ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จับตาอุปสรรคใหม่ซ้ำ 'ส่งออกไทย57' 'ค้ามนุษย์-แรงงานเด็ก'ตามหลอน

    ทีมเศรษฐกิจ23 ธ.ค. 2556 05:00 น.
    SHARE

    ทรงศัก - ธีรพงศ์

    เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของปี 2556 ท่ามกลางการขยายตัวของการส่งออกไทยปีนี้ที่กำลังเผชิญวิกฤติจ่อที่จะติดลบ หรือไม่ขยายตัวจากปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นจุดตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปี

    ด้วยปัจจัยรุมเร้าที่หลากหลาย ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ คู่ค้าต่างประเทศชะลอคำสั่งซื้อ ขณะที่ปัจจัยคุกรุ่นทางการเมืองภายในประเทศทำให้คู่ค้า ไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะยังคงรับและส่งออกได้ตามออเดอร์หรือไม่ ทำให้คำสั่งซื้อหรือออเดอร์จำนวนหนึ่งโบยบินไปหาแหล่งอื่นๆแทน

    ในปี 2557 ที่จะมาถึง กระทรวงพาณิชย์คาดหวังว่า การส่งออกจะฝ่าวิกฤติเหล่านี้ไปได้ แต่ในข้อเท็จจริง โอกาสจะมีมากน้อยแค่ไหน เพราะในขณะนี้ ยังคงมีปัจจัยใหม่ๆ ที่กำลังถั่งโถมเข้าใส่ภาคส่งออกไทยอย่างต่อเนื่อง

    “ความพยายามหยิบยกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff Barrier)” เป็นอีก 1 ในปัจจัยที่ประเทศไทยถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหยิบยก “ปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์” ซึ่งล่าสุดมีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้น เพราะประเทศไทยกำลังมีแนวโน้มจะถูกดาวน์เกรดลงไปอยู่ในระดับ Tier 3 ซึ่งเป็นระดับล่างสุด จากที่ไทยถูกจัดอยู่ในระดับ Tier 2 Watch List ในปัจจุบัน

    ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะทวีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน “ทีมเศรษฐกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นายธีรพงศ์ จันศิริ” ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF กลุ่มผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลกระป๋องรายใหญ่ของประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่สอบถามหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่อดังกล่าว ผ่านการสัมภาษณ์ นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้ :


    5 อุตสาหกรรม “ยืนบนเส้นด้าย”


    นายธีรพงศ์ เล่าให้ “ทีมเศรษฐกิจ” ฟังถึงปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมส่งออกสินค้าไทย 5 รายการกำลังประสบว่า ขณะนี้ทางการสหรัฐฯได้กล่าวหาสินค้าไทยจำนวน 5 รายการ ได้แก่ กุ้ง ปลา อ้อย เสื้อผ้า และสื่อลามก ว่ามีปัญหาเรื่องแรงงาน และการค้ามนุษย์

    ทางการสหรัฐฯกล่าวหาไทยว่า มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์ การปกป้องแรงงาน แต่ไม่บังคับใช้ และสิ่งที่สหรัฐฯต้องการเห็น คือ ไทยได้ใช้กฎหมายจับกุมจนนำไปสู่การดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำความผิดต่อแรงงานมนุษย์ ดังนั้น ในปีหน้าสหรัฐฯ ซึ่งจะพิจารณาเรื่อง สถานการณ์การค้ามนุษย์และปัญหาแรงงาน (TIP Report) ว่า จะปรับให้ไทยตกไปอยู่ในระดับต่ำสุด หรือ Tier 3 หรือไม่ จากปัจจุบันที่ไทยถูกจัดให้อยู่ที่ระดับ Tier 2 Watch List นั้น สถานการณ์วันนี้เห็นว่ามีแต่สัญญาณที่จะนำไทยไปสู่การถูกปรับลดอันดับทั้งสิ้น

    “โดยส่วนตัวเชื่อว่า แนวโน้มที่จะถูกปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับต่ำสุดมีอยู่สูงมาก เพราะสถานการณ์ขณะนี้ภาครัฐไม่มีความเข้มแข็ง การเตรียมการแก้ไขปัญหา หรือเตรียมการรับมือในเรื่องนี้ ดูอ่อนลงไปมากขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าพิจารณาปัญหาแรงงานในไทยไปอย่างต่อเนื่อง” ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ส่งออกสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ

    พร้อมกับยอมรับว่า หากไทยถูกปรับลดอันดับสถานการณ์แรงงานลงไปอยู่ที่ระดับ Tier 3 จะทำให้การค้าขายและการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ลดลงตามไปด้วย
    “บริษัทใหญ่ๆในสหรัฐฯที่เป็นคู่ค้าสำคัญคงไม่ยินดีที่จะค้าขายกับเอกชนไทย หากสินค้าของไทยถูกระบุโดยทางการสหรัฐฯ ว่า บังคับใช้แรงงานมนุษย์หรือแรงงานเด็ก เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในประเทศที่พัฒนาแล้วให้ความสำคัญสูงมาก”

    ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้น จะกระทบยอดการส่งออกอาหารทะเลไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอาหารทะเลจากไทยมากกว่า 50% ของการส่งออกในแต่ละปีมีมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท (30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์) จากการส่งออกอาหารทะเลเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท

    “ก่อนหน้านี้ ประเทศใหญ่ๆอย่างรัสเซีย และจีน ก็เพิ่งถูกสหรัฐฯปรับลดอันดับลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุด แล้วประเทศเล็กๆอย่างไทยจะมีแต้มต่ออะไรที่จะทำให้เรารอดพ้น ซึ่งในขณะนี้ สิ่งที่เอกชนรายใหญ่พอจะทำได้ คือ การแสดงให้คู่ค้าของบริษัทเห็นว่า บริษัทมีความจริงจังที่จะแก้ปัญหา ทำให้เอกชนรายใหญ่หลายรายต้องเข้าไปดูแลการผลิตสินค้าของตัวเอง ตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งในส่วนบริษัทของตัวเอง และกิจการที่เป็นเครือข่ายผลิตสินค้า”

    ยกตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมส่งออกอาหารทะเลของ TUF วันนี้ต้องเข้าไปช่วยโรงงานแปรรูปกุ้งขั้นต้น หรือแม้แต่กระทั่งที่แพปลา ดูแลว่ามีการจัดการแรงงานอย่างไร
    ขณะเดียวกัน เอกชนโดยหอการค้าไทย และสภาหอการค้าไทย รวมทั้งองค์กรภาคเอกชน 8 สถาบัน ได้แก่ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมกุ้งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย และสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้รวมกลุ่มกันในนาม “สมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย” เพื่อแสดงให้ต่างชาติเห็นความพยายามในการแก้ปัญหา

    “แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนการตอบรับในประเทศยังไม่ตื่นตัวเท่าที่ควร ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยเองก็ดูจะยังไม่พอใจในสิ่งที่ไทยได้ดำเนินการไปก่อนหน้า ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีสหรัฐฯเป็นตลาดสินค้าที่สำคัญเองก็หนักใจ เพราะไม่ใช่ข้อกล่าวหาเป็นรายบริษัท”

    ปัญหาดังกล่าวทำให้การเดินหน้าอุตสาหกรรมส่งออกอาหารทะเลไทยเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว เช่น ปริมาณผลผลิตกุ้งในประเทศที่ลดลงมากกว่า 50% จากการระบาดของโรคตายด้วย (อีเอ็มเอส) ในกุ้งไทย จนหาสินค้ามาส่งออกได้ยากขึ้น และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอีก 1 เท่าตัวในช่วงระยะเวลาเพียง 3-4 ปีที่ผ่านมา


    ในขณะที่อีก 4 อุตสาหกรรมที่เหลือ ทั้งปลา อ้อย เสื้อผ้า และสื่อลามก ก็จะเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น เพราะต้องเสียเวลาไปอีกอย่างน้อย 1 ปี จนกว่าจะมีการจัดอันดับกันใหม่ แต่เชื่อว่าในส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือได้ อย่างเช่น ทียูเอฟเองที่มีฐานการผลิตในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม และอินเดีย หากไทยถูกปรับลดอันดับปัญหาแรงงาน ก็ยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตในต่างประเทศมาชดเชยได้

    “แต่ส่วนที่จะอยู่ไม่ได้และลำบากมากที่สุด คือผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางหรือกลุ่มเอสเอ็มอี เกษตรกร และตัวแรงงานเอง ผมจึงมองว่าไม่ต้องการให้การแก้ปัญหาแรงงานของทางการไทยหายเงียบไป เพราะวันนี้ถ้าไม่มีปัญหาจากภายใน จนเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้เต็มที่ ประเทศไทยจะยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุด”

    ข้อมูลแบนสินค้าไทยคลาดเคลื่อน

    ในมุมมองของภาครัฐ จากการสัมภาษณ์ นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) โดยสหรัฐฯ ที่กังวลกันว่าจะนำไปสู่การแบนสินค้าไทย 5 ชนิด ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่มาก

    เพราะในขณะนี้ตามกฎหมายของสหรัฐฯ เอง ไม่มีบทลงโทษด้วยการห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศ ที่ถูกประเมินว่า มีปัญหาด้านสถานการณ์การค้ามนุษย์แต่อย่างใด โดยระบุชัดว่า บทลงโทษจะต้องไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และต้องไม่เกี่ยวข้องกับด้านการค้า

    TIP Report เป็นรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามกฎหมายว่าด้วยการปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ ค.ศ.2000 ของสหรัฐฯ (Trafficking Victims Protection Act of 2000 (TVPA) เพื่อรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบสถานการณ์การค้ามนุษย์ของ 186 ประเทศทั่วโลก กับมาตรฐานของสหรัฐฯ และจัดลำดับประเทศต่างๆ ออกเป็น 4 ระดับ

    ระดับที่ดีที่สุด คือ Tier 1 คือ ประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐฯ ทั้งด้านการป้องกันละบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์ รองลงมา คือ Tier 2 คือ ประเทศที่มีการดำเนินการยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายของสหรัฐฯ แต่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา

    ระดับ Tier 2 Watch List คล้ายกับ Tier 2 แต่พบเหยื่อการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลได้พยายามเดินหน้าต่อต้านการค้ามนุษย์ และระดับต่ำสุด คือ ระดับ Tier 3 หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหา


    สำหรับประเทศไทยถูกจัดอันดับอยู่ในระดับ Tier 2 Watch List ตั้งแต่ปี 2553-2554 ซึ่งตามกฎหมายของสหรัฐฯ หากอยู่ในอันดับดังกล่าว 2 ปีติดต่อกันจะต้องถูกปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดโดยอัตโนมัติ แต่ในปี 2555 ไทยได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ พร้อมเสนอแผนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ 6 ข้อที่อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของ TIP Report ทำให้สหรัฐฯ เห็นความจริงจังของไทย จึงไม่ปรับลดอันดับดังกล่าวลงมา

    “แต่สิ่งที่ทุกคนกลัว คือ ปีหน้าประเทศไทยจะถูกปรับอันดับลดลงไปอยู่ที่ Tier 3 และจะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ แต่ข้อเท็จจริง คือ กฎหมายการจัดอันดับ TIP Report ไม่มีข้อกำหนดในการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ถูกจัดอันดับอยู่ในระดับต่ำสุด”

    แต่บทลงโทษตามตัวกฎหมายสหรัฐฯ มี 2 รูปแบบเท่านั้น คือ 1.สหรัฐฯ อาจพิจารณาระงับให้ความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและด้านการค้า เช่น ไม่สนับสนุนเงินทุน ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศที่มีปัญหาการค้าแรงงานมนุษย์ ในโครงการแลกเปลี่ยนการศึกษา วัฒนธรรม และความร่วมมือต่างๆ และ 2.สหรัฐฯ อาจจะคัดค้านการให้ความช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์ บนเวทีขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หรือธนาคารโลก (World Bank) เป็นต้น

    ศึกษาความเสียหาย “จีน–รัสเซีย” ตกชั้น

    ส่วน 5 สินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ และเกรงว่าจะได้รับผลกระทบนั้น อยู่ในกฎหมาย Trafficking Protection Reauthorization Acts (TVPRA) of 2005 ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ โดยจะมีการจัดทำรายงานและตีพิมพ์รายชื่อสินค้าจากประเทศต่างๆ ที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เชื่อว่าผลิตโดยใช้แรงงานเด็ก และการบังคับใช้แรงงาน ซึ่งขัดกับมาตรฐานสากล

    โดยรายชื่อประเทศ และรายชื่อสินค้าที่ถูกประเมินว่า “เข้าข่าย” ตามกฎหมาย TVPRA จะถูกตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ให้สังคมชาวอเมริกัน ในฐานะผู้บริโภครับทราบ ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศผู้ผลิตสินค้าเร่งแก้ไขปัญหา โดยที่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีบทลงโทษโดยการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีด้วยเช่นกัน

    ปัจจุบันมีสินค้าที่ถูกสหรัฐฯ จับขึ้นบัญชีตามกฎหมายนี้ทั้งสิ้น 134 สินค้า จาก 74 ประเทศ โดยมีสินค้าไทย 5 รายการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มสินค้าที่เชื่อว่าใช้แรงงานเด็กและบังคับใช้แรงงานมนุษย์ ได้แก่ กุ้ง และเสื้อผ้า 2.กลุ่มสินค้าที่เชื่อว่าผลิตจากแรงงานเด็ก ได้แก่ อ้อย และสื่อลามก ทั้งที่สินค้าสื่อลามกนี้ ตามกฎหมายไทยห้ามไม่ให้มี 3. กลุ่มสินค้าที่ผลิตโดยบังคับใช้แรงงานมนุษย์ คือ ปลา เป็นสินค้าล่าสุดที่สหรัฐฯ เพิ่มเข้าไป เมื่อเดือน ก.ย.2555

    โดยสินค้าทั้ง 5 กลุ่มแยกเป็น 1.สิ่งทอมากกว่า 37,000 ล้านบาท 2.กุ้ง 15,000 ล้านบาท 3.น้ำตาลทรายและกากน้ำตาลประมาณ 700 ล้านบาท และ 4.ปลาประมาณ 2,000 ล้านบาท รวมประมาณ 54,700 ล้านบาท

    ทั้งนี้ สิ่งที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อการถูกปรับลดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ไปอยู่ที่ระดับต่ำสุด คือ การที่ทางการสหรัฐฯ จะต้องนำผลการจัดอันดับดังกล่าว ไปประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ประชาชนในประเทศของตนรับทราบ ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับเรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องสิ่งแวดล้อมสูงมาก ซึ่งนั่นอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของสินค้าไทย และปริมาณคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ

    “ขณะนี้ยังประเมินผลกระทบเป็นมูลค่า หากสินค้าไทยถูกปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ไม่ได้ แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปติดตามกรณีตัวอย่างจากประเทศรัสเซียและจีน ซึ่งถูกสหรัฐฯลดอันดับมาอยู่ที่ระดับต่ำสุด Tier 3 ในปีนี้ เป็นกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศให้ความสนใจมาก ว่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการศึกษาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในระยะต่อไป”

    ยันไทยมีมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์

    อย่างไรก็ตาม ในด้านการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายทรงศัก กล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยได้ดำเนินการแล้ว เพื่อตอบสนองให้สหรัฐฯ เห็นว่าไทยไม่ได้นิ่งเฉยต่อปัญหาดังกล่าวและเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของสินค้าไทย คือการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ที่มี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งที่ผ่านมานายกฯได้ให้ความสำคัญ และเข้าประชุมด้วยตัวเองแทบทุกครั้ง

    โดยหวังว่าจะเป็นแต้มต่อที่ทำให้สหรัฐฯ เชื่อถือการแก้ปัญหาแรงงานของไทยเป็นไป ในทางที่ดีขึ้น

    นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้ส่งรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาด้านแรงงานในประเทศไทยให้สหรัฐฯรับทราบล่วงหน้า โดยชี้ให้เห็นว่าไทยมีพัฒนาการในการแก้ปัญหา เช่น ไทยได้จัดทำการขึ้นทะเบียนแรงงานประมงและขณะนี้มีแรงงานมาขึ้นทะเบียนแล้วว่า 5,000 คน

    สำหรับประเด็นที่สำคัญในการแก้ปัญหาและสหรัฐฯให้ความสนใจมากที่สุด คือ การบังคับใช้กฎหมาย ไทยได้ดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับแรงงานในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมาถึง 46 คดี ในจำนวนนี้ศาลตัดสินไปแล้ว 10 คดี นอกจากนี้ยังได้ปฏิเสธการเข้าเมืองของชาวต่างชาติที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับเพศพาณิชย์แล้ว 137 ราย ส่วนรายที่อยู่ในไทยอยู่แล้วก็ได้ถอนใบอนุญาตการเข้าราชอาณาจักรแล้ว 17 ราย

    ทั้งนี้ ในการจัดทำ TIP Report โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย.2557 ไม่ใช่ว่าจะมีแต่สัญญาณไม่ดี เพราะในการจัดอันดับล่าสุดเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาแรงงาน ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุด ดังนั้น ประเทศไทยก็มีโอกาสเช่นกันที่จะไม่ตกชั้น

    “ยอมรับว่าสถานการณ์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่ควรตระหนกตกใจจนเกินไป บางครั้งข้อโจมตีลักษณะนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกีดกันทางการค้า ที่เอกชนในต่างประเทศเสียประโยชน์ จากสินค้าที่ไทยส่งออก เป็นผู้ผลักดันให้มาโจมตีสินค้าไทย และปัญหาแรงงานที่สหรัฐฯ กล่าวหาสินค้าไทย ไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้นิ่งเฉย เราไม่ได้ปฏิเสธปัญหา แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เราก็แสดงความจริงใจและพร้อมที่จะแก้ไขอย่างเต็มที่”.

     

    ทีมเศรษฐกิจ



    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้