advertisement

แข่งเรือยาวนอกฤดูกาล 1 (ตอนที่ 1)


โดย เผ่าทอง ทองเจือ 27 ก.พ. 2557 08:00

อู๊ยยย...ใครจะไปเชื่อครับ...ว่าผมได้ดูแข่งเรือยาวที่จังหวัดน่านในช่วงปลายหนาวของเดือนกุมภาพันธ์ เพราะการแข่งเรือยาวที่จังหวัดนี้...

จะมีเฉพาะในช่วงปลายพรรษาหรือก่อนออกพรรษาเท่านั้น แต่การแข่งเรือยาวครั้งนี้ ที่ผมเรียกว่า "การแข่งเรือยาวนอกฤดูกาล" นั้น เกิดขึ้นจากธนาคารกสิกรไทย โดยเดอะวิสดอม จัดให้กับลูกค้าผู้ทรงเกียรติเพียง 30 ท่าน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่านในรายการ "สิเนหามนตาแห่งลานนา" หรือตามรอยนวนิยายที่คุณบัณฑูร ล่ำซำ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ประพันธ์ขึ้นนั่นเอง โดยอาศัยสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งบรรยากาศและแรงบันดาลใจของจังหวัดน่าน มาผูกเป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการถึงสถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ ในท้องเรื่องได้เป็นอย่างดี

ต้องถือว่าบรรดาท่านลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย ที่เป็นสมาชิกบัตรวิสดอมนั้น เป็นผู้โชคดีมาก เพราะการแข่งเรือยาวแต่ละครั้งต้องสิ้นเปลืองเงินทองค่าใช้จ่ายสารพัดมากมาย แต่ครั้งนี้ทางธนาคารจัดการแข่งขันขึ้นเอง โดยรับภาระเป็นธุระรับผิดชอบทั้งหมด เพียงแต่ขอให้ท่านลูกค้าวิสดอมได้ขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แล้วไปลงที่จังหวัดน่านตามโปรแกรม แล้วก็ไปนั่งชมการแข่งเรือยาวที่ริมแม่น้ำน่านเท่านั้น ซึ่งก็มีลูกค้าหลายท่านที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มีการซักไซ้ไต่ถามรายละเอียดและข้อมูลต่างๆ จากผมมากมาย

เมื่อผมได้ตอบคำถามเหล่านั้นไปแล้ว ก็มานึกได้ว่า บางทีอาจจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ด้วย จึงขอนำมาถ่ายทอดแบบเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเผยแพร่ต่อไปครับ

 

ประเพณีการแข่งเรือยาวของจังหวัดน่าน เป็นประเพณีเก่าแก่มาก จนไม่อาจระบุลงไปได้อย่างชัดเจนว่าเริ่มมีมาตั้งแต่ครั้งใด สืบเนื่องจากตัวเมืองน่านตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน การคมนาคมสัญจรไปมาในอดีต ก็จะนิยมใช้เส้นทางน้ำเป็นหลักมากกว่าเส้นทางบก ที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ร้ายต่างๆ รวมทั้งงูเงี้ยวเขี้ยวขอ นอกจากนั้นการย้ายราชธานีเพื่อตั้งเมืองใหม่ในปี พ.ศ. 1902 จากเมืองวรนครหรือเมืองปัว มายังภูเพียงแช่แห้งหรือแถบบริเวณวัดพระธาตุแช่แห้งในปัจจุบัน ก็เป็นการอพยพเคลื่อนย้ายโดยทางเรือแพ โดยใช้แม่น้ำน่านเป็นหลัก ในการเดินทางย่อมมีการสรวลเสเฮฮากันบ้าง ประชันขันแข่งกันบ้าง อาจเป็นมูลเหตุให้เกิดการแข่งเรือยาวในกาลต่อมา

นอกจากนั้นตามพงศาวดารเมืองน่านก็ยังได้กล่าวถึงชุมชน และหมู่บ้านใหญ่ๆ ที่เข้าร่วมภักดีกับเจ้าผู้ครองนครน่าน ที่มีมากถึง 57 ชุมชน การเดินทางมาแสดงความจงรักภักดีแต่ละครั้งก็มีการนัดหมายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้มีจำนวนผู้คนที่มาสมทบพบกันที่เมืองน่านมีมากมาย เจ้าผู้ครองนครน่านจึงจัดการแข่งขันพายเรือยาวขึ้น เพื่อให้เกิดความครึกครื้นบันเทิงใจแก่แขกบ้านแขกเมือง และเพื่อให้เกิดความสมานมิตรไมตรีในหมู่ชุมชนคนทั้งหลายทั้งปวงที่มารวมตัวกันอยู่ ณ เมืองน่านนี้

การแข่งขันพายเรือยาวในระยะแรกคงเป็นครั้งเป็นคราวตามสะดวก แต่ต่อมาเมื่อมีการแข่งขันกันบ่อยมากขึ้น จึงเริ่มมีการเตรียมตัวฝึกซ้อมและมีการนัดหมายกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว จนกลายเป็นประเพณีแข่งเรือยาวสืบมา ทำให้ผู้คนรู้จักความรัก ความสามัคคี กับทั้งยังเสริมสร้างจิตใจให้มั่นคง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย นอกจากนั้นแล้วประชาชนชาวเมืองน่านเอง ก็มีโอกาสได้ร่วมสนุกครึกครื้นด้วยการเชียร์เรือของชุมชนที่ตนเอาใจช่วย ทำให้เกิดเป็นสีสันบรรยากาศแห่งการแข่งพายเรือยาว และนำมาสู่การแข่งเรือยาวในปัจจุบัน

ต่อมาได้มีการนำการแข่งเรือยาวของชุมชนต่างๆ ที่เดินทางมาแสดงความภักดีกับเจ้าผู้ครองนครน่าน รวมเข้ากับงานประเพณีตานก๋วยสลาก หรือสลากภัต โดยการนำเรือยาวของแต่ละชุมชนบรรทุกเครื่องไทยทานและก๋วยสลากที่จะถวายพระภิกษุสงฆ์มาที่วัด ในการนี้หมู่ชาวบ้านที่มาร่วมบุญร่วมกุศลด้วย ก็จะอาศัยร่วมลงเรือเดินทางมาด้วย หรือพายเรือของตนมาเป็นหมู่เป็นเหล่าพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดความสนุกสนานบันเทิง มีการนำเครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ฆ้อง กลอง ปี่แน แหนแห่ลงเรือไปด้วย แล้วก็บรรเลงและฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน

ผู้คนที่มีบ้านเรือนเรียงรายริมแม่น้ำก็ขนเครื่องดนตรีและลูกหลานออกมาเล่นและร้องรำผสมผสานไปด้วย ทำให้เกิดเสียงครึกครื้นกันไปทั่วท้องน้ำหน้าเมือง ทั้งท่าฟ้อนรำและเพลงที่บรรเลงนั้น ก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนในรุ่นต่อๆ มาแต่งเป็นเพลง "ล่องน่าน" รวมทั้งท่าฟ้อน "ล่องน่าน" อันอ่อนช้อยงดงามอย่างยิ่งด้วย

และเมื่อถวายตานก๋วยสลากแล้ว ก็จัดให้มีการประชันขันแข่งเรือยาวในช่วงเวลาบ่ายแดดอ่อนกันอย่างสนุกสนานมาก เรือที่ชนะจะได้รับรางวัลเป็นเหล้าขาวที่ต้มกันเองในเมืองน่าน นัยว่าเอร็ดอร่อยเหลือหลาย เหล้าขาวที่บรรจุในกระบอกไม้ไผ่จะถูกนำไปเลี้ยงแบ่งปันกันอย่างสนุกสนาน

 

แต่ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนตะเกียงเจ้าพายุและน้ำมันก๊าดของหายาก ถือเป็นของดีมีราคา เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เมื่อราว 50-60 ปีที่แล้วจึงพัฒนาเป็นถ้วยรางวัล ที่ดูจะมีประโยชน์น้อยที่สุด เพราะรกบ้านมากกว่าจะนำไปใช้งานอื่นใดได้

 เรือยาวที่ใช้ในการประชันขันแข่งนั้น นิยมใช้ไม้ซุงขนาดใหญ่ทั้งต้นมาขุดให้เป็นเรือยาวในทรวดทรงของเรือชะล่า ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ตะเคียนทอง เพราะเชื่อว่าวิญญาณนางไม้จะแรงกว่าไม้อื่นๆ นอกนั้นก็เป็นไม้แดง ไม้ดู่ และไม้เนื้อแข็งอื่นๆ เป็นต้น

จากหลักฐานทางวัตถุ คือซากเรือยาวโบราณที่มีจารึกบอกศักราชปีสร้างกำกับไว้ด้วยนั้น พบว่าซากเรือยาวที่เก่าที่สุดมีอายุประมาณ 200 ปี นอกจากนี้ก็ยังมีเรือยาวบางลำที่ยังมีสภาพดี สามารถนำลงพายแข่งขันได้ เช่น เรือเสือเฒ่าท่าล้อ บ้านท่าล้อ อำเภอภูเพียง มีหลักฐานว่าขุดเมื่อปี พ.ศ. 2359 คือมีอายุถึง 198 ปีแล้ว เรือเสือเฒ่าบุญเรือง บ้านบุญเรือง อำเภอเวียงสา ขุดเมื่อ พ.ศ. 2380 หรือเมื่อ 177 ปีมาแล้ว และเรือคำแดงเทวี (นางดู่งาม) บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา ขุดเมื่อ พ.ศ. 2390 หรือ 167 ปีที่แล้ว

รูปทรงของเรือยาวที่จังหวัดน่าน นิยมตกแต่งส่วนหัวเรือและหางเรือให้มีลักษณะคล้ายพญานาค
ชูคออย่างระหงยาวสง่างาม บางลำทำเป็นรูปพญานาคอ้าปากกว้างเห็นฟันขาว มีเขี้ยวขาว น่าเกรงขาม ดวงตาโปนแดง ส่วนหางทำเป็นหางพญานาค นิยมติดพู่ห้อยที่หัวเรือและหางเรือ รวมทั้งมีธงทิวติดประจำเรือแต่ละลำเป็นสีต่างๆ กันอย่างงดงาม

การทำหัวเรือในลักษณะนี้ก็เพราะความเชื่อดั้งเดิมที่มีมาแต่โบราณกาล ที่กล่าวถึงพญานาคว่า เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองศาสนสถาน วัดวาอารามต่างๆ ตลอดไปจนถึงบ้านเมืองและผู้คนทั้งปวง ดังนั้นหากปีใดฝนแล้งหรือมีเหตุการณ์อันไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น ชาวน่านก็จะพร้อมใจกันจัดเรือยาวออกมาพายล่องแม่น้ำน่านเพื่อเรียกฝน และขจัดเสนียดจัญไรทั้งปวง เมื่อเรือยาวที่มีฝีพายจ้วงพายกันอย่างพร้อมเพรียงพุ่งไปข้างหน้า และมีนายท้ายคอยห่มท้ายเรือช่วยให้หัวเรือเชิดขึ้น เพื่อจะได้พุ่งเฉียดเรียดไปบนผิวน้ำ อันจะทำให้เรือเร็วยิ่งขึ้น ลักษณะนั้นมันช่างคล้ายกับพญานาคที่โผดโผนโจนลิ่วล่องเล่นน้ำฝนยิ่งนัก

แต่ครั้นจะพายไปพายมาก็ดูน่าเบื่อหน่าย ชาวน่านจึงจัดให้เป็นการแข่งพายเรือยาวไปเสียเลย เมื่อแข่งกันไปแข่งกันมาก็กลายเป็นงานประเพณีที่มีผู้คนจากจังหวัดอื่นๆ มาร่วมงานด้วยมากมาย และจากเรือยาวของชาวน่านด้วยกันเองที่นำมาแข่งขันกัน ก็กลายเป็นเรือจากท้องถิ่นอื่นๆ ที่อยากมาท้าทายอีกมาก จนปัจจุบันการแข่งเรือยาวของชาวน่านกลายเป็นเรื่องโด่งดังที่คนต่างชาติ ฝรั่งมังค่าพากันมาดู ด้วยว่ามันสนุกและมันสุดๆ ครับ...

แหม...กำลังเล่ามันๆ ก็หมดพื้นที่สำหรับสัปดาห์นี้ซะอีกแล้วครับ ผมขอยกยอดรายละเอียดต่างๆ ของการแข่งเรือยาวที่จังหวัดน่าน ไปเล่าต่อในสัปดาห์หน้านะครับ

 

เผ่าทอง ทองเจือ

 

โหวตข่าวนี้