advertisement

สนามพระ 16/02/57

โดย สีกาอ่าง 16 ก.พ. 2557 05:00

พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม ของช้าง ท่าดินแดน.

เปิด สนามพระวิภาวดี วันนี้ จากที่เห็นใครๆเบื่อหน่ายอึดอัด กับการชัตดาวน์เมืองหลวงของประเทศไทยและไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหายังไง แต่วันนี้ รู้สึกผู้คนมีความหวังขึ้น เพราะเป็นวันลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ที่ทุกคนอยากถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง...

จากวิกฤติบ้านเมือง เห็นชัดๆว่าทำให้เศรษฐกิจเริ่มพัง ค้าขายไม่ดี เลยมีคนสอบถามมาว่า ตลาดพระเครื่อง เป็นยังไง...

เช็กกับหลายๆสนาม ทุกคนบอกว่ากระทบ แต่กระทบแปลกๆคือ ราคาพระหลักๆไม่ยักถูกลงอย่างที่น่าจะเป็น เพราะมีออกมาเท่าไหร่ เซียนเก็บกันเองเอาไว้ทำกำไร นักนิยมพระจึงไม่เคยซื้อพระถูกๆได้...

อย่าง เสี่ยภูมิชาย ล่ำซำ ซึ่งนับถือคุ้นเคยกัน วาน สีกาอ่าง ให้หา พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ให้ตั้งแต่ปีก่อน แต่จนป่านนี้ ก็ยังหาไม่ได้ ที่เจอสวยๆก็แพง องค์ถูกๆก็ขี้เหร่...

ดังนั้น พระหลักอย่าง พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม องค์นี้ ไม่ต้องไปรอราคาถูก ถ้าเจอถูกใจก็เช่าเลยเพราะมีแต่จะแพงขึ้น...

องค์นี้ เป็นพระหน้าใหม่ ไม่มีใครได้เห็นมาก สภาพสมบูรณ์ เดิมทีลงรักไว้ทั้งองค์ แล้วลอกออก เปิดพิมพ์พระด้านหน้า ให้เห็นเนื้อแท้สภาพผิวเดิมๆที่ยังมี แป้งโรยพิมพ์ ขาวจั๊วะจับแน่นอยู่เหนือเนื้อใน ตอนแรก นึกว่าเป็นเนื้อแก่ปูน แต่ เสี่ยช้าง ท่าดินแดน เจ้าของ บอกพระองค์นี้ต้องดูองค์จริงให้ซึ้งถึงเนื้อใน แล้วจะเห็นมวลสารจัดจ้านชัดเจน...

สำหรับ แป้งโรยพิมพ์ ที่มีการพูดถึงในพระนั้น เกิดจากกรรมวิธีตอนสร้างพระ ซึ่งจะผสมเนื้อหามวลสารก่อนกดลงในพิมพ์ และเพื่อไม่ให้เนื้อติดพิมพ์พระ แกะยากและอาจทำให้พิมพ์พระติดไม่เต็ม โบราณาจารย์จึงใช้ แป้งโรยลงในพิมพ์ก่อน เพื่อให้แกะพระออกจากพิมพ์ได้ง่าย สันนิษฐานว่า แป้งโรยพิมพ์ ก็คือผงปูนแห้ง ที่นำมาผสมสร้างพระ ซึ่งบางผู้รู้บอกว่าอาจมีแป้งข้าวเจ้าปน...

ว่าแล้ว ก็มีมาให้ เสี่ยภูมิชาย น้ำลายหก คือ พระพิมพ์เม่น (ใหญ่) บัว 8 จุด หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา...

ในทำเนียบพระพิมพ์มาตรฐานของพระเนื้อดินเผาสกุลนี้ พิมพ์เม่น ถูกจัดแถวอยู่ลำดับ 4 กล่าวกันว่ามีอานุภาพเด่นทางการอาชีพเรียลเอสเตท กฎหมาย เพราะเม่นมีอุปนิสัยชอบแสวงหาสร้างที่อยู่อาศัย และขุดคุ้ยหาแหล่งอาหารด้วยความขยันขันแข็ง ...

องค์ในภาพนี้ของ เสี่ยสมภพ ธีรโชติ เป็น พิมพ์นิยมสุด ในตระกูลเม่น ที่มีแยกย่อยกันอยู่ 4-5 พิมพ์...

รายการต่อไปเป็นพระกรุ คือ พระร่วงนั่ง หลังลิ่ม พระยอดขุนพลเมืองศรีสัชนาลัย สุโขทัย พบขึ้นจากกรุครั้งแรกที่ วัดช้างล้อม ซึ่งเป็นวัดหลวงในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี มีพระเจดีย์องค์ใหญ่ มีช้างปูนปั้น 36 เชือก รายล้อมอยู่รอบฐาน...

มีบันทึกว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ.1829-1835 พร้อม พระพิมพ์นั่ง ปางมารวิชัย เนื้อชิน เอกลักษณ์หลังเป็นร่อง “ลิ่ม” นี้ บรรจุไว้ และพบเมื่อปี พ.ศ.2480 กับ พ.ศ.2495...

หลังจากนั้น ก็พบพระพิมพ์นี้ได้อีก จากกรุพระในวัดที่อยู่ในเขตเมืองสุโขทัย อาทิ วัดบ้านแกร่งสารจิต วัดเจดีย์ 7 แถว กรุวัดเขาพนมเพลิง (องค์เล็ก) และที่อื่นๆอีกหลายครั้ง...

อานุภาพพระกรุนี้ มีชื่อเสียงด้านคุ้มครอง แต่ รัฐมนตรี ท่านหนึ่งยืนยันว่าโชคลาภก้าวหน้า ก็ไม่ด้อย องค์ในภาพของ เสี่ยอัศวิน ทองประเสริฐ เป็นองค์แชมป์ ที่มีภาพในหนังสืองาน จอมสุรางค์ งานประกวดพระระดับตำนานวงการพระเมื่อหลายสิบปีก่อน พระที่ชนะประกวดงานนี้ งดงามระดับแชมป์ เป็นที่กล่าวถึงกันเสมอ...

ต่อไปคือ เหรียญหลวงพ่อธรรมจักรวัดเขาธรรมามูล ชัยนาท จำลองจาก หลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชัยนาท...

รุ่นนี้สร้างเป็น เหรียญที่ระลึก รุ่นแรก โดย หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า รับอาราธนานิมนต์เป็นประธานพุทธาภิเษก ลักษณะเป็น เหรียญปั๊ม เนื้อทองแดง เงิน และ ทองคำ แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยเด่น อยุธยา ซึ่งสร้างพิเศษให้เฉพาะบุคคล และเหรียญนี้สวยสุด จากที่เคยเห็นอยู่แค่ 2-3 เหรียญ ใครมีสวยกว่า เอามายืนยันได้...

ตามมาด้วย พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้น ลอยองค์ วัดเครือวัลย์ ชลบุรี...

เชื่อกันว่า พิมพ์ปั้น เป็น พระยุคแรก ที่ หลวงพ่อแก้ว สร้างแจกผู้ช่วยเหลือท่านสร้างวัด ทั้งกำลังแรงงาน กำลังทรัพย์ ซึ่งคงมีคนไปช่วยไม่มากนัก เพราะท่านเป็นพระต่างถิ่น ธุดงค์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากฝั่งเมืองเพชรบุรี...

แต่ด้วยวัตรปฏิบัติ และวิชาพุทธาคมที่ท่านใช้ช่วยเหลือชาวพื้นถิ่นด้วยความเมตตา จึงได้รับศรัทธาจากชาวเมืองชลมากขึ้นเป็นลำดับ...

พระปิดตาพิมพ์ปั้น จึงเป็นพระที่สร้างอย่างไม่มีรูปแบบ โดย หลวงพ่อแก้ว จะทําพิธีเขียนลบผงพุทธคุณผสม มวลสาร ที่มีอาถรรพณ์ด้านเมตตามหานิยม อาทิ ไม้ไก่กุก รังหมาร่าในตาพระพุทธองค์ รากรักซ้อนชอนตะวัน (ตามตำรับภาคตะวันออก ของหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ)...

พอปลุกเสกแล้ว ก็มอบให้ศิษย์ช่วยกันปั้นเป็นองค์ พระปิดตา ตามโครงร่างที่ท่านปั้นเป็นต้นแบบ ทําให้ พระพิมพ์ปั้น ที่สร้างก่อน พิมพ์ปิดตา หลังแบบ ที่มีราคาค่านิยมถูกกว่าเยอะ เพราะไม่มีข้อยุติเรื่องพิมพ์ทรงให้พิจารณา แต่ต้องชี้ชัดกันที่เนื้อมวลสารเป็นหลัก...

จึงเป็นโชคของ เสี่ยเต่า พระเครื่อง ที่ดั้นด้นไปพบถึงเชียงใหม่ ในราคาแค่ล้านเศษๆ ทั้งที่เป็นพระองค์ใหญ่บึ้ก คำนวณปริมาณเนื้อได้ไม่น้อยกว่า พิมพ์ใหญ่หลังแบบ ที่มีราคาสิบล้าน--ขอเตือน วิชาดูเนื้อพระหลวงพ่อแก้ว ต้องผู้รู้สายหลักเท่านั้นถึงจะแยกแยะได้ ไม่เหมือนการลูบคลำเนื้อนางว่าสดใหม่หรือใช้แล้วย้อมแมว ด้วยโบท็อกซ์...

สำหรับคนที่สงสัยว่า หมาร่า คืออะไร ทำไมถือเป็นมวลสารอาถรรพณ์ ก็ขออธิบายว่า หมาร่า ก็คือตัวต่อชนิดหนึ่ง ใช้ดินเหนียวทํารังเล็กๆขนาดกำปั้น หรือเล็กกว่า อยู่ตามฝ้า คาน เสาบ้าน หรือที่ร่มอื่นๆ...

การที่มันไปทำรังที่พระเนตรพระพุทธรูป จึงถือว่าเป็นเรื่องแปลก จึงนิยมนำมาสร้างวัตถุมงคล...

สุดท้าย คือ เหรียญหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก นครปฐม ซึ่งเป็นเหรียญหล่อพิมพ์พระพุทธเนื้อโลหะผสมรุ่นสร้างคราวงานฉลองพระอุโบสถเมื่อปี พ.ศ.2450 พิมพ์พระมี 2 แบบมีหูกับไม่มีหู แบบองค์นี้ของ เสี่ยอ้วน นครปฐม ที่เป็นพระสภาพสวยเช้งเดิมๆซิงๆ...

ส่วน รุ่นแรก ท่านเป็นประธานสร้างให้ศิษย์ ในงานฝังลูกนิมิตที่วัดบางหลวง เมื่อปี พ.ศ.2440--รุ่น 2 จึงถือเป็น รุ่นแรก ของ วัดพะเนียงแตก...

เข้าสนามพระใหม่ ซึ่งแม้จะมีม็อบกลางเมือง แต่พระใหม่ยังไปได้ดีมาก เพราะ 1 วัดมีชื่อเสียง 2 หลวงพ่อพระเกจิมีชื่อเสียง มีลูกศิษย์มากมาย 3 จัดสร้างด้วยคุณภาพ รูปแบบมาตรฐาน 4 เจตนาการสร้างดีงามเหมาะสม และสร้างจำนวนจำกัด ไม่มาก...

อย่างรายการแรก บอกชื่อ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ คนก็ยกมือไหว้ท่วมหัว  เพราะเป็นพระเกจิที่เปี่ยมด้วยความเมตตา เรียบง่าย...

เมื่อ หลวงพ่อแช่ม วัดสำนักตะคร้อ ศิษย์เอกจัดสร้าง วัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ ขึ้นเพื่อบูชาครู จึงได้รับศรัทธาจากลูกศิษย์ของ หลวงพ่อแช่มและ หลวงพ่อคูณ อย่างมาก...

รูปแบบก็ขลัง จัดสร้างเป็น เหรียญหล่อ ร.ศ.๒๓๓ หลวงพ่อคูณนั่งนับแบงก์ มี เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะแก่เงิน เนื้อแร่เหล็กน้ำพี้ ชนวนเก่าหลวงพ่อคูณ และเนื้อทองแดง และ เหรียญรุ่นพิเศษ 2556 หลวงพ่อแช่ม...

โดย หลวงพ่อคูณ อธิษฐานจิตปลุกเสก เหรียญรุ่นเก่า แท่งชนวนมวลสารเก่า ซึ่งผ่านพิธีพุทธาภิเษกหลายพิธีใหญ่ เพื่อนำมาจัดสร้างขึ้นใหม่ให้เมื่อ 26 ธ.ค. ปีที่แล้ว ณ วัดบ้านไร่ และมีการพุทธาภิเษกโดยศิษย์เอกหลวงพ่อคูณและพระเกจิแห่งยุค ไปเมื่อ 20 ม.ค.57 ณ อุโบสถ วัดสำนักตะคร้อ นครราชสีมา...

รายได้จากการบูชา หลวงพ่อแช่ม จะนำไปก่อสร้างเจดีย์ศรีเทพารักษ์ ครอบเจดีย์เก่า ณ ดอยเจดีย์ ต.หนองปรือ อ.เทพารักษ์ นครราชสีมา สถานที่ที่ หลวงพ่อคูณ เดินธุดงค์มาปักกลด ปฏิบัติธรรม และจารึกคำว่า “คูณ” ไว้บนลานหิน เมื่อปี พ.ศ.2498--ทำบุญบูชาได้ที่ 08-6406-4597, 08-7105-4555...

อีกรายการเป็น หลวงพ่อคูณ รุ่น แซยิด เนื้อเงินองค์ทองคำ ซึ่งจัดสร้างเป็นที่ระลึกวันเกิดของ หลวงพ่อคูณ...

ความเด่นของรุ่นนี้ คือเป็น เนื้อพิเศษ ซึ่งมีกรรมวิธี ใช้โลหะ 2 ชนิด มาประกบตีเข้าด้วยกัน คล้ายเหรียญสิบ ที่ผลิตโดยโรงงานกษาปณ์ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า เนื้อสอดไส้ ถือว่าเป็น รุ่นแรก ของ หลวงพ่อคูณ ที่มีการจัดสร้างแบบนี้...

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสมทบทุนสร้างกำแพงวัดสว่างอารมณ์ (บ้านจั่น) นครราชสีมา และสมทบทุน มูลนิธิหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่...

จองได้ที่เว็บไซต์ www.Jatukarm.com หรือ 0-2956-1161, 0-2932-4336 และศูนย์พระเครื่องจตุคาม และศูนย์พระเครื่องชั้นนำ...

อีกรายการเป็น แนวเทพ คือ เหรียญพระสุนทรีวาณี ของวัดไตรมิตรฯ ที่ พระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) จัดสร้างได้งดงามมาก...

พระสุนทรีวาณี เป็นเทพธิดา เป็นพระซึ่งเกิดจากการนิมิต แห่ง พระคาถาสุนทรีวาณี ที่โบราณาจารย์ได้ท่องในการเรียนพระไตรปิฎก ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระวันรัต (แดง) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯ ภาวนาแล้วเกิดเป็นนิมิต จึงให้จิตรกรเขียนภาพตั้งบูชาไว้...

ต่อมา รัชกาลที่ 5 เสด็จ ประพาสยุโรป สมเด็จพระวันรัต (แดง) ได้ถวายพระคาถาสุนทรีวาณีมีว่า มุนินทะ วะทะนัมพุชะ คัพภะสัมภะวะ สุนทะรีปาณีนัง สะระณัง วาณี มัยหัง ปิณะยะตัง มะนังฯ ให้ หลังเสด็จกลับมา ก็รับสั่งว่าคาถานี้ศักดิ์สิทธิ์มาก และทรงยืมรูป พระสุนทรีวาณี ไปบูชา...

จน สมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธ ก่อนมรณภาพ จึงขอพระราชทานคืนวัดและมีการจัดสร้าง เหรียญพระสุนทรีวาณี ขึ้นหลายครั้งหลายสำนัก รุ่นดังก็มีของวัดสุทัศน์ฯ ปี 2495 แต่ถ้ายุคนี้ ก็ต้องไปบูชาของวัดไตรมิตรฯ สอบถามได้ที่วัด 0-2222-9019...

สุดท้ายมาจาก เลขาจิ๋ม แกนนำธรรมะไทยรัฐ แจ้งข่าวให้ลูกศิษย์ไปร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ของ ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ ระหว่าง 16-17 ก.พ. ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน บ้านคลองกระทิง ต.ไทยสามัคคี วังน้ำเขียว โคราช โดยจะมีพิธีพุทธาภิเษก พระตรีมูรติ และวัตถุมงคลรุ่น มั่งมีศรีสุข ตั้งแต่บ่ายโมง ใครชอบแบบวูบวาบฝังพลอยก็ไปบูชาทำบุญได้...

ลาไปตรวจลอตเตอรี่ด้วย เรื่อง คุณนายสีดา เมีย คุณประสิทธิ์ ข้าราชการเกษียณ ซึ่งกลุ้มใจมากเพราะสามีที่เพิ่งเกษียณเมื่อปีก่อน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จากคนธรรมะธัมโมเลิกงานกลับบ้านตรงเวลา กลายไปเป็นนักท่องราตรี เที่ยวบาร์คาเฟ่ ร้องโอเกะ โดยไม่ฟังเสียงทัดทาน ใครห้ามก็ไม่ฟัง...

คุณนายสีดา เลยไปปรึกษาญาติ ให้พาไปหาหมอไสยศาสตร์ ขอให้หมอ ทําของ ให้  ผัวรัก  ผัวหลง จะได้อยู่ติดบ้าน ไม่ไปไหน...

หมอไสยศาสตร์ถามว่า เอาให้รักหลงขนาดไหน คุณนายสีดา บอกว่า เอาแรงๆ ขนาดไม่ได้ยินเสียงต้องเรียกหา ไม่ได้เห็นหน้าถึงคลุ้มคลั่งก็ยิ่งดี ...

หมอก็พยักหน้า ได้เรยย์ แล้วกลับเข้าห้องไป พักใหญ่ออกมาพร้อมขวดยาสมุนไพร บอกให้เอาไปใส่อาหารให้ผัวใจแตกกิน 3 มื้อทุกวันอย่าได้ขาด...

คุณนายสีดา ดีใจ กลับบ้านก็ทําตามคุณหมอบอกผ่านไป 3 เดือน ก็กลับมาหาหมอ เอาขวดยาที่ใช้ไปเกือบหมดมาคืน หมอถามว่าได้ผลดีแล้วหรือ คุณนายสีดา บอกไม่ทัน เพราะให้กินแค่เดือนเดียว มันก็ย้ายไปอยู่กับเมียน้อย นี่ 2 เดือนแล้ว มันไม่มา เหยียบบ้านเลย ขอให้มันเลิก มันก็บอกว่าไม่ได้ เพราะมันทั้งรัก-ทั้งหลง เห็นหน้าเมียน้อยแล้วคึกคัก แต่เห็นหน้าฉันแล้วอยากคลุ้มคลั่ง จึงอยากให้หมอทํายาแก้ให้...

หมอพยักหน้าถามว่า เมียน้อย อายุเท่าไร คุณนายสีดา บอกว่าประมาณ 20 หมอถามว่า แล้วเอ็งอายุเท่าไร คุณนายสีดา บอกเพิ่ง 57 เอง หมอส่ายหน้า บอกว่าท่าจะแก้ยาก ดูอายุแล้ว “ของ” มันแรงกว่าเอ็งเยอะ ปลงซะดีที่สุด--เพราะเป็นข้า ข้าก็ไม่กลับ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

 

สีกาอ่าง

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement