ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่บ้านวาเล่ย์ ฝั่งไทยกับบ้านวาเล่ย์ใหม่ของพม่า มีความสงบเกิดขึ้นอย่างถาวร การเปิดตลาดนัดท้องถิ่นสองแผ่นดิน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ให้พ่อค้าแม่ค้าในแต่ละฝั่ง แต่ละประเทศนำสินค้าท้องถิ่นมาวางขายที่บริเวณชายแดนของแต่ละประเทศ เพื่อให้ราษฎรสองฝั่งสามารถซื้อหาแลกเปลี่ยนสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคของ กันและกันได้ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในระดับท้องถิ่นเหมือนบ้านพี่เมืองน้อง หากโครงการดังกล่าวข้างต้นทำได้เป็นรูปธรรม ประชาชนทั้งสองฝั่งสองประเทศก็จะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเพราะบริเวณดัง กล่าวยังไม่เคยเปิดเป็นจุดผ่อนปรน ปกติจะเป็นสะพานเล็กๆ ที่ราษฎรสามารถเดินข้ามผ่านไปมาได้เท่านั้น จึงคิดว่าจะเปลี่ยนสนามรบแห่งนี้เป็นสนามการค้าระหว่างกันอย่างถาวร จะทำให้ราษฎรทั้งสองฝั่งมีจุดค้าขายได้และจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากราษฎรมีฐานะยากจน.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement