วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วันที่นามสกุลเปลี่ยนไป! อดีต อธิบาย ปัจจุบัน เช็กหัวใจ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี!

วันที่นามสกุลเปลี่ยนไป! อดีต อธิบาย ปัจจุบัน เช็กหัวใจ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี!

  • Share:

เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มาตลอดมาเป็นสัปดาห์ เมื่อมีมือดีเผยแพร่ภาพจดหมายภายในของ นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ถึงนายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี บิดาของ "ตั๊น-จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และแนวร่วมกลุ่ม กปปส. หลุดออกมา เนื้อหาตำหนิอันสืบเนื่องจากคำสัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศทำนองต่อว่าคนชนบทไม่มีความรู้ ความเข้าใจประชาธิปไตย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและภาพลักษณ์ขององค์กร

ส่งผลให้ต่อมา นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ส่งจดหมายไปยังนายสันติ ภิรมย์ภักดี พร้อมกับขอโทษคนชนบท และที่เซอร์ไพรส์คือการบอกว่าลูกสาวจะเปลี่ยนนามสกุล พร้อมกับย้ำว่าจะเล่นการเมืองต่อ ล่าสุด จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ก็โพสต์ภาพยืนยันการเปลี่ยนนามสกุลจาก "ภิรมย์ภักดี" เป็น "กฤดากร" ซึ่งเป็นนามสกุลเก่าของคุณแม่ หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ อะไรที่ทำให้สาวสังคมตัวเล็กๆ เดินหน้าทำการเมือง ยืนหยัด ต่อสู้กับสิ่งที่เชื่อ จนกระทั่งทำให้อดีตเซเลบฯ ใช้ชีวิตสบายๆ ผันตัวมาเล่นการเมือง และเดินฝ่าแดดร้อนๆ อยู่บนท้องถนน จนที่สุดต้องเปลี่ยนนามสกุล ?

ไทยรัฐออนไลน์พาไปเช็คจุดยืน ด้วยการย้อนคำสัมภาษณ์พิเศษ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2553 บทสัมภาษณ์ที่เกือบ 3 ปี ที่สะท้อนตัวตนได้ดีว่า วันนั้นจนวันนี้มันบังเอิญหรือเป็นความตั้งใจ สิ่งที่เธอพูดไปเมื่อ 3 ปีมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม โดยเฉพาะ 'หัวใจ'  ของ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี!

Q: ชีวิตเปลี่ยนไปไหม จากสาวสังคมมาสู่ถนนนักการเมือง ?

A: เปลี่ยนไปค่ะ คือเมื่อก่อนจะสบายๆ ก่อนหน้าตั๊นเรียนอยู่เมืองนอก พอกลับมาที่นี่ก็เป็นช่วง “ฮอลิเดย์” วันหนึ่งๆ ก็ตื่นง่ายๆ เที่ยงก็นัดกับเพื่อนทานข้าว มีเวลาก็ไปช็อปปิ้งบ้าง เย็นวันไหนถ้ามีงานเปิดตัวสินค้าของเพื่อนก็จะไป ไม่มีงานก็ไปทานข้าวกับครอบครัว

ก่อนหน้านี้ตั๊นมีโอกาสไปต่างจังหวัดบ่อย แต่พอต้องมาทำงานการเมืองตรงนี้ อาจจะมีเวลาว่างเที่ยวกับเพื่อนและคนอื่นน้อยลงบ้าง แต่จริงๆ ตั๊นเป็นคนแอ็กทีฟนะ (หัวเราะ) คือจะเบื่อถ้าเกิดไม่ค่อยมีอะไรทำ พอมาทำงานการเมืองรู้สึกว่าชอบ คือทุกวันนี้ อยากจะตื่นมาทำงาน ดีใจมากกับการที่ตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน “ลองวีกเอนด์” ที่ผ่านมาจะนั่งบ่นเมื่อไหร่จะวันจันทร์ซะที (เน้นเสียง) ทำไมมันถึงนานขนาดนี้ เราอยากทำงานแล้ว บ่นมากจนคุณพ่อคุณแม่บอกว่า นี่เธอพักบ้างนะ

Q: ไม่เสียดายชีวิตสาวสังคม ?

A: ไม่เสียดายนะ เพราะตั้งแต่เด็กเราคิดไว้ ที่มาทำงานการเมือง ตั๊นเคยขอคุณพ่อคุณแม่ ขอตั้งแต่เด็กๆ ว่า ตั๊นขอกลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ คือมันเป็นความรู้สึกแบบนั้น แล้วเราก็รู้สึกเหมือนกับว่า ไม่เกี่ยวกับการเสียสละหรือว่าอะไรนะมันก็แบบ มันอยากจะทำสิ่งที่เราใฝ่ฝันมากๆ หลายคนบอกว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่เสียสละ เราคิดว่าไม่จริง คือมันชอบและมีความสุขที่ตื่นขึ้นมาแล้วได้ทำงานการเมือง (หัวเราะ) อธิบายไม่ถูก เวลาแม่ตั๊นได้คุยกับใคร เขาก็จะเล่าว่าเราบ้าการเมืองมากๆ (เน้นเสียง)

Q: คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากเป็นนายกฯ วันนี้ยังยืนยันอยู่ไหม
?

A: ยืนยันค่ะ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

Q: รู้สึกว่าตัวเองชอบการเมืองตั้งแต่อายุเท่าไหร่ 
?

A: ตั้งแต่เด็กๆ 14-15 ปี ก่อนหน้านั้นเรายังไม่เข้าใจว่าการเมืองมันคืออะไร ตอนเด็กๆ เราจะได้ยินผู้ใหญ่คุยกันตลอด เอ๊ะ...ทำไมนักการเมืองถึงโกงเงินจนประเทศชาติเราเดินไปไม่ถึงไหน ถนนตรงนี้ก็เละ (เน้นเสียง) ตรงนี้ก็ถม บาทวิถีทำไมมันพังตลอดเวลา ที่สำคัญเราก็เคยเข้าใจเลยว่า ทำไมคนดีถึงไม่เข้ามาทำการเมือง แล้วที่สังเกต อย่างเวลาเลือกตั้ง บางคนก็ไม่มาใช้สิทธิ์แล้วก็จะบ่นว่านักการเมืองไม่ดี 

เมื่อไม่ เข้าใจเราก็ต้องหาคำตอบก็เลยเริ่มศึกษาเริ่มอ่าน ศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ ที่มาเข้าใจและมาชอบการเมือง มากๆ ก็ตอนที่มาฝึกงานที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้าการเมือง ก็เลยเริ่มเข้าใจภาพรวมการเมืองไทยมากขึ้น แต่ว่าที่บ้านถึงแม้ว่าไม่ได้ทำงานการเมือง ประเด็นเรื่องการเมืองก็จะคุยกันตลอดเวลา เป็นการแลกเปลี่ยน แต่เราจะไม่เอาชนะกัน ตอนนั้นเราก็มีนักการเมืองในใจว่าจะสร้างในแบบของเรา เป็นนักการเมืองที่ดี หลายคนก็ถามเยอะเรื่องไอดอล ที่จริงไม่ได้มีใครเป็นไอดอลคนเดียว เพราะว่าตั๊นเห็นว่าหลายคนก็มีจุดดี จุดเด่น แต่ว่ามันก็มีจุดเสียด้วย

แล้วเราก็จะพยายามเลือกว่าสิ่งไหนคือจุดเสีย ไม่สมควรทำก็นำมาเป็นบทเรียน ไม่นำมาทำตามแล้ว อันไหนที่ดีก็นำมาทำ ตั๊นคิดว่าตั๊นอาจจะโชคดีด้วยที่มาทำตรงนี้ เราไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมาก เพราะเรามีคุณพ่อคุณแม่คอยซัพพอร์ตมาตลอด เรื่องการเงินหรือการใช้ชีวิต การอยู่ ตั๊นยังอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้เราทำได้เต็มที่ โดยไม่ต้องมองเห็นผลประโยชน์อะไรเลย

Q: ไม่มีความคิดสักแวบว่าจะชัก 30% เหมือนที่นักการเมืองบางคนทำ ?

A: ไม่มีเลย เราก็เลยทำตรงนี้ได้เต็มที่ แต่บางทีมาตรงนี้ก็แอบทราบและเข้าใจเลยว่า ทำไมคนถึงท้อที่จะมาอยู่ตรงนี้ เหมือนกับว่าพอความที่เมื่อก่อนมันมีคนที่ทำไม่ดีเอาไว้เยอะในวงการนี้ จนทำให้มันยากมาก กับคนใหม่ที่ต้องการทำงานตรงนี้โดยไม่หาผลประโยชน์จริงๆ ยากมาก กฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างตั๊นเข้ามา ตั๊นก็ไม่ได้ว่าทุกคนสนับสนุนให้เราเข้ามาตรงนี้ ถึงแม้ว่าเราเข้ามาจริงใจ โดยบริสุทธิ์ใจขนาดไหนก็จะมีคนที่แบบว่า จะขัดขาพยายามไม่ให้เรามาอยู่ตรงนี้ จากคนใกล้ตัวก็มี 



Q: มีวิธีลบภาพจากสาวสังคมอย่างไร ?

A: ทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ เราตั้งใจแบบนี้ คือคนมามองลบว่าเราเป็นคุณหนู หรือเราเป็น “ภิรมย์ภักดี” มันก็ได้ ตั๊นเกิดมาแล้วเราก็รู้สึกว่า เราโชคดีมากที่สุดที่ได้มาเป็น “ภิรมย์ภักดี” มีคุณทวดที่เก่งมาก ที่ก่อตั้งบริษัท จัดตั้งบริษัทขึ้นมา คุณปู่ คุณพ่อก็ทำงานหนักมาตลอด ช่วยฝ่าวิกฤติช่วงต้มยำกุ้ง คุณพ่อเราก็ทำงานมาอย่างเต็มที่ ให้ลูกๆ ได้มีโอกาสที่ดี ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้เราและน้องๆ มีโอกาสทำงานที่ตัวเองชอบ ตั๊นมีจุดยืนของตั๊นตรงนี้ว่า เรามาทำตรงนี้เพราะว่าอะไร

Q: แต่วันนี้ก็ยังมีคนจำว่าคุณเป็นคุณหนูไฮโซ ?

A: มันช่วยไม่ได้ จริงๆ ตั๊นไม่ไฮโซนะ เราก็อยู่ตรงนี้และทำงานอย่างที่รัก เราบังคับให้คนมามองเรายังไงไม่ได้อยู่แล้ว ก็ทำงานไปเรื่อยๆ เดี๋ยวผลงานเราออกเมื่อไหร่คนก็จะเห็นเอง จะไปสร้างภาพหรือลบความคิดคน เป็นเรื่องยาก 



Q: คุณพ่อ คุณแม่ พูดอะไรไหมที่มาเล่นการเมืองเต็มตัวแบบนี้ ?


A: ท่านทำใจแล้วที่เราจะมาทำงานตรงนี้ ตั๊นก็เคลียร์ตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้าจะย้อนกลับไปทำงานอย่างอื่น วันนี้เรามองไม่เห็นจริงๆ นะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะมีงานอะไรที่จะทำให้เรามีความสุขอย่างนี้ ทุกคนก็บอกว่าโชคดี ที่ได้ทำงานอย่างที่ตัวเองรัก คุณพ่อคุณแม่ให้การสนับสนุน ให้ปรึกษา ตักเตือน มีอะไรท่านก็จะบอกว่าต้องระวัง อย่างท่านก็เป็นห่วงที่เรามารับตำแหน่งนี้ เพราะว่าเลขาฯ ต้องเซ็นเอกสารเยอะมาก ท่านก็บอกว่าต้องระวังให้ดี ท่านก็พร้อมว่ามีนักกฎหมายถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามก่อนได้

Q: เสน่ห์การเมืองคืออะไร ?

A: ทำให้ประชาชนมีความสุข เรารู้สึกว่าได้ให้อะไรคืนสังคมบ้าง อย่างเรื่องไอซีทีชุมชนเราไปภูเก็ต ก็รู้สึกดีที่มีเด็กได้ใช้คอมพิวเตอร์ เขาก็มีความสุข พอเราอ่านหนังสือพิมพ์ที่เด็กเขียนจดหมายมาว่าอยากมีคอมพิวเตอร์ เราก็ไปเรียนท่านว่าเด็กต้องการอยู่ตรงนี้ มันก็ทำให้คนมีความรู้ ตั๊นชอบเห็นคนมีความสุข

Q: ทำไมต้องประชาธิปัตย์ ทำไมไม่ “เพื่อไทย” ไม่ “เพื่อแผ่นดิน” ไม่ “รวมใจไทย” ทำไมไม่ “ภูมิใจไทย” 

?

A: ตั๊นคิดว่าที่นี่เป็นสถาบันการเมืองที่หนักแน่นและอยู่มานาน หลายๆ อย่าง นโยบาย การที่จะดำเนินงานและบริหารประเทศ เรามองอยู่กับสิ่งที่เราอยากเห็น พรรคนี้ใช่

Q: ถ้าพรรคประชาธิปัตย์โดนยุบล่ะ ?

A: ยุบเขาก็ตั้งพรรคใหม่ มาอยู่ตรงนี้เราก็ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่หลายๆ คนในพรรค มันก็เหมือนกับที่เราคิด ตั๊นอยากเห็นบ้านเมืองไปข้างหน้า 



Q: มีสักแวบไหมที่เหนื่อยแล้ว การเมืองมันน้ำเน่า กลับไปเป็นเซเลบฯ ดีกว่า
?

A: ไม่ค่ะ เมื่อก่อนเราก็ไม่ได้เป็นเซเลบฯ ตั๊นแค่ไปงานกับเพื่อนๆ แล้วก็ไม่ค่อยอยู่เมืองไทย วันนี้ถ้ามีคนถามว่าตั๊นทำอาชีพอะไร 

เราจะบอกว่าฉันเป็นนักการเมือง และอีก 10 ปี หรือนานกว่านี้ก็จะบอกแบบนั้น


ล้อมกรอบ - ชื่อนี้ได้แต่ใดมา


จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี เล่าว่า 
“ตั๊น” มาจากตั๊นหน้า เพราะคุณพ่อชอบเล่น “คาราเต้” เลยตั้งชื่อลูกสาวว่าตั๊น ส่วนน้องสาวคนกลางชื่อ “ตุ๊ย” มาจาก “ตุ๊ยท้อง” และน้องชายชื่อ “ต่อย” ถ้าไม่ติดเรื่องคนถามบ่อยๆ เราจะชอบชื่อนี้มากๆ เพราะไม่ค่อยมีคนชื่อนี้ เพราะมันแปลก พูดและจำยาก แต่คิดอีกที พอคนพูดชื่อเล่นเราได้ก็จะนึกถึงตั๊นคนนี้ 

ส่วนชื่อจริง “จิตภัสร์” เป็นชื่อที่ตั๊นภูมิใจมากๆ เพราะเป็นชื่อพระราชทาน ตั้งแต่เกิดคุณตา คุณยายก็ถวายงานอยู่ในวัง ซึ่งวันนี้คุณแม่ก็ยังถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอยู่ ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ พระราชทานชื่อนี้มาให้ตอนเกิด “จิตภัสร์” แปลว่า “จิตที่ร่มเย็น” หลายคนบอกว่าเป็นชื่อที่เหมาะกับนิสัยเราเป็นบางวัน แต่จะพยายามจะใจเย็นให้ได้

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม จากปฏิทินสยิวถึงฝันเป็นนายก เช็กหัวใจ จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ได้ที่ http://www.thairath.co.th/content/life/105269

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้