advertisement

คนที่เกลียดแกรมม่าต้องอ่าน

โดย อ.ลูกกอล์ฟ คณาธิป 14 ก.พ. 2557 07:00

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ เนื่องจากคอลัมน์นี้ เนื้อหาค่อนข้างแน่น ลูกกอล์ฟเลยขอเข้าเรื่อง เลยนะคะ เวลาลูกกอล์ฟสอนภาษาอังกฤษนั้น จะพยายามเน้นย้ำกับเด็กๆ เสมอว่า แกรมม่านั้น ก็สำคัญ หากมีโอกาสศึกษาก็ควรแก้ไข และใช้ให้ถูกไป แต่เวลาเราพูดสื่อสารนั้น หากผิดแกรมม่าไปบ้าง แต่ให้เน้นความมั่นในการออกเสียง พยายามสื่อสารให้ดีที่สุด อีกฝ่ายก็จะเข้าใจเราได้ อย่างไรก็ตาม คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถทำให้แกรมม่า และการออกเสียงของเรามันถูกต้องไปพร้อมๆกัน

วันนี้ลูกกอล์ฟ ได้นำแกรมม่าเรื่องนึงมาฝาก เป็นเรื่องที่ลูกกอล์ฟเห็นว่า มีคนใช้ผิดกันบ่อยๆ  อยากให้คุณผู้อ่านลองทำความเข้าใจ และลองออกเสียงตามให้ถูกต้องด้วยนะคะ

V. to be ที่แปลว่า "เป็น, อยู่, คือ" เราเรียนกันมาแต่เด็ก แต่ยังพลาดกันมากเวลาใช้ ในที่นี้ลูกกอล์ฟขอเรียกมันว่า V2B

V2B ประกอบด้วย (is, am, are, was, were, be, been)

วันนี้ขออธิบายแค่ 3 ช่วงเวลา นั่นคือ

1. is, am, are (บ่งบอกความจริงในปัจจุบัน) I ใช้ am/ He, she, it ใช้ กับ is/ You, we, they ใช้กับ are
2. was, were (บอกอดีต) I, he, she, it ใช้กับ was/ You, we, they ใช้กับ were *บางทีเห็น I กับ were นั่นคือ คนละเรื่องกับตรงนี้
3. will be (บ่งบอกอนาคตเป็นหลัก) ประธานทุกตัวใช้ will be

หลักๆ V2B จะใช้กับ 3 กรณีเหล่านี้ ก่อนเราจะมั่วลองอ่านดีๆ

1. ใช้กับ Adj. (คำขยาย เช่น รวย, สวย, จน, เหม็น, หอม เป็นต้น)
He is happy. (เขามีความสุข)
He was happy. (เขาเคยมีความสุข)
He will be happy. (เขาจะมีความสุข)

2. ใช้กับ V.ing เพื่อเน้นเหตุการณ์ 'กำลังเกิดหรือเน้นความต่อเนื่องของเหตุการณ์'
He is teaching now. (เขากำลังสอนตอนนี้)
He was teaching when the phone rang. (เขากำลังสอนอยู่ตอนนั้นเมื่อโทรศัพท์ดัง)
He will be teaching at this time tomorrow. (เขาจะกำลังสอนอยู่ ณ ช่วงเวลานี้ของวันพรุ่งนี้) อันนี้แอบเยอะ แต่ใช้ได้

3. ใช้กับ V.3 เพื่อเน้นประธานถูกกระทำ ถ้าไม่เน้นประธานถูกกระทำก็ไม่ต้องใช้
He is loved. (เขาถูกรัก เป็นความจริง)
He was loved. (เขาเคยถูกรัก)
He will be loved. (เขาจะถูกรัก)

หากคุณ อ่านดีๆ และลองทวน V2B จะเห็นว่า โครงสร้างมันเหมือนเดิมและไม่เปลี่ยน และมันเป็นตัวกำหนด 'เวลา' เมื่อไหร่ที่อยากใช้ V2B ก็ลองนึกถึง 3 กรณีข้างต้นก่อน

การใช้แกรมม่ามั่วๆ เช่น

I listening. (ที่ถูกคือ I am listening.)
She sorry. (ที่ถูกคือ She is sorry.)
I am talk him. (ที่ถูกคือ I am talking to him.)
I was arrive. (ที่ถูกคือ I arrived.)
He sleeping. (ที่ถูกคือ He is sleeping.)
She is sleep. (ที่ถูกคือ She is sleeping.)

"มันอาจจะฟังยากไปนิด" เพราะโครงสร้างมันไม่ครบ อีกทั้งบางครั้งเราก็ไม่แคร์การออกเสียง เลยไปกันใหญ่

แม้เวลาพูดจะไม่ต้องแคร์แกรมม่ามาก แต่วันนี้ลองปรับความเข้าใจกันใหม่ ว่าแกรมม่า มีความสำคัญเช่นกัน ใครที่เกลียดแกรมม่า เน้นใช้ให้ฟังบ่อยๆ อ่านมากๆ หัดสังเกตและจะชินการใช้แกรมม่าไปเอง

วันนี้ทิ้งท้ายสั้นว่า

“อย่าปล่อยให้แกรมม่า กลายเป็นกรงขังเรา ทำให้เราไม่สนุกกับภาษาอังกฤษ ผิดก็แค่เรียนรู้และไปต่อ ที่สำคัญจงสนุกกับการใช้ภาษา ส่วนเวลาเจอใครใช้แกรมม่าผิด เราก็อย่าไปด่าเขาว่าโง่ แต่จงอธิบายให้เขาดีๆ ว่าที่ถูกคืออะไร”

วันนี้กราบลาแบบไทยสวยงาม

 

อ. ลูกกอล์ฟ คณาธิป
IG/Twitter loukgolflg
www.facebook.com/lgandfriends

 

โหวตข่าวนี้